ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) - 8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน

รายละเอียด

 องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°

อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน

เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว

ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต

°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°

มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)

มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-1 จิ้งจอกไม่จำชาติแต่สายเลือดจำกลิ่น, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-2 ระยะห่างระหว่างเราที่ไม่มีชื่อ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-3 หลงเฉิงเมืองที่โคมทุกดวงมีเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-4 วิญญาณที่ไม่ดับสูญ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-5 จิ้งเหมียนเก๋อ การชำระครั้งสุดท้าย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-7 กระจกสะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-9 เงามืดสองชั้นแห่งความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-11 คนที่มาในใบหน้าเก่าและคนที่เลือกในชาตินี้, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-12 บทที่12 ความเจ็บปวดทำลายได้แค่คนที่ยังจมกับมัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-14 บทที่14 ประกายเสียงเดียวในห้วงมรณะ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-17 บ้านที่มีรอยเท้าปรากฏ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-18 คำทำนายที่ต้องการสองคนในการอ่าน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-19 วิญญาณในทะเลสาบหยกขาว, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-20 สถูป(คู่)หวนชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-21 คำสาปที่ถักทอจากความเจ็บปวด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-22 คำสาปคือความงดงามแห่งโชคชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-23 จดหมายที่ถามว่าตัวเองคือใคร, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-24 สมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-25 ทุ่งอาทิตย์ดับในแสงดาวและความเงียบ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-26 วันที่แสงดี และสิ่งที่พูดในสวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-27 วันที่แสงดี เดือนมีจังหวะ และชีวิตที่ดำเนินอยู่, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-28 เงาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแสงสว่าง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-29 ชิงหวานเมืองวิญญาณสองใจ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-30 บทเพลงแห่งวิญญาณที่หลงทาง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-31 ภูมิวิญญาณกระจกเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-32 คำสาปจากวิญญาณที่แตกสลาย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-33 ใจที่ต้องการลบการมีอยู่ของจิตวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-34 หวูหมิงจือเหมินประตูสู่สิ่งที่ไม่ควรปิด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-35 ในวันที่บางความจำหล่นหาย (ตำหนักเมฆาหล่น), องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-36 วัฏจักการดูดซับหวูเซิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-37 กระดาษที่เขียนด้วยมือคนตาย , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-38 หัวใจที่เรียกหาและรอการกลับมา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-39 เสียงที่ไม่เคยได้ยินแต่หัวใจจดจำ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-40 เหตุผลที่ข้าไม่หลงทางคือเจ้า, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-41 'กู่เหรินเซียน' เจ้าแห่งกระดูก, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-42 เสียงเพรียกของวิญญาณที่เฝ้ารอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-43 คำตัดสินนั้นทิ้งร่องรอยไว้เสมอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-44 ‘ฉีหลิน’ผู้พิพากษาวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-45 นามคือหนึ่งในเวทย์สะกดที่สั้นที่สุด

เนื้อหา

8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน

"คนที่ตื่น คิดว่าตัวเองรู้สึกตัว คนที่หลับ ก็คิดว่าตัวเองรู้สึกตัวเช่นกัน และคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง รู้แค่ว่า ทั้งสองฝั่ง ไม่มีอันไหนจริงทั้งหมด"

ว่ากันว่า "ศาลเจ้าในฝัน จริงกว่าศาลเจ้าตอนตื่น เพราะฝันไม่โกหก ฝันแค่แสดงให้เห็น ความจริงที่ไม่อยากเห็นที่สุด"

"เสียงระฆังเข้าสู่ศาล เสียงวิญญาณเข้าสู่ฝัน และคนที่แยกทั้งสองไม่ออก ยืนอยู่ที่หน้าประตู ไม่รู้ว่าควรเคาะประตู หรือควรตื่นขึ้น"


รุ่งเช้าของวันถัดมา เส้นทางสุดท้ายก่อนตำหนัก

ในตอนเช้าที่สาย คณะผ่านศาลเจ้าเก่าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินเตี้ย ๆ ข้างเส้นทาง ศาลเจ้าที่ใหญ่กว่าที่ควรจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลขนาดนี้ หลังคาสีแดงที่ซ่อมมาหลายครั้งจนสีผสมกันหลายเฉด และลานหน้าศาลเจ้าที่มีต้นพลับดอกบานอยู่สองต้น

และนั่งอยู่ที่บันไดศาลเจ้านั้น หญิงสาวคนหนึ่ง อายุประมาณสิบแปด สิบเก้า ผมยุ่ง เสื้อผ้าที่บอกว่าอยู่ที่นั่นมาหลายชั่วโมงแล้ว

เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงม้า ในดวงตาของเธอมีบางอย่างระหว่างความกลัวและความหวัง

"ท่านทั้งหลายคือคนจากตำหนักเมฆาหล่นไหม?" เธอถามเสียงสั่น

คณะหยุดม้า

"ใช่" อี้เหยียนตอบ

หญิงสาวลุกขึ้นทันที

"ข้ารอมาสองวัน" หญิงสาวพูดเสียงเร็ว "คนในหมู่บ้านบอกว่าท่านทั้งหลายเดินทางกลับผ่านทางนี้ ข้าต้องการขอความช่วยเหลือ"

"เรื่องอะไร?"

"ในศาลเจ้านี้" หญิงสาวพูด "มีบางอย่างที่ทำให้พ่อข้าไม่ยอมออกมา เขาเข้าไปในศาลเจ้าสามวันก่อนเพื่อทำพิธีขอพรตามที่ทำทุกปี แต่ไม่ออกมา ข้าเข้าไปตาม พบเขานั่งอยู่ต่อหน้าแท่นบูชา ดวงตาเปิดแต่ไม่มองอะไร ไม่ตอบเมื่อเรียก ไม่ขยับเมื่อแตะ"

"แต่ยังมีชีวิตอยู่" หญิงสาวพูดยืนยัน

"ใช่ ยังหายใจ แต่ไม่รู้สึกตัว"

อี้เหยียนลงจากม้า

"พาข้าไปดู"

ภายในศาลเจ้า..........

ศาลเจ้าที่ดูธรรมดาจากภายนอกนั้นภายในมีบรรยากาศที่ต่างออกไป ไม่หนักหน่วงแบบอิงเฉียนต้ง ไม่เย็นแบบเมล็ดพันธุ์ฝัน แต่มีบางอย่างที่เงียบผิดปกติ

เงียบในแบบที่เสียงไม่ดังออกนอกศาลเจ้า

"ศาลเจ้าผนึกเสียง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

ชายวัยห้าสิบกว่านั่งอยู่ต่อหน้าแท่นบูชาในท่าสักการะ มือประสานกัน หัวก้มเล็กน้อย แต่ดวงตาเปิดและว่างเปล่า หายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าไม่มีความเจ็บปวด

อี้เหยียนเดินเข้าไปใกล้ อ่านพลังงานด้วยสถูป

"เขาไม่ได้ติดอยู่ในชั้นฝัน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "เขาถูกดึงเข้าไปในชั้นพิธีกรรม"

"ชั้นพิธีกรรมคืออะไร?" เทียนจวินถาม

"ชั้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เมื่อพิธีกรรมนั้นสะสมพลังงานมานานพอ" อี้เหยียนอธิบาย "ศาลเจ้านี้มีประวัติยาวนาน พิธีกรรมที่ทำซ้ำทุกปีในแบบเดิมสะสมพลังงานพิธีกรรมในชั้นที่สามขึ้นไป เมื่อผู้ทำพิธีมีจิตใจที่สั่นคลอนบางอย่างในระหว่างพิธี พลังงานนั้นจะดึงส่วนหนึ่งของจิตเขาเข้าไปไว้ในชั้นพิธีกรรมแทน"

"จิตใจสั่นคลอน" หญิงสาวพูดซ้ำ "พ่อของข้ามีอะไรที่สั่นคลอนไหม?"

อี้เหยียนมองหญิงสาว

"ท่านรู้ว่าพ่อท่านมีความกังวลอะไรที่หนักเป็นพิเศษในช่วงนี้ไหม?"

หญิงสาวเงียบสักพัก

"เขากังวลเรื่องการแต่งงานของข้า" หญิงสาวพูดเสียงเบา "เขาต้องการให้ข้าแต่งงานกับลูกชายคหบดีในเมือง แต่ข้าไม่ต้องการ ข้ามีคนที่รักอยู่แล้ว แต่พ่อไม่เห็นด้วย เขามาศาลเจ้าเพื่อขอให้เทพช่วยให้ข้า

เปลี่ยนใจ"

อี้เหยียนมองชายที่นั่งอยู่ต่อหน้าแท่นบูชา

"ชั้นพิธีกรรมนั้นดึงส่วนของจิตที่กังวลที่สุดเข้าไปเก็บไว้" อี้เหยียนพูดเบา ๆ "เพื่อให้คำขอนั้นสะอาดและชัดเจน แต่ถ้าส่วนที่ดึงออกไปนั้นใหญ่เกินไป เจ้าของจะออกจากสมาธิในพิธีกรรมไม่ได้"

"วิธีนำเขาออกมา?" เทียนจวินถาม

"ต้องเข้าไปในชั้นพิธีกรรม ตามหาส่วนของจิตที่ถูกดึงออกไป และนำมันกลับมาให้เขา" อี้เหยียนพูด "แต่การเข้าชั้นพิธีกรรมนั้นต่างจากชั้นฝัน ต้องมีพิธีกรรมเป็นทางเข้า และต้องรู้ว่าพิธีกรรมที่ใช้สร้างชั้นนั้นคืออะไร"

อี้เหยียนมองรอบศาลเจ้า ดูรูปแบบการแกะสลักที่ผนัง ดูสิ่งของบนแท่นบูชา ดูเทียนที่ตั้งอยู่ในแบบที่เขาอ่านได้

"พิธีกรรมของศาลเจ้านี้ใช้ดอกพลับเป็นเครื่องบูชา" อี้เหยียนพูด หันไปหาหญิงสาว "มีดอกพลับสดไหม?"

"ต้นพลับในลานออกดอกอยู่"

"เก็บมาสามกำมือ" อี้เหยียนพูด

พิธีกรรมเปิดชั้น...........

อี้เหยียนจัดดอกพลับสดบนแท่นบูชาในแบบที่เขาอ่านจากรูปแบบการแกะสลักบนผนัง ไม่ใช่การเดา แต่เป็นการอ่านว่าพิธีกรรมเดิมของศาลเจ้านี้ทำอย่างไร

สถูปในมือซ้าย มือขวาจัดดอกพลับในท่าที่ถูกต้อง เมียวกิส่งแสงทองบาง ๆ ออกมาล้อมรอบพื้นที่ศาลเจ้า

อี้เหยียนพูดคำเรียกพิธีกรรมในภาษาโบราณที่เขาอ่านออกจากอักษรบนผนัง เสียงนั้นเงียบและสม่ำเสมอ

อากาศในศาลเจ้าเปลี่ยน ไม่ใช่เย็นลง ไม่ใช่หนักขึ้น แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป ราวกับว่ามีชั้นหนึ่งที่ซ้อนทับอยู่บนชั้นปกติเริ่มมองเห็นได้

อี้เหยียนก้าวเข้าไปในชั้นนั้น

ชั้นพิธีกรรมของศาลเจ้านั้นไม่เหมือนชั้นฝันและไม่เหมือนชั้นระหว่างโลก มันมีสีและรูปทรงที่ชัดเจนกว่า เหมือนห้องที่สร้างขึ้นจากความเชื่อและการกระทำซ้ำ ๆ ของคนหลายร้อยปี

กลางชั้นพิธีกรรมนั้น

มีรูปร่างที่อี้เหยียนรู้ว่าคือส่วนของจิตที่ถูกดึงออกมาจากชายวัยห้าสิบกว่า ไม่ใช่รูปคน แต่เป็นก้อนแสงสีขาวหม่นที่สั่นอย่างกังวล ในนั้นอี้เหยียนรับรู้ได้ถึงความรักของพ่อที่กังวลเรื่องลูกสาว และความกลัวว่าจะตัดสินใจผิด

"ท่านไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะทำผิด" อี้เหยียนพูดเสียงเบาในชั้นพิธีกรรม "ท่านอยู่ที่นี่เพราะรักลูกมากเกินไปจนกลัวมากเกินไป ลูกสาวท่านรู้ว่าท่านรัก และนั้นเพียงพอแล้วในการเริ่มคุยกัน ไม่ต้องขอให้เทพเปลี่ยนใจใคร แค่กลับไปคุยกัน"

ก้อนแสงสีขาวหม่นนั้นสั่นน้อยลง

"กลับไปได้แล้ว" อี้เหยียนพูด

ชายวัยห้าสิบกว่าฟื้นคืนสติในไม่กี่นาทีหลังจากอี้เหยียนออกมาจากชั้นพิธีกรรม สั่นเล็กน้อย งุนงงสักพัก แล้วก็เห็นลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

หญิงสาวร้องไห้เบา ๆ จับมือพ่อ

ชายนั้นมองลูกสาว แล้วก็มองอี้เหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ

"ท่านช่วยข้าออกมา" เขาพูดเสียงเบา

"ท่านเลือกออกมาเอง" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ข้าแค่บอกทางออก"

เขามองลูกสาวอีกครั้ง

"เราจะคุยกัน" เขาพูดเสียงเงียบ "ข้าสัญญา"

หญิงสาวพยักหน้า ยังถือมือพ่ออยู่

บ่ายของวันสุดท้าย ก่อนถึงบ้าน.......

คณะออกเดินทางต่อในบ่ายหลังจากดูแลจนแน่ใจว่าพ่อลูกทั้งสองคนปลอดภัยและกำลังพูดคุยกันเส้นทางสุดท้ายสู่ตำหนักเมฆาหล่น

อี้เหยียนและเทียนจวินขี่ม้าเคียงกันในแสงบ่ายที่เริ่มเอียงสีทอง ในความเงียบที่ไม่ต้องการคำพูด

แต่หลังจากผ่านสันเขาเตี้ย ๆ ที่อี้เหยียนรู้จักดี ซึ่งหมายความว่าตำหนักเมฆาหล่นอยู่อีกสองชั่วโมงข้างหน้า เทียนจวินพูดขึ้นเสียงเบา

"ข้าคิดเรื่องชายในศาลเจ้า"

"คิดอะไร?"

"คิดว่าเขากังวลเรื่องลูกสาวเพราะรัก แต่ความกังวลนั้นทำให้เขาเลือกทางที่ผิด" เขาพูด "ระหว่างขอให้เทพเปลี่ยนใจลูกสาว กับนั่งคุยกับลูกสาวตรง ๆ"

"ความกลัวทำให้คนเลือกทางที่ไม่ตรง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

"ข้าคิดว่าตัวเองก็เคยเลือกแบบนั้น" เขาพูดเบา ๆ

อี้เหยียนหันมามองเขา

"เมื่อไหร่?"

"ตอนที่ข้ามาที่ตำหนักครั้งแรกและบอกว่ามาเพราะเหตุผลทางการ" เขาพูดตรง "เหตุผลจริงนั้นตรงกว่านั้นมาก แต่ข้ากลัวเกินกว่าจะพูดตรง ๆ ในครั้งแรก"

อี้เหยียนมองเขาสักพัก

"ข้าก็รู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

เขาแปลกใจเล็กน้อย มองอีกฝ่าย

"เจ้ารู้?"

"ข้าอ่านพลังงานของคนได้" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "และเหตุผลทางการของเจ้านั้นไม่ได้มีพลังงานที่แน่วแน่ เหตุผลที่แท้จริงต่างหากที่แน่วแน่"

เขายิ้มเบา ๆ

"และเจ้าปล่อยให้ข้าแสดงเหตุผลทางการนั้นโดยไม่บอก?"

"เจ้าต้องการพูดด้วยตัวเองในเวลาที่เจ้าพร้อม" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "การบอกก่อนที่เจ้าพร้อมจะไม่เป็นประโยชน์กับทั้งสองคน"

เขามองอี้เหยียนในแสงบ่ายสีทอง

"เจ้ารอให้ข้าพร้อมก่อนจึงรับ" เขาพูดเสียงเบา ในนั้นมีบางอย่างที่อบอุ่นมากกว่าที่เขาแสดงออกมา

"ข้าเป็นคนอดทน" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ

"ข้ารู้" เขาพูด "และข้าขอบคุณ"

"ไม่ต้องขอบคุณ" อี้เหยียนพูด แล้วก็หยุดสักวินาทีก่อนพูดต่อ "แต่ข้าพร้อมแล้วตั้งนานแล้ว ข้าแค่รอให้เจ้ารู้ว่าพร้อมแล้วด้วยตัวเอง"

เขามองอี้เหยียนในแสงสุดท้ายของบ่าย เนินเขาเตี้ย ๆ ข้างหลังพวกเขาหายไปในม่านทอง

"ข้ารู้แล้ว" เขาพูดเสียงเบา "รู้มาตั้งนานแล้ว"

อี้เหยียนมองเขา ดวงตาสีทองในแสงทองของบ่ายอ่านใบหน้าของเทียนจวินในแบบที่อี้เหยียนอ่านทุกวัน ในแบบที่ตัวเขาเองรู้จัก

แล้วก็หันหน้ากลับมองเส้นทางข้างหน้า

แต่ขยับม้าให้ใกล้ขึ้นในแบบที่เล็กน้อยแต่มีความหมาย

กลับบ้าน และกระจกที่รอการศึกษา.......

ตำหนักเมฆาหล่นในแสงเย็นของบ่ายที่สาม

ประตูตำหนักที่อี้เหยียนปิดไว้ก่อนออกเดินทางเปิดออกเมื่อคณะมาถึง ในแบบที่บ้านเปิดรับเมื่อเจ้าของกลับมา

สวนสมุนไพรข้างหลังมีสีเขียวที่เข้มขึ้นเล็กน้อยในช่วงที่ไม่อยู่ ต้นไม้ที่เธอปลูกและดูแลมาตลอดนั้นยังอยู่ในแบบที่เขาทิ้งไว้ ดินชื้น แสดงว่าฝนตกมาบ้างในช่วงที่จากไป

ทุกคนแยกย้ายกันพักและจัดการสัมภาระ

อี้เหยียนเดินไปที่ห้องคัมภีร์ก่อน วางกล่องผ้าที่มีกระจกลงบนโต๊ะทำงาน เปิดฝาดูกระจกสักพัก กระจกผิวเงินหม่นในแสงบ่ายของห้องคัมภีร์ที่กรองผ่านหน้าต่างบานเล็ก

มันไม่สะท้อนภาพของเขา แต่สะท้อนบางอย่างที่ตัวเขายังอ่านไม่ออกในตอนนี้

“เราจะคุยกันในภายหลัง" อี้เหยียนพูดกับกระจก ปิดฝากล่องกลับ

เมียวกิบินเข้ามาในห้องคัมภีร์และเกาะที่กิ่งไม้แห้งที่อี้เหยียนตั้งไว้สำหรับมัน กระพือปีกหนึ่งครั้งในแบบที่มันทำเมื่อมันกลับบ้านแล้วพอใจ

อี้เหยียนนั่งลงที่โต๊ะ เปิดสมุดบันทึกไปที่หน้าว่าง และเริ่มเขียน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในการเดินทางนี้ พระราชวังต้องห้าม สถูปกลับด้าน เสี่ยวอวิ๋นจื่อ สำนักเมฆาดำ เมล็ดพันธุ์ฝันในฉางหมิง กระจกในฉิวหยาง ศาลเจ้าและชายที่ติดอยู่ในชั้นพิธีกรรม

เขียนจนดวงตาเริ่มเหนื่อย

"ยังเขียนอยู่?"

เสียงเทียนจวินที่ประตูห้องคัมภีร์

อี้เหยียนเงยหน้าขึ้น เขายืนอยู่ที่กรอบประตู ชุดเปลี่ยนแล้ว ในมือมีชาสองถ้วย

"เกือบเสร็จ" อี้เหยียนพูด

เขาเดินเข้ามา วางชาถ้วยหนึ่งข้างๆ นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม เปิดรายงานที่รอเขาอยู่บนโต๊ะคัมภีร์ อ่านในแบบที่เขาอ่านเมื่อเขามีงาน

ทั้งสองทำงานอยู่ในห้องคัมภีร์ในความเงียบที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ทั้งสองกำลังทำ ในแบบที่คนสองคนที่ทำงานด้วยกันนานพอจะนั่งในห้องเดียวกันได้โดยไม่ต้องพูด

สักพัก

"เจ้าคิดถึงบางอย่าง" อี้เหยียนพูดโดยไม่เงยหน้า

"คิดเรื่องกระจก" เขาพูดตรง

"คิดอะไร?"

"คิดว่าถ้ากระจกนั้นแสดงทุกทางเลือก" เขาพูดเสียงเบา "และในทุกทางเลือกนั้นข้ายังมองหาเจ้าอยู่ แปลว่าไม่ใช่เรื่องของทางเลือก มันเป็นเรื่องของสิ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ไม่ว่าจะเลือกทางไหน"

อี้เหยียนวางปากกาลง หันมามองเขา

"เจ้าสรุปสิ่งที่ซับซ้อนได้ตรงและเรียบ" อี้เหยียนพูด

"ข้าเรียนรู้จากเจ้า" เขาพูด

มุมปากของอี้เหยียนขยับขึ้น เป็นรอยยิ้มที่เขาสังเกตเห็นและจำได้ว่าชอบมาตลอด

อี้เหยียนหยิบถ้วยชาขึ้นดื่ม

อบอุ่นในอุณหภูมิที่พอดีในแบบที่เขาชงเสมอ

"ชาดีมาก" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ

"ข้าฝึกมาเพื่อคน ๆ เดียว" เขาพูดในแบบที่เขาพูดครั้งแรกในฉางหมิง ในน้ำเสียงที่บอกว่าไม่ได้พูดเพื่อประจบและรู้ว่าอี้เหยียนรู้ความแตกต่าง

อี้เหยียนวางถ้วยชาลงช้า ๆ มองออกไปที่หน้าต่างที่แสงเย็นของบ่ายเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน ๆ

"เทียนจวิน"

"อะไร"

"ข้าดีใจที่เจ้ามาอยู่ที่นี่" อี้เหยียนพูดเสียงเบาในแบบที่ตัวเขาพูดสิ่งที่ไม่ง่ายที่จะพูด แต่พูดเพราะมันเป็นความจริงที่ควรพูด

เขาเงียบอยู่สักพัก รับสิ่งที่อี้เหยียนพูดในแบบที่เขารับเสมอ

"ข้าก็ดีใจที่ได้มา" เขาพูดเสียงเบา "มากกว่าที่จะบอกได้หมดในคำพูดเดียว"

ห้องคัมภีร์ของตำหนักเมฆาหล่นในแสงเย็นที่เริ่มสีส้ม กลิ่นหมึกและกระดาษเก่าและชาอุ่น สองคนในความเงียบที่สมบูรณ์ ในแบบที่ทุกสิ่งที่ดีเริ่มต้น


"ศาลเจ้าไม่ได้ผนึกเสียง แต่ผนึกคำที่คนพูดเสียงนั้น พูดไม่จบ

และฝันไม่ได้เก็บวิญญาณ แต่เก็บสิ่งที่วิญญาณนั้น ยังคิดไม่กระจ่าง

ดังนั้น ศาลไม่สลาย ฝันไม่สิ้น จนกว่าคำนั้นจะพูดจบ จนกว่าสิ่งนั้นจะเข้าใจ"

"คนที่เดินออกจากศาล พาอะไรไปด้วย คนที่ฝันสิ้น ทิ้งอะไรไว้

และคนที่ เป็นทั้งสองอย่าง และไม่เป็นอะไรเลย ยืนอยู่หน้าประตูศาล แตะที่หน้าอก รู้ว่าที่นั่น ขาดบางอย่าง แต่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร"

..สุสาส์นราคะ..