ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) - 15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน

รายละเอียด

 องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°

อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน

เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว

ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต

°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°

มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)

มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-1 จิ้งจอกไม่จำชาติแต่สายเลือดจำกลิ่น, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-2 ระยะห่างระหว่างเราที่ไม่มีชื่อ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-3 หลงเฉิงเมืองที่โคมทุกดวงมีเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-4 วิญญาณที่ไม่ดับสูญ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-5 จิ้งเหมียนเก๋อ การชำระครั้งสุดท้าย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-7 กระจกสะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-9 เงามืดสองชั้นแห่งความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-11 คนที่มาในใบหน้าเก่าและคนที่เลือกในชาตินี้, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-12 บทที่12 ความเจ็บปวดทำลายได้แค่คนที่ยังจมกับมัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-14 บทที่14 ประกายเสียงเดียวในห้วงมรณะ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-17 บ้านที่มีรอยเท้าปรากฏ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-18 คำทำนายที่ต้องการสองคนในการอ่าน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-19 วิญญาณในทะเลสาบหยกขาว, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-20 สถูป(คู่)หวนชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-21 คำสาปที่ถักทอจากความเจ็บปวด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-22 คำสาปคือความงดงามแห่งโชคชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-23 จดหมายที่ถามว่าตัวเองคือใคร, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-24 สมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-25 ทุ่งอาทิตย์ดับในแสงดาวและความเงียบ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-26 วันที่แสงดี และสิ่งที่พูดในสวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-27 วันที่แสงดี เดือนมีจังหวะ และชีวิตที่ดำเนินอยู่, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-28 เงาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแสงสว่าง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-29 ชิงหวานเมืองวิญญาณสองใจ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-30 บทเพลงแห่งวิญญาณที่หลงทาง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-31 ภูมิวิญญาณกระจกเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-32 คำสาปจากวิญญาณที่แตกสลาย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-33 ใจที่ต้องการลบการมีอยู่ของจิตวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-34 หวูหมิงจือเหมินประตูสู่สิ่งที่ไม่ควรปิด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-35 ในวันที่บางความจำหล่นหาย (ตำหนักเมฆาหล่น), องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-36 วัฏจักการดูดซับหวูเซิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-37 กระดาษที่เขียนด้วยมือคนตาย , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-38 หัวใจที่เรียกหาและรอการกลับมา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-39 เสียงที่ไม่เคยได้ยินแต่หัวใจจดจำ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-40 เหตุผลที่ข้าไม่หลงทางคือเจ้า, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-41 'กู่เหรินเซียน' เจ้าแห่งกระดูก, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-42 เสียงเพรียกของวิญญาณที่เฝ้ารอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-43 คำตัดสินนั้นทิ้งร่องรอยไว้เสมอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-44 ‘ฉีหลิน’ผู้พิพากษาวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-45 นามคือหนึ่งในเวทย์สะกดที่สั้นที่สุด

เนื้อหา

15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย

"บางสิ่งไม่ถูกเปิดเผยเพราะซ่อนอยู่ แต่เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ใครจะรับมันได้"

ว่ากันว่า บางสิ่งนั้นไม่บอกตัวเองจนกว่าจะพร้อม ไม่ใช่เพราะซ่อน แต่เพราะคนที่ควรรู้นั้นยังไม่พร้อมรับและสิ่งที่รอนั้นรอได้นาน นานกว่าที่คนคิด เพราะมันรู้ว่าเมื่อเวลามาถึงคนที่รับจะรับได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่บางส่วน


คืนหลังหุบเขา กระจกที่ดับ และกระดาษที่เขียน………..

ตำหนักเมฆาหล่น คืนนั้น

คณะกลับมาถึงตำหนักในตอนพลบค่ำ เหนื่อยในแบบที่เหนื่อยหลังทำงานที่ใหญ่กว่าปกติ แต่ไม่มีใครบาดเจ็บหนัก เซินเหมยตรวจทุกคนอย่างเป็นระบบก่อนปล่อยให้แยกย้ายไปพัก

อาหารเย็นเงียบกว่าปกติ ทุกคนกินในแบบที่คนกินเมื่อพวกเขาต้องการอาหารจริง ๆ ไม่ใช่กินเพราะเวลา

หลังอาหาร ทุกคนแยกย้าย จางเว่ยกลับห้องพร้อมสมุดบันทึกที่เขาเขียนระหว่างทาง เซินเหมยตรวจยาที่ใช้ไประหว่างสัปดาห์ หลี่เซียนและซวินฮัวนั่งคุยกันที่ลานอยู่สักพักก่อนกลับห้อง

อี้เหยียนนั่งอยู่ในห้องคัมภีร์ สถูปวางไว้บนโต๊ะ ไม่ได้อ่าน ไม่ได้จด แค่นั่งอยู่กับความเงียบหลังจากวันที่ยาว

เมียวกิเกาะที่กิ่งไม้แห้งข้างโต๊ะ หลับตาอยู่แต่หูกางออก

เทียนจวินมาแวะบอกกลางคืน วางชาถ้วยหนึ่งไว้ข้างอี้เหยียน

"เจ้าเป็นยังไง?" เขาถาม

"ข้าไม่เป็นไร" อี้เหยียนตอบในแบบที่เขาตอบเสมอ แล้วก็เพิ่ม "จริง ๆ ไม่เป็นไร"

มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย

"ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เป็นไรจริงหรือไม่เป็นไรในแบบที่บอกให้คนอื่นไม่ต้องห่วง" เขาพูดเบา ๆ

อี้เหยียนมองเขา

"ครั้งนี้จริง" อี้เหยียนพูด "ข้าเหนื่อย แต่ไม่เป็นไร"

"นอนหลับได้?"

"น่าจะ" อี้เหยียนพูด แล้วก็มองสถูปบนโต๊ะ "แต่จะนั่งอยู่นี่สักพัก"

"ข้าจะอยู่ด้วยไหม?" เขาถาม ไม่ใช่ถามว่าควรหรือไม่ควร แค่ถามว่าเจ้าต้องการหรือเปล่า

อี้เหยียนมองเขา ดวงตาสีทองในแสงโคมของห้องคัมภีร์อ่อนลงเล็กน้อย

"ได้" อี้เหยียนพูด

เขานั่งลงตรงข้ามอี้เหยียน เปิดรายงานที่รอเขาอยู่ในแบบที่เขาทำงานเมื่อเขาอยู่ใกล้อี้เหยียน ในความเงียบที่สบายของสองคนที่ไม่ต้องพูดเพื่อให้รู้ว่าอยู่ด้วยกัน

เสี่ยวอวิ๋นจื่อในห้องคัมภีร์ ยามดึก........

ยามดึกหลังเที่ยงคืน เมื่อทุกคนในตำหนักนอนหลับแล้ว

เสี่ยวอวิ๋นจื่อออกมาที่ห้องคัมภีร์คนเดียว เขาทำแบบนี้บางคืนหลังจากที่อยู่ที่ตำหนักมาสองสัปดาห์ ออกมาอ่านหรือนั่งอยู่กับความเงียบในแบบที่คนที่คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวจะทำ

กระจกจากฉิวหยางวางอยู่บนโต๊ะในมุมห้อง

เขานั่งลงข้างโต๊ะนั้น มองกระจก ไม่แตะ แค่มอง ในแบบที่เขามองบางครั้งในคืนที่เขานั่งอยู่กับสิ่งที่เขาต้องการอยู่ด้วย

แล้วกระจกก็เปล่งแสง

สีน้ำเงินเข้มที่เขาเห็นครั้งแรกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แต่คราวนี้ต่างออกไป แสงนั้นสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ทีละน้อยในแบบที่เทียนที่กำลังจะหมดสว่างขึ้นก่อนดับ

เขายืนนิ่ง มองแสงนั้น

ในแสงสีน้ำเงินเข้ม อักษรปรากฏขึ้นในแบบที่เขาไม่รู้ว่าจะอ่านออกหรือเปล่า แต่อ่านออก ในแบบที่เขาอ่านออกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถูปหวนชะตาเสมอ เพราะในหลายชาติที่ผ่านมา เขาคือผู้ถือมัน

อักษรนั้นไม่ยาว ไม่ซับซ้อน แต่หนักในแบบที่อักษรบางชุดจะหนัก

เขาอ่านทั้งหมดสองรอบ

แล้วกระจกก็ดับลงอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่หรี่ลงทีละน้อย แต่ดับในพริบตาเดียว ในแบบที่สิ่งที่เสร็จภารกิจแล้วดับ ไม่มีการลังเล ไม่มีการรีรอ

ห้องคัมภีร์เงียบในแสงโคมธรรมดา

เสี่ยวอวิ๋นจื่อนั่งอยู่กับกระจกที่ดับแล้วนั้นนาน

แล้วก็หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาจากโต๊ะ เขียนลงไปช้า ๆ ในลายมือที่เรียบและชัดเจน เขียนในแบบที่คนเขียนเมื่อพวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะพูดบางอย่างและต้องการให้มันออกมาถูกต้อง

พับกระดาษนั้นสองครั้ง วางไว้ข้างกระจกที่ดับแล้ว

ออกจากห้องคัมภีร์กลับห้องพักของเขาในความมืดของยามดึก

รุ่งเช้า สิ่งที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อเขียน....

รุ่งเช้าของวันถัดมา

อี้เหยียนตื่นขึ้นก่อนทุกคนตามปกติ ออกมาที่ห้องคัมภีร์ก่อนที่จะทำอะไรอื่น ในแบบที่เขาเริ่มต้นทุกวัน

เห็นกระดาษพับข้างกระจกทันที

กระจกนั้นดับแล้ว อี้เหยียนรู้ได้จากการที่มันไม่ส่งพลังงานออกมาเลย กลายเป็นแค่กระจกทองเหลืองเก่าที่ไม่มีอะไรพิเศษ

อี้เหยียนหยิบกระดาษขึ้นมา เปิดอ่าน

ลายมือเสี่ยวอวิ๋นจื่อที่เขาจำได้จากจดหมายสองฉบับ

"ท่านองค์เมียวจิ

กระจกนั้นแสดงชั้นสุดท้ายให้ข้าเห็นเมื่อคืน ข้าเชื่อว่ามันตั้งใจให้ข้าเป็นคนส่งต่อ เพราะสิ่งที่มันบอกนั้น เกี่ยวข้องกับความผิดของข้าโดยตรง

ในชาติก่อน เมื่อข้าทำให้สถูปเสียสมดุล พลังงานที่หักเหออกมานั้นไม่ได้แค่สร้างสถูปกลับด้าน มันสร้างสิ่งอีกอย่างหนึ่งด้วย สร้างส่วนหนึ่งของสถูปหวนชะตาที่ขาดหายไป

สถูปที่ท่านถืออยู่ตอนนี้นั้นไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่เพราะมันเสื่อม แต่เพราะส่วนหนึ่งของมันถูกผลักออกไปในชาติก่อน และส่วนนั้นอยู่ที่ไหน ข้าไม่รู้แน่ชัด แต่กระจกบอกว่ามันอยู่กับคนที่ผูกพันกับสถูปนั้นมาตลอด

คนที่ตามเจ้ามาทุกชาติ

ข้าไม่รู้ว่าส่วนที่ขาดหายนั้นหมายความว่าอะไรสำหรับท่าน ข้าไม่รู้ว่าสถูปสมบูรณ์จะทำงานต่างจากตอนนี้อย่างไร แต่กระจกบอกว่า 'ผู้ถือสถูปที่แท้จริงนั้นคือคนที่สถูปสมบูรณ์เลือก ไม่ใช่สถูปที่ขาดอยู่'

ข้าเขียนเรื่องนี้เพราะท่านควรรู้ และเพราะนี่คือสิ่งที่ข้าทำได้ในชาตินี้เพื่อจ่ายหนี้ที่ค้างอยู่

เสี่ยวอวิ๋นจื่อ"

อี้เหยียนอ่านจดหมายสองรอบ

วางลงบนโต๊ะข้างกระจกที่ดับ มองออกไปที่หน้าต่างที่แสงรุ่งอรุณเริ่มกรองเข้ามา

เมียวกิที่บินเข้ามาในห้องลงเกาะที่ไหล่ซ้าย ดวงตาทองมองหน้าอี้เหยียน

"เจ้ารู้แล้วหรือเปล่า?" อี้เหยียนถามมันเบา ๆ

มันร้องเสียงสั้นหนึ่งครั้ง ในแบบที่รู้มาก่อนแต่รอให้ตัวเขารู้เอง

"ข้าก็รู้สึกอยู่" อี้เหยียนพูดเบา ๆ "รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ยังไม่ครบ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร"

อี้เหยียนนั่งอยู่กับสิ่งที่อ่านพบสักพัก ปล่อยให้มันอยู่กับตัวเขาในแบบที่ปล่อยให้สิ่งสำคัญอยู่กับตัวเองก่อน ไม่รีบสรุป ไม่รีบตัดสิน

แล้วก็ออกไปหาเทียนจวิน

ลานตำหนัก รุ่งเช้า.........

เทียนจวินฝึกดาบอยู่ในลานในตอนเช้า ในแบบที่เขาฝึกทุกเช้า ท่วงท่าที่ไหลต่อเนื่องในแสงรุ่งสาง

เขาเห็นอี้เหยียนเดินออกมาจากประตูตำหนัก หยุดท่าสุดท้าย ดาบกลับเข้าฝัก

"เช้ามากกว่าปกติ" เขาพูดเสียงเบา มองอี้เหยียน อ่านบางอย่างในสีหน้าของอีกฝ่ายทันที

อี้เหยียนยื่นกระดาษให้เขา

เขาอ่าน ในแสงรุ่งสางที่พอให้อ่านได้ อ่านจนจบแล้วก็อ่านซ้ำสักพัก

"ส่วนที่ขาดหายของสถูปอยู่กับข้า" เขาพูดเสียงเงียบ 

"นั้นคือสิ่งที่กระดาษนั้นบอก" อี้เหยียนพูด

"เจ้าคิดว่าเป็นเรื่องจริง?"

อี้เหยียนมองเขา ดวงตาสีทองในแสงรุ่งสางอ่านใบหน้าของเขา

"ข้าคิดว่าอธิบายบางอย่างที่ข้ารู้สึกมาตลอดแต่ไม่มีคำพูดสำหรับมัน" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "รู้สึกว่าพลังงานของข้านั้นเสริมสถูปในแบบที่ลึกกว่าการช่วยงานปกติ ในแบบที่พลังงานของคนอื่นไม่เสริมในแบบเดียวกัน"

เขาฟังอี้เหยียนในแสงรุ่งสาง

"ส่วนที่ขาดหายนั้นเป็นอย่างไร?" เขาถาม

"ข้าไม่รู้" อี้เหยียนพูดตรง "กระดาษนั้นบอกว่ามีอยู่ แต่ไม่บอกว่ามันคืออะไรหรือทำงานอย่างไร"

"ต้องค้นหาเพิ่ม"

"ต้องค้นหา" อี้เหยียนยืนยัน

แล้วก็พูดต่อเสียงเบา ๆ ในแบบที่ตัวเขาพูดเมื่อพูดสิ่งที่ไม่ง่าย

"แต่ก่อนนั้น ข้าต้องการบอกบางอย่าง"

"บอก"

"ไม่ว่าสถูปนั้นจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "สิ่งที่เจ้าเป็นต่อข้านั้นไม่เกี่ยวกับสถูป มันเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าเลือกทุกวัน และข้าต้องการให้เจ้ารู้ว่าข้าแยกสองสิ่งนั้นออกจากกันได้"

เทียนจวินมองอี้หยียนในแสงรุ่งสาง ในดวงตาของเขามีบางอย่างที่อ่อนโยนในแบบที่เขาอ่อนเมื่ออีกฝ่ายพูดสิ่งที่เขาต้องการได้ยินในแบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาต้องการ

"ข้ารู้ว่าเจ้าแยกได้" เขาพูดเสียงเบา "แต่ยังขอบคุณที่พูดออกมา"

ทั้งสองยืนอยู่ในลานตำหนักในแสงรุ่งสาง ไม่พูดอะไรเพิ่ม เพราะบางอย่างนั้นพูดแล้วและเพียงพอ

รายงานใหม่ระหว่างวัน และคดีที่ไม่รอ..........

บ่ายของวันเดียวกัน

การประชุมคณะในห้องโถง รายงานที่สะสมมาระหว่างที่คณะส่วนใหญ่เดินทางถูกนำมาเรียงบนโต๊ะ

ผลจากการปิดประตูในหุบเขาสิ้นเสียงนั้นเห็นได้ชัดในรายงานหลายฉบับ พลังงานที่เคยหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ฝันและอักษรเสียงนั้นลดลง บางจุดอุปกรณ์ของสำนักเมฆาดำหมดพลังงานและสลายเอง ชาวบ้านในพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบรายงานว่าสิ่งที่ผิดปกตินั้นดีขึ้นหรือหยุดแล้ว

"สำนักเมฆาดำสูญเสียส่วนใหญ่ของโครงสร้างที่สร้างมา" จางเว่ยพูดเสียงขรึม "แต่ไม่ทั้งหมด มีรายงานสามฉบับที่บอกว่ายังมีกิจกรรมอยู่"

"ที่ไหน?"

"เมืองเก่าทางตะวันตก สองเมือง และวัดร้างในภูเขาทางทิศใต้"

"วัดร้าง" อี้เหยียนพูดซ้ำ

"รายงานบอกว่าคนที่ผ่านไปใกล้วัดนั้นในตอนกลางคืนได้ยินเสียงสวดมนต์ แต่ไม่มีใครอยู่ในวัด และเสียงนั้นร้องเพลงเดิมซ้ำ ๆ เพลงที่ทุกคนรู้จักแต่ไม่รู้ว่าเรียนมาจากไหน"

"อักษรเสียงที่ยังทำงานอยู่" อี้เหยียนพูด

"แต่รูปแบบต่างออกไป" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดจากมุมห้อง "ถ้าเป็นวัด ไม่ใช่ต้นไม้หรือสะพาน มันทำงานกับพลังงานพิธีกรรมที่สะสมในอาคาร ซับซ้อนกว่า และดึงพลังงานได้มากกว่า"

"ต้องไปดู" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง

"ข้าเห็นด้วย" อี้เหยียนพูด "แต่ไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้เช้า"

หลังการประชุม สวนสมุนไพร..........

อี้เหยียนออกมาที่สวนสมุนไพรหลังตำหนักในแสงบ่ายที่เริ่มเอียง ดูแลต้นไม้ในแบบที่เขาทำทุกวันที่อยู่บ้าน

เสี่ยวอวิ๋นจื่อมาหาอี้เหยียนในสวน ยืนอยู่ที่ทางเข้า ไม่เดินเข้าไปจนกว่าอีกฝ่ายจะเงยหน้าขึ้นมองเขา

"เข้ามาได้" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ

เขาเดินเข้ามา ยืนห่างจากอี้เหยียนพอสมควร ในแบบที่เขายืนเมื่อเขาต้องการพูดบางอย่างที่ไม่รู้ว่าจะได้รับอย่างไร

"ท่านอ่านกระดาษแล้ว" เขาพูดเสียงเงียบ ไม่ถาม

"อ่านแล้ว" อี้เหยียนพูด

"ท่านคิดอย่างไร?"

อี้เหยียนวางน้ำลงข้างต้นไม้ที่กำลังรด แล้วหันมามองเขาอย่างเต็มที่

"ข้าคิดว่าเจ้าเขียนสิ่งที่เจ้ารู้และเลือกที่จะบอก" อี้เหยียนพูดตรง "และข้าขอบคุณสำหรับนั้น"

เขาพยักหน้าช้า ๆ

"มีสิ่งหนึ่งที่ข้าไม่ได้เขียนลงในกระดาษนั้น" เขาพูดหลังจากนิ่งสักพัก

อี้เหยียนรอ

"กระจกนั้นบอกสิ่งอื่นด้วย" เขาพูดเสียงเบา "บอกว่าส่วนที่ขาดหายของสถูปนั้น ไม่ได้แค่ 'อยู่กับ' เทียนจวิน มันเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานของเขา ส่วนที่เกิดขึ้นจากการที่เขาติดตามท่านมาทุกชาติโดยไม่ขอให้ติดตาม สิ่งที่สะสมจากการเลือกนั้นในทุกชาติ"

"ส่วนที่ขาดหายนั้นคือพลังงานของการเลือก" อี้เหยียนพูดเสียงเบา

"ข้าไม่แน่ใจว่าอธิบายถูกต้องไหม" เขาพูดตรง "นั้นคือสิ่งที่ข้าเข้าใจจากกระจก แต่ข้าอาจเข้าใจผิด"

อี้เหยียนมองออกไปที่สวนในแสงบ่าย ต้นไม้ที่เขาปลูกทีละต้น ดินที่เขารู้จักทุกส่วน

"ข้าจะคิดเรื่องนี้" อี้เหยียนพูดในที่สุด "และขอบคุณที่บอก แม้ว่าจะเขียนลงในกระดาษยากกว่า"

รอยยิ้มเบา ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเสี่ยวอวิ๋นจื่อ ไม่ใช่รอยยิ้มที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็น แต่เป็นรอยยิ้มที่เบาและจริงกว่า

"บางสิ่งนั้นพูดได้ง่ายกว่าเขียน" เขาพูดเสียงเบา

วัดร้างบนภูเขา และเสียงสวดที่ไม่มีใครสวด..........

รุ่งเช้าของวันถัดมา เส้นทางสู่วัดร้างทางทิศใต้

วัดนั้นอยู่บนเนินเขาที่ไม่สูงนักแต่ขรุขระ เส้นทางขึ้นไปนั้นแคบและรกจากการที่ไม่มีใครใช้มาหลายปี หญ้าและพุ่มไม้ขึ้นมาจนเกือบกลืนทาง

คณะเล็กที่ไปวันนี้ — อี้เหยียน เทียนจวิน จางเว่ย หลี่เซียน และลูกศิษย์สำนักสองคน เสี่ยวอวิ๋นจื่อขอไปด้วยและอี้เหยียนยินดี

ระหว่างทางขึ้นเขา

"เจ้าเงียบผิดปกติ" เทียนจวินพูดเดินข้างๆ เสียงต่ำพอให้แค่อี้เหยียนได้ยิน

"คิดเรื่องที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อบอก" อี้เหยียนพูดตรง

"เรื่องส่วนที่ขาดหาย?"

"ใช่" อี้เหยียนพูด แล้วก็มองเขา "เจ้ารู้สึกอะไรในสถูปเมื่อเจ้าอยู่ใกล้มัน?"

เขาคิดอยู่สักพัก ในแบบที่เขาคิดก่อนตอบสิ่งที่ต้องการตอบอย่างซื่อสัตย์

"รู้สึกว่ามันตอบสนองต่อข้ามากกว่าที่ควรถ้าข้าแค่เป็นผู้ช่วย" เขาพูดช้า ๆ "รู้สึกว่าในบางครั้งมันส่งพลังงานออกมาหาข้าเองโดยที่เจ้าไม่ได้ตั้งใจ"

อี้เหยียนนิ่งกับสิ่งที่เขาพูด

"ข้าสังเกตเหมือนกัน" อี้เหยียนพูด "แต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร"

"จนกระทั่งกระดาษนั้น" เขาพูดเบา

"จนกระทั่งกระดาษนั้น" อี้เหยียนพูดซ้ำ

ทั้งสองเดินต่อขึ้นเขาในความเงียบที่คิดด้วยกัน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“กระดาษที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อเขียน และสิ่งที่สถูปรอบอก” เพราะบางความจริงนั้นต้องการผู้ส่ง คนที่แบกมันมาในแบบที่เจ็บปวด ก่อนที่จะปล่อยมันออกมาเป็นตัวอักษร และบางสิ่งนั้นรอบอกด้วยตัวเอง รอจนกว่าจะมีคนสองคนที่ถูกต้อง ยืนอยู่ด้วยกัน ในแสงที่พอดี เห็นพร้อมกัน 

..สุสาส์นราคะ..