“กูอยากถามมึงว่ามึงคิดยังไงกับยัยว่าน”
วิญาดาเอ่ยถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ เธอจะได้เอาไปบอกเพื่อนถูก แต่ดูจากหน้าตอนที่ยัยว่านสารภาพรักกับวรวิทย์ เธอก็รู้แล้วว่ามันคิดยังไง แต่ก็อยากถามมันให้แน่เธอจะใจ
“มันมีแฟนแล้ว มันจะไปคิดอะไรยัยวิ มึงนี่ก็ถามแปลก”
ทศวรรษว่าให้เพื่อนสาวไม่จริงจังนัก
“กูรู้ แต่กูก็อยากรู้จากปากมึงไง มึงคิดยังไงกับว่าน เอาความจริงนะ”
วิญาดาบอกเพื่อนน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับตั้งใจฟังคำตอบของวรวิทย์
วรวิทย์มองหน้าเพื่อนสาวก่อนจะตอบ
“กูไม่ได้ชอบว่าน กูคิดกับมันแค่เพื่อน กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลย กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันแอบชอบกูอยู่ ตอนกูได้ยินที่มันพูดกูก็ตกใจ ไม่คิดว่ามันจะชอบกู”
วรวิทย์บอกความในใจให้เพื่อนฟัง เขาคิดกับว่านแค่เพื่อน
รัก,ชาย-หญิง,ไทย,เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ,วรวิทย์,รัก,ว่านรัก,ดลวัฒน์,วิญาดา,เพื่อนสนิท,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
“กูอยากถามมึงว่ามึงคิดยังไงกับยัยว่าน”
วิญาดาเอ่ยถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ เธอจะได้เอาไปบอกเพื่อนถูก แต่ดูจากหน้าตอนที่ยัยว่านสารภาพรักกับวรวิทย์ เธอก็รู้แล้วว่ามันคิดยังไง แต่ก็อยากถามมันให้แน่เธอจะใจ
“มันมีแฟนแล้ว มันจะไปคิดอะไรยัยวิ มึงนี่ก็ถามแปลก”
ทศวรรษว่าให้เพื่อนสาวไม่จริงจังนัก
“กูรู้ แต่กูก็อยากรู้จากปากมึงไง มึงคิดยังไงกับว่าน เอาความจริงนะ”
วิญาดาบอกเพื่อนน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับตั้งใจฟังคำตอบของวรวิทย์
วรวิทย์มองหน้าเพื่อนสาวก่อนจะตอบ
“กูไม่ได้ชอบว่าน กูคิดกับมันแค่เพื่อน กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลย กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันแอบชอบกูอยู่ ตอนกูได้ยินที่มันพูดกูก็ตกใจ ไม่คิดว่ามันจะชอบกู”
วรวิทย์บอกความในใจให้เพื่อนฟัง เขาคิดกับว่านแค่เพื่อน
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
ผ่านไปสามสิบนาที
คนที่บอกว่าจะไม่ดื่มก็ดื่มหมดไปแล้วหนึ่งขวด
“ว่านมึงเมามากแล้วนะเว้ย”
วิญาดาเห็นเพื่อนกำลังรินเบียร์ขวดที่สองใส่แก้ว เพราะตอนนี้ยัยว่านมันเมาจนหน้าแดงอย่างกับลูกมะเขือเทศสีแดงสุก
“กูม้ายได้เมาสักหน่อย”
บอกเพื่อนน้ำเสียงอ้อแอ้
“ไม่ได้เมายังไงเสียงมึงมันเปลี่ยนแล้วเนี่ย”
“ม้ายได้เมา”
ว่านรักบอกเพื่อนน้ำเสียงยานคาง พร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด
ฟุ่บ
ว่านรักหลับคาหน้าเตาหมูกระทะ
“มึงดูเพื่อนมึงสิ เมาแล้วไม่ยอมรับ”
วิญาดาหันมาบอกเพื่อนชายทุกคน
“เอาเถอะน่า ให้มันดื่มไปเถอะ เรามาฉลองกันนะ เมานิดเมาหน่อยไม่เป็นไรหรอก”
“มึงนั้นแหละที่บอกมันว่ากินหมูกระทะกับเบียร์มันอร่อย มันเลยเชื่อมึง ดื่มจนติดใจ แล้วก็เมาแบบนี้ มึงต้องอุ้มว่านกลับคอนโด”
วิญาดาว่าให้เพื่อนด้วยความหงุดหงิดที่ทำให้ว่านรักเมาจนหลับคาโต๊ะแบบนี้
“ว่านดื่มเองมึงจะไปว่าให้ไอ้เสือทำไม มันไม่ได้ผิดสักหน่อย”
วิญาดาหันขวับไปมองหน้าดลวัฒน์ด้วยสายตาจิกกัด อย่างไม่พอใจในคำพูดของเพื่อน
ดลวัฒน์เห็นอย่างนั้นก็สงบปากสงบคำไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย ไม่ใช่เพราะกลัวยัยวิ แต่เพราะไม่อยากจะมีเรื่องกับมันต่างหาก
“มึงจะบ้าเหรอ ตัวมันหนักอย่างกับช้าง จะให้กูอุ้มมันขึ้นรถได้ไง หลังกูได้หักกันพอดี”
แค่คิดภาพทศวรรษ ก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา
“ไม่บ้าหรอกก็มึงทำมันเมา มึงต้องรับผิดชอบ”
วิญาดาบอกเพื่อนเสียงแข็ง ไหนยัยว่านบอกเธอว่าไม่ดื่มไง ทำไมมันถึงได้เมามากขนาดนี้ วิญาดาคิดในใจ
“ก็ได้”
ทศวรรษตอบให้มันจบ ๆ ไป ส่วนเรื่องที่เขาจะอุ้ม หรือไม่อุ้มเพื่อนสาวขึ้นรถนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
“ฮือ ๆ ฮือ ๆ”
ว่านรักก้มหน้าร้องไห้ออกมาเสียงดัง สักพัก
ก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลออกมาเป็นสาย พอว่านรักเมา ความรู้สึกที่มีก็แสดงออกมา
ทุกคนที่นั่งอยู่หันมามองว่านรักด้วยความตกใจ ที่อยู่ ๆ คนที่เมาหลับไปแล้วก็ร้องไห้ออกมา
“เฮ้ย! ว่านมึงเป็นไรวะ”
ทศวรรษที่นั่งใกล้กับว่านรักเอ่ยถามเพื่อนสาวขึ้นด้วยความตกใจ
“กู อยากให้มึงรู้ไว้ ว่ากูเจ็บปวดแค่ไหน ฮือ ๆ”
ว่านรักพูดขึ้น แล้วก็เอามือเช็ดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ
“มันพูดกับใครวะ”
ดลวัฒน์พูดขึ้นด้วยความสงสัย
“กูไม่รู้”
วรวิทย์ตอบ
“เจ็บทุกครั้งที่เห็นมึงไปกับน้องเขา กูเจ็บทุกครั้งที่มึงโทรหาเขา มึงรู้ไหมกูต้องแกล้งทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไร แต่ในใจกูเสียใจมาก มากเสียจนกูอยากตัดใจจากมึง แต่กูทำไม่ได้ เพราะกูรักมึง กูรู้ว่ามึงมีแฟนแล้ว แต่หัวใจกูก็หยุดรักมึงไม่ได้เลย กูต้องเก็บไว้คนเดียวไม่กล้าบอกใคร กูอยากบอกให้มึงรู้ไว้ ว่ากูรักมึงนะวิทย์”
“ยัยว่าน!”
วิญาดาร้องออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าว่านรักจะพูดความในใจให้วรวิทย์ได้รู้แบบนี้ ที่สำคัญมันเป็นวันฉลองเรียนจบด้วย ไม่รู้ว่าไอ้วิทย์มันคิดยังไง ที่ยัยว่าน
สภาพรักออกมาแบบนี้ ดูหน้ามันแล้วคงตกใจไม่น้อย กับสิ่งที่ได้ยิน มันคงช็อคมาก
เพราะความเมาทำให้ว่านรักกล้าที่จะพูดความในใจออกไปโดยไม่ได้คิดให้ดีก่อน
พูดจบว่านรักก็สลบไปเหมือนเดิม
ทิ้งให้ทุกคนตกใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา โดยเฉพาะวรวิทย์นั้นตกใจมากกว่าใครเพื่อน เขาไม่เคยคิดเลยว่าว่านจะแอบชอบเขา และเขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าเธอคิดเกินเพื่อนกับเขา เธอชอบเขาตอนไหน ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ และว่านชอบเขาตรงไหน
วรวิทย์มีคำถามมากมายที่อยากจะถามอยู่ในหัว แต่ตอนนี้เธอเมาหลับไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ที่ผ่านเธอไม่เห็นแสดงออกว่ารักเขามากมาย หรือเขาไม่เคยสนใจเธออย่างที่ไอ้เสือมันพูด เขาก็เลยไม่รู้เรื่องอะไร
ตอนที่ 38
ค่าเฟที่พัทยา
16:00
“พี่วิทย์คะ ถ่ายรูปให้เดือนหน่อยคะ”
บอกแฟนหนุ่มแล้วเธอก็กดเข้าไปในแอปกล้อง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นพี่วิทย์ยังมองไปที่หน้าร้านเหมือนเดิม เหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอพูดเลย
“พี่วิทย์ค่ะ พี่วิทย์!”
“อะไรครับ”
“พี่วิทย์เป็นอะไร คะ เดือนเรียกตั้งหลายครั้งพี่ก็ไม่ได้ยิน มีเรื่องกลุ้มใจอะไรอยู่เหรอคะ บอกเดือนได้นะ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่ก็แค่คิดอะไรเพลิน ๆ”
“ค่ะ พี่ถ่ายรูปให้เดือนหน่อยสิคะ”
“มาเดี๋ยวพี่ถ่ายให้”
วรวิทย์พูดแล้วก็ยื่นมือไปรับโทรศัพท์จากมือของเธอ
สุภาวดีถือแก้วกาแฟไว้ใกล้ ๆ กับแก้ม และทำตาข้างหนึ่งปิดไว้ ส่วนอีกข้างก็ลืมตา แล้วยิ้มให้กล้องอย่างน่ารัก
แชะ
พอแฟนหนุ่มกดถ่ายแล้ว สุภาวดีก็เปลี่ยนทางโพสต์ไปเรื่อย ๆ
จนวรวิทย์เริ่มเหนื่อย
“พอรึยังครับ พี่ปวดแขนแล้วนะ”
“ยังค่ะ เรายังไม่ได้เซลฟี่กันเลยนะคะ”
สุภาวดีเอาหน้าเขาไปติดกับแก้มของแฟนหนุ่มเพื่อถ่ายเซลฟี่กัน แต่ยังไม่ทันได้ถ่ายเพราะวรวิทย์นั้นไม่ยิ้มให้กล้อง หน้าตาก็ไม่แจ่มใส เหมือนพี่เขาไม่อยากถ่ายรูปกับเธอ
“ยิ้มหน่อยสิคะพี่วิทย์ วันนี้เป็นวันดีนะค่ะ หรือว่าพี่วิทย์ไม่อย่าถ่ายรูปกับเดือน”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”
วรวิทย์รีบปฏิเสธทันที กลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดเขา เขาก็ไม่มีอารมณ์จะถ่ายรูปกับเธอเท่านั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่สุภาวดีว่าเลยสักนิด
“แล้วมันยังไงล่ะค่ะ”
“ก็…พี่อยากถ่ายรูปกับเดือนเยอะ ๆ เลยยังไงล่ะครับ”
“เหรอค่ะ พี่วิทย์ปากหวานที่สุดเลย”
สุภาวดีพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับเอามือขึ้นไปดึงแก้มของแฟนหนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว
แล้วทั้งสองคนก็ถามรูปคู่ไปหลายรูป
สุภาวดีเอาโทรศัพท์มาดูรูป
ที่แฟนหนุ่มถ่ายให้
“พี่วิทย์ถ่ายรูปให้เดือนสวยจัง รูปนี้ก็สวย”
สุภาวดีพูดกับตัวเอง
“เดือนโพสต์ลงเฟสนะค่ะ”
บอกแฟนหนุ่มโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา
“ครับ”
Rrrrrrr
“ฮะโลครับพ่อ”
“ลูกอยู่ไหนฉลองกับเพื่อนเสร็จรึยัง พ่อกับแม่และยายว่าจะไปกินข้าวข้างนอกนะ พรุ่งนี้พ่อจะกลับแต่เช้าเลย ลูกอยากอยู่เที่ยวที่นี่ก่อนไหม หรือว่าจะกลับบ้านพร้อมพ่อ”
“ผมฉลองกับเพื่อนเสร็จแล้วครับ ตอนนี้วิทย์อยู่แถวพัทยากับแฟน ผมกลับพร้อมพ่อนะครับ”
วรวิทย์บอกพ่อกับแม่แล้ว ว่าเขามีแฟน พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
ครอบครัวของวรวิทย์มางานรับปริญญาของเขา และนอนค้างที่
โรงแรมแค่คืนเดียว โรงแรมที่ครอบครัวของวรวิทย์น้้นพักอยู่ใกล้กับหอพักของเขาเลย
ส่วนครอบของดลวัฒน์นั้นก็พักที่โรงแรมเดียวกัน เพราะทั้งสองครอบครัวนั้นสนิทกันมาก เพราะพ่อกับแม่ของเขา เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแม่ไอ้ดล
“อืม แค่นี้นะพ่อจะขับรถออกไปแล้ว”
“ครับ”
“ใครโทรมาเหรอคะพี่วิทย์”
“พ่อพี่น่ะ พรุ่งนี้พี่จะกลับบ้านแล้ว”
“เดือนไม่อยากห่างพี่ไปไหนเลย ไม่ไปได้ไหมคะ พี่ทำงานอยู่ที่นี่ไม่ได้เหรอเดือนคงคิดถึงพี่วิทย์มาก”
สุภาวดีพูดด้วยท่าทางเศร้า ๆ
“คิดถึงพี่ก็โทรมาหาสิครับ เปิดกล้องโทรหากันก็ได้”
วรวิทย์พูดพร้อมกับเอามือลูบหัวแฟนสาวอย่างรักใคร่ เขาก็ไม่อยากห่างแฟนสาวไปเหมือนกัน ไม่มีเธออยู่ข้าง ๆ เขาคงคิดถึงเธอมาก แต่จะทำยังไงได้ พ่ออยากให้เขากลับไปทำงานที่บ้าน
“แต่มันไม่เหมือนจริงนิค่ะ กอดพี่วิทย์ก็ไม่ได้ สัมผัสก็ไม่ได้ ได้ยินแต่เสียง กับหน้าตาพี่เท่านั้น”
บอกวรวิทย์ด้วยน้ำเสียงเศร้า
“พ่อพี่อยากให้พี่ไปทำงานที่บ้าน เดือนเข้าใจพี่นะ วันไหนพี่ว่าง พี่จะมาหา โอเคไหม อย่างอนพี่เลยนะครับคนดี เดี๋ยวพี่พาไปกินชาบู”
วรวิทย์บอกแฟนสาวน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอาของกินมาล้อเดือนเหรอคะ”
“พี่ไม่ได้เอามาล่อ แต่พี่อยากจะกินข้าวกับเดือน ถ้าพี่กลับบ้านไปแล้ว พี่จะไม่ได้กินข้าวกับน้องอีก”
“โธ่ พี่วิทย์ไปกินข้าวกันคะ เดือนหิวแล้ว”
สุภาวดีพูดเสร็จก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายเตรียมตัวจะลุกขึ้นยืน
“อย่าเพิ่งไปครับ”
วรวิทย์จับแขนเธอลั้งเอาไว้ให้นั่งลงเหมือนเดิม
“อะไรอีกคะ”
“เดือนลืมอะไรไปรึเปล่า”
วรวิทย์ถามแฟนสาวยิ้ม ๆ
“ลืมอะไรคะ”
สุภาวดีขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
“ก็ของขวัญวันเรียนจบของพี่ไงครับ ลืมแล้วเหรอ”
“นี่ไงค่ะ ของขวัญจากเดือน”
พูดจบ สุภาวดีก็ก้มหน้าลงไปหอมแก้มทั้งสองข้างของเขาฟอดใหญ่
วรวิทย์อมยิ้มด้วยความดีใจ ที่น้องเดือนหอมแก้มเขา เธอทำให้เขามีอารมณ์ ปกติเธอไม่เคยทำแบบนี้กับเขาเลยตั้งแต่คบกันมา นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้
“พี่ขอมากกว่านี้ได้ไหมครับ”
วรวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงอ้อน ๆ พร้อมกับทำหน้าตาสงสารใส่สุภาวดี ให้เธอเห็นใจ เขาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยสักครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เขาอยากได้มากกว่าการหอมแก้ม
“ไม่ได้ค่ะ หนูบอกพี่ไปแล้วไงค่ะ”
สุภาวดีบอกเขาน้ำเสียงหนักแน่น เธอเคยบอกเขาไปแล้ว ว่าเธอจะยอมก็ต่อเมื่อเธอได้แต่งงาน และเข้าหอกับเขาแล้วเท่านั้น เธอถึงจะยอม สุภาวดีอยากดูพี่วิทย์ไปนาน ๆ ก่อนว่าถ้าถึงวันนั้นเราจะยังรักกันอยู่ไหม หรือพี่วิทย์จะออกนอกลู่นอกทางไปเสียก่อน
“นะ นะ น้องเดือนให้พี่เธอเถอะ พี่ก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะ”
วรวิทย์พูดอ้อนแฟนสาวเสียงหวาน
“ไม่ก็คือไม่ค่ะ ถ้าพี่อยากนักพี่ก็ไปทำกับคนอื่น ถ้าพี่ไป เราเลิกกัน”
เธอพูดด้วยความโมโห แล้วเดินจากร้านไป โดยไม่รอวรวิทย์เลย
“น้องเดือนพี่ขอโทษ รอพี่ด้วยครับ”
วรวิทย์พูดไล่หลังแฟนสาว และเดินตามเธอออกจากร้านไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
08:30
ว่านรักลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาที่ใบหน้า
เธอเอามือข้างหนึ่งจับหน้าผาก เธอรู้สึกมึน ๆ และปวดหัว ว่านรักนอนสักพัก ก็ลุกขึ้นไปล้างหน้า และอาบน้ำให้สดชื่น จะได้สร่างเมา
พอเปิดประตูห้องน้ำออกมายัยวิก็ยังไม่ตื่นเลย เธอเดินผ่านเตียงนอนและเดินออกไปจากห้อง เพื่อไปทำกับข้าวในห้องครัว ว่านรักหยิบไข่ออกมาหกฟอง และต้นหอม กับแครท และเนื้อหมู กับเต้าหู ผักชี วุ้นเส้นเพื่อทำไข่ตุ๋น และแกงจืดพอทำอาหารทุกอย่างเสร็จ ว่านรักก็เดินไปล้างมือที่ซิงค์ล้างจาน
“ทำอะไรอะ หอมจัง”
วิญาดาที่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเพื่อนอยู่ที่เตียงนอนแล้ว ก็เลยเดินออกมาดู ได้กลิ่นกับข้าวหอม ๆ โชยมาเตะจมูก เธอเลยเดินไปดู
ก็เห็นว่านรักกำลังล้างมืออยู่ เธอหันไปมอง
หม้อที่ตั้งอยู่บนเตาแก๊สกำลังไม่รู้ว่าว่านต้มอะไรไว้ กลิ่นหอมมาก จนทำให้เธอหิวข้าวขึ้นมา
“ทำแกงจืด กับไข่ตุ๋นนะ”
“ออ”
“เมื่อคืนกูกลับมาได้ยังไงเหรอ”
ล้างมือเสร็จว่านรักก็หันหน้ามาถามเพื่อน ด้วยความสงสัย เมื่อคืนเธอจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่ว่ากินเหล้าแล้วก็เมาหลับไปเลย
“เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง ไปอาบน้ำก่อน”
พูดจบวิญาดาก็เดินออกไปจากห้องครัวทันที
ว่านรักตักกับข้าวใส่จานและเอาไปวางไว้บนโต๊ะอาหารรอเพื่อนมากินด้วยกัน