ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) - 13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน

รายละเอียด

 องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°

อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน

เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว

ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต

°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°

มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)

มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-1 จิ้งจอกไม่จำชาติแต่สายเลือดจำกลิ่น, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-2 ระยะห่างระหว่างเราที่ไม่มีชื่อ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-3 หลงเฉิงเมืองที่โคมทุกดวงมีเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-4 วิญญาณที่ไม่ดับสูญ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-5 จิ้งเหมียนเก๋อ การชำระครั้งสุดท้าย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-7 กระจกสะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-9 เงามืดสองชั้นแห่งความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-11 คนที่มาในใบหน้าเก่าและคนที่เลือกในชาตินี้, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-12 บทที่12 ความเจ็บปวดทำลายได้แค่คนที่ยังจมกับมัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-14 บทที่14 ประกายเสียงเดียวในห้วงมรณะ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-17 บ้านที่มีรอยเท้าปรากฏ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-18 คำทำนายที่ต้องการสองคนในการอ่าน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-19 วิญญาณในทะเลสาบหยกขาว, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-20 สถูป(คู่)หวนชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-21 คำสาปที่ถักทอจากความเจ็บปวด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-22 คำสาปคือความงดงามแห่งโชคชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-23 จดหมายที่ถามว่าตัวเองคือใคร, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-24 สมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-25 ทุ่งอาทิตย์ดับในแสงดาวและความเงียบ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-26 วันที่แสงดี และสิ่งที่พูดในสวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-27 วันที่แสงดี เดือนมีจังหวะ และชีวิตที่ดำเนินอยู่, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-28 เงาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแสงสว่าง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-29 ชิงหวานเมืองวิญญาณสองใจ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-30 บทเพลงแห่งวิญญาณที่หลงทาง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-31 ภูมิวิญญาณกระจกเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-32 คำสาปจากวิญญาณที่แตกสลาย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-33 ใจที่ต้องการลบการมีอยู่ของจิตวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-34 หวูหมิงจือเหมินประตูสู่สิ่งที่ไม่ควรปิด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-35 ในวันที่บางความจำหล่นหาย (ตำหนักเมฆาหล่น), องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-36 วัฏจักการดูดซับหวูเซิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-37 กระดาษที่เขียนด้วยมือคนตาย , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-38 หัวใจที่เรียกหาและรอการกลับมา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-39 เสียงที่ไม่เคยได้ยินแต่หัวใจจดจำ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-40 เหตุผลที่ข้าไม่หลงทางคือเจ้า, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-41 'กู่เหรินเซียน' เจ้าแห่งกระดูก, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-42 เสียงเพรียกของวิญญาณที่เฝ้ารอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-43 คำตัดสินนั้นทิ้งร่องรอยไว้เสมอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-44 ‘ฉีหลิน’ผู้พิพากษาวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-45 นามคือหนึ่งในเวทย์สะกดที่สั้นที่สุด

เนื้อหา

13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง

"คนที่ข้ามสะพานและกลับมาบอกว่า 'ฝั่งโน้นทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้ว'

ว่ากันว่า "มีสะพานชนิดหนึ่ง ข้ามไปแล้วไม่ใช่ถึงฝั่งโน้น แต่คือถึงตัวอีกคน

คนนั้นจำดวงตาได้ จำเสียงได้ แต่ไม่จำสิ่งที่แบกอยู่ เพราะสิ่งนั้นทิ้งอยู่บนสะพานแล้ว

บางคนบอกว่าสะพานดูดไป บางคนบอกว่าสะพานขโมยไป แต่ที่เบาลง ยืนอยู่ในทิวทัศน์ฝั่งโน้น แค่หายใจลึกๆ แล้ว เดินต่อไป"


สัปดาห์แห่งการฟื้นตัว และรายงานที่ไม่รอให้ฟื้น.........

ตำหนักเมฆาหล่นในสัปดาห์หลังการต่อสู้

ตำหนักที่ผ่านการล้อมนั้นฟื้นตัวในแบบของมัน ไม่เร็วเกินไป ไม่ช้าเกินไป แต่สม่ำเสมอในแบบที่สิ่งที่แข็งแกร่งพอฟื้น

ลูกศิษย์สำนักที่มีบาดแผลหายดีในสามวัน เซินเหมยรักษาซวินฮัวไหล่ฟกช้ำด้วยยาพอกที่เธอบอกว่าต้องใช้อย่างน้อยห้าวัน ซวินฮัวบอกว่าสองวันก็พอ เธอบอกว่าห้าวัน เขาทำตามในวันที่สี่

จางเว่ยเขียนรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเหวยหลิงเฟินและสำนักเมฆาดำ รายงานที่ยาวกว่ารายงานอื่น ๆ ที่เขาเขียนมาในชีวิต และในตอนท้ายของรายงานนั้นเขาเพิ่มส่วนที่เขาเรียกว่า "การประเมินส่วนตัวของบัณฑิตที่เห็นมาครบ" ซึ่งยาวกว่าส่วนข้อเท็จจริงเสียอีก

เสี่ยวอวิ๋นจื่ออยู่ในห้องที่อี้เหยียนให้ใช้ ออกมาช่วยงานในตำหนักในแบบที่เงียบและเป็นประโยชน์ในเวลาเดียวกัน ไม่พูดมาก ไม่ถามมาก แต่อยู่ที่นั่นในแบบที่บอกว่าเขาเลือกอยู่และตั้งใจจะอยู่ต่อ

และอี้เหยียนก็กลับมาศึกษากระจก

แต่รายงานมาเร็วกว่าที่ตำหนักจะฟื้นตัวได้เต็มที่

วันที่สี่หลังการต่อสู้ มีนกส่งสารมาถึงห้าตัวในวันเดียว

จากหมู่บ้านทางเหนือสองแห่ง เมืองทางตะวันออกสองเมือง และจากพ่อค้าเดินทางที่ผ่านพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้

เนื้อหาต่างกัน แต่รูปแบบเหมือนกัน

เมล็ดพันธุ์ฝัน อักษรเสียง พลังงานผิดปกติ ในพื้นที่ที่กระจายออกไปในแบบที่บอกว่าสำนักเมฆาดำไม่ได้หยุดเพราะแพ้ที่ตำหนักเมฆาหล่น

แต่เร่งขึ้น

"พวกเขาขยายปฏิบัติการ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบในการประชุมเช้าของวันนั้น "ไม่ใช่ถอยออกหลังจากที่เหวยหลิงเฟินล้มเหลวในวันนั้น แต่เร่งแผนที่วางไว้ก่อนหน้า"

"เขารู้ว่าเราจะไล่ตาม" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "และต้องการให้งานนั้นมากเกินกว่าที่เราจะจัดการได้ทั้งหมด"

"บีบให้เลือก" จางเว่ยพูด "จัดการที่นั่น หรือที่นี่ หรือที่โน่น แต่ไม่สามารถจัดการทุกที่ได้พร้อมกัน"

"และในขณะที่เราวุ่นอยู่กับรายการทั้งหมดนั้น" เซินเหมยพูดเสียงเงียบ "เขาก็เดินหน้าที่หุบเขาสิ้นเสียงโดยไม่มีใครรบกวน"

"นั้นคือแผน" อี้เหยียนพูด

ห้องเงียบ

"เราจะทำอย่างไร?" หลี่เซียนถาม

"เราแบ่ง" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "แต่ก่อนนั้น ข้าต้องอ่านกระจกให้เสร็จ เพราะข้อมูลในชั้นที่สามนั้นน่าจะบอกวิธีรับมือกับหุบเขาสิ้นเสียงที่ถูกต้อง ถ้าเราไปโดยไม่รู้ว่าประตูนั้นต้องการอะไร เราอาจทำให้มันเปิดได้ง่ายขึ้นแทนที่จะปิดมัน"

"ชั้นที่สาม" เสี่ยวอวิ๋นจื่อที่นั่งอยู่มุมห้องพูดขึ้น เสียงเงียบแต่ทุกคนได้ยิน "ข้าพบมันเมื่อคืน"

ชั้นที่สาม สิ่งที่รอคนพร้อม.......

เช้าของวันเดียวกัน ห้องคัมภีร์

อี้เหยียนวางกระจกไว้บนโต๊ะ เสี่ยวอวิ๋นจื่อนั่งตรงข้าม เทียนจวินนั่งข้างๆ อี้เหยียน

"เล่าให้ฟัง" อี้เหยียนพูดกับเสี่ยวอวิ๋นจื่อ

"ข้าออกมานั่งในสวนเมื่อคืน" เขาพูดเสียงเรียบ "กระจกอยู่ในห้องคัมภีร์ แต่ข้าเห็นแสงจากใต้ประตู เดินเข้าไปดูพบว่ากระจกนั้นเปล่งแสงสีน้ำเงินเข้ม ไม่ใช่แสงเดียวกับที่ท่านอ่านในชั้นที่สอง"

"ต่างกันอย่างไร?"

"แสงในชั้นที่สองนั้นนิ่ง" เขาพูด "แสงในชั้นที่สามนั้นเคลื่อนไหว ในแบบที่น้ำเคลื่อนไหว ไม่ใช่แบบที่ไฟเคลื่อนไหว"

อี้เหยียนมองกระจก ปล่อยสถูปออกมาสัมผัสผิวกระจกเบา ๆ

แสงสีน้ำเงินเข้มออกมาทันที เคลื่อนไหวในแบบที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อบรรยาย ในแบบที่น้ำลึกที่มีสิ่งมีชีวิตว่ายอยู่ข้างล่าง

และในแสงนั้นมีอักษรปรากฏขึ้น แต่คราวนี้ไม่ใช่อักษรที่อ่านได้ทันที มันเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงในแบบที่อักษรที่ซ่อนอยู่ในพลังงานจะเปลี่ยนแปลง รอให้คนที่อ่านนั้นอ่านในแบบที่ถูกต้อง

อี้เหยียนอ่านในแบบที่เขาอ่านทุกอย่างที่ซับซ้อน ไม่รีบ ไม่บังคับให้ชัดเจนก่อนที่มันจะพร้อม แค่รอและรับ

อักษรค่อย ๆ นิ่งลงทีละตัว

อี้เหยียนจดในสมุดบันทึกไปพร้อมกัน

หนึ่งก้านธูป

"เสร็จแล้ว" อี้เหยียนพูด วางปากกาลง

เทียนจวินมองสมุดบันทึก

"บอกข้า"

"ชั้นที่สามนั้นเป็นคำแนะนำ" อี้เหยียนพูดช้า ๆ ทบทวนสิ่งที่จดไว้ "ไม่ใช่ข้อมูลเหมือนชั้นที่สอง แต่เป็นคำแนะนำสำหรับ 'ผู้ถือสถูป' ในการรับมือกับประตูที่หุบเขาสิ้นเสียง"

"ใครเขียนมัน?" เสี่ยวอวิ๋นจื่อถาม

"ไม่บอกชื่อ" อี้เหยียนพูด "แต่รูปแบบการเขียนนั้นมาจากคนที่รู้จักสถูปหวนชะตาอย่างลึกซึ้ง รู้จักในแบบที่ผู้ถือสถูปหลายชาติจะรู้จัก"

"เป้ยหลิน?" เทียนจวินเดา ชื่อผู้ถือสถูปก่อนอี้เหยียน

"อาจจะ" อี้เหยียนพูด "หรืออาจจะเป็นผู้ถือในชาติที่เก่ากว่านั้น แต่ไม่สำคัญตอนนี้ สิ่งที่สำคัญคือเนื้อหา"

"บอกมา"

"ชั้นที่สามบอกสามสิ่ง" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง "สิ่งแรก — หุบเขาสิ้นเสียงนั้นไม่ใช่แค่ตำแหน่งของประตู มันเป็นพื้นที่ที่เสียงทุกชนิดถูกดูดซับและเก็บไว้ รวมถึงเสียงของความตั้งใจ เสียงของพลังงาน และเสียงของพันธะ ใครก็ตามที่เข้าไปในพื้นที่นั้นโดยไม่มีการป้องกัน จะสูญเสียสิ่งที่พวกเขา 'ส่งออก' ไปทุกครั้ง ทั้งเสียงพูด พลังงาน และความตั้งใจ ถูกดูดซับเข้าไปในหุบเขา"

ห้องเงียบ ทุกคนรับรู้ถึงความหมายของสิ่งที่อี้เหยียนพูด

"แปลว่าการต่อสู้ในหุบเขานั้น" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ยิ่งส่งพลังงานออก ยิ่งสูญเสีย"

"ใช่" อี้เหยียนพูด "สิ่งที่สอง — ประตูที่เหวยหลิงเฟินต้องการเปิดนั้นต้องการ 'เสียงที่เก็บไว้' ในหุบเขา เสียงที่สะสมมาพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนที่เปิดประตูได้ เขาใช้หุบเขาเป็นที่สะสมพลังงานจากทุกคนที่ผ่านมา และทุกอุปกรณ์ที่เขาวางในที่ต่าง ๆ เพื่อดูดซับพลังงานความทรงจำนั้นก็ส่งพลังงานมาที่หุบเขาด้วย"

"เมล็ดพันธุ์ฝัน อักษรเสียง ทั้งหมดนั้น" จางเว่ยพูดจากมุมห้อง

"ส่งพลังงานมาที่หุบเขา" อี้เหยียนยืนยัน "และสิ่งที่สาม—"

อี้เหยียนหยุดสักวินาที

"วิธีรับมือกับหุบเขาสิ้นเสียงคือต้องไม่ส่งเสียงออกไป ต้องเคลื่อนไหวในแบบที่ไม่ส่งพลังงานออก ซึ่งหมายความว่าต้องใช้พลังงานในแบบที่กลับด้านกับปกติ ต้องดึงเข้ามาแทนที่จะส่งออกไป"

"แปลว่าสถูปนั้นต้องทำงานในแบบที่กลับด้าน" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเบา เข้าใจทันที

"ใช่" อี้เหยียนพูด "และนั้นคือสิ่งที่ผู้ถือสถูปที่เขียนชั้นที่สามบอกว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เพราะธรรมชาติของสถูปนั้นส่งออก ไม่ใช่ดึงเข้า การทำให้มันดึงเข้านั้นต้องการการเข้าใจมันในแบบที่ลึกกว่าการใช้งานปกติ"

"เจ้าทำได้ไหม?" เทียนจวินถามเสียงเบา ตรงในแบบที่เขาถามเสมอ

อี้เหยียนมองสถูปในมือ

"ข้าต้องฝึก" อี้เหยียนพูดตรง "และเวลาที่มีนั้นไม่มาก"

ระหว่างการฝึก และคดีที่มาไม่รอ........

สามวันต่อมา

อี้เหยียนฝึกการใช้สถูปในแบบที่กลับด้านในสวนหลังตำหนักทุกเช้าและเย็น เทียนจวินอยู่ข้างๆ เสมอ ส่งพลังงานออกมาให้อี้เหยียนฝึกดึงเข้าในแบบที่ควบคุมได้ก่อน

ในวันแรก อี้เหยียนดึงพลังงานของเขาเข้ามาได้สิบส่วนของที่เขาส่งออก

วันที่สอง สี่สิบส่วน

วันที่สาม แปดสิบส่วน

"เก่งขึ้นเร็วมาก" เขาพูดในวันที่สามหลังการฝึกตอนเย็น เสียงนั้นอบอุ่นในแบบที่เขาพูดเมื่อเขาพอใจกับบางอย่าง

"ข้าเคยดูดซับพลังงานมาก่อน" อี้เหยียนพูด "สถูปกลับด้านในหลงเฉิง แค่ต้องปรับวิธีการให้ทำงานได้ในพื้นที่ที่ต้านทาน ไม่ใช่พื้นที่ที่ยอม"

"ต่างกันอย่างไร?"

"เหมือนว่ายน้ำกับว่ายน้ำทวนกระแส" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ

"แล้วตอนนี้ว่ายทวนกระแสได้เกือบหมดแล้ว" เขาพูดมุมปากขยับขึ้น

"แปดสิบส่วน" อี้เหยียนแก้

"ใกล้แล้ว"

"ยังไม่พอสำหรับหุบเขาสิ้นเสียง" อี้เหยียนพูดตรง "ต้องเก้าสิบห้าหรือมากกว่านั้น ถ้าน้อยกว่านั้น หุบเขาจะดูดพลังงานออกจากสถูปได้มากกว่าที่ดึงเข้ามาได้ และสถูปจะหมดแรงก่อนที่งานจะเสร็จ"

"อีกกี่วัน?"

"สองวัน ถ้าฝึกได้ต่อเนื่อง"

แต่วันถัดไปนั้น รายงานมาและทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยน

รายงานจากสะพานหินแดง...........

หมู่บ้านชายแดนทางตะวันตก สะพานหินแดงที่ทอดข้ามแม่น้ำขาว

รายงานบอกว่าสะพานนั้นปฏิเสธคนบางคน ไม่ใช่หักหรือพัง แต่เมื่อคนบางคนเดินขึ้นสะพาน สะพานนั้นสั่นสะเทือนและส่งคนนั้นออกไปจากสะพานในแบบที่ไม่ตายแต่ก็ไม่ยอมให้ข้าม

และสิ่งที่แปลกที่สุด คนที่ถูกปฏิเสธนั้นไม่ใช่แบบสุ่ม ทุกคนที่ถูกปฏิเสธนั้นมีความลับที่ยังค้างอยู่ ความลับที่พวกเขายังไม่ได้บอกกับคนที่ควรได้ยิน

"สะพานอ่านความลับ?" ซวินฮัวพูดเสียงสงสัย

"สะพานอ่านน้ำหนักของสิ่งที่แบก" อี้เหยียนพูด "และความลับนั้นหนักในแบบที่สะพานรู้สึกได้"

"วิญญาณของสะพาน?" จางเว่ยถาม

"หรือบางอย่างที่สำนักเมฆาดำฝังไว้ในสะพานนั้นเพื่อทดสอบบางอย่าง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

"สะพานนั้นอยู่บนเส้นทางหลักที่นำไปยังหุบเขาสิ้นเสียง" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดเสียงเบา มองแผนที่บนโต๊ะ

ทุกคนเงียบ

"พวกเขาทดสอบคนที่จะผ่านไปยังหุบเขา" เทียนจวินพูด "กรองคนที่มีน้ำหนักเพิ่มออกก่อน"

"หรือสะสมพลังงานจากความลับของคนที่สะพานดูดซับ" อี้เหยียนพูดต่อ "สะพานอยู่บนแม่น้ำขาว แม่น้ำเป็นตัวนำพลังงานที่ดีมาก ถ้าสะพานดูดซับพลังงานจากความลับของทุกคนที่ผ่าน มันส่งพลังงานนั้นไปยังหุบเขาสิ้นเสียงผ่านแม่น้ำ"

"ต้องจัดการก่อน" หลี่เซียนพูด

"ต้องจัดการก่อน" อี้เหยียนยืนยัน แล้วก็มองเทียนจวิน

เขารับสายตาของอี้เหยียน รู้ว่าอี้เหยียนกำลังคิดอะไร

"เจ้ายังฝึกไม่ครบ" เขาพูดเสียงเบา

"ข้าจะฝึกระหว่างทาง" อี้เหยียนพูดตรง

"สะพานหินแดงอยู่ไกลแค่ไหน?" จางเว่ยถาม

"สามวัน" เสี่ยวอวิ๋นจื่อตอบ มองแผนที่ "และจากสะพานไปหุบเขาสิ้นเสียงอีกสองวัน"

"เดินทางไปพร้อมกัน" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "จัดการสะพานแล้วเดินหน้าต่อ"

"ข้าไปด้วย?" เสี่ยวอวิ๋นจื่อถามเสียงเงียบ ในน้ำเสียงนั้นมีการถามที่ไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทาง

"ท่านรู้จักสำนักเมฆาดำจากข้างใน" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ข้อมูลนั้นมีค่า"

"ตกลง" เขาพูดเสียงเบา

สะพานหินแดง และความลับที่หนัก.......

สะพานหินแดงเหนือแม่น้ำขาว สามวันต่อมา

สะพานที่ชื่อบอกรูปลักษณ์ หินสีแดงดินที่เป็นพันธุ์หินเฉพาะในพื้นที่นี้ ทอดยาวข้ามแม่น้ำขาวที่น้ำใสจนเห็นพื้นแม่น้ำที่เป็นหินกรวดสีขาวข้างล่าง สะพานนั้นเก่าและแข็งแกร่งในแบบที่สิ่งที่ผ่านเวลามานานพอจะแข็งแกร่ง

คณะหยุดอยู่ที่ปลายสะพานฝั่งตะวันตก มองข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม

ชาวบ้านสองสามคนที่มองดูอยู่ห่าง ๆ ชี้ไปที่สะพานแล้วพูดเบา ๆ กันในแบบที่บอกว่าพวกเขาระวังมันมาสักพักแล้ว

"ข้าจะลองก่อน" อี้เหยียนพูด

"ลองข้าม?" หลี่เซียนถาม

"ลองอ่านพลังงาน" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ ก้าวขึ้นไปบนสะพาน

สะพานไม่สั่น ไม่ตอบสนอง

อี้เหยียนเดินช้า ๆ ไปกลางสะพาน ยืนอยู่บนหินแดง ปล่อยสถูปอ่านพลังงานในโครงสร้างของมัน

"มีบางอย่างในหินของสะพาน" อี้เหยียนพูดเสียงเบา "ฝังอยู่ในเนื้อหิน ไม่ใช่บนผิว ฝังลึกมากจนเป็นส่วนหนึ่งของสะพานไปแล้ว"

"อยู่มานานแค่ไหน?" จางเว่ยถาม

"นาน" อี้เหยียนพูด "นานกว่าสำนักเมฆาดำในรูปแบบปัจจุบัน นาน... บางทีหลายร้อยปี"

"สำนักเมฆาดำไม่ได้ฝัง" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูดจากปลายสะพาน เสียงนั้นเงียบ "สะพานนี้มีอยู่ก่อน เขาแค่เปิดใช้งานมัน"

ทุกคนหันมองเขา

"ท่านรู้เรื่องสะพานนี้?" เทียนจวินถาม

"ข้าเคยอ่านเอกสารที่สำนักเมฆาดำเก็บรวบรวมเรื่องจุดพลังงานต่าง ๆ" เสี่ยวอวิ๋นจื่อพูด "สะพานหินแดงนี้ถูกสร้างโดยคนที่ต้องการป้องกันหมู่บ้านฝั่งตะวันออก ผู้สร้างฝังพลังงานรับรู้ไว้ในหิน ออกแบบให้ป้องกันคนที่มีเจตนาชั่วร้าย แต่เวลาผ่านไปนาน การ 'อ่าน' ของสะพานเริ่มเปลี่ยน มันอ่านไม่ใช่แค่เจตนา แต่อ่านน้ำหนักทั้งหมดที่คนแบกมา"

"รวมถึงความลับที่ยังค้างอยู่" อี้เหยียนสรุป

"ใช่" เขาพูด

"และเหวยหลิงเฟินพบสะพานนี้และเปิดใช้งานมันเพื่อดูดซับพลังงานความลับนั้นส่งไปยังหุบเขา" อี้เหยียนพูดต่อ

"นั้นคือทั้งหมดที่รู้" เขายืนยัน

อี้เหยียนยืนอยู่กลางสะพานสักพัก รู้สึกถึงพลังงานในหินแดงใต้เท้า แล้วก็เดินกลับมาที่ปลายสะพานฝั่งตะวันตก

"วิธีจัดการสองวิธี" พูดเมื่อกลับมาถึง "หนึ่ง ทำลายการเปิดใช้งานที่เหวยหลิงเฟินทำ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อดูดซับและส่งออก ไม่ทำลายตัวสะพานหรือพลังงานดั้งเดิมของมัน"

"และสอง?" เทียนจวินถาม

"ส่งพลังงานความลับที่สะสมไว้แล้วกลับคืน ให้คนที่ถูกดูดซับไปได้รับสิ่งของพวกเขากลับมา"

"สองขั้นตอน" จางเว่ยพูด "ซับซ้อนพอสมควร"

"แต่ทำได้" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ข้าต้องเข้าไปในสะพานอีกครั้ง คราวนี้ลึกกว่า"

การชำระสะพาน.........

อี้เหยียนเดินกลับขึ้นสะพานคนเดียว คราวนี้เดินไปกลางสะพานแล้วนั่งลงบนหินแดง วางมือทั้งสองบนพื้นสะพาน ปล่อยสถูปทำงานในแบบที่ฝึกมาสามวัน ไม่ส่งออก แต่ดึงเข้า

ดึงเข้าในแบบที่ช้าและระวัง รู้สึกถึงพลังงานที่สะสมในหินแดง ทุกชิ้นส่วน ทุกรั้ว ทุกก้อนหินที่ต่อกันขึ้นเป็นสะพาน

พลังงานดั้งเดิมของสะพาน ผู้สร้างที่ต้องการปกป้อง นั้นยังอยู่ที่นั่น ชัดเจน สะอาด ในแบบที่สิ่งที่ทำด้วยความตั้งใจที่ดีจะยังอยู่แม้จะนานแค่ไหน

และในส่วนที่เหวยหลิงเฟินเพิ่มเข้ามา พลังงานนั้นต่างออกไป หนักและดูดในแบบที่ต้องการ ไม่ใช่ปกป้อง

อี้เหยียนดึงส่วนที่เพิ่มเข้ามาออกไป ทีละชั้น ช้า ๆ

เทียนจวินยืนอยู่ที่ปลายสะพาน มือวางบนราวสะพาน ส่งพลังงานออกมาตามเส้นหินแดงเข้ามาหาอี้เหยียนในแบบที่อี้เหยียนดึงเข้ามาใช้ ให้อี้เหยียนไม่ต้องใช้พลังงานของตัวเองมากเกินไปในขั้นตอนนี้

เมียวกิบินวนรอบสะพาน เรียกภูติพิทักษ์สองดวงลงมารักษาพื้นที่ป้องกันไม่ให้ใครเดินเข้ามาในสะพานระหว่างที่กระบวนการทำงานอยู่

หนึ่งถ้วยชา

ส่วนที่เหวยหลิงเฟินเพิ่มเข้ามาถูกดึงออกไปหมด สะพานกลับมาเป็นพลังงานของผู้สร้างเดิม

แต่ยังมีขั้นที่สอง

พลังงานความลับที่สะสมอยู่ในส่วนลึกของหินแดง มากจากคนนับพันที่ข้ามสะพานนี้มาหลายร้อยปี

อี้เหยียนดึงพลังงานนั้นออกมาอีกทาง ไม่ใช่ทำลาย แต่ส่งออกไปในแบบที่ต่างออกไป ส่งลงไปในแม่น้ำขาวข้างล่าง น้ำที่ไหลจะพาพลังงานนั้นออกไปในทิศทางที่น้ำไหล ไม่สะสมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

แม่น้ำขาวข้างล่างสะพานเรืองสีขาวสว่างขึ้นเล็กน้อยในพริบตาหนึ่ง ราวกับมีแสงจากก้นแม่น้ำ แล้วก็จางออกไปตามกระแสน้ำ

สะพานหินแดงเงียบลง

อี้เหยียนลุกขึ้น

"เสร็จ" อี้เหยียนพูดเสียงเบา

จากฝั่งตรงข้ามของสะพาน ชาวบ้านที่เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เริ่มเดินมาที่สะพานอย่างระวัง คนแรกก้าวขึ้นไป สะพานไม่สั่น เดินข้ามไปได้ตามปกติ คนที่สองตาม แล้วคนที่สาม

ในไม่นานการสัญจรบนสะพานหินแดงก็กลับมาเป็นปกติ

ค่ำคืนก่อนหุบเขา ริมแม่น้ำขาว.....

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"หุบเขานิ่งแล้ว ไม่ใช่เพราะไม่มีเสียง แต่เพราะเสียงทั้งหมด ในที่สุดก็พบที่ของตัวเอง ไม่ต้องลอยไปลอยมาอีก

สะพานยังยืนอยู่ ยังจะดูดบางสิ่งออกจากคนที่ข้ามต่อไป ดูดสิ่งที่พวกเขาพกมาโดยปล่อยไม่ลง

และสองคนที่ข้ามสะพานไปแล้ว ยืนอยู่อีกฝั่งของหุบเขา เบาลง แต่ไม่ว่างเปล่า ขาดไปบางส่วน แต่ไม่พร่อง

เพราะคนที่ข้ามสะพานไปด้วยกัน สะพานดูดไม่ออก

เพราะคนนั้น ไม่ใช่น้ำหนักที่พวกเขาแบก แต่คือทิศทาง ที่บอกว่าต้องเดินไปทางไหน"

..สุสาส์นราคะ..