"ใช่ค่ะ หลินไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนของพ่อ หนูไม่อยากไปอยู่ผู้ชาย" ลินลดาบอกพ่อไปตามความจริง เธอไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพ่อเลย "ผู้ชายที่ไหนลูก พี่หยกเขาเป็นผู้หญิง" กันยารัตน์บอกลูกสาวที่เข้าใจผิด

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb - ตอนที่ 5 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ยูริ,รักโรแมนติก,รัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ยูริ,รักโรแมนติก,รัก

รายละเอียด

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

"ใช่ค่ะ หลินไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนของพ่อ หนูไม่อยากไปอยู่ผู้ชาย" ลินลดาบอกพ่อไปตามความจริง เธอไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพ่อเลย "ผู้ชายที่ไหนลูก พี่หยกเขาเป็นผู้หญิง" กันยารัตน์บอกลูกสาวที่เข้าใจผิด

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

“หลินจะกลับพร้อมอาไหม”


ยามิกาโทรบอกลินลดาเธอขี้เกียจเดินไปเรียกหลานสาวแล้ว อีกอย่างนายแทนไทก็คงจะไม่อยากเจอหน้าเธอด้วย สงสัยคงกลัวที่เธอว่าให้วันนั้น



(กลับค่ะ)



“จะกลับบ้านก็เดินมา ถ้าไม่มาเดี๋ยวนี้ อากลับก่อนนะ”



(เดี๋ยวสิค่ะ หลินจะเดินไปเดี๋ยวนี้แหละ คนแก่อะไรใจร้อนจัง)



ตี๊ด (เสียงยามิกากดวางสาย)



“อะไรของอาเนี่ย”

ลินลดาพูดกับโทรศัพท์ ด้วยความไม่เข้าใจอารมณ์ของคุณอาสาว



“แทนเรากลับก่อนนะ คุณอาโทรเรียกแล้ว”



“อืม”

แทนไทตอบเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้ม 

บอกลาแทนไทแล้ว ลินลดาก็รีบเดินไปหาคุณอาที่อยู่อีกไร่หนึ่ง ที่อยู่ติดกัน



“พักนี้มึงดูหน้าตากำลังมีความรักนะ”

พนาพรเอ่ยทักเพื่อน



“หน้าตาดูมีความรักยังไงของมึง”

ยามิกาถามเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ



“ก็มึงไม่เหมือนเมื่อก่อนไง ดูมีความสุข หน้าดูอิ่ม มีออร่าเหมือนคนกำลังมีความรัก”



“มึงคิดไปเองรึเปล่า คนอย่างกูเนี่ยนะจะมีความรัก บ้าหรือเปล่า”



“มึงต้องมีคนที่แอบชอบอยู่ใช่ไหม บอกมาเลยนะ ไม่งั้นหน้ามึงไปฟ้องออกมาแบบนี้หรอก ถึงมึงจะเก็บมันเก่งสักแค่ไหน มันก็ต้องมีวันหลุดสักครั้งละว้า ว่ามึงกำลังมีความรัก ปกติก็พูดน้อย หน้านิ่ง เงียบไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่ค่อยสนิทด้วย ตั้งแต่มีน้องหลินมาอยู่ด้วย หน้ามึงดูมีความสุขกว่าเมื่อก่อน เอ๊ะหรือว่ามึงจะชอบน้องเขา”



“ไม่ได้ชอบ มึงน่ะคิดไปเอง หลินเป็นหลานกูนะเว้ย มึงก็พูดไป มึงคิดว่าหลินจะชอบผู้หญิงหรือไง”

ยามิกาแก้ต่างให้ตัวเองไม่ให้มันจับได้ว่าเธอกำลังชอบใครบางคนอยู่ หารู้ไม่ว่าลินลดาที่กำลังเดินเข้ามาหายามิกานั้น ก็หยุดชะงักทันทีที่ได้ยินอาหยกพูดแบบนั้น อกข้างซ้ายของเธอมันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที ที่ได้ยินว่าอาหยกไม่ได้รักเธอ แล้วที่ผ่านมาล่ะมันคืออะไร เธอได้แต่คิดในใจด้วยความสับสน ละคนเสียใจ ตกลงคนที่คนอาพูดถึงคือใครกันแน่



“ข้อหลังที่มึงพูดมากูก็ไม่รู้วะ ตกลงมึงไม่ได้ชอบน้องหลินใช่ไหม”



“เออ! ชัดพอไหมเพื่อน”

คำตอบครั้งที่สองยิ่งทำให้ใจเธอเจ็บ ตอบเน้นขนาดนี้ เธอเชื่อแล้วว่า อาหยกไม่ได้ชอบเธอจริง ๆ 



“ชัดมาก ๆ เลยคร้าบเพื่อน ตกลงมึงไม่ได้มีความรักจริง ๆ ใช่ปะ”

พนาพรถามด้วยความไม่แน่ใจ ในคำบอกกล่าวของเพื่อนสาว ดูยังไงมันก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทรงแบบนี้ มันต้องมีอะไรที่เขาไม่รู้แน่ ๆ



“จริงที่สุด”



“อ้าวน้องหลินทำไมไปยืนอยู่ตรงนั้นครับ”

พนาพรเอ่ยทักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลินลดาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล ยามิกาที่ยืนคุยกับเพื่อนอยู่หันหน้าไปมองลินลดาด้วยความตกใจเล็กน้อย เรื่องที่เธอคุยกับพนาพร หลินคงได้ยินแล้วสินะ ถ้ารู้ว่าหลินกำลังเดินมาหาเธอเร็วขนาดนี้ เธอไม่น่าตอบคำถามมันเลย

น่าจะเงียบปากไว้ ไม่รู้ว่าหลินคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ดูทำหน้าเข้าคงงอนเธอแล้วจริง ๆ ใช่ไหม ยามิกาได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ กับตัวเองที่ทำให้หลินโกรธ เห็นแบบนั้นยามิกาก็เดินไปหาหลานสาว

ลินลดาถอยหลังเล็กน้อย ที่คุณอาเดินเข้ามาใกล้เธอ



“กลับบ้านกันหลิน”

ยามิการ้องเรียกลินลดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



“ค่ะ”

เธอตอบคุณอาไปด้วยใบหน้าปกติ แต่ในใจเธอในตอนนี้ไม่ได้ปกติเหมือนใบหน้า เธอไม่อยากเดินกลับบ้านกับคุณอาเลย แต่เธอก็ต้องเดินไปหาคุณอาโดยที่ไม่มีอะไร ทั้ง ๆ ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อได้รู้ความจริง จากปากอาหยก



“เป็นอะไรรึเปล่าหลิน”

ยามิกาถามคนข้างกายด้วยความผิดปกติ เมื่อเธอรู้สึกว่าอามรมณ์ของหลินเปลี่ยนไปเมื่ออยู่กับเธอ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอรู้สึกได้ ถึงใบหน้าของหลินจะดูเหมือนเดิมก็ตาม

คงจะงอนเธอสินะ ถึงได้เป็นแบบนี้



“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

เมื่ออยู่กันสองคน ลินลดาก็ไม่คิดจะปกปิดใบหน้าของตัวเองอีกต่อไป เธอทำหน้าบึ้งตึงใส่อาหยก

พร้อมกับตอบยามิกาน้ำเสียงราบเรียบ



“ไม่ได้เป็นแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น อาไปทำอะไรให้หลินโกรธเหรอ บอกอาได้นะ”

เธอรู้ว่าลินลดาโกรธอะไรเธอ เธอก็แค่ถามดู เพื่อว่าหลินนั้นจะบอกเธอจริง ๆ



“ไม่มีค่ะ”

ลินลดาปากแข็งไม่ยอมบอกยามิกา



“หลินมีอะไรทำไมไม่บอกอา”

ยามิกาเดินเข้าไปคว้าแขนลินลดาไว้ เมื่อหลินจะเดินหนีเธอไป



“ปล่อยนะคะ”

เธอบอกคนตรงหน้าด้วยใบหน้าหงุดหงิด



“ไม่ปล่อยจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”

ยามิกาพูดเสียงเข้ม พร้อมกับจับแขนของหลานสาวแรงขึ้น



“หลินเจ็บนะคะ ถ้าจะมาเค้นเอาคำตอบกันแบบนี้ หลินไม่ชอบ ไม่มีอะไรจะคุยกับอาด้วย”

ลินลดาพูดด้วยใบหน้าโมโห พร้อมกับสะบัดแขนออกจากมือปลาหมึกของคุณอา 

ยามิกายอมปล่อยแขนหลานสาวแต่โดยดี ทำให้แรงที่ลินลดาสะบัดมือของเธอนั้นไปโดนข้างลำตัวเธออย่างแรง แต่ยามิกาก็ไม่ได้สนใจอะไร



“ได้ งั้นเราก็ไม่ต้องมาพูดคุยกันอีก อาคงไม่ใช่คนสำคัญสำหรับหลินสินะ หลินถึงไม่ยอมบอกอา ว่าหลินเป็นอะไร”

ยามิกาพูดด้วยความโกรธ พูดจบเธอก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้ลินลดารู้สึกสับสน ตกลงว่าใครโกรธใครกันแน่



“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดสิ”

ลินลดาตะโกนไล่หลังยามิกา 

ถึงจะรู้สึกเสี

ยใจยังไง เธอก็ไม่ไปง้ออาหยกก่อนหรอก ก็เธอเป็นคนโกรธอาหยกก่อน ยามิกานั้นแหละต้องมาง้อเธอ


สารบัญ

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 1,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 2,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 3,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 4,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 5,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 6,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 7,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 8,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 9,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 10,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 11,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 12,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 13,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 14,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 15,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 16,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 17,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 18,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 19,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 20

เนื้อหา

ตอนที่ 5


ตอนที่ 5

08:45
ลินลดาเดินไปดูสวนมะลิที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านอาหยก เธอเห็นคนงานห้าหกคนกำลังเก็บดอกมะลิใส่ตระกร้าที่ผูกไว้ที่เอวของตัวเอง คนงานทุกคนใส่เสื้อแขนยาว และใส่หมวกปิดบังใบหน้าเพื่อกันแดด เธอดูแล้วมีแต่พวกลุงกับป้า พอหันหน้าไปดูทางซ้ายก็เห็นเหมือนเด็กวัยรุ่นผู้ชาย น่าจะอายุเท่าเธอกำลังตั้งใจเก็บดอกมะลิอยู่ เธอเดินไปดูต้นมะลิใกล้ ๆ คนงานหันมามองเธอด้วยความสนใจใคร่รู้

"หนูเป็นคนงานใหม่เหรอ"
ป้าสีที่ใส่เสื้อสีแดงหันหน้ามาถามเธอ และมองการแต่งตัวของเธอด้วยตั้งแต่หัวจรดเท้าความสงสัย
ส่วนคนอื่นที่เห็นก็หันมามองเธออย่างสนใจ รวมถึงผู้ชายวัยรุ่นคนนั้นด้วย ที่ตอนแรกไม่ได้หันหน้ามามองเธอ

"ไม่ใช่หรอกค่ะ หนูแค่มาเดินดูดอกมะลิเฉย ๆ"
ลินลดาตอบป้าด้วยใบหน้าปกติ

"หนูอยู่ที่นี่นานแล้วเหรอ ทำไมป้าไม่เคยเห็นเลย"
ป้าอีกคนที่ยืนอยู่ข้างป้าที่ใส่เสื้อสีแดงถามเธอขึ้นด้วยความสงสัย เธอไม่เคยเห็นเด็กคนนี้อยู่ในไร่ของคุณหยกมาก่อนเลย ดูจากการแต่งตัวแล้ว ไม่น่าจะใช่คนงาน และไม่ได้มาทำงานแน่ ๆ ทัศนีคิดในใจ

"หนูเพิ่งมาที่นี่เมื่อวานน่ะคะ"
ลินลดาตอบทัศนี

"ออ แล้วหนูเป็นลูกเต้าเหล่าใครเหรอ ป้าชื่อแดงนะ"
ป้าที่ใส่เสื้อสีแดงถามเธอ และก็แนะนำตัวให้เธอรู้จัก

"หนูชื่อหลินนะคะ เป็นหลานของอาหยก"

"ห๊ะ! หลานของคุณหยก"
ทัศนีและป้าแดงตกใจจนอุทานออกมาเสียงดัง ทัศนีว่าจะถามลินลดาต่อ แต่ตาของเธอก็เหลือบไปเห็นผู้จัดการกำลังเดินมาทางนี้ เธอก็เลยก้มหน้าเก็บดอกมะลิต่อ ป้าแดงก็เหมือนกัน

"น้องหลิน"
ลินลดาหันหน้าไปตามเสียงที่มีคนเรียกเธอ ผู้ชายตัวสูง ผิวเข้ม จมูกโด่ง ตาคม ผมดกสีดำ ใส่เสื้อเหมือนคนงาน แต่กางเกงเป็นกางเกงยีนส์สีดำ และก็ใส่หมวกฟางไม้สานสีเขียว เดินมาข้างหลังเธอ ลินลดาคิดในใจทำไมเขาถึงรู้ชื่อเธอ แต่พอคิดอีกที อาหยกก็คงจะบอกเขานั้นแหละถึงได้รู้ชื่อของเธอ

"น้องลินลดาใช่ไหมครับ"

"ใช่ค่ะ"

"พี่ชื่อพนานะ เป็นผู้จัดการไร่ คุณหยกบอกให้พี่พาน้องหลินไปเดินดูไร่"
พนาพร หรือ พนา เป็นเพื่อนกับยามิกา และก็เป็นผู้จัดการไร่ด้วย เขามาเป็นผู้จัดการที่นี่ตั้งแต่ไร่ยังไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ 

"เรียกหลินก็ได้ค่ะ"
ลินลดาบอกคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม 

"ครับ คุณหลิน อยากดูตรงไหนเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวพี่พาเดินไปดู"

"ดูตรงนี้ก่อนได้ไหมคะ หลินอยากลองเก็บดอกไม้"
ลินลดาบอกผู้จัดการน้ำเสียงปกติ เธอเห็นคนงานเก็บดอกมะลิแล้ว เธอก็อยากลองเก็บดูบ้างว่ามันเป็นยังไง แถมดอกมะลิก็หอมมากด้วย เธออยากไปดูดอกมันใกล้ ๆ

"ได้สิครับ แทน! มานี่"
แทนไทที่กำลังเก็บดอกไม้อยู่ทางซ้ายมือสุดแปลง ได้ยินผู้จัดการเรียก ก็รีบเดินไปหา

"แทนนี่คุณหลินเป็นหลานสาวของคุณหยก พาคุณหลินเดินเก็บดอกไม้ด้วย เดี๋ยวพี่กลับมานะ"
ประโยคหลังพนาพรหันหน้ามาบอกลินลดา พอบอกเสร็จเขาก็เดินไปทางบ้านของเพื่อนสาวทันที

"มาครับ เดี๋ยวผมพาคุณหลินเก็บดอกไม้"
บอกหลานเจ้านายเสร็จแทนไทก็เดินนำลินลดาไปที่ ๆ ที่ตัวเองกำลังเก็บอยู่

"นี่ครับตะกร้าที่เอาไว้เก็บดอกมะลิ เอาผูกไว้ที่เอวนะครับ เวลาเก็บใส่ตระกร้าจะได้เก็บง่าย"
แทนไทยื่นตระกร้าใบใหม่มาให้เธอ และบอกวิธีเด็ดดอกไม้ให้เธอฟัง เธอฟังเขาอย่างตั้งใจ พอเขาบอกเธอเสร็จ เขาก็เด็ดดอกมะลิให้เธอดูเป็นตัวอย่างสองรอบ

"เอาแต่ดอกตูม ๆ นะครับ ดอกที่มันบานแล้วไม่ต้องเก็บ ส่วนอันที่มันตูมแต่ดอกยังเล็ก ๆ อยู่อย่าไปเด็ดนะครับ คุณหลินลองเก็บดูสิครับ"
พนาพรเอ่ยบอกลินลดาให้เธอเด็ดดอกไม้ให้เขาดู

"แบบนี้ใช่ไหมคะ"
ลินลดาเอื้อมมือไปเก็บดอกที่มันดอกตูมโตเต็มวัย ตามที่เขาบอก

"ใช่ครับ เก็บไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเต็มตระกร้า ถ้าเต็มแล้ว เอาไปใส่ในถุงที่วางอยู่ตรงนั้นนะครับ ถ้าคุณหลินเหนื่อยนั่งพักกินน้ำตรงโน้นได้นะครับ"
ลินลดาแค่พยักหน้ารับ แล้วก็เก็บดอกมะลิใส่ตระกร้าจนเกือบจะเต็ม เธอก็เงยหน้าขึ้นมองซ้าย มองขวาหาแทนไท เขาอยู่ที่ถังน้ำแข็ง ทางด้านขวามือ เห็นเขาอยู่ตรงนั้นเธอก็เลยเดินไปหาเขาที่กำลังกินน้ำอยู่

"จะกินน้ำเหรอครับ เดี๋ยวผมตักให้"
แทนไทถามหลานเจ้านายด้วยความกระตือรือร้นที่จะตักน้ำให้ลินลดา

"ไม่เป็นไรคะ คุณแทนไม่ต้องเรียกหลินว่าคุณก็ได้ค่ะ เราน่าจะอายุไล่เรียกัน"
เธอบอกเขาด้วยรอยยิ้ม เวลาแทนไทเรียกเธอว่าคุณ มันรู้สึกเหมือนเป็นลูกคุณหนูอะไรแบบนั้น อีกอย่างเธอก็ไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของคุณอาด้วย และเหมือนคนตรงหน้ายังเกร็ง ๆ อยู่เพราะเธอเป็นหลานของเจ้านาย เขา เรียกว่าหลิน เป็นกันเองน่าจะดีกว่าคุณหลินที่เขาเรียก เธอคิด 

"งั้นหลินเรียกผมว่า แทนหรือแทนไทก็ได้ครับ ผมยี่สิบสามปีครับ"
แทนไทแนะนำตัวกับลินลดาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

"อายุเท่ากันกับหลินเลยค่ะแล้วดอกไม้พวกนี้เอาไปขาย แล้วก็เอาไปร้อยพวงมาลัยด้วยเหรอคะ"
ลินลดาถามเขาด้วยความอยากรู้

"ใช่ครับ ที่ไร่มะลิของคุณหยกขายกิโลละสามร้อยถึงเจ็ดร้อยห้าสิบบาทครับ คนที่เขาซื้อไป ก็เอาไปร้อยพวงมาลัยบ้าง บ้างก็เอาไปทำน้ำมันหอมระเหย ทำดอกไม้แห้ง แล้วก็ไปลอยใส่น้ำเย็นเพื่อดื่มกินครับ"
แทนไทอธิบายให้ลินลดาฟัง

"ออค่ะ แล้วแทนมาเก็บทุกวันเลยเหรอ"
ลินลดาถามเขาด้วยความอยากรู้

"ก็ไม่ทุกวันหรอกครับ บางวันคุณหลินก็ให้ไปช่วยสับมัน ปลูกมันครับ"

"ออ แล้วแทนได้เงินเดือนเท่าไหร่เหรอ"

"ได้ประมาณ เก้าพันห้าร้อยบาทครับ อยู่ที่นี่มีข้าวให้กินฟรีทุกมื้อ แล้วก็ยังมีห้องพักให้ด้วยครับ"
ได้เงินเยอะอยู่นะเนี่ย แถมยังมีห้องให้อยู่ และมีข้าวให้กินอีกด้วย ลินลดาคิดในใจ

"ฉันขอถามอะไรนายหน่อยสิ"
ลินลดาถามเขาเสียงเบา เพราะกลัวว่าพวกลุงกับป้าจะได้ยินในสิ่งที่เธอกำลังจะถามแทนไท

"ถามอะไรเหรอครับ"

"อาหยกเขาเป็นคนเงียบ ๆ หน้าตานิ่ง ๆ ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยพูดเหรอ"
ลินลดาถามเพื่อนใหม่ด้วยความอยากรู้จักคุณอามากขึ้น เวลาคุณอาเห็นเธอก็ทำหน้าตานิ่ง ๆ แล้วก็ดูเป็นคนเงียบ ๆ แต่เวลาคุณอาอยากรู้หรืออยากบอกอะไร ก็จะถามเธอ แต่ถ้าไม่อยากรู้จะเงียบไปเลย เธอคิดเอา หลังจากที่เธออยู่กับยามิกาได้หนึ่งวัน ไม่รู้ว่าใช่อย่างที่เธอคิดไหม เธอก็เลยถามแทนไทเพราะความอยากรู้

"ครับ แต่ว่าคุณหยกใจดีนะครับ ไม่เอาเปรียบคนงาน เวลาใครเดือดร้อนอะไรคุณหยกจะช่วยเสมอถ้าไม่เกินกำลังของท่านน่ะครับ"
เป็นอากับหลานกันทำไมถึงไม่รู้นิสัยของอาตัวเองล่ะ แทนไทคิดในใจ แต่ไม่กล้าถามลินลดาออกไป

"แล้วแทนเคยเห็นอาหยกยิ้มหรือหัวเราะไหม"
เธอเคยอ่านในนิยายว่าคนที่ไม่ค่อยพูดนั้นไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะ แต่ไม่รู้ว่าอาหยกจะเป็นแบบนั้นไหม

"ผมเคยเห็นคุณหยกยิ้มบ่อยครั้งอยู่นะครับเวลาพูดคุยกับคนงาน แต่หัวเราะเนี่ยผมไม่เคยเห็นเลย"
แทนไทเคยเห็นยามิกายิ้มอยู่หลายครั้ง เวลาที่คุณหยกพูดคุยกับคนงาน หรือกับคุณไกรศร แต่หัวเราะเขาไม่เคยเห็นจริง ๆ

"เหรอ"
แต่เวลาพูดคุยกับเธอไม่เห็นจะค่อยยิ้มเลย หรือว่าคุณอาไม่ชอบเธอกันนะ ลินลดาได้แต่คิดในใจ

"คุยอะไรกันอยู่ครับน้องหลิน"
พนาพรเดินเข้ามาเอ่ยถามลินลดาที่กำลังคุยกับแทนไทอยู่อย่างสนิทสนมกัน

"ไม่มีอะไรค่ะ หลินอยากไปดูทางด้านนู้น"
ลินลดาชี้มือไปทางต้นปาล์มบอกผู้จัดการไร่

"ได้ครับ เดี๋ยวพี่พาไป"

"เราไปก่อนนะแทน"
เธอหันหน้ามาบอกแทนไท แล้วก็เดินตามผู้จัดการไร่ไป