“กูอยากถามมึงว่ามึงคิดยังไงกับยัยว่าน”
วิญาดาเอ่ยถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ เธอจะได้เอาไปบอกเพื่อนถูก แต่ดูจากหน้าตอนที่ยัยว่านสารภาพรักกับวรวิทย์ เธอก็รู้แล้วว่ามันคิดยังไง แต่ก็อยากถามมันให้แน่เธอจะใจ
“มันมีแฟนแล้ว มันจะไปคิดอะไรยัยวิ มึงนี่ก็ถามแปลก”
ทศวรรษว่าให้เพื่อนสาวไม่จริงจังนัก
“กูรู้ แต่กูก็อยากรู้จากปากมึงไง มึงคิดยังไงกับว่าน เอาความจริงนะ”
วิญาดาบอกเพื่อนน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับตั้งใจฟังคำตอบของวรวิทย์
วรวิทย์มองหน้าเพื่อนสาวก่อนจะตอบ
“กูไม่ได้ชอบว่าน กูคิดกับมันแค่เพื่อน กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลย กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันแอบชอบกูอยู่ ตอนกูได้ยินที่มันพูดกูก็ตกใจ ไม่คิดว่ามันจะชอบกู”
วรวิทย์บอกความในใจให้เพื่อนฟัง เขาคิดกับว่านแค่เพื่อน
รัก,ชาย-หญิง,ไทย,เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ,วรวิทย์,รัก,ว่านรัก,ดลวัฒน์,วิญาดา,เพื่อนสนิท,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
“กูอยากถามมึงว่ามึงคิดยังไงกับยัยว่าน”
วิญาดาเอ่ยถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ เธอจะได้เอาไปบอกเพื่อนถูก แต่ดูจากหน้าตอนที่ยัยว่านสารภาพรักกับวรวิทย์ เธอก็รู้แล้วว่ามันคิดยังไง แต่ก็อยากถามมันให้แน่เธอจะใจ
“มันมีแฟนแล้ว มันจะไปคิดอะไรยัยวิ มึงนี่ก็ถามแปลก”
ทศวรรษว่าให้เพื่อนสาวไม่จริงจังนัก
“กูรู้ แต่กูก็อยากรู้จากปากมึงไง มึงคิดยังไงกับว่าน เอาความจริงนะ”
วิญาดาบอกเพื่อนน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับตั้งใจฟังคำตอบของวรวิทย์
วรวิทย์มองหน้าเพื่อนสาวก่อนจะตอบ
“กูไม่ได้ชอบว่าน กูคิดกับมันแค่เพื่อน กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลย กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันแอบชอบกูอยู่ ตอนกูได้ยินที่มันพูดกูก็ตกใจ ไม่คิดว่ามันจะชอบกู”
วรวิทย์บอกความในใจให้เพื่อนฟัง เขาคิดกับว่านแค่เพื่อน
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
ผ่านไปสามสิบนาที
คนที่บอกว่าจะไม่ดื่มก็ดื่มหมดไปแล้วหนึ่งขวด
“ว่านมึงเมามากแล้วนะเว้ย”
วิญาดาเห็นเพื่อนกำลังรินเบียร์ขวดที่สองใส่แก้ว เพราะตอนนี้ยัยว่านมันเมาจนหน้าแดงอย่างกับลูกมะเขือเทศสีแดงสุก
“กูม้ายได้เมาสักหน่อย”
บอกเพื่อนน้ำเสียงอ้อแอ้
“ไม่ได้เมายังไงเสียงมึงมันเปลี่ยนแล้วเนี่ย”
“ม้ายได้เมา”
ว่านรักบอกเพื่อนน้ำเสียงยานคาง พร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด
ฟุ่บ
ว่านรักหลับคาหน้าเตาหมูกระทะ
“มึงดูเพื่อนมึงสิ เมาแล้วไม่ยอมรับ”
วิญาดาหันมาบอกเพื่อนชายทุกคน
“เอาเถอะน่า ให้มันดื่มไปเถอะ เรามาฉลองกันนะ เมานิดเมาหน่อยไม่เป็นไรหรอก”
“มึงนั้นแหละที่บอกมันว่ากินหมูกระทะกับเบียร์มันอร่อย มันเลยเชื่อมึง ดื่มจนติดใจ แล้วก็เมาแบบนี้ มึงต้องอุ้มว่านกลับคอนโด”
วิญาดาว่าให้เพื่อนด้วยความหงุดหงิดที่ทำให้ว่านรักเมาจนหลับคาโต๊ะแบบนี้
“ว่านดื่มเองมึงจะไปว่าให้ไอ้เสือทำไม มันไม่ได้ผิดสักหน่อย”
วิญาดาหันขวับไปมองหน้าดลวัฒน์ด้วยสายตาจิกกัด อย่างไม่พอใจในคำพูดของเพื่อน
ดลวัฒน์เห็นอย่างนั้นก็สงบปากสงบคำไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย ไม่ใช่เพราะกลัวยัยวิ แต่เพราะไม่อยากจะมีเรื่องกับมันต่างหาก
“มึงจะบ้าเหรอ ตัวมันหนักอย่างกับช้าง จะให้กูอุ้มมันขึ้นรถได้ไง หลังกูได้หักกันพอดี”
แค่คิดภาพทศวรรษ ก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา
“ไม่บ้าหรอกก็มึงทำมันเมา มึงต้องรับผิดชอบ”
วิญาดาบอกเพื่อนเสียงแข็ง ไหนยัยว่านบอกเธอว่าไม่ดื่มไง ทำไมมันถึงได้เมามากขนาดนี้ วิญาดาคิดในใจ
“ก็ได้”
ทศวรรษตอบให้มันจบ ๆ ไป ส่วนเรื่องที่เขาจะอุ้ม หรือไม่อุ้มเพื่อนสาวขึ้นรถนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
“ฮือ ๆ ฮือ ๆ”
ว่านรักก้มหน้าร้องไห้ออกมาเสียงดัง สักพัก
ก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลออกมาเป็นสาย พอว่านรักเมา ความรู้สึกที่มีก็แสดงออกมา
ทุกคนที่นั่งอยู่หันมามองว่านรักด้วยความตกใจ ที่อยู่ ๆ คนที่เมาหลับไปแล้วก็ร้องไห้ออกมา
“เฮ้ย! ว่านมึงเป็นไรวะ”
ทศวรรษที่นั่งใกล้กับว่านรักเอ่ยถามเพื่อนสาวขึ้นด้วยความตกใจ
“กู อยากให้มึงรู้ไว้ ว่ากูเจ็บปวดแค่ไหน ฮือ ๆ”
ว่านรักพูดขึ้น แล้วก็เอามือเช็ดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ
“มันพูดกับใครวะ”
ดลวัฒน์พูดขึ้นด้วยความสงสัย
“กูไม่รู้”
วรวิทย์ตอบ
“เจ็บทุกครั้งที่เห็นมึงไปกับน้องเขา กูเจ็บทุกครั้งที่มึงโทรหาเขา มึงรู้ไหมกูต้องแกล้งทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไร แต่ในใจกูเสียใจมาก มากเสียจนกูอยากตัดใจจากมึง แต่กูทำไม่ได้ เพราะกูรักมึง กูรู้ว่ามึงมีแฟนแล้ว แต่หัวใจกูก็หยุดรักมึงไม่ได้เลย กูต้องเก็บไว้คนเดียวไม่กล้าบอกใคร กูอยากบอกให้มึงรู้ไว้ ว่ากูรักมึงนะวิทย์”
“ยัยว่าน!”
วิญาดาร้องออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าว่านรักจะพูดความในใจให้วรวิทย์ได้รู้แบบนี้ ที่สำคัญมันเป็นวันฉลองเรียนจบด้วย ไม่รู้ว่าไอ้วิทย์มันคิดยังไง ที่ยัยว่าน
สภาพรักออกมาแบบนี้ ดูหน้ามันแล้วคงตกใจไม่น้อย กับสิ่งที่ได้ยิน มันคงช็อคมาก
เพราะความเมาทำให้ว่านรักกล้าที่จะพูดความในใจออกไปโดยไม่ได้คิดให้ดีก่อน
พูดจบว่านรักก็สลบไปเหมือนเดิม
ทิ้งให้ทุกคนตกใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา โดยเฉพาะวรวิทย์นั้นตกใจมากกว่าใครเพื่อน เขาไม่เคยคิดเลยว่าว่านจะแอบชอบเขา และเขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าเธอคิดเกินเพื่อนกับเขา เธอชอบเขาตอนไหน ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ และว่านชอบเขาตรงไหน
วรวิทย์มีคำถามมากมายที่อยากจะถามอยู่ในหัว แต่ตอนนี้เธอเมาหลับไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ที่ผ่านเธอไม่เห็นแสดงออกว่ารักเขามากมาย หรือเขาไม่เคยสนใจเธออย่างที่ไอ้เสือมันพูด เขาก็เลยไม่รู้เรื่องอะไร
ตอนที่ 42
09:00
หลังจากส่งดลวัฒน์ขึ้นรถแล้ว ทั้งสามคนก็พากันกลับคอนโด
“มึงกินข้าวมารึยัง”
ว่านรักถามเพื่อน เมื่อหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาแล้ว
“ยังไม่ได้กิน รีบมากลัวไม่ทันส่งไอ้ดล”
“มึงจะกินอะไรกูจะไปทำมาให้”
“เอาผัดกะเพราแล้วกัน”
“กูเอาเหมือนมัน มึงสองคนจะเอาอะไรไหม กูจะไปเซเว่น”
ว่านเอ่ยถามเพื่อนสองคน
“กูเอาน้ำชาไทย กับขนมเลย์”
ว่านรักบอกเพื่อน
“กูเอาครัวซองต์ กับไส้กรอกสองซอง”
วิญาดาแบมือขอเงินจากเพื่อน
“อะไร”
ทศวรรษแกล้งทำเป็นไม่รู้
“เงินไง เอามาอย่าทำเป็นไม่รู้ มึงรวยก็เลี้ยงเพื่อนดิวะ”
“เออ ๆ กูเลี้ยงพวกมึงก็ได้ ไหน ๆ กูจะไม่ได้เจอพวกมึงแล้ว มึงเอาไปเลยสองพัน”
พูดจบก็ยื่นเงินแบงค์เทาให้วิญาดาสองใบ
เธอยื่นมือไปรับและถามเพื่อนด้วยความสงสัยว่า
“มึงจะไปไหน มึงจะไม่มาหาพวกกูอีกแล้วเหรอวะ ไอ้วิทย์ก็ทิ้งพวกเราไปแล้ว”
เมื่อวานว่านรักโทรหาวรวิทย์มันไม่รับสาย ว่านก็เลยให้เธอโทรหามันดู เพื่อว่ามันจะรับสายบ้าง
ถ้าไม่ใช่ยัยว่านโทรไป เป็นเธอมันจะรับสายไหมแต่ปรากฎว่ามันก็ไม่รับสายเธอเลย วิญาดาโมโหมากที่มันตัดสายเธอทิ้ง อะไรจะขนาดนั้น เธอกดโทรหามันเป็นสิบสายมันก็ไม่รับ เธอก็เลยหยุดโทรหามัน มันคงจะตัดเธอกับว่านออกจากชีวิตไปแล้วละ ถ้าเป็นอย่างนี้ วิญาดาคิด ว่านรักไม่ยอมแพ้ บอกให้ทศวรรษโทรหาวรวิทย์ สรุปว่ามันก็ไม่รับสายไอ้เสือเหมือนกัน
“ไม่ใช่อย่างนั้น อาทิยต์หน้าพ่อจะให้กูไปเรียนต่อโทที่ลอนดอน”
“ห๊ะ!เรียนต่อ”
ทั้งสองสาวอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ
“ใช่”
“เรียนกี่ปีวะ”
ว่านรักเอ่ยถาม พร้อมกับวางแก้วน้ำที่กำลังจะดื่มลงบนโต๊ะทันที
“ห้าปีนี่แหละมั้ง กูก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“บินวันไหนบอกกูด้วยนะ กูจะไปส่งมึง”
“อืม”
ทศววรษตอบเพื่อนแล้วยิ้ม
“กูไปซื้อของก่อนนะ”
วิญาดาพูดจบก็เดินไปเอาถุงผ้าที่วางอยู่หน้าโทรทัศน์ไปด้วย
ส่วนว่านรักนั้นก็เข้าครัวไปทำอาหาร เพราะเมื่อเช้าเธอกับวิยังไม่ได้กินข้าวเลย ตอนนี้เธอหิวข้าวมาก สามสิบนาทีว่านรักก็ทำผัดกะเพราเสร็จ เธอเดินไปตักข้าวใส่จานทั้งสามจาน แล้วนำผัดกะเพราราดลง ไปบนจานข้าวที่ตักข้าวไว้แล้ว ทำเสร็จหมดทุกอย่างแล้ว ว่านรักก็เอาไปวางไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา ตรงที่ไอ้เสือนั่งอยู่ และเธอก็เดินไปเอาแก้ว กับกระป๋องเบียร์มาด้วยสามกระป๋อง
“น่ากินจังวะ”
ทศวรรษมองจานผัดกะเพราที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายด้วยความหิว กลิ่นของมันชั่งน่ากิน
“น่ากินก็กินเลย ไม่ต้องรอไอ้วิมันหรอก”
ทศวรรษได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นก็ลงมือกินข้าวทันที
“ไม่กินด้วยกันเหรอวะ”
ทศวรรษกินข้าวไปสามคำก็เอ่ยถามเพื่อน เมื่อเห็นว่านรักไม่กินข้าวสักทีนั่งเล่นแต่โทรศัพท์
“กิน รอกินพร้อมไอ้วิมันน่ะ มึงหิวก็กินก่อนเลย”
“อืม”
แอ๊ด
“มาแล้วของที่พวกมึงสั่ง”
วิญาดาร้องบอกเพื่อนตั้งแต่เปิดประเข้ามา มือข้างขวาเต็มไปด้วยถุงหูหิ้ว กับถุงผ้า ส่วนมืออีกข้างถือแก้วน้ำสองแก้วของยัยว่านและของเธอว่านรักเห็นก็รีบเดินเข้าไปช่วยเพื่อนถือของ
“มึงซื้ออะไรมาเยอะแยะวะเนี่ย”
ว่านรักวางของลงบนโต๊ะเสร็จก็เอ่ยถามทันที
“กูไปแวะซื้อพวกของสดแล้วก็ผักที่โลตัสมา กูขี้เกียจไปซื้ออีก ออกไปข้างนอกแล้วก็เลยซื้อมาเลย”
“ขนมมึงซื้ออะไรมาเยอะแยะวะ กินหมดไหมเนี่ย”
ทศวรรษเทถุงผ้าออกก็เห็นทั้งขนมขบเคี้ยวและลูกอม และพวกเวเฟอร์กรุบกรอบหลายซอง
รวมทั้งครัวซองค์และไส้กรอกที่เขาสั่งด้วย และของที่ยัยว่านสั่งด้วยเหมือนกัน
“หมดดิวะ มึงเลี้ยงทั้งทีก็ต้องจัดเต็มหน่อย ขี้เกียจไปซื้อหลายรอบก็เลยซื้อมาตุ๋นไว้ มึงก็รู้ว่ากูกับว่านชอบขนมเป็นชีวิตจิตใจ ใช่ไหมว่าน”
“ใช่”
ว่านรักเอาของสดกับผักไปเก็บในตู้เย็นแล้วมานั่งทานข้าวกับเพื่อน
“ไอ้เสือ มึงบอกแฟนมึงรึยัง ว่ามึงจะไปเรียนต่อต่างประเทศ”
“บอกแล้ว”
ทศวรรษตอบเพื่อนหน้าเซ็ง
“น้องเขาไม่ให้ไปใช่ไหม ทำหน้าแบบนี้”
“มึงรู้ได้ไงวิ”
“ก็มึงทำหน้าเซ็งที่กูถามถึงน้องเขา กูก็รู้ไง กูก็เข้าใจน้องลีน่านะ ที่ไม่อยากให้มึงไป กว่ามึงจะกลับมาก็ตั้งห้าปี ใครจะไปทนไหววะ รักแท้อาจแพ้ใกล้ชิดก็ได้นะเว้ย ระวังนะน้องเขาจะทิ้งมึงไปเพราะความห่างไกล”
“มึงพูดซะกูไม่อยากไปเลยวะ”
“มึงก็พูดให้มันกลัวเกินไป”
ว่านรักพูดขึ้นเมื่อได้ฟังที่ยัยวิพูด
“กูพูดจริง รักแท้แพ้ใกล้ชิดจริง ๆ นะมึง ถ้ามีใครมาจีบน้องเขานานวันเข้า น้องเขาก็อาจจะมีใจให้คนนั้นก็ได้นะ น้องเขาอาจจะรอไอ้เสือไม่ไหวแล้วก็ได้ ถ้าเป็นมึงมึงทนได้ไหมล่ะที่แฟนตัวเองไปเรียนต่อไกลถึงห้าปี”
“ก็ทั้งทนได้และไม่ได้นั้นแหละ แต่ถ้าน้องเขารักจริงต้องรอได้ดิวะ ถ้าน้องเขาใจไม่มั่นคงพอ คงเป็นอย่างที่มึงว่านั้นแหละ”
“มึงอยากไปเรียนไหมถามจริง ได้ยินพวกกูพูดแบบนี้แล้ว”
วิญาดาถามขึ้น เมื่อเห็นทศวรรษทำหน้าหนักใจ
“กูไม่อยากไปเรียนตั้งแต่แรกแล้ว พ่อกูอยากให้ไปเรียน ถ้ากูไม่ไปพ่อจะตัดกูออกจากกองมรดก กูไม่อยากไปเพราะไม่อยากห่างจากน้องลีน่า กูทนคิดถึงน้องเขาไม่ไหวแน่ตั้งห้าปี และกูก็กลัวอย่างที่มึงว่าด้วย มึงพูดแบบนี้ทำให้กูคิดมากกว่าเก่าอีก”
“กูขอโทษ กูก็แค่คิดเฉย ๆ มึงอย่าคิดมากไปน่า มึงไปก็ดีแล้วนิ จะได้พิสูจน์ด้วยว่า น้องเขารอมึงได้จริง ๆ อย่างที่ยัยว่านมันพูดไหม มึงจะได้รู้ไง ว่าน้องเขารักมึงจริง ๆ หรือแค่อยากได้เงินของมึงมากกว่า”
“ใช่ พวกกูแค่คิดเฉย ๆ”
“เอ่อกูไม่คิดมากแล้วได้ กิน ๆ”
ทศวรรษก็อยากรู้เหมือนกันว่าพริมาจะรอเขากลับมาเมืองไทยได้ไหม หรือเธอจะรอไม่ได้ และไปหาชายอื่น หรือไม่เธอก็ไม่ได้รักเขาตั้งแต่แรก แค่รักเงินของเขา
ครืน ครืน
“สวัสดีค่ะ ใช่คุณว่านรักไหมคะ”
“ใช่ค่ะ”
วิญาดากับทศวรรษมองว่านรักคุยโทรศัพท์ด้วยคาวมสนใจ
“ทางเราให้คุณกับคุณวิญาดามาสัมภาษณ์งานงานอาทิตย์หน้าที่ห้องประชุมนะคะ มาเช้าๆ หน่อยก็ดีค่ะ พอดีคนมาสัมภาษณ์งานเยอะน่ะคะ พวกคุณจะได้ไม่ต้องรอนาน”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
ว่านรักขอบคุณพนักงานบริษัทน้ำเสียงตื่นเต้น ใบหน้ามีรอยยิ้มดีใจ
“มึงคุยกับใครวะยิ้มหน้าบานเชียว”
“ไอ้เสือ เขาโทรมาให้กูกับยัยวิไปสัมภาษณ์งานอาทิตย์หน้า”
ว่านรักบอกเพื่อนแล้วอมยิ้มดีใจที่เธอกับเพื่อนจะได้งาน ไม่รู้หรอกว่าจะสัมภาษณ์งานผ่านไหม แค่เขาโทรมาเธอก็ดีใจมากแล้ว
“จริงเหรอวะยัยว่าน”
วิญาดาถามเพื่อนด้วยความดีใจ
“จริง เขาบอกว่ามีคนมาสัมภาษณ์เยอะอยู่ ให้พวกเราไปแต่เช้าจะไม่ได้รอสัมภาษณ์งานนาน”
“ดีใจด้วยนะมึง ว่าแต่เขาจะเอากี่คนวะ”
“สองคนเนี่ยแหละ ไม่รู้ว่ากูกับยัยวิจะผ่านไหม คนตั้งเยอะ กูกลัวเขาจะไม่เอาเด็กจบใหม่อย่างพวกกูวะ”
“กูว่ามึงต้องได้งานนี้แน่ พวกมึงสองคนเก่งจะตาย เชื่อกูสิ”
“พวกกูไปสมัครเป็นนักออกแบบภายในนะ มันไม่ตรงสายกับที่พวกกูเรียนมาเลยนะเว้ย”
“ทำไมมึงไปสมัครอันนั้นวะ”
“ก็เขารับแต่นักออกแบบไง พวกกูเลยลองไปสมัครดู เพื่อว่ามันจะฟลุค”
“ออ ไม่รู้แหละกูมั่นใจมากว่ามึงสองคนได้งานนี้แน่นอน”
“มึงเอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้นวะ”
วิญาดาถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ มันเอาอะไรมามั่นใจว่าเธอกับยัยว่านจะได้งานนี้ คนเก่ง ๆ และมีประสบการณ์มีตั้งเยอะ เธอกับว่านรักเป็นแค่เด็กจบใหม่ จะเอาอะไรไปสู้เขาได้ ดีไม่ดีแค่เห็นประวัติก็ไม่ผ่านแล้ว
“ไม่ได้เอาอะไรมามั่นใจหรอก กูแค่คิดว่ามึงต้องผ่านสัมภาษณ์ก็แค่นั้น กูเชื่อว่ามึงจะได้งานนี้อย่างแน่นอน”
ทศวรรษเชื่อว่าเพื่อนทั้งสองคนของเขานั้นต้องได้งานนี้อย่างแน่นอน เพราะทั้งสองคนเรียนเก่ง มีความเอาใส่ใจในงาน ไม่รู้เหมือนกันเขาเชื่ออย่างนั้น ก็เลยพูดมันออกมา
“กูก็ขอให้เป็นอย่างที่มึงพูดสาธุ”
ว่านรักพูดแล้วก็พนมมือยกขึ้นเหนือศรีษะ
“กูด้วย”
วันก่อนเธอกับวิญาดาลงไปซื้อของที่เซเว่น ซื้อของเสร็จพวกเธอก็ข้ามถนนกลับมา ยัยวิเหลือบไป
เห็นป้ายประกาศว่ารับสมัครงานตัวใหญ่สีแดงปะอยู่ที่ผนังร้านข้าวมันไก่ ตรงข้ามกับเซเว่นพอดี ก็เลยเข้าไปดู ในกระดาษเขียนไว้ว่า รับสมัครนักออกแบบภายในสองคน สมัครได้ที่บริษัทรชนนท์ แอนด์ดีไซน์ จำกัด หรือสมัครได้ทางอีเมลของบริษัทได้เลย พอเห็นปุ๊บว่านรักก็ถ่ายรูปเก็บไว้ปั๊บเธอทั้งสองเลือกสมัครไปทางอีเมล เพราะขี้เกียจเดินทางไปสมัคร อีกอย่างเธอก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับงานนี้ เพราะเธเรียนสาขาสถาปัตยกรรม แต่ที่เขาต้องการจริง ๆ น่ะคือคนที่เรียนด้านสถาปัตยกรรมภายใน เธอสมัครเฉย ๆ เพื่อมันได้ จะได้ไม่ต้องไปหางานอีก แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ว่านรักคิด