ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน
รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน
องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)
°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°
อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน
เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว
ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์
เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต
°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°
มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)
มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
"ความจริงที่มีสองชั้น ชั้นแรกคือสิ่งที่เห็น ชั้นที่สองคือสิ่งที่เปลี่ยนความหมายของชั้นแรก"
จดหมายที่บอกว่าเวลาหมดแล้ว....ว่ากันว่า ความลับที่ดีที่สุดนั้นไม่ได้ซ่อนในที่มืด มันซ่อนในที่สว่างที่สุด ในสิ่งที่ทุกคนมองเห็นแต่ไม่มีใครสังเกตเพราะคนส่วนมากนั้นมองแค่ชั้นแรก แล้วคิดว่ามองเห็นทั้งหมดแล้ว แต่ความจริงนั้นซ้อนอยู่ในชั้นที่สองรอคนที่รู้ว่าต้องมองลึกกว่าที่เห็น และรู้ว่าบางสิ่งนั้นใส่ไว้เพื่อรอคนคนนั้นโดยเฉพาะ
สัปดาห์แรกที่บ้าน กระจกและคดีที่รอไม่ได้รอ.....
ตำหนักเมฆาหล่น สัปดาห์หลังกลับมาจากการเดินทาง
ชีวิตในตำหนักกลับสู่จังหวะปกติในแบบที่เร็วกว่าที่คาด ราวกับตำหนักนั้นรู้ว่าเจ้าของกลับมาและปรับตัวเองให้เข้าที่ก่อนที่ทุกคนจะตั้งตัวได้
จางเว่ยจัดระเบียบคัมภีร์ใหม่ที่ซื้อมาและเขียนรายงานการเดินทางที่ละเอียดยาวกว่ารายงานปกติสองเท่า เซินเหมยตรวจยาและสมุนไพรที่เหลืออยู่ในตำหนักและสั่งเพิ่มในสิ่งที่หมดไประหว่างคดี หลี่เซียนและซวินฮัวกลับมาฝึกในลานในแบบที่เข้มข้นขึ้นเล็กน้อยหลังจากการต่อสู้ที่หลงเฉิงและฉางหมิง
เทียนจวินส่งจดหมายถึงหยวนซินรายงานทุกอย่างและถามเรื่องสำนักเมฆาดำ จดหมายตอบกลับมาภายในห้าวันบอกว่าหยวนซินกำลังค้นข้อมูลในบันทึกเก่าของสำนักจวิ้นเทียนและจะส่งมาเมื่อพบ
และอี้เหยียนศึกษากระจกจากฉิวหยาง
ห้องคัมภีร์ วันที่สามหลังกลับมา…….
กระจกวางอยู่บนโต๊ะทำงานในแสงเช้า อี้เหยียนนั่งต่อหน้ามันพร้อมสถูปในมือ สมุดบันทึกเปิดอยู่ข้างๆ ปากกาพร้อม
อี้เหยียนศึกษากระจกในแบบที่เขาศึกษาทุกอย่างที่ลึกลับ อดทน ละเอียด ไม่รีบ
วันแรก — อ่านชั้นพลังงานนอกสุด กระจกที่แสดงทางเลือก บันทึกรูปแบบพลังงาน ทิศทางการไหล อายุของมัน
วันที่สอง — อ่านลึกลงไป พบว่าพลังงานที่แสดงทางเลือกนั้นไม่ได้อยู่ในผิวกระจก แต่เป็นชั้นที่หนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นทีหลัง เหมือนผ้าที่ปกคลุมของที่อยู่ข้างล่าง
วันที่สาม --- ตอนสาย
"มีชั้นที่สอง" อี้เหยียนพูดออกมาเบา ๆ ในห้องคัมภีร์ที่เขาอยู่คนเดียว
เมียวกิบนกิ่งไม้แห้งข้างโต๊ะหันหัวมามอง
"ข้ารู้ว่าเจ้ารู้เหมือนกัน" อี้เหยียนพูดให้มัน "แต่ข้าต้องการเวลาอีกหน่อยเพื่ออ่านออก"
กาวว มันร้องเสียงสั้นหนึ่งครั้งในแบบที่บอกว่ารับรู้และจะรอ
แต่ก่อนที่เขาจะมีเวลาอ่านชั้นที่สองของกระจกออกอย่างสมบูรณ์
มีรายงานมาถึงตำหนัก
รายงานเช้าวันที่สี่.......
จางเว่ยวางรายงานบนโต๊ะในตอนเช้าด้วยสีหน้าที่บอกว่าเพิ่งอ่านเสร็จและไม่แน่ใจว่าจะนำมาบอกตอนนี้หรือรอให้อี้เหยียนหยุดพักก่อน
"บอกมา" อี้เหยียนพูดโดยไม่เงยหน้าจากกระจก
"รายงานสองฉบับ" เขาพูด "ฉบับแรกจากหมู่บ้านเว่ยซาน สี่วันทิศตะวันตก มีต้นไม้ในป่าที่ขอบหมู่บ้านเริ่มร้องเพลง"
อี้เหยียนเงยหน้าขึ้น
"ร้องเพลง?"
"ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงคล้ายเสียงร้องเพลงจากทิศของป่า ตอนแรกคิดว่าเป็นลม แต่เมื่อเข้าไปดูพบว่าเสียงมาจากต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีอายุมากกว่าสามร้อยปี และเสียงนั้นร้องเพลงที่คนจำได้ว่าเคยได้ยินในชีวิต แต่ไม่รู้ว่าใครร้อง"
"ฉบับที่สอง?"
"จากเมืองเหอหยวน เจ็ดวันทิศใต้ มีบ่อน้ำในลานวัดกลางเมืองที่น้ำเปลี่ยนเป็นสีเงินในตอนเที่ยงคืนและกลับมาเป็นน้ำใสตอนรุ่งสาง ชาวบ้านที่นำน้ำนั้นไปดื่มในตอนที่เป็นสีเงินรายงานว่าจำเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจน บางคนจำเป็นเรื่องดี บางคนจำเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก"
อี้เหยียนวางสถูปลงบนโต๊ะ
"ต้นไม้ร้องเพลงและบ่อน้ำเงิน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "สองเรื่องในสัปดาห์เดียวหลังจากที่เราจัดการเมล็ดพันธุ์ฝันในฉางหมิง"
"เชื่อมกัน?" จางเว่ยถาม
"อาจจะ" อี้เหยียนพูด "หรืออาจจะไม่ แต่สองเรื่องนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน ทั้งสองเกี่ยวกับความทรงจำ เสียงร้องเพลงที่คนจำได้แต่ไม่รู้ที่มา น้ำที่ทำให้จำเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น สองอย่างนี้ล้วนทำงานกับส่วนของจิตที่เก็บความทรงจำ"
"เหมือนกระจกทางเลือก" เทียนจวินที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพูดเสียงขรึม
อี้เหยียนมองเขา
"เหมือนกัน" อี้เหยียนพูด "และถ้าทั้งสามสิ่งนี้เชื่อมกัน แปลว่าสำนักเมฆาดำกำลังทดสอบอะไรบางอย่างในพื้นที่กว้าง"
"ทดสอบว่าพลังงานความทรงจำทำงานอย่างไรในพื้นที่ต่าง ๆ" เทียนจวินพูด
"ก่อนที่จะใช้มันในแบบที่ใหญ่กว่า" อี้เหยียนสรุป
"เราต้องไปดูทั้งสองที่?"
"ต้องไปดูอย่างน้อยหนึ่งที่" อี้เหยียนพูด "แต่ก่อนนั้น ข้าต้องอ่านกระจกให้เสร็จก่อน เพราะข้าคิดว่าในชั้นที่สองของกระจกนั้นอาจมีคำตอบที่เราต้องการ"
ชั้นที่สองของกระจก และบุคคลที่ซ่อนไว้......
บ่ายของวันเดียวกัน
อี้เหยียนกลับมาที่โต๊ะในห้องคัมภีร์พร้อมกระจก สถูป และสมุดบันทึก
คราวนี้อี้เหยียนไม่ศึกษาคนเดียว เทียนจวินนั่งข้างๆ อ่านรายงานในมือแต่ตาเหลือบมองกระจกเป็นระยะ ในแบบที่เขาอยู่ใกล้ๆ เมื่ออี้เหยียนทำงานที่อาจต้องการการสนับสนุนพลังงาน
อี้เหยียนปล่อยสถูปส่งแสงทองออกมาสัมผัสผิวกระจกในแบบที่ต่างจากครั้งที่แล้ว ไม่ใช่อ่านชั้นนอก แต่ผ่านชั้นนอกเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ข้างล่าง
แสงทองซึมลงไปในผิวกระจกอย่างช้า ๆ
และกระจกก็เปลี่ยน
ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นภาพทางเลือกแบบที่เคยเห็น แต่เปลี่ยนเป็นสีที่ต่างออกไป ผิวกระจกที่เป็นสีเงินหม่นเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มที่มีประกายเหมือนน้ำลึกในคืนที่มีดาว
และในสีน้ำเงินเข้มนั้น มีอักษรปรากฏขึ้นทีละตัว
"มีอักษร" อี้เหยียนพูดเบา ๆ
เทียนจวินวางรายงานลง หันมามองกระจก
"อ่านออกไหม?"
"รอก่อน" อี้เหยียนพูด สายตาจับที่อักษรที่ปรากฏขึ้นทีละตัว ทีละบรรทัด
อักษรนั้นเป็นอักษรโบราณที่อี้เหยียนอ่านออกได้ แต่ต้องใช้เวลา เพราะมันเขียนในรูปแบบที่ซ้อนความหมายหลายชั้น บรรทัดแรกมีความหมายหนึ่ง แต่เมื่ออ่านรวมกับบรรทัดที่สาม ความหมายเปลี่ยน
อี้เหยียนจดในสมุดบันทึกไปพร้อมกัน อ่านและจด อ่านและจด
ยี่สิบนาที
"เสร็จ" อี้เหยียนพูด วางปากกาลง
เทียนจวินมองสมุดบันทึก
"บอกข้า"
อี้เหยียนมองสมุดบันทึกสักพัก ทบทวนสิ่งที่จดไว้
"ในชั้นที่สองของกระจกนั้น มีสามส่วน" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง "ส่วนแรกคือแผนที่ ไม่ใช่แผนที่ปกติ แต่เป็นแผนที่พลังงาน แสดงตำแหน่งของเส้นพลังงานหลักในแผ่นดิน และจุดหนึ่งที่ทำเครื่องหมายไว้ด้วยสัญลักษณ์ที่ข้ารู้จัก"
"ตำแหน่งของประตูที่สำนักเมฆาดำต้องการ?" เทียนจวินถาม
"น่าจะใช่" อี้เหยียนพูด "จุดนั้นอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในพื้นที่ที่เรียกว่า 'หุบเขาสิ้นเสียง' ซึ่งข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"
"ส่วนที่สอง?"
"รายชื่อปฏิบัติการของสำนักเมฆาดำ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบลง "รายชื่อที่ยาวมาก รวมถึงสิ่งที่เราเจอมาแล้วทั้งหมด หินดำในหนานซวี เมล็ดพันธุ์ฝันในฉางหมิง และสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น รายการที่วางแผนไว้แต่ยังไม่ทำ"
"รู้แผนข้าศึกล่วงหน้า" เทียนจวินพูด
"และส่วนที่สาม" อี้เหยียนพูดแล้วหยุดนิ่งสักวินาที
"อี้เหยียน" เขาพูดเบา ๆ สังเกตว่าตัวเขาหยุด
"ส่วนที่สามเป็นชื่อ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ชื่อของคนที่อยู่เบื้องหลังสำนักเมฆาดำ ไม่ใช่ผู้นำสำนักที่เห็นอยู่ด้านหน้า แต่คนที่สั่งการจริง ๆ"
"ชื่อใคร?"
อี้เหยียนมองสมุดบันทึก สายตาของเขานิ่งในแบบที่นิ่งเมื่อรับบางอย่างที่ไม่คาดคิด
"เหวยหลิงเฟิน" อี้เหยียนพูด
ห้องคัมภีร์เงียบ
"เจ้ารู้จักชื่อนั้น" เทียนจวินพูดสังเกต อ่านสีหน้าของอีกฝ่าย
"ข้ารู้จัก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "เหวยหลิงเฟินเป็นชื่อที่ข้าพบในบันทึกชาติก่อนของข้า ในชาติที่สี่ เป็นชื่อของคนที่รักเซี่ยหมิง ชื่อของคนที่ราคาถ่ายโอนนั้นถูกจ่ายแทน"
เทียนจวินนิ่ง
"คนที่เซี่ยหมิงรักในชาติที่สี่" เขาพูดช้า ๆ "คือคนที่อยู่เบื้องหลังสำนักเมฆาดำในชาตินี้"
"ถ้าข้อมูลในกระจกนั้นถูกต้อง" อี้เหยียนพูดตรง "ใช่"
"และเขามีพันธะกับทั้งเจ้าและข้า" เขาพูดเสียงเงียบ
"ในแบบที่ทั้งสองยังไม่รู้" อี้เหยียนพูด "ข้าไม่รู้ว่าพันธะนั้นคืออะไร ข้อมูลในกระจกไม่ได้บอก"
"ใครซ่อนข้อมูลนี้ไว้ในกระจก?"
อี้เหยียนมองกระจกที่กลับมาเป็นสีเงินหม่นธรรมดาแล้ว
"ข้าไม่รู้" อี้เหยียนพูด "แต่คนที่ซ่อนนั้นต้องการให้ข้าพบ เพราะกระจกนี้ตั้งใจรอในตลาดของโบราณ ตั้งใจรอจนเราผ่านมา"
"มีคนช่วยเราอยู่โดยที่เราไม่รู้จัก" เขาพูด
"หรือมีคนต้องการให้เราพบข้อมูลนี้เพื่อเหตุผลที่เราไม่รู้" อี้เหยียนแก้เสียงเรียบ
เขามองอี้เหยียน รับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด รับความระวังที่อีกฝ่ายยังคงไว้
"ทั้งสองอาจจริงพร้อมกัน" เขาพูดเสียงเบา
"ใช่" อี้เหยียนพูด
คดีต้นไม้ร้องเพลง เว่ยซานและเสียงที่จำได้.........
สองวันต่อมา คณะแบ่งกัน
เทียนจวินและลูกศิษย์สำนักสองคนพร้อมหลี่เซียนไปที่เมืองเหอหยวนทางใต้เพื่อตรวจสอบบ่อน้ำเงิน
อี้เหยียน จางเว่ย เซินเหมย ซวินฮัว และลูกศิษย์สำนักอีกสองคนไปที่หมู่บ้านเว่ยซาน
"ข้าไปคนละทางได้" อี้เหยียนพูดตอนเช้าก่อนแยก
"ได้" เทียนจวินพูดเสียงเรียบ แล้วก็พูดต่อเบา ๆ ในแบบที่มีแต่เขาได้ยิน "แต่ถ้าพบอะไรที่หนัก ส่งเมียวกิมาบอกข้าได้เลย"
อี้เหยียนมองเขา
"เมียวกิบินเร็ว" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"และข้าขี่ม้าเร็ว" เขาพูด มุมปากขยับขึ้น
อี้เหยียนพยักหน้าช้า ๆ ในแบบที่รับสิ่งที่เขาพูด
แล้วก็ออกเดินทาง
หมู่บ้านเว่ยซาน ป่าที่มีเสียง....
"กระจกที่ซ่อนสองชั้น และจดหมายที่บอกว่าเวลาหมดแล้ว" เพราะความลับที่ดีที่สุดนั้นรอคนที่รู้ว่าต้องมองลึกกว่าชั้นแรก และเวลาที่หมดลงนั้นไม่ได้หมายความว่าสิ้นสุด มันหมายความว่าเริ่มต้น เริ่มต้นในแบบที่ต้องการทุกสิ่งที่สะสมมา ทุกการเลือก ทุกความเข้าใจ ทุกสิ่งที่เป็น เพื่อยืนอยู่ต่อหน้าสิ่งที่มาหา โดยรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร
..สุสาส์นราคะ..