ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) - 10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน

รายละเอียด

 องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°

อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน

เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว

ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต

°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°

มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)

มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-1 จิ้งจอกไม่จำชาติแต่สายเลือดจำกลิ่น, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-2 ระยะห่างระหว่างเราที่ไม่มีชื่อ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-3 หลงเฉิงเมืองที่โคมทุกดวงมีเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-4 วิญญาณที่ไม่ดับสูญ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-5 จิ้งเหมียนเก๋อ การชำระครั้งสุดท้าย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-7 กระจกสะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-9 เงามืดสองชั้นแห่งความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-11 คนที่มาในใบหน้าเก่าและคนที่เลือกในชาตินี้, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-12 บทที่12 ความเจ็บปวดทำลายได้แค่คนที่ยังจมกับมัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-14 บทที่14 ประกายเสียงเดียวในห้วงมรณะ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-17 บ้านที่มีรอยเท้าปรากฏ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-18 คำทำนายที่ต้องการสองคนในการอ่าน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-19 วิญญาณในทะเลสาบหยกขาว, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-20 สถูป(คู่)หวนชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-21 คำสาปที่ถักทอจากความเจ็บปวด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-22 คำสาปคือความงดงามแห่งโชคชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-23 จดหมายที่ถามว่าตัวเองคือใคร, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-24 สมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-25 ทุ่งอาทิตย์ดับในแสงดาวและความเงียบ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-26 วันที่แสงดี และสิ่งที่พูดในสวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-27 วันที่แสงดี เดือนมีจังหวะ และชีวิตที่ดำเนินอยู่, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-28 เงาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแสงสว่าง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-29 ชิงหวานเมืองวิญญาณสองใจ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-30 บทเพลงแห่งวิญญาณที่หลงทาง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-31 ภูมิวิญญาณกระจกเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-32 คำสาปจากวิญญาณที่แตกสลาย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-33 ใจที่ต้องการลบการมีอยู่ของจิตวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-34 หวูหมิงจือเหมินประตูสู่สิ่งที่ไม่ควรปิด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-35 ในวันที่บางความจำหล่นหาย (ตำหนักเมฆาหล่น), องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-36 วัฏจักการดูดซับหวูเซิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-37 กระดาษที่เขียนด้วยมือคนตาย , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-38 หัวใจที่เรียกหาและรอการกลับมา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-39 เสียงที่ไม่เคยได้ยินแต่หัวใจจดจำ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-40 เหตุผลที่ข้าไม่หลงทางคือเจ้า, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-41 'กู่เหรินเซียน' เจ้าแห่งกระดูก, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-42 เสียงเพรียกของวิญญาณที่เฝ้ารอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-43 คำตัดสินนั้นทิ้งร่องรอยไว้เสมอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-44 ‘ฉีหลิน’ผู้พิพากษาวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-45 นามคือหนึ่งในเวทย์สะกดที่สั้นที่สุด

เนื้อหา

10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ

"ต้นไม้ไม่พูด แต่ต้นไม้จำทุกอย่าง สิ่งที่เจ้าคิดว่าลืมไปแล้ว 

จริงๆ แล้วฝังอยู่ในวงปีของต้นไม้บางต้น หนึ่งวง คือหนึ่งปี หนึ่งวง คือชื่อหนึ่งชื่อที่เจ้าไม่เคยพูดออกมา"

ว่ากันว่า  อักขระที่เขียนด้วยการลืม อักษรที่เก่าแก่ที่สุด ไม่ได้เขียนด้วยพู่กัน แต่แกะสลักด้วยการลืม ทุกครั้งที่คนลืมบางสิ่ง โลกก็มีตัวอักษรเพิ่มขึ้นหนึ่งตัว และป่านั้น คือสถานที่ที่มีอักษรมากที่สุดในโลก

รวมถึง เสียงกระซิบที่รู้ชื่อ ลมในป่านั้นไม่ใช่ลม แต่คือความทรงจำที่ถูกลืม หาทางกลับไม่ได้ จึงกลายเป็นเสียง ล่องลอยระหว่างซอกต้นไม้ และเสียงเหล่านั้นจำหน้าได้ เพราะในนั้น มีบางส่วนที่เป็นของคนคนนั้น"


เว่ยซานเป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบสามด้านด้วยป่า ป่าที่เก่าแก่และหนาแน่นในแบบที่บอกว่าดูแลตัวเองมาหลายร้อยปีโดยไม่ต้องการมนุษย์ ต้นไม้ใหญ่ที่โคนบางต้นหนาจนคนสองคนโอบไม่รอบ ใบที่ซ้อนชั้นกันหนาจนแสงแดดผ่านลงมาถึงพื้นป่าเป็นแค่จุดเล็ก ๆ กระจายห่างกัน

ชาวบ้านที่นำทางเข้าป่าเดินอย่างระวังในแบบที่บอกว่าพวกเขาไม่แน่ใจว่าป่านั้นยังปลอดภัยหรือเปล่า

"เสียงมาจากต้นนั้น" เขาพูดเสียงเงียบ ชี้ไปที่ต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าสัก

อี้เหยียนหยุดฟัง

ในความเงียบของป่าที่ไม่มีลม ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงแมลง มีเสียงหนึ่งที่ลอยมาจากทิศที่ชาวบ้านชี้

เป็นเสียงร้องเพลง ไม่ดัง ไม่เบาจนเกิน แค่พอที่จะได้ยินในระยะสิบก้าว เสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่าคุ้นเคยในแบบที่อี้เหยียนไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินจริงหรือเพียงแต่รู้สึกว่าควรจะได้ยิน

"ได้ยินไหม?" อี้เหยียนถามจางเว่ย

"ได้ยิน" เขาพูดเสียงนิ่ง มือจับปากกาบันทึกที่ถืออยู่แน่นขึ้นเล็กน้อย "เป็นเพลงที่แม่ข้าร้องให้ฟังตอนเด็ก"

อี้เหยียนมองเขาสักวินาที แล้วก็มองเซินเหมย

"เจ้าล่ะ?"

"เป็นเพลงที่ข้าร้องเมื่อตอนเด็กคนเดียวในห้อง" เซินเหมยพูดเสียงเบา "ข้าไม่รู้ว่าเรียนจากใคร แต่ร้องอยู่นาน"

"เพลงคนละเพลง" อี้เหยียนพูด "แต่ทุกคนได้ยินเพลงที่ตัวเองจำได้"

"ต้นไม้อ่านความทรงจำของคนที่เข้ามาใกล้และร้องเพลงจากมัน?" ซวินฮัวถามเสียงแห้ง

"ไม่ใช่ต้นไม้ทำ" อี้เหยียนพูดเดินเข้าไปหาต้นไม้ยักษ์ "ต้นไม้เป็นแค่แหล่งกระจายเสียง มีบางอย่างฝังอยู่ที่รากของมัน"

โคนต้นไม้ยักษ์...........

ต้นไม้ยักษ์นั้นอายุมากจริงตามที่รายงานบอก เปลือกของมันหนาและขรุขระในแบบที่เวลาหลายร้อยปีจะทำ รากที่โผล่ขึ้นมาจากดินนั้นใหญ่บางรากเท่าต้นขาของคนผู้ใหญ่

เมียวกิบินวนรอบต้นไม้สามรอบ แล้วลงเกาะที่รากที่ใหญ่ที่สุดด้านทิศเหนือ

อี้เหยียนเดินไปที่รากนั้น นั่งลงตรวจดู

ระหว่างรากสองเส้นที่พันกันอยู่ มีสิ่งเล็ก ๆ ที่สีของมันกลืนไปกับสีดินจนมองไม่เห็นถ้าไม่รู้ว่ามี

อี้เหยียนหยิบออกมาด้วยมือเปล่า

เป็นแผ่นหินบาง รูปทรงไม่แน่นอน ขนาดเท่าฝ่ามือ บนผิวของมันมีรอยแกะสลักที่ละเอียดมาก เล็กจนต้องถือใกล้ดวงตามากจึงจะเห็น

"อักษรเสียง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

"อักษรเสียง?" จางเว่ยเข้ามาดู

"อักษรโบราณชนิดหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อบันทึกเสียง ไม่ใช่คำพูด แต่บันทึกคลื่นเสียงในรูปแบบสัญลักษณ์" อี้เหยียนอธิบาย "เมื่อมันสัมผัสกับพลังงานชีวิตของคนที่อยู่ใกล้ มันจะอ่านความถี่ของพลังงานชีวิตนั้นซึ่งมีรูปแบบเฉพาะตัว แล้วแปลกลับออกมาเป็นเสียงที่สอดคล้องกับความทรงจำที่ลึกที่สุดของคนนั้น"

"ฟังดูซับซ้อนมาก" ซวินฮัวพูดเสียงระวัง

"เป็นเทคนิคที่เก่ามาก" อี้เหยียนพูด "ข้าอ่านเจอในบันทึกโบราณแค่ครั้งเดียว แต่ไม่เคยเห็นของจริง ความรู้นี้ควรจะสูญไปนานแล้ว"

"แต่สำนักเมฆาดำมีอยู่" จางเว่ยพูดเสียงขรึม

"คนที่อยู่เบื้องหลังสำนักนั้นมี"  อี้เหยียนแก้ "และเขาใช้มันทดสอบว่าพลังงานความทรงจำนั้นทำงานกับต้นไม้ได้ไหม"

"เพื่อ?"

อี้เหยียนมองแผ่นหินในมือ ดวงตาสีทองคิดอยู่

"เพื่อหาวิธีดึงความทรงจำออกจากคนโดยไม่ต้องให้พวกเขาสมัครใจ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ถ้าสามารถดึงความทรงจำออกจากคนได้ในแบบที่พวกเขาไม่รู้ตัว ก็สามารถรู้ทุกอย่างที่คนนั้นรู้ได้"

"ข้อมูล" จางเว่ยพูด "สำนักเมฆาดำต้องการข้อมูล"

"และประตูที่พวกเขาต้องการเปิดนั้นอาจต้องการข้อมูลบางอย่างที่ยังไม่มี" อี้เหยียนสรุป

อี้เหยียนทำลายแผ่นหินอักษรเสียงด้วยสถูป แผ่นหินแตกออกเป็นสองชิ้นในมือของเขาแล้วก็แตกเป็นผงสีเทาที่หลุดออกจากมือในลมเบา ๆ

เสียงร้องเพลงในป่าหยุดลงในทันที

ป่าที่ว่างจากเสียงนั้นกลับมามีเสียงนกร้อง เสียงแมลง เสียงลมในใบไม้ ในแบบที่ป่าปกติจะมี

จดหมายมาถึง และเวลาที่หมดลง......

วันที่สี่หลังกลับจากเว่ยซาน ตำหนักเมฆาหล่น

รายงานจากเทียนจวินและหลี่เซียนที่ไปเหอหยวนกลับมาก่อนที่พวกเขาตัวจริงจะกลับ รายงานบอกว่าบ่อน้ำเงินในเหอหยวนนั้นมีกลไกคล้ายกันกับแผ่นหินอักษรเสียงในเว่ยซาน แต่ซับซ้อนกว่า ฝังอยู่ที่ก้นบ่อโดยใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณ ทำลายได้ยากกว่าเพราะน้ำกระจายพลังงาน ต้องใช้เวลาสามวันจึงจะทำลายได้อย่างสมบูรณ์

รายงานนั้นมาพร้อมโน้ตสั้น ๆ จากเทียนจวินที่เขียนด้วยลายมือเขาเอง

"พบเส้นทางของสำนักเมฆาดำในเหอหยวน มีคนกลุ่มหนึ่งที่ดูแลอุปกรณ์เหล่านี้ และมีชื่อที่ซ้ำกันในรายงานหลายฉบับ ชื่อว่า 'เหวยหลิงเฟิน' จะอธิบายเมื่อกลับมา กลับในอีกสองวัน"

อี้เหยียนอ่านโน้ตนั้นสองรอบ

ชื่อเดียวกับที่อยู่ในกระจก

และในเช้าของวันเดียวกัน

นกส่งสารสีดำมาถึงตำหนักเมฆาหล่น ไม่ใช่นกธรรมดา แต่เป็นนกที่มีพลังงานพิเศษ นกที่ส่งข้อความในแบบที่เฉพาะบางคนใช้

จดหมายที่มากับนกนั้นเขียนด้วยลายมือที่อี้เหยียนเคยเห็นมาสองครั้ง

เสี่ยวอวิ๋นจื่อ

อี้เหยียนเปิดอ่านจดหมายในห้องคัมภีร์คนเดียว เมียวกิบนไหล่ซ้ายนิ่งผิดปกติ

"ท่านองค์เมียวจิ

ข้าตัดพันธะกับสำนักเมฆาดำได้แล้วเมื่อสามวันก่อน วิธีที่ข้าพบนั้นต้องการราคา ไม่ใช่ราคาที่เจ็บปวด แต่เป็นราคาที่ทำให้สำนักเมฆาดำรู้ทันทีว่าพันธะนั้นถูกตัด และรู้ว่าใครตัด

ข้าออกจากหลงเฉิงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนที่ปลอดภัย เพราะสำนักเมฆาดำรู้ทุกที่ที่ข้าเคยอยู่ในชาตินี้

สิ่งที่ข้าต้องการบอกท่านมีสองเรื่อง

เรื่องแรก — สำนักเมฆาดำรู้ว่าตำหนักเมฆาหล่นเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแผนของพวกเขา หลังจากที่ท่านทำลายสถูปกลับด้านในหลงเฉิงและเมล็ดพันธุ์ฝันในฉางหมิง พวกเขาเปลี่ยนกลยุทธ์ พวกเขาจะไม่รอให้แผนสมบูรณ์อีกต่อไป แต่จะมาโดยตรง

เรื่องที่สอง — คนที่อยู่เบื้องหลังสำนักเมฆาดำนั้น ข้ารู้จักเขา รู้จักในแบบที่ลึกกว่าที่ข้าบอกท่านที่หลงเฉิง เหวยหลิงเฟินนั้นไม่ใช่คนในชาตินี้ที่สร้างสำนักเมฆาดำขึ้นมา เขาเป็นวิญญาณที่กลับชาติมาเพื่อทำสิ่งที่เขาตั้งใจมาตั้งแต่ชาติก่อน ในชาติที่สี่ เหวยหลิงเฟินคือคนที่เซี่ยหมิงรัก คนที่ราคาถ่ายโอนนั้นจ่ายแทน แต่สิ่งที่ท่านยังไม่รู้คือ ในชาติที่สี่นั้น เมื่อเซี่ยหมิงสิ้นชีวิตจากราคาที่จ่ายแทน เหวยหลิงเฟินไม่ได้รู้สึกขอบคุณ เขารู้สึกโกรธ โกรธว่าทำไมเซี่ยหมิงตัดสินใจแทนเขา โกรธว่าทำไมถึงไม่ถามเขาก่อน และความโกรธนั้นกลายเป็นสิ่งที่เขาแบกมาทุกชาติ ในแบบที่ต่างจากความเจ็บปวดของข้า เขาไม่ได้รู้สึกผิด เขาโกรธ และความโกรธนั้นในชาตินี้กลายเป็นสำนักเมฆาดำ

จงระวังตัว ท่านองค์เมียวจิ เขารู้จักท่านดีกว่าที่ท่านรู้จักเขา

เสี่ยวอวิ๋นจื่อ"

อี้เหยียนอ่านจดหมายสองรอบ วางลงบนโต๊ะ มองออกไปที่หน้าต่าง

เมียวกิส่งเสียงร้องเบา ๆ

"ข้ารู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

สองวันต่อมา เมื่อคณะกลับมาครบ........

เทียนจวินและหลี่เซียนกลับมาตอนบ่ายของวันที่สอง พร้อมกับข้อมูลจากเหอหยวนและใบหน้าที่บอกว่าสองวันที่ผ่านมาไม่ได้ง่าย

เมื่ออ่านจดหมายจากเสี่ยวอวิ๋นจื่อเสร็จ เทียนจวินวางจดหมายลงเงียบ ๆ

ทุกคนในห้องโถงนั่งอยู่รอบโต๊ะ บรรยากาศหนักในแบบที่บรรยากาศหนักเมื่อทุกคนรับรู้บางอย่างที่ใหญ่กว่าที่คาด

"เหวยหลิงเฟินโกรธเซี่ยหมิงที่ตัดสินใจแทนเขา" จางเว่ยพูดเสียงขรึม "และใช้ชาตินี้เพื่อทำบางอย่างกับสิ่งที่เขาโกรธ"

"ไม่ใช่แค่โกรธ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "เขาต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองมีพลังงานมากพอที่ไม่ต้องการการช่วยเหลือจากใคร ประตูที่เขาต้องการเปิดนั้นไม่ใช่เพื่ออำนาจ มันเพื่อพิสูจน์บางอย่าง"

"พิสูจน์ว่าเขาสามารถทำได้เองโดยไม่ต้องมีใครจ่ายราคาแทน" เทียนจวินพูดเสียงเบา

"และถ้าเปิดประตูนั้นได้ เขาจะมีพลังงานที่ไม่มีขีดจำกัด" อี้เหยียนพูดต่อ "ไม่ต้องพึ่งพาใคร ไม่ต้องขอบคุณใคร"

"ความโกรธนั้นลึกมาก" เซินเหมยพูดเสียงเบา

"ลึกพอที่จะแบกมาหลายชาติ" อี้เหยียนยืนยัน

"แล้วเขามีพันธะกับเราสองคนอย่างไร?" เทียนจวินถาม

"ในชาติที่สี่ เขารักเซี่ยหมิง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "และเซี่ยหมิงรักเขา แต่คนที่เซี่ยหมิงรักในชาติที่สี่ไม่ใช่แค่เหวยหลิงเฟิน มันซับซ้อนกว่านั้น"

อี้เหยียนหยุด มองเทียนจวิน

"บันทึกจากเฉินเหวินบอกข้าว่ามีวิญญาณที่ตามเซี่ยหมิงมาทุกชาติ วิญญาณที่ยืนอยู่นอกวงกลมในวันที่เซี่ยหมิงจ่ายราคา" อี้เหยียนพูด

"ข้า" เทียนจวินพูดเสียงเงียบ

"ในชาติที่สี่ เซี่ยหมิงรักสองคน" อี้เหยียนพูดตรง "เหวยหลิงเฟินซึ่งเธอรักในแบบหนึ่ง และเธอเลือกจ่ายราคาแทน และ—"

อี้เหยียนหยุดสักวินาที

"และคนที่เธอรักในแบบที่ลึกกว่า แต่ยังไม่รู้ว่ารักในวันที่เลือกจ่ายราคา"

ห้องเงียบ

เทียนจวินมองอี้เหยียน ดวงตาของเขาในแสงบ่ายนั้นอ่านทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดและสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา

"เหวยหลิงเฟินรู้เรื่องนั้น" เขาพูดเสียงเบา

"เขารู้ทุกอย่าง" อี้เหยียนพูด "รู้ว่าเซี่ยหมิงรักใครด้วยชั้นไหนของใจ รู้ว่าวิญญาณที่ตามมาทุกชาตินั้นคือใคร รู้ว่าพันธะระหว่างอี้เหยียนและเทียนจวินในชาตินี้นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน"

"และนั้นคือเหตุผลที่เขาต้องการสถูปของเจ้า" เทียนจวินพูด

"พลังงานที่เขาต้องการเปิดประตูนั้น ไม่ใช่แค่พลังงานในสถูป" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "มันคือพลังงานที่เกิดจากพันธะ พลังงานตรงกลางที่เราสองคนสร้างขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน เขาต้องการใช้มันเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีพลังงานที่มาจากตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ในความขัดแย้งแบบที่เจ็บปวดที่สุด โดยการใช้พลังงานของคนที่เซี่ยหมิงรักในแบบที่ลึกกว่าเขา"

จางเว่ยวางปากกาลงช้า ๆ

"เขาต้องการทำลายทั้งสองท่านพร้อมกับเปิดประตู" เขาพูดเสียงเงียบ

"เขาต้องการพิสูจน์ว่าเขาไม่ต้องการใคร" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "และวิธีที่ดีที่สุดในการพิสูจน์คือการใช้สิ่งที่คนอื่นมีและเขาไม่มี แล้วทำลายมัน"

ห้องเงียบยาว

เทียนจวินลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมายืนข้างๆ อี้เหยียน

"เขาจะมา" เขาพูดเสียงเงียบและมั่นคง

"จะมา" อี้เหยียนยืนยัน

"และเราจะรับมือ" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม ไม่ใช่การปลอบใจ แต่เป็นการยืนยันที่มาจากสิ่งที่เขาตัดสินใจแล้ว

อี้เหยียนมองเขาสักพัก ในดวงตาสีทองของอี้เหยียนนั้นรับสิ่งที่เขาพูดในแบบที่อีกฝ่ายรับทุกสิ่งที่มาจากเขา

"เราจะรับมือ" อี้เหยียนพูดซ้ำ

ค่ำคืนของวันนั้น ระเบียง......

หลังทุกคนแยกย้ายไปเตรียมตัวและเตรียมแผน อี้เหยียนออกมาที่ระเบียงหลังตำหนักในตอนดึก

เทียนจวินตามมาในไม่นาน ชาสองถ้วยในมือ นั่งลงข้างๆ ในแบบที่เขามาเสมอ

ทั้งสองนั่งเงียบในแสงดาวของคืนที่ท้องฟ้าใส

"เจ้ากลัว?" เขาถามเสียงเบา

"กลัว" อี้เหยียนตอบตรง "ไม่ใช่กลัวเหวยหลิงเฟิน แต่กลัวว่าสิ่งที่เขาต้องการใช้นั้น—" อี้เหยียนหยุด

"พลังงานระหว่างเรา" เขาพูดต่อ เสียงเงียบ รับรู้ว่าอี้เหยียนพูดยากตรงไหน

"ถ้าเขาใช้มันได้" อี้เหยียนพูด "มันหมายความว่าสิ่งที่เราเป็นต่อกันนั้นกลายเป็นอาวุธในมือของเขา"

"หรือหมายความว่าสิ่งที่เราเป็นต่อกันนั้นแข็งแกร่งพอที่ทำให้เขาต้องการมันขนาดนั้น" เทียนจวินพูดเสียงเบา

อี้เหยียนนิ่งอยู่กับสิ่งที่เขาพูด

"เจ้ามองในแง่ดีเสมอ" อี้เหยียนพูดเสียงเบา

"ข้ามองในแง่ที่เป็นความจริงในส่วนนั้น" เขาพูด "เหวยหลิงเฟินกลัวสิ่งที่เราเป็นต่อกัน ถ้าเขาไม่กลัว เขาจะไม่ต้องการมัน"

อี้เหยียนมองออกไปที่สวนสมุนไพรในแสงดาว ต้นไม้ที่ตัวเขาเองปลูกและดูแล ดินที่เขารู้จักทุกส่วน

"เทียนจวิน"

"อะไร"

"ถ้าในการเผชิญหน้ากับเขา ราคาออกมาหนัก—"

"เราคุยเรื่องนั้นเมื่อถึงเวลา" เขาพูดตัดเบา ๆ "ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าราคาจะเป็นอย่างไร และการคิดถึงราคาที่ยังไม่รู้นั้นไม่มีประโยชน์"

"แต่ถ้า—"

"อี้เหยียน" เขาพูดชื่ออี้เหยียนเสียงเงียบ

อี้เหยียนหยุด

"ข้าอยู่ที่นี่" เขาพูดสั้น ๆ แต่หนักในแบบที่คำสั้น ๆ บางคำหนักกว่าคำยาวหลายบรรทัด

อี้เหยียนมองเขาในแสงดาว รับสิ่งที่เขาพูดในแบบที่เขารับมาตลอด

แล้วก็ขยับมาพิงไหล่ของเทียนจวินในแบบที่ตัวเขาทำเมื่อเขาต้องการบอกบางอย่างโดยไม่ต้องพูดออกมา

เขาไม่ขยับ ยืนให้อีกฝ่ายในแบบที่เขายืนให้เสมอ

"ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่" อี้เหยียนพูดเสียงเบามาก

เมียวกิบนกิ่งไม้เหนือหัวหลับตาลงในแบบที่พอใจ ในแบบที่สิ่งที่รู้ว่าควรเป็นเป็นเหมือนที่ควรเป็น


"อักษรเหล่านั้นสลักอยู่บนต้นไม้ อักษรเหล่านั้นไม่มีใครอ่านออก ยกเว้นคนที่ ทิ้งความทรงจำไว้ที่นี่

และคนนั้น ลืมไปแล้ว ว่าตัวเองเป็นคนเขียน"

"ในที่สุดป่านั้นก็เงียบลง ไม่ใช่เพราะไม่มีเสียง แต่เพราะคนที่เข้าใจทุกเสียง ไม่ต้องการหูเพื่อฟังอีกต่อไปแล้ว

ความทรงจำขโมยได้ แต่คนที่จำได้ว่าเจ้าคือใคร ขโมยไม่ได้

เพราะคนนั้น ไม่ได้อยู่ในความทรงจำ แต่อยู่ในการที่ ตอนชงชาตอนเช้า โดยไม่ต้องคิด ก็นึกถึงเจ้า อยู่ในการกระทำนั้น"

..สุสาส์นราคะ..