ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน
รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน
องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)
°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°
อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน
เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว
ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์
เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต
°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°
มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)
มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
"กระจกนั้นโหดร้ายในแบบที่ดี มันแสดงทุกทางที่ไม่ได้เดิน แต่ก็ยืนยันว่าทางนี้คือทางที่เลือก"
ว่ากันว่า กระจกที่สะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน และใจที่รู้ว่าอยู่ถูกทาง กระจกที่ดีนั้นสะท้อนสิ่งที่อยู่ต่อหน้ามัน แต่มีกระจกบางบานที่สะท้อนสิ่งที่ไม่มีอยู่สะท้อนทางที่ไม่ได้เดิน คำที่ไม่ได้พูด และการเลือกที่ไม่ได้เลือกบางคนมองกระจกแบบนั้นแล้วเสียใจ เพราะเห็นว่าอีกทางนั้นงดงามกว่า แต่บางคนมองแล้วพบว่าทางที่ตัวเองเดินมานั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในทุกบานกระจก
ฉิวหยาง เมืองที่ขายสิ่งที่คนอื่นทิ้ง........
สามวันหลังออกจากฉางหมิง
เส้นทางกลับตำหนักเมฆาหล่นพาคณะผ่านหุบเขาที่เปิดโล่งทางทิศตะวันตก ลัดผ่านป่าสนที่กลิ่นของมันยังคงอยู่ในผมของหลายชั่วโมงหลังผ่านออกมา และในที่สุดก็มาถึงเมืองฉิวหยางในตอนบ่ายของวันที่สาม
เมืองฉิวหยางไม่ใหญ่ ไม่มีชื่อเสียงในแบบของเมืองสำคัญ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเดินทางที่รู้จักมันแวะทุกครั้งที่ผ่านมา
ตลาดของโบราณ
ตลาดที่เปิดเฉพาะทุกสิบวัน สินค้าทุกชิ้นในตลาดนั้นคือสิ่งเก่า สิ่งที่ผ่านมือคนมาแล้วและผ่านเวลามาแล้ว บางชิ้นสวยงาม บางชิ้นชำรุด บางชิ้นไม่รู้ว่าคืออะไรจนกว่าจะถามพ่อค้าที่รู้จักประวัติของมัน
และวันที่คณะเดินทางผ่านนั้นพอดีกับวันที่ตลาดเปิด
"ข้าแวะแค่ชั่วโมงเดียว" จางเว่ยพูดในแบบที่เขาพูดเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำอะไรและแค่ต้องการบอกให้รู้
"ครึ่งชั่วยาม" อี้เหยียนพูดซ้ำเสียงเรียบ ในน้ำเสียงที่รู้ว่าจะใช้เวลามากกว่านั้น
"ครึ่งชั่วยามจริง ๆ" จางเว่ยยืนยัน
เทียนจวินมองอี้เหยียนด้วยสีหน้าที่บอกว่าทั้งคู่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
"ข้าจะบอกเมื่อครบ" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ขอบคุณ" จางเว่ยพูดแล้วเดินเข้าตลาดด้วยก้าวที่เร็วขึ้นในแบบที่เขาเร็วขึ้นเมื่อเขาใกล้แหล่งหนังสือหรือคัมภีร์
ตลาดของโบราณฉิวหยาง.......
ตลาดนั้นเล็กกว่าที่คาดแต่หนาแน่นกว่าที่คาด แผงเรียงกันแน่น ไม่มีระเบียบแน่ชัดเพราะพ่อค้าแต่ละคนวางของในแบบที่ตัวเองชอบ บางแผงวางของขึ้นจนสูงเกินหัว บางแผงวางบนผ้าราดพื้น บางแผงใช้กล่องไม้เป็นชั้นวาง
กลิ่นของตลาดนั้นเป็นกลิ่นผสมที่ไม่มีชื่อ กลิ่นไม้เก่า กลิ่นโลหะที่ขึ้นสนิม กลิ่นผ้าที่เก็บมานาน กลิ่นหมึกเก่า และบางอย่างที่ดีกว่าทั้งหมดนั้น กลิ่นของสิ่งที่มีประวัติ
จางเว่ยหายเข้าไปในแผงหนังสือและคัมภีร์แทบจะในทันทีที่ก้าวเข้ามา เซินเหมยและหลี่เซียนเดินด้วยกันไปทางแผงเครื่องแต่งกายเก่า ซวินฮัวดูดาบและอาวุธโบราณในแบบที่เขาสนใจทุกอย่างที่ตีขึ้นจากโลหะ ลูกศิษย์สำนักสี่คนเดินรอบ ๆ อย่างระวัง
อี้เหยียนเดินช้า ๆ ผ่านแผงต่าง ๆ ในแบบที่เขาเดินเมื่อสำรวจพื้นที่ มองทุกอย่างในแบบที่บอกว่าไม่ได้มองหาอะไรเป็นพิเศษ แต่ตาของเขารับรู้ทุกอย่างที่ผ่านมา
เมียวกิบินอยู่เหนือหัวในแบบที่เล็กและเงียบในฝูงคน
เทียนจวินเดินเคียงข้างอี้เหยียน
"เจ้าหาอะไรอยู่?" เขาถาม
"ไม่ได้หาอะไร" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "แค่มองหาสิ่งที่เจ้าหาอยู่"
เขาเดินต่อสักก้าวแล้วหยุดในแบบที่หยุดเมื่อได้ยินสิ่งที่น่าสนใจ
"สิ่งของในตลาดหาเจ้า?"
"สิ่งที่มีพลังงานผิดปกติจะรู้สึกได้เมื่อข้าอยู่ใกล้" อี้เหยียนอธิบาย "ในตลาดของโบราณที่มีสิ่งของหลายร้อยชิ้น โอกาสที่จะมีบางอย่างที่ต้องการความสนใจนั้นสูง"
"แปลว่าเจ้ามาตลาดของโบราณเพื่อทำงาน ไม่ใช่มาเดินเล่นซื้อของ" เขาพูดเสียงเบา มีอะไรที่อ่อนโยนและขี้เล่นในนั้น
"ข้าไม่ค่อยเดินเล่นซื้อของ" อี้เหยียนพูดตรง
"จริง" เทียนจวินพูด "แต่เจ้าซื้อสมุนไพรที่ฉางหมิง"
"นั้นเป็นการลงทุนเพื่องาน" อี้เหยียนแก้
มุมปากของเขาขยับขึ้น
แผงที่หกจากประตูทางเข้า ทางฝั่งตะวันตก
เมียวกิที่บินอยู่เหนือหัวหยุดนิ่งกลางอากาศสักพัก แล้วก็บินวนสามรอบเหนือแผงนั้น
อี้เหยียนหยุดเดิน
อี้เหยียนมองแผงนั้น แผงที่ขายสิ่งของหลายประเภทปะปนกัน เครื่องปั้นดินเผาเก่า ผ้าไหมม้วนเล็ก พัดไม้แกะสลัก และในมุมด้านหลังของแผง วางซ้อนกันอยู่หลังสิ่งของอื่น ๆ เห็นได้แค่ขอบของมัน
กระจกบานหนึ่ง
ไม่ใหญ่ กรอบทองเหลืองเก่าที่มีรูปแบบที่อี้เหยียนอ่านออกว่าเป็นงานช่างยุคเก่ามาก ผิวของกระจกนั้นสีเงินหม่นในแบบที่กระจกโบราณจะเป็น
อี้เหยียนรู้สึกพลังงานของมันในระยะหกก้าว
ไม่ใช่พลังงานชั้นฝัน ไม่ใช่พลังงานสำนักเมฆาดำ ไม่ใช่พลังงานเวลาแบบที่จิ้งเหมียนเก๋อมี
มันเป็นบางอย่างที่เก่ากว่าทั้งหมดนั้น เก่าในแบบที่ทำให้อี้เหยียนรู้สึกว่าตัวเขารู้จักมันมาก่อน แม้จะรู้ว่าไม่เคยพบในชาตินี้
"พบแล้ว" อี้เหยียนพูดเบา ๆ
กระจกที่ไม่ควรมีในตลาดของโบราณ...........
แม่ค้าแผงนั้นเป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า ตาคมชัดในแบบที่คนที่ซื้อและขายสิ่งของมาทั้งชีวิตจะมี เธอดูไม่แปลกใจที่อี้เหยียนเดินตรงไปที่กระจกที่ซ่อนอยู่หลังสิ่งของอื่น
"ท่านเห็นมันเอง" หญิงแม่ค้าพูดเสียงเงียบ
"เห็น" อี้เหยียนพูดตรง "บอกข้าเรื่องกระจกนั่น"
"ข้าได้มาสิบปีก่อน" หญิงนั้นพูด "พ่อค้าเก่าขายมาพร้อมของอีกหลายชิ้น บอกว่าได้จากคหบดีที่เสียชีวิตและทรัพย์สินถูกขาย ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไรจนกระทั่งลูกชายมองเข้าไปในมันเมื่อแปดปีก่อน"
"เกิดอะไรขึ้น?" เทียนจวินถาม
"เขาเห็นบางอย่างที่ทำให้เขาร้องไห้อยู่นาน" หญิงนั้นพูดเงียบ ๆ "บอกว่าเห็นตัวเองในชีวิตที่ต่างออกไป ในแบบที่เขาไม่ได้เลือก และเขาเสียใจกับทั้งสองอย่าง ทั้งชีวิตที่เห็นในกระจกและชีวิตที่มีอยู่จริง ข้าเก็บมันไว้หลังสิ่งของอื่นตั้งแต่วันนั้น แต่ก็ไม่ทิ้งเพราะรู้สึกว่ามันรอบางคนอยู่"
อี้เหยียนดูหญิงแม่ค้าแวบหนึ่ง
"ราคา?"
"ถ้าท่านคือคนที่มันรอ มันไม่มีราคา" หญิงนั้นพูดเสียงเรียบในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขารู้ว่าบางสิ่งนั้นเกินราคาที่จะตีมูลค่า "เอาไปได้เลย"
อี้เหยียนหยิบกระจกนั้นขึ้นมาอย่างระวัง
หนักกว่าที่ควร กรอบทองเหลืองนั้นเย็นในแบบที่เย็นจากพลังงาน ไม่ใช่อุณหภูมิ ผิวกระจกในมือของเขาไม่ได้สะท้อนภาพของตัวเขาเอง
มันสะท้อนภาพที่เขาไม่รู้จัก
ภาพที่เปลี่ยนไปเสมอ ภาพของสถานที่ที่เขาไม่รู้จัก ภาพของคนที่ไม่ใช่ตัวเขาในแบบที่ชัดเจน ภาพของทางแยกหลายทางที่แต่ละทางนำไปสู่บางอย่างที่ต่างกัน
"กระจกเวลาทางเลือก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"คืออะไร?" จางเว่ยที่เดินมาเมื่อกี้ถาม
"กระจกที่ไม่สะท้อนอดีตหรืออนาคต แต่สะท้อนทางที่ไม่ได้เดิน" อี้เหยียนอธิบาย "ไม่ใช่ภาพที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ภาพที่เคยเกิดขึ้น แต่เป็นภาพของ 'อาจจะ' ในทุกจุดที่มีการตัดสินใจ"
"มันอันตราย?" เซินเหมยถามเสียงระวัง
"ขึ้นอยู่กับคนที่มอง" อี้เหยียนพูด "ถ้าคนที่มองนั้นไม่มั่นคงในสิ่งที่ตัวเองเลือกในความจริง กระจกนี้จะทำลายความมั่นคงนั้น ทำให้เสียใจกับทางที่ไม่ได้เดินมากกว่าที่ควร"
"แต่ถ้ามั่นคง?"
อี้เหยียนมองกระจกในมือสักพัก
"ถ้ามั่นคง มันแค่เป็นกระจก" อี้เหยียนพูด "สวยงามและไม่มีอำนาจอะไร"
อี้เหยียนเดินออกมาจากแผง สถูปในมือซ้าย กระจกในมืออีกข้าง
"ต้องทำลายไหม?" หลี่เซียนถาม
"ยัง" อี้เหยียนพูด "มันไม่ได้อันตรายในตัวเอง อันตรายอยู่ที่คนที่ใช้มัน และข้าต้องการศึกษามันก่อน กระจกที่มีพลังงานเก่าขนาดนี้อาจมีข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องเผชิญ"
สิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ.....
คณะรวมตัวกันที่กลางตลาดก่อนออกไป จางเว่ยอุ้มคัมภีร์สองเล่มในแบบที่ยืนยันว่าจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง
อี้เหยียนวางกระจกลงในกล่องผ้าที่หยิบมาจากกระเป๋าเดินทาง ในขณะที่เขาล้วงกล่องออกมา เทียนจวินที่ยืนข้างๆ หันมาช่วยรับของที่อี้เหยียนสะพาย
ในพริบตานั้น มือของเขาสัมผัสผิวกระจกที่วางอยู่บนพื้น
เพียงแวบเดียว
แต่พอให้เขาเห็น
เขาหยุดนิ่ง
อี้เหยียนสังเกตในทันที อี้เหยียนหันมามอง เห็นเขายืนนิ่งมองออกไปในทิศที่ไม่มีอะไร ดวงตาของเขาโฟกัสที่บางอย่างที่เขามองไม่เห็น
"เทียนจวิน" อี้เหยียนพูดเบา ๆ
เขาไม่ตอบทันที
อี้เหยียนวางกล่องลง วางมือบนแขนของเขา
ในพริบตาที่อี้เหยียนสัมผัส เขาตื่นจากสิ่งที่เห็น กะพริบตาหนึ่งครั้ง หันมามองอี้เหยียน
ดวงตาของเขาในแสงบ่ายของตลาดฉิวหยางนั้นมีบางอย่างที่อี้เหยียนอ่านออก ไม่ใช่ความเจ็บปวด ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นบางอย่างที่ลึกและหนักกว่าการมองเห็นธรรมดา
"เจ้าเป็นไรไหม?" อี้เหยียนถาม
"ไม่เป็นไร" เขาพูด เสียงนั้นสงบ แต่ยังมีบางอย่างค้างอยู่ในนั้น
"เจ้าเห็นอะไร?" อี้เหยียนถามตรง
เขาเงียบสักพัก มองอี้เหยียนในแสงบ่าย
"เห็นในแบบที่ทำให้รู้ว่าสิ่งที่มีอยู่จริงนั้นดีกว่าทุกทางเลือกที่กระจกแสดง" เขาพูดเสียงเบา
อี้เหยียนมองเขา ดวงตาสีทองอ่านทุกอย่างที่อ่านได้
"เจ้าแน่ใจ?" อี้เหยียนถาม ไม่ใช่เพื่อทดสอบ แต่เพราะเขาต้องการรู้จริง ๆ
"แน่ใจ" เขาพูดเสียงนิ่งและชัดเจน
จากนั้นเขายิ้มเบา ๆ ในแบบที่อบอุ่น
"กระจกนั้นใจดี" เขาพูดเสียงเบา "มันแสดงทุกทางให้ข้าเห็น และในทุกทางนั้น ข้าก็ยังมองหาเจ้าอยู่ดี"
อี้เหยียนนิ่งอยู่กับสิ่งที่เขาพูด ในแบบที่ตัวเขานิ่งเมื่อรับสิ่งที่สำคัญ
แล้วก็หยิบกระจกใส่กล่องผ้าอย่างระวัง ปิดฝา
"ข้าจะศึกษามันในตำหนัก" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ข้าจะไม่แตะมันอีก" เขาพูดเบา ๆ มีอะไรที่ขี้เล่นในน้ำเสียงนั้น
"ดี" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ แต่มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เทียนจวินสังเกตเห็นเสมอ
ค่ำคืนก่อนถึงตำหนัก สิ่งที่ถามในวันที่ใกล้บ้าน............
ค่ายพักคืนสุดท้ายก่อนถึงตำหนักเมฆาหล่น ริมลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลออกมาจากเนินเขา
ไฟก่อขึ้น อาหารเย็นเสร็จ ทุกคนนั่งหรือนอนอยู่ในแบบที่คนที่เดินทางมาหลายวันพักหลังจากรู้ว่าพรุ่งนี้จะถึงบ้าน
อี้เหยียนนั่งอยู่ห่างจากกองไฟเล็กน้อย กล่องผ้าที่มีกระจกวางอยู่ข้างๆ สมุดบันทึกเปิดอยู่บนหัวเข่า แต่ปากกาไม่เคลื่อน
อี้เหยียนคิดถึงสิ่งที่เทียนจวินพูดในตลาด
"ในทุกทางนั้น ข้าก็ยังมองหาเจ้าอยู่ดี"
เมียวกิบนไหล่ซ้ายร้องเสียงเบา ๆ ในแบบที่มันร้องเมื่อมันสังเกตว่าอี้เหยียนคิดอยู่กับบางอย่างนานกว่าปกติ
"ข้ารู้" อี้เหยียนพูดเบา ๆ ให้มัน
เทียนจวินมาจากกองไฟ นั่งลงข้างๆ พร้อมชาสองถ้วย วางชาถ้วยหนึ่งไว้ข้างอีฝ่าย ดื่มของตัวเองสักคำ มองออกไปที่ลำธารในแสงดาว
ทั้งสองเงียบสักพัก
"เจ้าคิดเรื่องกระจก?" เขาถามเสียงเบา
"คิดเรื่องสิ่งที่เจ้าพูดเกี่ยวกับกระจก" อี้เหยียนแก้เสียงเงียบ
"อะไรที่คิดถึง?"
อี้เหยียนมองออกไปที่ลำธารที่เสียงไหลเบา ๆ ในความมืด
"คิดว่าในทุกทางเลือกที่กระจกนั้นแสดง" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ไม่ว่าเจ้าจะเดินทางไหน เจ้ายังมองหาข้า"
"ใช่" เขาพูดเสียงเงียบ
"ข้าต้องการถามว่า" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ถ้ากระจกแสดงทางเลือกให้ข้ามองด้วย ข้าคิดว่าข้าก็จะเห็นสิ่งเดียวกัน"
เสียงลำธารไหล เสียงกองไฟที่ไกลออกไปเล็กน้อย เสียงของคืนที่เงียบ
"นั้นเป็นการบอกบางอย่าง" เขาพูดเสียงเบา ไม่รีบ ไม่กดดัน แค่รับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างระวัง
"เป็นการบอก" อี้เหยียนพูดยืนยัน เสียงเรียบในแบบที่ตัวเขาพูดเมื่อพูดความจริงโดยตรง
เขาวางถ้วยชาลงบนหินข้างๆ ช้า ๆ แล้วก็เอื้อมมือมาจับมือของอี้เหยียนที่วางอยู่บนหัวเข่า ในแบบที่เขาจับเสมอ ช้า ให้เจ้ามีเวลา
อี้เหยียนพลิกมือกำมือของเขา ไม่ต้องคิด ไม่ต้องตัดสินใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่ร่างกายทำเมื่อมันรู้ว่าต้องการ
ทั้งสองนั่งอยู่ริมลำธารในคืนที่ใกล้บ้าน ในแสงดาวที่ชัดเจนในพื้นที่ที่ห่างจากเมือง
เมียวกิบนไหล่ซ้ายหลับตาลงในแบบที่มันหลับเมื่อทุกอย่างเป็นเหมือนที่ควรเป็น
ระหว่างทางวันสุดท้าย คดีที่ไม่ได้ตั้งใจ......
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"กระจกที่สะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน และใจที่รู้ว่าอยู่ถูกทาง" เพราะทางเลือกที่ไม่ได้เลือกนั้นงดงามได้เสมอ เมื่อมองจากระยะห่างที่ปลอดภัย แต่ความงามนั้นเป็นความงามของสิ่งที่ไม่เคยต้องพิสูจน์ตัวเอง ทางที่เดินอยู่จริงนั้น งดงามในแบบที่ต่างออกไป งดงามเพราะมีสิ่งที่ต้องเผชิญและยังอยู่ เพราะมีคนที่เลือกและยังเลือกอยู่ เพราะมันเป็นจริง
..สุสาส์นราคะ..