ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) - 16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน

รายละเอียด

 องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°

อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน

เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว

ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต

°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°

มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)

มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-1 จิ้งจอกไม่จำชาติแต่สายเลือดจำกลิ่น, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-2 ระยะห่างระหว่างเราที่ไม่มีชื่อ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-3 หลงเฉิงเมืองที่โคมทุกดวงมีเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-4 วิญญาณที่ไม่ดับสูญ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-5 จิ้งเหมียนเก๋อ การชำระครั้งสุดท้าย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-7 กระจกสะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-9 เงามืดสองชั้นแห่งความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-11 คนที่มาในใบหน้าเก่าและคนที่เลือกในชาตินี้, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-12 บทที่12 ความเจ็บปวดทำลายได้แค่คนที่ยังจมกับมัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-14 บทที่14 ประกายเสียงเดียวในห้วงมรณะ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-17 บ้านที่มีรอยเท้าปรากฏ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-18 คำทำนายที่ต้องการสองคนในการอ่าน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-19 วิญญาณในทะเลสาบหยกขาว, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-20 สถูป(คู่)หวนชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-21 คำสาปที่ถักทอจากความเจ็บปวด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-22 คำสาปคือความงดงามแห่งโชคชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-23 จดหมายที่ถามว่าตัวเองคือใคร, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-24 สมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-25 ทุ่งอาทิตย์ดับในแสงดาวและความเงียบ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-26 วันที่แสงดี และสิ่งที่พูดในสวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-27 วันที่แสงดี เดือนมีจังหวะ และชีวิตที่ดำเนินอยู่, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-28 เงาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแสงสว่าง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-29 ชิงหวานเมืองวิญญาณสองใจ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-30 บทเพลงแห่งวิญญาณที่หลงทาง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-31 ภูมิวิญญาณกระจกเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-32 คำสาปจากวิญญาณที่แตกสลาย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-33 ใจที่ต้องการลบการมีอยู่ของจิตวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-34 หวูหมิงจือเหมินประตูสู่สิ่งที่ไม่ควรปิด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-35 ในวันที่บางความจำหล่นหาย (ตำหนักเมฆาหล่น), องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-36 วัฏจักการดูดซับหวูเซิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-37 กระดาษที่เขียนด้วยมือคนตาย , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-38 หัวใจที่เรียกหาและรอการกลับมา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-39 เสียงที่ไม่เคยได้ยินแต่หัวใจจดจำ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-40 เหตุผลที่ข้าไม่หลงทางคือเจ้า, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-41 'กู่เหรินเซียน' เจ้าแห่งกระดูก, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-42 เสียงเพรียกของวิญญาณที่เฝ้ารอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-43 คำตัดสินนั้นทิ้งร่องรอยไว้เสมอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-44 ‘ฉีหลิน’ผู้พิพากษาวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-45 นามคือหนึ่งในเวทย์สะกดที่สั้นที่สุด

เนื้อหา

16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน

"เสียงสวดของคนที่ตายแล้ว ดังกว่าเสียงของคนที่ยังมีชีวิต และมันไม่มีวันหยุด"

ว่ากันว่า "พระคัมภีร์ที่ยาวที่สุด ไม่ใช่ที่มีตัวอักษรมากที่สุดแต่คือที่สวดมาทั้งชีวิต แล้วยังสวดไม่จบ

ไม่ใช่เพราะยาว แต่เพราะทุกครั้งที่สวดกำลังรอคำตอบหนึ่งคำ และคำตอบนั้น ไม่เคยมา

ตายแล้วเขายังรอ ยังสวดยังมองไปที่ทิศที่ คำตอบควรจะเข้ามาทางหน้าต่าง หน้าต่างเปิดอยู่ลมเข้ามา แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วัดร้างบนเนินเขา....

วัดที่ไม่มีชื่อบนเนินเขาทิศใต้นั้นสร้างจากหินในแบบที่บอกว่าเก่ามาก หลังคาพังลงบางส่วน ผนังบางด้านแตกร้าว ต้นไม้เล็กงอกขึ้นมาในลานวัดในแบบที่บอกว่าไม่มีคนดูแลมานานมาก

แต่ประตูวัดนั้นยังอยู่ ไม้หนักที่ผุบ้างแต่ยังปิดอยู่ในแบบที่ปิดเมื่อคนสุดท้ายออกไป

"ไม่มีพระหรือผู้ดูแลมาหลายสิบปี" จางเว่ยพูดมองรอบ ๆ "แต่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างยังอยู่ที่นี่"

"วัดที่เก่าและมีคนทำพิธีกรรมซ้ำ ๆ มาหลายร้อยปีนั้นสะสมพลังงานพิธีกรรมไว้" อี้เหยียนอธิบาย "แม้จะร้างไปนานแล้ว พลังงานนั้นยังอยู่ในหิน ในไม้ ในอากาศของสถานที่"

"และสำนักเมฆาดำทำอะไรกับพลังงานนั้น?" หลี่เซียนถาม

"ข้าต้องเข้าไปดูก่อน"

อี้เหยียนเปิดประตูวัดอย่างช้า ๆ

ภายในวัดร้าง.......

ภายในวัดนั้นมืดกว่าภายนอก หลังคาที่เหลืออยู่กันแสงออกไปส่วนใหญ่ แสงเข้ามาจากรูที่หลังคาพังและจากหน้าต่างที่ไม่มีกระดาษปิดอีกต่อไป

แท่นบูชากลางวัดยังอยู่ แม้จะชำรุดในหลายจุด รูปเคารพบนแท่นนั้นเก่าและผุแต่ยังจำได้ว่าคือใคร

และในอากาศของวัดร้างนั้น

มีบางอย่างที่หนัก ไม่ใช่หนักจากอันตราย แต่หนักจากการสะสม เหมือนห้องที่ปิดมานาน อากาศที่ยังอยู่ในนั้นมีน้ำหนักของทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนั้นมาตลอด

"มีวิญญาณที่นี่" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

ทุกคนตึงตัวเล็กน้อย

"ไม่ใช่วิญญาณที่เป็นอันตราย" อี้เหยียนพูดต่อ "เป็นวิญญาณของพระที่อยู่ที่นี่มาตลอดชีวิต สะสมพลังงานพิธีกรรมมานานจนเมื่อตายไปแล้วบางส่วนยังค้างอยู่ที่นี่"

"วิญญาณที่ค้างอยู่เพราะผูกพันกับสถานที่" จางเว่ยพูด

"ใช่" อี้เหยียนพูด "และสำนักเมฆาดำใช้การที่วิญญาณเหล่านั้นยังสวดมนต์อยู่โดยไม่มีหยุด สวดซ้ำรูปแบบที่พวกเขาทำตลอดชีวิต เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่ต้องดูแล"

"ต้องส่งวิญญาณเหล่านั้นออกไปก่อน" เทียนจวินพูด

"ก่อน" อี้เหยียนยืนยัน

อี้เหยียนเดินเข้าไปกลางวัด ยืนต่อหน้าแท่นบูชา มองรูปเคารพที่เก่าแล้ว

"วิญญาณของท่านทั้งหลายที่ยังอยู่ที่นี่" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบในแบบที่เขาพูดกับสิ่งที่ต้องได้ยิน "ท่านทำพิธีกรรมที่นี่มาตลอดชีวิต ท่านสร้างสิ่งที่ดีในสถานที่นี้ แต่ตอนนี้สิ่งที่ท่านสร้างถูกใช้ในแบบที่ท่านไม่เคยตั้งใจ ท่านสามารถปล่อยวางได้แล้ว สิ่งที่ท่านสร้างนั้นดีในตัวมันเอง ไม่ต้องการการรักษาจากท่านอีกต่อไป"

เมียวกิส่งเสียงร้องเบา ๆ แสงทองจากสถูปในมือของเขาออกมาเป็นวงกลมอ่อน ๆ รอบตัวอี้เหยียน ไม่ใช่เพื่อต่อสู้ แต่เพื่อเชื้อเชิญ

พลังงานในวัดนั้นขยับ ในแบบที่ขยับเมื่อบางอย่างเริ่มเคลื่อนไหวหลังจากนิ่งอยู่นาน

แสงขาวจางเริ่มปรากฏขึ้น ไม่ใช่แสงเดียว แต่หลายจุด กระจายอยู่รอบวัด

วิญญาณของพระเก่าที่ค้างอยู่ที่นี่มาตลอด ค่อย ๆ เคลื่อนออกมาจากมุมและซอกของวัดร้าง แสงขาวจางที่สั่นในแบบที่บอกว่ารับรู้สิ่งที่อี้เหยียนพูด

ทีละดวง ทีละดวง ผ่านสถูปออกไปในทิศทางที่ถูกต้อง

สิบสี่ดวง ในเวลาหนึ่งถ้วยชา

เมื่อดวงสุดท้ายผ่านออกไปในแสงทอง วัดร้างนั้นเปลี่ยนไป ความหนักที่อยู่ในอากาศหายออกไป เป็นความว่างเปล่าที่เบาในแบบที่ต่างจากก่อน

"วิญญาณออกไปแล้ว" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ตอนนี้จัดการกับส่วนที่สำนักเมฆาดำเพิ่มเข้ามา"

การต่อสู้ในวัดร้าง.....

แต่ก่อนที่อี้เหยียนจะทำต่อ เสียงเท้าบนหลังคาวัด ไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงสัตว์

"รู้ว่าเรามา" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง ดาบออกจากฝัก

คนสามคนกระโดดลงมาจากรูที่หลังคาพัง คนในชุดเทาที่อี้เหยียนเคยเจอมาก่อน

ไม่มาก แต่ในวัดร้างที่แคบ จำนวนไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสมอ

เทียนจวินพุ่งเข้าหาคนแรก ดาบสีขาวในแสงที่กรองลงมาจากหลังคา

หลี่เซียนแส้ฟ้าสะบัดสองครั้ง ผลักคนที่สองออกไปจากแนวที่จะเข้ามาหาอี้เหยียน

คนที่สามพุ่งมาที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อโดยตรง ในแบบที่บอกว่าพวกเขารู้ว่าเขาคือใคร

เสี่ยวอวิ๋นจื่อไม่ถอย ส่งพลังงานสีเทาเข้มออกมาสายเดียว แม่นยำ ตรงเข้าที่จุดพลังงานที่เขารู้ว่าอยู่ที่ไหนในร่างกายของนักรบของสำนักเมฆาดำ เพราะเขาเคยฝึกร่วมกับพวกเขา

คนนั้นหยุดนิ่งสักวินาที ซึ่งพอให้ลูกศิษย์สำนักคนหนึ่งผลักเขาออกไปได้

แต่จากด้านหลังวัด เสียงผนังหินพัง

อีกสี่คนเจาะผนังเข้ามา

ในวัดร้างที่แคบ การต่อสู้กลายเป็นการต่อสู้ระยะประชิดที่ไม่มีพื้นที่สำหรับพลังงานขนาดใหญ่

อี้เหยียนใช้สถูปในแบบที่เฉพาะ ส่งแสงทองออกมาเป็นสายเล็ก ๆ หลายสายพร้อมกัน แต่ละสายล็อคพลังงานของคนในชุดเทาทีละคน ไม่ทำร้าย แต่ทำให้พลังงานของพวกเขาไม่ทำงาน

เมียวกิเรียกภูติพิทักษ์สองดวงมา แสงสีเขียวล้อมรอบวัดสร้างแนวป้องกันไม่ให้มีคนเพิ่มเข้ามาอีก

เทียนจวินจัดการในวัดที่แคบด้วยท่าที่ปรับให้เหมาะกับพื้นที่ ไม่มีท่าที่กว้าง แค่ท่าที่แม่น ทุกท่ามีจุดหมาย ทุกก้าวคำนวณ

ครึ่งถ้วยชา

คนในชุดเทาเจ็ดคนล้มลงในลักษณะต่าง ๆ ไม่มีใครเสียชีวิต แต่ไม่มีใครลุกขึ้นสู้ต่อ

"เสร็จ" เทียนจวินพูดเสียงเงียบ ดาบกลับเข้าฝัก

"เสร็จส่วนนี้" อี้เหยียนแก้ แล้วก็หันกลับไปที่แท่นบูชา "ยังมีส่วนของสำนักเมฆาดำที่ต้องจัดการ"

การชำระวัดร้าง........

สิ่งที่สำนักเมฆาดำติดตั้งในวัดนั้นซับซ้อนกว่าที่อื่น ไม่ใช่หินหรือแผ่นหิน แต่เป็นพลังงานที่ถักทอเข้าไปในรูปแบบของผนังวัดในแบบที่ยากจะแยกออกว่าตรงไหนเป็นพลังงานดั้งเดิมของวัดและตรงไหนเป็นสิ่งที่เพิ่มมา

อี้เหยียนใช้เวลาสามสิบนาทีในการอ่านรูปแบบก่อน

จางเว่ยช่วยอ่านจากคัมภีร์เก่าที่เขาพกมาซึ่งมีการบันทึกเรื่องพลังงานพิธีกรรม

เสี่ยวอวิ๋นจื่ออธิบายรูปแบบที่เขารู้จักจากสำนักเมฆาดำ

และเทียนจวินยืนข้างๆ ส่งพลังงานเสริมในแบบที่อี้เหยียนต้องการ ช้า ๆ สม่ำเสมอ ให้เขามีพลังงานพอสำหรับงานที่ละเอียด

การชำระใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเศษ

เมื่อเสร็จ วัดร้างนั้นเป็นแค่วัดร้างธรรมดา ไม่มีพลังงานที่ทำงานอยู่ ไม่มีเสียงสวดมนต์ที่ไม่มีคนสวด แค่หินเก่าและไม้เก่าและความเงียบของสถานที่ที่เคยศักดิ์สิทธิ์แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไป

"สวยในแบบของมัน" จางเว่ยพูดเสียงเบา มองรอบ ๆ

"วัดร้างที่ไม่มีอะไรซ่อน" อี้เหยียนพูด "ใช่ สวยในแบบนั้น"

ระหว่างทางกลับ สิ่งที่พูดในแสงเย็น.....

เส้นทางกลับจากวัดร้าง แสงบ่ายแก่ที่เริ่มสีทอง

อี้เหยียนและเทียนจวินเดินนำหน้าคณะในระยะที่เป็นธรรมชาติ ทั้งสองเดินในความเงียบมาสักพักแล้ว

"เจ้ายังคิดเรื่องส่วนที่ขาดหายอยู่" เขาพูดเสียงเบา สังเกตเห็นสิ่งที่เขาสังเกตเสมอ

"คิด" อี้เหยียนพูดตรง "และยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อบอกนั้นอธิบายบางอย่างที่ข้าไม่มีคำพูดมาตลอด"

"อะไร?"

อี้เหยียนมองเส้นทางข้างหน้า แสงทองของบ่ายแก่ที่ทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นกว่าความจริง

"พลังงานของเจ้านั้นเข้ากับสถูปในแบบที่ไม่ควรเข้าถ้าเจ้าแค่เป็นผู้ช่วย" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ในทุกครั้งที่เจ้าส่งพลังงานให้ข้า สถูปไม่แค่ใช้มัน มันรับรู้มัน ในแบบที่รับรู้สิ่งที่คุ้นเคย"

"เหมือนจำได้" เขาพูดเสียงเบา

"เหมือนจำได้" อี้เหยียนพูดซ้ำ

ทั้งสองเดินต่อไปสักพัก

"ถ้าส่วนที่ขาดหายนั้นเป็นพลังงานของการเลือกที่เจ้าสะสมมาทุกชาติ" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "มันหมายความว่าสถูปนั้นไม่ได้แค่รอผู้ถือ มันรอทั้งสองคน"

เทียนจวินเดินต่อไปสักก้าว แล้วก็หยุด หันมามองอี้เหยียน

"ทั้งสองคน" เขาพูดซ้ำ เสียงนั้นเงียบในแบบที่คนพูดซ้ำเมื่อพวกเขารับสิ่งที่ได้ยิน

"ข้าไม่แน่ใจ" อี้เหยียนพูดตรง "มันเป็นแค่สิ่งที่ข้าคิดจากสิ่งที่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ยังไม่ใช่ข้อสรุป"

"แต่เจ้ารู้สึกว่ามันถูกต้อง" เขาพูด 

อี้เหยียนมองเขาในแสงทองของบ่ายแก่

"รู้สึกว่ามันถูกต้อง" อ้เหยียนพูดยืนยัน

เขายืนอยู่กับสิ่งที่อี้เหยียนพูดสักพัก มองอี้เหยียนในแสงบ่ายที่ทำให้ดวงตาสีทองของอี้เหยียนสว่างขึ้นกว่าปกติ

"ถ้ามันถูกต้อง" เขาพูดเสียงเบา "มันหมายความว่าข้าตามเจ้ามาในแต่ละชาติไม่ใช่แค่เพราะเลือก มันหมายความว่าการเลือกนั้นเองสร้างบางอย่างขึ้นมา"

"บางอย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้สถูปสมบูรณ์" อี้เหยียนพูดต่อ

"งดงามมาก" เขาพูดเสียงเบา มุมปากของเขาขยับขึ้นในแบบที่อบอุ่น

อี้เหยียนมองเขาสักพัก

"เจ้าพูดว่างดงามในแบบที่ไม่ใช่แค่ออกความเห็น" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

"ข้าหมายความตามนั้น" เขาพูดตรง "สวยในแบบที่ทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งที่ผ่านมานั้นมีความหมายในแบบที่ใหญ่กว่าที่คิด"

อี้เหยียนมองออกไปที่เส้นทางข้างหน้าสักพัก

"ข้าก็รู้สึกแบบนั้น" อี้เหยียนพูดเสียงเบา

คณะที่เดินตามมาข้างหลังให้ระยะห่างในแบบที่รู้ว่าควรให้ระยะในตอนนั้น

ตำหนักเมฆาหล่นในแสงเย็น และสิ่งที่จะตามมา...

ตำหนักเมฆาหล่นในแสงเย็นของบ่ายที่สาม

คณะกลับมาถึงก่อนพลบค่ำ ทุกคนเข้าไปในตำหนักในแบบที่กลับบ้าน เสียงประตูเปิด เสียงเท้าบนพื้นไม้ เสียงของตำหนักที่มีคนอยู่

อี้เหยียนเดินตรงไปที่สวนสมุนไพร นั่งลงที่หินก้อนเดิม ถือสถูปในมือซ้าย มองออกไปที่ต้นไม้ที่ตัวเองปลูก

เมียวกิลงมาเกาะที่ไหล่ซ้าย หัวมันพิงแก้มของเขาเบา ๆ ในแบบที่มันทำเมื่อมันพอใจกับบางอย่างที่ผ่านมา

อี้เหยียนปล่อยสถูปเรืองทองเบา ๆ อ่านพลังงานในมัน ในแบบที่เขาอ่านทุกวันแต่คราวนี้อ่านในแบบที่ต่างออกไป อ่านหาส่วนที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีอยู่

สถูปในมือของเขา

มันออกมาเป็นแสงทองในแบบที่คุ้นเคย แต่ถ้าเขาอ่านลึกลงไป ในส่วนที่ลึกกว่าชั้นปกติ มีบางอย่างที่คล้ายกับช่องว่าง บางอย่างที่ควรมีอยู่แต่ไม่มี ในแบบที่เขารู้สึกว่ามีอยู่มาตลอดแต่ไม่รู้ว่าเรียกมันว่าอะไร

ตอนนี้เจ้ารู้ว่าเรียกมันว่าอะไร

"ส่วนที่ขาดหาย" อี้เหยียนพูดเสียงเบา ๆ ให้สถูป

เสียงเท้าที่คุ้นเคยมาจากทางเดินข้างตำหนัก

เทียนจวินมาพร้อมชาสองถ้วย นั่งลงข้างๆ ในแบบที่เขามาเสมอ วางชาถ้วยหนึ่งไว้ระหว่างทั้งสอง

อี้เหยียนรับโดยไม่พูดอะไร ดื่มสักคำ อุณหภูมิพอดีในแบบที่เขาชงเสมอ

"เจ้าหาอะไรอยู่?" เขาถามมองที่สถูปในมือของอีกฝ่าย

"หาส่วนที่ขาด" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "และพบว่ามันอยู่ที่นั่นในแบบที่รู้สึกได้แต่อธิบายไม่ถูก"

เขามองสถูปในมือของอี้เหยียน แล้วก็ยื่นมือออกมาในแบบที่ถามโดยไม่พูดว่าขอดูได้ไหม

อี้เหยียนวางสถูปลงในฝ่ามือของเขา

ในพริบตาที่สถูปเปลี่ยนมือ แสงทองของมันสว่างขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ไม่เคยสว่างขึ้นเมื่อใครอื่นถือ แล้วก็จางกลับลงมาเป็นระดับปกติ

ทั้งสองเห็นพร้อมกัน

เขาวางสถูปกลับลงในมือของอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ

"ข้าเห็น" เขาพูดเสียงเบา

"ข้าก็เห็น" อี้เหยียนพูด

ทั้งสองนั่งอยู่ในสวนสมุนไพรกับสิ่งที่เห็นพร้อมกัน ไม่พูดอะไรเพิ่ม เพราะบางอย่างนั้นเห็นแล้วและรู้แล้วและไม่ต้องการคำพูดเพิ่ม

แสงเย็นของบ่ายในสวนสมุนไพรยาวออกไปอย่างช้า ๆ บนต้นไม้ที่อี้เหยียนปลูก บนดินที่เขารู้จัก บนสองคนที่นั่งในความเงียบที่สมบูรณ์

 

"วัดว่างแล้ว คราวนี้ว่างจริงๆ

ไม่ใช่ไม่มีเสียง แต่เสียงนั้น พาคนของมันไปด้วยแล้ว

ก่อนไปเขาพูดประโยคหนึ่ง เขาบอกว่า 'ข้าคิดว่าข้าสวดให้พระ ต่อมาถึงรู้ว่าข้าสวดให้ตัวเอง และต่อมาอีกถึงรู้ว่าจริงๆ แล้วไม่ต่างกันเลย'

วัดว่างแล้ว ความว่างนั้นไม่ใช่ขาดอะไรไป ความว่างนั้นคือ ในที่สุด มีที่ว่าง สำหรับสิ่งที่สำคัญกว่าแล้ว"

..สุสาส์นราคะ..