ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) - บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน,สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,สืบสวนสอบสวน,ลึกลับ,ชาย-ชาย,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สุสาส์นราคะ,นิยายจีนโบราณ,นิยายรัก ,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายวาย,นิยายจีน

รายละเอียด

 องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในโลกที่ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา กับ มือปราบมารองค์ชายจวิ้นเทียน ในทุกคดี ในทุกความลึกลับ ในทุกความมืด ทั้งสองร่วมกันอ่านคลี่คลาย และ เรื่องราวความรักที่จิตวิญญาณพันผูกกัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)

°•. เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า กายกลายธุลี เหลือเพียงวิญญาณคืนกลับประสพพบพักตร์. •°

อี้เหยียน องค์เมียวจิผู้ถือสถูปหวนชะตา เกิดมาพร้อมร่างครึ่งมนุษย์ครึ่งจิ้งจอกขาว ยืนอยู่ระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย เขาอ่านความลับที่คนอื่นมองไม่เห็น คลายปมที่การเดินทางแห่งเวลาทิ้งไว้ และชำระสิ่งที่ค้างอยู่ในโลกนี้ให้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ เคียงข้างด้วยเมียวกิภูติอีกาดำ และสถูปหวนชะตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมดของมัน

เทียนจวิน มือปราบมารองค์ชายแห่งสำนักจวิ้นเทียน รูปงาม แข็งแกร่ง อ่อนโยน เขาตามอี้เหยียนมาด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นทางการ แต่ความจริงนั้นลึกกว่า และเก่ากว่า กว่าที่ทั้งสองจะรู้ตัว

ทั้งสองร่วมเดินทางเผชิญหน้าเรื่องราวลึกลับที่ไม่มีในตำราใด วิญญาณที่ยังค้างเพราะรักที่หลุดลอย ประตูมืดที่เปิดไปสู่สิ่งที่ไม่ควรออกมา เมล็ดพันธุ์ฝันที่ทำให้คนหลับและไม่ตื่น สมรภูมิเก่าที่นักรบสามร้อยคนยังยืนรออยู่ และความจริงเรื่องชาติก่อนที่สะสมมาหลายร้อยปีจนหนักพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชาตินี้ โดยที่เบื้องหลังคดีทุกคดีนั้น มีด้ายเส้นเดียวที่ร้อยทุกสิ่งเข้าหากัน ด้ายที่นำไปสู่ความจริงที่ใหญ่กว่าทุกคดีที่เผชิญมา และไปสู่คำถามที่สถูปหวนชะตาเก็บไว้มาตลอดว่า สถูปสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ถือและผู้รักษาเลือกกันอย่างสมบูรณ์

เรื่องราวความรักที่หนักแน่น มั่นคง ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ใช่รักที่ฟ้ากำหนด แต่เป็นโชคชะตาและความพันผูกทางจิตวิญญาณที่ทำให้ดวงจิตทั้งสองดวงยังคงเลือกกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอในทุกชาติ และ ทุกชีวิต

°•. องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter). •°

มีรายตอนทั้งหมด 36 ตอน ลงให้อ่านถึงตอนที่ 4 (ติดเหรียญตอนที่5)

มี E-Book1เล่ม ลงขาย 22เมษา (ลดราคา40% 22.04-22.05)

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-1 จิ้งจอกไม่จำชาติแต่สายเลือดจำกลิ่น, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-2 ระยะห่างระหว่างเราที่ไม่มีชื่อ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-3 หลงเฉิงเมืองที่โคมทุกดวงมีเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-4 วิญญาณที่ไม่ดับสูญ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-5 จิ้งเหมียนเก๋อ การชำระครั้งสุดท้าย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-7 กระจกสะท้อนทางที่ไม่เคยเดิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-8 ศาลเจ้าผนึกเสียงวิญญาณในห้วงฝัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-9 เงามืดสองชั้นแห่งความจริงที่ยังไม่สิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-10 ป่ากระซิบเสียงอักขระโบราณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-11 คนที่มาในใบหน้าเก่าและคนที่เลือกในชาตินี้, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-12 บทที่12 ความเจ็บปวดทำลายได้แค่คนที่ยังจมกับมัน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-13 สะพานสู่หุบเขาสิ้นเสียง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-14 บทที่14 ประกายเสียงเดียวในห้วงมรณะ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-15 กระดาษที่ถูกเขียนจากสิ่งที่รอเผย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-16 เสียงสวดธรรมที่ติดในวังวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-17 บ้านที่มีรอยเท้าปรากฏ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-18 คำทำนายที่ต้องการสองคนในการอ่าน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-19 วิญญาณในทะเลสาบหยกขาว, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-20 สถูป(คู่)หวนชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-21 คำสาปที่ถักทอจากความเจ็บปวด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-22 คำสาปคือความงดงามแห่งโชคชะตา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-23 จดหมายที่ถามว่าตัวเองคือใคร, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-24 สมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-25 ทุ่งอาทิตย์ดับในแสงดาวและความเงียบ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-26 วันที่แสงดี และสิ่งที่พูดในสวน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-27 วันที่แสงดี เดือนมีจังหวะ และชีวิตที่ดำเนินอยู่, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-28 เงาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแสงสว่าง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-29 ชิงหวานเมืองวิญญาณสองใจ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-30 บทเพลงแห่งวิญญาณที่หลงทาง, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-31 ภูมิวิญญาณกระจกเงา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-32 คำสาปจากวิญญาณที่แตกสลาย, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-33 ใจที่ต้องการลบการมีอยู่ของจิตวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-34 หวูหมิงจือเหมินประตูสู่สิ่งที่ไม่ควรปิด, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-35 ในวันที่บางความจำหล่นหาย (ตำหนักเมฆาหล่น), องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-36 วัฏจักการดูดซับหวูเซิน, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-37 กระดาษที่เขียนด้วยมือคนตาย , องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-38 หัวใจที่เรียกหาและรอการกลับมา, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-39 เสียงที่ไม่เคยได้ยินแต่หัวใจจดจำ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-40 เหตุผลที่ข้าไม่หลงทางคือเจ้า, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-41 'กู่เหรินเซียน' เจ้าแห่งกระดูก, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-42 เสียงเพรียกของวิญญาณที่เฝ้ารอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-43 คำตัดสินนั้นทิ้งร่องรอยไว้เสมอ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-44 ‘ฉีหลิน’ผู้พิพากษาวิญญาณ, องค์เมียวจิ: เหมันต์ผ่านเกล็ดเถ้า (The Ashen Winter)-45 นามคือหนึ่งในเวทย์สะกดที่สั้นที่สุด

เนื้อหา

บทที่6 บทที่6 เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน

"เมล็ดพันธุ์ที่ดีงอกเป็นดอกไม้ เมล็ดพันธุ์ที่ชั่วงอกเป็นรากที่ดึงคนลงไปไม่ให้ตื่น"

ว่ากันว่า ฝันนั้นเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับบางสิ่ง เพราะทุกอย่างในฝันนั้นจริงได้โดยไม่ต้องขอ และเท็จได้โดยไม่ต้องโกหก แต่เมื่อมีคนเอาสิ่งที่ไม่ควรอยู่ในฝันมาฝังไว้ที่นั่น ฝันก็กลายเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด เพราะในฝัน คนเราไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จนกว่าจะสายเกินไปที่จะรู้


การจากลาที่หลงเฉิง และสิ่งที่เสี่ยวอวิ๋นจื่อไม่ออกเดินทางด้วย.........

ประตูเมืองใต้ของหลงเฉิง รุ่งเช้าของวันที่เจ็ด

แสงรุ่งอรุณที่กรองผ่านหมอกเบา ๆ ของเมืองหลวงทำให้กำแพงเมืองเก่าดูนุ่มและสีน้ำตาลอบอุ่นกว่าตอนกลางวัน รถม้าบรรทุกสินค้าและคนเดินเท้าผ่านเข้าออกประตูในแบบที่หลงเฉิงเริ่มวันใหม่ทุกวัน ไม่เปลี่ยน ไม่หยุด

คณะของตำหนักเมฆาหล่นเตรียมตัวออกเดินทางตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่าง

ม้าแปดตัว สัมภาระเดินทางที่แน่นกว่าตอนมา เพราะจางเว่ยซื้อคัมภีร์เพิ่มอีกสี่เล่มจากร้านหนังสือในย่านซานเหอหลี่และอ้างว่าหนักไม่มากเมื่อเทียบกับคุณค่า ซึ่งทุกคนเห็นด้วยในแบบที่ไม่แย้งเพราะรู้ว่าแย้งแล้วไม่เป็นผล

เสี่ยวอวิ๋นจื่อยืนอยู่ที่ขอบลานด้านใน ไม่ใช่ฝั่งที่จะออกประตูด้วยกัน แต่ฝั่งที่คนยืนเมื่อพวกเขามาส่ง

"เจ้าไม่ไปด้วย" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบเมื่อเดินผ่านมาใกล้เขา

"ถ้าข้าไป" เขาพูดเสียงเรียบ "ทุกเส้นทางที่ท่านเลือก ทุกสิ่งที่ท่านวางแผน จะถูกส่งถึงสำนักเมฆาดำโดยตรงผ่านพันธะ ข้าเป็นภัยมากกว่าเป็นประโยชน์ถ้าอยู่ใกล้ท่าน"

อี้เหยียนมองเขา ดวงตาสีทองอ่านใบหน้าของเขาในแสงรุ่งอรุณ

"เจ้าจะทำอย่างไรกับพันธะนั้น?" อี้เหยียนถาม

"ข้ากำลังหาทาง" เขาตอบตรง "มีวิธี แต่ต้องใช้เวลา และต้องทำที่หลงเฉิง เพราะพันธะนั้นถูกผูกไว้กับพลังงานเก่าของเมืองนี้"

"ถ้าเจ้าหาทางตัดพันธะได้แล้ว" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "ข้าอยากรู้"

เสี่ยวอวิ๋นจื่อมองอี้เหยียนสักพัก ในดวงตาสีเทาเข้มมีบางอย่างที่อ่อนลงเล็กน้อยในแบบที่เขาไม่ค่อยอ่อน

"ข้าจะส่งข่าว" เขาพูดเสียงเบา

แล้วก็มองไปที่เทียนจวินที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของทั้งสองพบกันสักวินาที ในแบบที่ผู้ชายสองคนมองกันเมื่อพวกเขาเข้าใจบางอย่างร่วมกันโดยไม่ต้องพูดออกมา

เสี่ยวอวิ๋นจื่อพยักหน้าเล็กน้อย

เทียนจวินพยักหน้าตอบ

ไม่มีคำพูด แต่ทั้งคู่รับรู้ในแบบที่รับรู้ได้

คณะขี่ม้าออกจากประตูเมืองใต้ในแสงรุ่งอรุณที่สว่างขึ้นทีละน้อย

อี้เหยียนไม่หันกลับมองหลงเฉิงอีกครั้ง แต่เมียวกิบินวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบก่อนจะบินนำหน้าออกไปในทิศที่คณะจะไป

สองวันแรก เส้นทางกลับและสิ่งที่พูดระหว่างม้าเดิน.........

เส้นทางกลับจากหลงเฉิงนั้นผ่านพื้นที่ต่างจากขาไป เส้นทางทิศเหนือที่พาคณะผ่านเมืองฉางหมิงที่ชายแดน ก่อนจะหักลงใต้กลับตำหนักเมฆาหล่น เส้นทางที่ยาวกว่าแต่จางเว่ยระบุในแผนที่ว่ามีสิ่งน่าสนใจในเชิงวิชาการสองสามจุด

วันแรกผ่านทุ่งข้าวกว้างที่เขียวจัดในฤดูนี้ ทิวเขาเตี้ย ๆ ที่ขอบฟ้าทางตะวันออก อากาศดีในแบบที่ทำให้เดินทางสบาย

อี้เหยียนและเทียนจวินขี่ม้าเคียงกันตามธรรมชาติที่เป็นมาตลอดหลายเดือน

"เจ้านอนหลับไหมเมื่อคืน?" เขาถามเสียงเบา

"ได้" อี้เหยียนตอบ แล้วก็หยุดสักวินาที "ดีกว่าที่คิด"

"ข้าดีใจ" เขาพูดเงียบ ๆ

ม้าเดินอยู่ในจังหวะที่สม่ำเสมอ เสียงกีบม้าบนดินในแบบที่สม่ำเสมอ

"อี้เหยียนคิดเรื่องสำนักเมฆาดำอยู่" อี้เหยียนพูด ไม่ใช่คำถาม

"คิด" เขายืนยัน "และคิดว่าเราจะจัดการกับมันอย่างไร"

"มีความคิด?"

"มีความคิดบางส่วน" เขาพูด "แต่ต้องรู้มากกว่านี้ก่อน รู้ว่าพวกเขามีกำลังเท่าไหร่ รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน รู้ว่าประตูที่พวกเขาต้องการเปิดนั้นอยู่ที่ไหนในโลก"

"หยวนซินอาจรู้" อี้เหยียนพูด

"ข้าจะส่งจดหมายถามเมื่อถึงที่พักคืนนี้" เขาพูด "และจะถามว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักเมฆาดำในบันทึกของสำนักจวิ้นเทียนบ้างไหม"

อี้เหยียนพยักหน้า

ทั้งสองเดินทางต่อในความเงียบที่เต็มไปด้วยสิ่งที่คิดอยู่ร่วมกัน ในแบบที่คนสองคนที่ทำงานเป็นรู้ใจกันเงียบเมื่อพวกเขาคิดเรื่องเดียวกัน

วันที่สอง ก่อนถึงเมืองฉางหมิง........

แสงบ่ายที่เปลี่ยนเป็นสีทองเมื่อขี่ม้าเข้าใกล้เมืองฉางหมิง

เมืองฉางหมิงนั้นเล็กกว่าหลงเฉิงมากนักแต่มีชีวิตชีวาในแบบของตัวเอง เมืองชายแดนที่พ่อค้าจากทางเหนือและทางใต้มาพบกัน ตลาดที่มีสินค้าหลากหลายชนิดที่ไม่มีในเมืองอื่น อาหารที่รสชาติต่างจากที่อื่น และคนที่มีใบหน้าที่บอกว่าพวกเขามาจากหลายที่

แต่สิ่งแรกที่คณะสังเกตเห็นเมื่อเข้าใกล้เมือง

คือความเงียบผิดปกติ

ไม่ใช่เงียบสนิท แต่เงียบในแบบที่เมืองที่ควรมีเสียงของตลาดบ่ายไม่มีเสียงนั้น

"เงียบเกินไป" ซวินฮัวพูดเสียงระวัง มือไปที่ดาบใหญ่ที่พาดหลัง

"ฉางหมิงในบ่ายนั้นควรมีตลาดเปิด" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ข้าผ่านมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสองปีก่อน เสียงตลาดนั้นได้ยินได้แต่ไกล"

อี้เหยียนปล่อยสถูปอ่านพลังงานในพื้นที่

สักพัก อี้เหยียนลดมือลง

"หยุดม้า" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

ทุกคนหยุด

"มีอะไร?" เทียนจวินถาม

"พลังงานในพื้นที่นั้นหนักผิดปกติ" อี้เหยียนพูด "ในแบบที่ข้ารู้จักจากบันทึกของสำนักเทียนเหมิง ชั้นฝันในพื้นที่นี้ไม่เสถียร มันหนาแน่นกว่าที่ควรหลายเท่า"

"หมายความว่า?" หลี่เซียนถาม

"หมายความว่าใครก็ตามที่หลับในพื้นที่นี้ จะหลับลงไปในชั้นฝันที่หนาแน่นเกินไป และออกมาได้ยาก" อี้เหยียนพูด "หรืออาจออกมาไม่ได้เลย"

จางเว่ยดึงม้าออกมาข้างๆ คณะ หน้าตาขรึม

"ตอนเช้าที่เราค้างที่หมู่บ้านก่อนฉางหมิง ข้าคุยกับชายชราที่นั่น เขาบอกว่าสามวันก่อนมีข่าวว่าหมู่บ้านหนึ่งในฉางหมิงเงียบผิดปกติ ชาวบ้านที่ผ่านไปกลับมาบอกว่าคนในหมู่บ้านนั้นหลับกลางวัน ไม่ตื่น"

"ข้าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ" เขาพูดต่อ "เลยไม่ได้บอก"

"ไม่เป็นไร" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ "ตอนนี้รู้แล้ว"

อี้เหยียนมองเมืองฉางหมิงที่อยู่ข้างหน้า

"เราต้องเข้าไปดู"

หมู่บ้านหลับฝัน และเมล็ดพันธุ์ที่ฝังไว้............

หมู่บ้านฝั่งใต้ของฉางหมิง บ่ายสาม

หมู่บ้านฝั่งใต้ไม่ใหญ่ บ้านสี่สิบหลัง ลานกลางหมู่บ้านที่ปกติน่าจะมีเด็กวิ่งเล่นและผู้ใหญ่นั่งคุยในบ่าย ต้นไม้ใหญ่สองต้นที่ลานกลาง เกวียนสองคันจอดอยู่ระหว่างทาง

แต่ลานนั้นว่างเปล่าในแบบที่ผิดปกติ

ม้าที่จูงมาไว้ข้างบ้านยืนนิ่ง ไก่ที่เดินอยู่ในลานหยุดเดิน แต่ยังยืนอยู่ ไม่ล้ม เหมือนแช่แข็ง

"ไก่ก็หยุด" หลี่เซียนพูดเสียงเบา

"ทุกสิ่งที่มีจิตสำนึก" อี้เหยียนอธิบาย "เมล็ดพันธุ์ฝันนั้นส่งผลกับสิ่งที่มีชั้นฝัน คนและสัตว์ หยก ต้นไม้ไม่ได้รับผล"

คณะเดินเข้าไปในหมู่บ้านอย่างระวัง

บ้านแรกที่เปิดประตูเข้าไป

คนในบ้านนั้นหลับอยู่ทุกคน ชายวัยกลางคนนอนหลับบนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าว จานข้าวข้างหน้ายังเต็มไม่ได้แตะ ข้าวที่ยังไม่เย็น หญิงวัยกลางคนนอนหลับบนพื้นครัว มือยังถือจวักอยู่ เด็กสองคนนอนหลับอยู่บนพื้นลาน

ทั้งหมดหายใจ สีหน้าปกติ อุณหภูมิร่างกายปกติ

แค่หลับและไม่ตื่น

เซินเหมยตรวจคนทั้งสามด้วยมือที่ชำนาญ

"ชีพจรปกติ การหายใจปกติ ไม่มีอาการเจ็บปวด"  เซินเหมยรายงานเสียงนิ่ง "แต่ดวงตาเมื่อลองเปิดขึ้นมา นั้นเคลื่อนไหวในแบบที่ดวงตาเคลื่อนไหวเมื่อฝัน เร็ว ไม่หยุด"

"REM" จางเว่ยพูดคำศัพท์จากคัมภีร์แพทย์เก่า

"พวกเขาฝันอยู่" อี้เหยียนยืนยัน "ฝันลึกมากและยังไม่ออกมา"

อี้เหยียนเดินออกไปที่ลานกลางหมู่บ้าน ยืนตรงกลาง ปล่อยสถูปอ่านพลังงานในวงกว้างกว่าปกติ

เมียวกิบินขึ้นสูงเพื่อสำรวจพื้นที่จากมุมสูง

สักสองนาที

"ที่นี่" อี้เหยียนพูดและเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นที่สองทางขวาของลาน

โคนต้นไม้นั้น มีหินก้อนหนึ่งวางอยู่ ดูเหมือนหินธรรมดาที่ใครวางมาพิงต้นไม้ ไม่โดดเด่น ไม่น่าสนใจ

แต่ใต้หินนั้น

อี้เหยียนนั่งลงและขุดดินออก

ลึกลงไปสามนิ้วมีสิ่งเล็ก ๆ ห่อด้วยผ้าดำ ขนาดนิ้วก้อยข้างหนึ่ง

อี้เหยียนหยิบมันขึ้นมาโดยไม่แกะห่อ อ่านพลังงานของมันผ่านผ้า

"เมล็ดพันธุ์ฝัน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

ทุกคนที่ล้อมรอบอี้เหยียนอยู่เงียบ

"มันคืออะไร?" เทียนจวินถาม เสียงของเขาเงียบแต่มีน้ำหนักของคนที่ต้องการรู้เพื่อเตรียมรับมือ

"เมล็ดพันธุ์ฝันนั้นเป็นสิ่งที่สร้างจากพลังงานชั้นฝันที่ถูกอัดแน่น" อี้เหยียนอธิบายในขณะที่ยังดูของในมืออยู่ "ถ้าฝังไว้ในพื้นดินในพื้นที่ที่มีคนอยู่ มันจะค่อย ๆ ปล่อยพลังงานออกมาทำให้ชั้นฝันในบริเวณนั้นหนาแน่นขึ้น ช้า ๆ ทีละน้อย จนกว่าจะหนาแน่นถึงจุดที่ทุกคนในรัศมีนั้นหลับลงพร้อมกัน"

"และถ้าไม่เอาออก?" หลี่เซียนถาม

"พลังงานจะยังคงสะสมต่อไป" อี้เหยียนพูด "คนที่หลับอยู่จะหมดพลังงานชีวิตในชั้นฝันนั้นทีละน้อย เหมือนน้ำในภาชนะที่รั่ว ช้า แต่สุดท้ายก็หมด"

"เราต้องทำลายมันทิ้ง?" ซวินฮัวถาม

"ทำลายได้ แต่ต้องระวัง" อี้เหยียนพูด "ถ้าทำลายแบบผิดวิธี พลังงานที่สะสมอยู่ในมันจะระเบิดออกมาในครั้งเดียว ทำให้คนที่หลับอยู่ติดอยู่ในชั้นฝันลึกขึ้นไปอีกจนออกมาไม่ได้เลย"

"แปลว่าต้องค่อย ๆ ดูดพลังงานออก" จางเว่ยพูด เสียงบัณฑิตที่รับข้อมูลและสรุป

"แบบเดียวกับสถูปกลับด้าน" อี้เหยียนพูด แล้วก็มองไปรอบลานหมู่บ้าน "แต่ก่อนนั้น ข้าต้องหาว่ามีเมล็ดพันธุ์ฝันอีกกี่อันในหมู่บ้านนี้"

เมียวกิลงมาจากที่สูง เกาะที่ไหล่ซ้ายของเขา แล้วก็ร้องเสียงสั้นสองครั้ง

"สองอัน" อี้เหยียนพูดรับ "เมียวกิพบสองจุดอีก"

"สามอัน ในสามทิศ" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "ออกแบบมาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมู่บ้าน"

"และถ้ามีสามอันที่นี่ อาจมีในหมู่บ้านอื่นในฉางหมิงด้วย" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

ขุดรากถอนโคน คืนที่ยาวในฉางหมิง……….

บ่ายไปจนถึงค่ำ

คณะแบ่งกัน จางเว่ยและเซินเหมยดูแลคนที่หลับอยู่ ตรวจสอบสภาพและบันทึก หลี่เซียนและซวินฮัวออกสำรวจหมู่บ้านอื่นในฉางหมิงว่ามีเหตุการณ์เดียวกันหรือเปล่า ลูกศิษย์สำนักสี่คนรักษาแนวป้องกันรอบหมู่บ้านเผื่อมีคนที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์ฝันกลับมา

อี้เหยียนและเทียนจวินจัดการสามอันในหมู่บ้านนี้

กระบวนการนั้นคล้ายกับที่จิ้งเหมียนเก๋อแต่ละเอียดกว่า เพราะเมล็ดพันธุ์ฝันนั้นออกแบบมาเพื่อต้านการถูกทำลาย ถ้าพลังงานที่เข้าไปสัมผัสมันนั้นแรงเกินไป มันจะปฏิกิริยาตอบกลับ

ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความละเอียด

อันแรกใช้เวลาสองถ้วยชา อันที่สองสามถ้วยชา อันที่สามที่ใหญ่กว่าอีกสองอันและฝังลึกกว่า ใช้เวลาหนึ่งก้านธูป

ระหว่างที่ทำงาน เทียนจวินยืนอยู่ข้างๆ เสมอ ส่งพลังงานออกมาเสริมในแบบที่เขาทำมาหลายครั้งแล้ว สม่ำเสมอ อบอุ่น ไม่รีบ

เมื่อเมล็ดพันธุ์ฝันอันที่สามถูกทำให้หมดพลังงาน ทั้งสองนั่งลงที่โคนต้นไม้ในลานหมู่บ้าน เพราะขาทั้งสองคู่ต้องการพัก

"มีอีกกี่หมู่บ้าน?" เขาถาม

"หลี่เซียนและซวินฮัวยังไม่กลับมา" อี้เหยียนพูด "แต่ถ้าสำนักเมฆาดำวางแผนครอบคลุมฉางหมิงทั้งเมือง อาจมีอีกหลายจุด"

"เหตุผลที่พวกเขาเลือกฉางหมิง?"

อี้เหยียนคิดอยู่สักพัก มองออกไปที่ลานที่ยังมีไก่หยุดนิ่งอยู่ในท่าเดิม สัตว์ไม่ได้รับผลจากเมล็ดพันธุ์ฝัน แต่พลังงานที่หนาแน่นในพื้นที่นั้นทำให้สัตว์รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ จึงหยุดนิ่งในท่าระวัง

"ฉางหมิงเป็นเมืองชายแดน" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง "คนผ่านเข้าออกมาก ถ้าเมล็ดพันธุ์ฝันฝังเป็นระบบในเมืองชายแดนหลาย ๆ เมือง พลังงานชั้นฝันในพื้นที่กว้างจะเปลี่ยนไป ในระดับที่ส่งผลต่อชั้นฝันทั่วแผ่นดิน"

"สร้างเงื่อนไขให้ประตูที่พวกเขาต้องการเปิดนั้นเปิดได้ง่ายขึ้น" เขาพูดเสียงขรึม

"ฉลาดมาก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ไม่ต้องเปิดประตูโดยตรง แค่เตรียมพื้นที่ให้ประตูนั้นเปิดเองเมื่อเวลามา"

เขามองอี้เหยียน ในแสงโคมที่ลูกศิษย์สำนักตั้งไว้รอบลานหมู่บ้าน แสงส้มอ่อน ๆ ที่ทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นกว่าความจริง

"เจ้าเหนื่อยมาก" เขาพูดเสียงเบา ไม่ใช่คำถาม

"เหนื่อย" อี้เหยียนตอบตรง

"แต่จะไม่หยุด"

"ยังหยุดไม่ได้" อี้เหยียนพูด

เขาหยิบขนมเดินทางออกมาจากถุงที่พาดไหล่ ยื่นให้อี้เหยียน ขนมที่เขาซื้อจากร้านในหลงเฉิงวันสุดท้าย ขนมที่เขาสังเกตว่าอี้เหยียนกินแล้วพักหน้าตาสักพักในแบบที่คนพักเมื่อพบรสชาติที่ชอบ

อี้เหยียนรับโดยไม่พูดอะไร กินในแบบที่เขากินทุกอย่าง เรียบและมีสมาธิ

แล้วก็พูดเสียงเบา ๆ โดยไม่หัน

"เจ้าสังเกตทุกอย่าง"

"ข้าสังเกตเจ้า" เขาพูดเสียงเบา ๆ เหมือนที่เขาพูดครั้งหนึ่งในหลงเฉิง

อี้เหยียนหันมามองเขาในแสงโคม

"รู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "และข้า—"

อี้เหยียนหยุด

เทียนจวินรอ ไม่รีบ ไม่กดดัน

"และข้าสังเกตเจ้าเช่นกัน" อี้เหยียนพูดในที่สุด เสียงนั้นเบาในแบบที่เขาพูดเมื่อพูดสิ่งที่ไม่ง่าย "สังเกตทุกอย่างที่เจ้าทำ ทุกวิธีที่เจ้าอยู่ที่นั่นเมื่อต้องการ ทุกครั้งที่เจ้ารู้ก่อนที่ข้าจะบอก"

เขามองอี้เหยียน ดวงตาของเขาในแสงโคมนั้นอ่อนลงในแบบที่เขาอ่อนเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาต้องการได้ยิน

"ข้าจะยังคงอยู่ที่นั่น" เขาพูดเสียงเบาและมั่นคง "ทุกครั้ง ทุกวัน"

อี้เหยียนมองเขาสักพัก แล้วก็พยักหน้าช้า ๆ ในแบบที่เขาเองพยักหน้าเมื่อเขารับสิ่งที่สำคัญ

ในลานหมู่บ้านที่เมล็ดพันธุ์ฝันถูกดูดซับออกไปแล้ว ไก่ที่หยุดนิ่งค่อย ๆ เริ่มเดินอีกครั้ง ทีละตัว ในแบบที่สิ่งที่หยุดนิ่งเริ่มกลับมามีชีวิตเมื่อสาเหตุที่ทำให้หยุดนั้นหายไป

ค่ำคืน หลี่เซียนและซวินฮัวกลับมา........

หลี่เซียนและซวินฮัวกลับมาพร้อมข้อมูลที่ทำให้ห้องที่คณะนั่งประชุมอยู่เงียบลงชั่วครู่

"สี่หมู่บ้านในฉางหมิง" หลี่เซียนรายงานเสียงเรียบ "ทุกหมู่บ้านที่ติดกับถนนสายหลัก ชาวบ้านหลับทั้งหมด บางหมู่บ้านหลับมาสองวันแล้ว"

"สองวัน" เซินเหมยพูดเสียงห่วง "ถ้าหลับสองวันโดยไม่ได้กินหรือดื่ม—"

"ร่างกายจะเริ่มอ่อนแอ" อี้เหยียนรับ "พลังงานชีวิตลดลงเร็วขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ และเมื่อพลังงานชีวิตลดลงถึงจุดหนึ่ง คนที่ติดอยู่ในชั้นฝันนั้นจะออกมาไม่ได้แม้แต่ถ้าเมล็ดพันธุ์ฝันถูกทำลายแล้ว"

"ขีดจำกัดนั้นคือกี่วัน?" เทียนจวินถาม

"สามวัน สี่วันสำหรับคนที่แข็งแรง" อี้เหยียนพูด "สองวันสำหรับเด็กและคนแก่"

"แปลว่าเรามีเวลาคืนนี้" เขาสรุปเสียงนิ่ง

"และพรุ่งนี้เช้า" อี้เหยียนยืนยัน "ต้องทำลายเมล็ดพันธุ์ฝันทั้งหมดก่อนพรุ่งนี้บ่าย"

"เราสองคนไม่สามารถจัดการสี่หมู่บ้านได้คนเดียว" เขาพูดเสียงนิ่ง "ต้องแบ่งคณะ"

"แต่ต้องมีคนที่จัดการพลังงานชั้นฝันได้อยู่ในทุกคณะ" อี้เหยียนพูด แล้วก็มองทุกคน

ทุกคนรอ

"มีทางหนึ่ง" อี้เหยียนพูดช้า ๆ "แต่มันต้องใช้บางอย่างที่ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำงานในระดับนี้ได้"

"อะไร?" จางเว่ยถาม

อี้เหยียนหยิบสถูปหวนชะตาขึ้นมา

"สถูปนี้สามารถสร้างสำเนาพลังงานชั้นฝันที่สะอาดออกมาเป็นสามส่วนได้ชั่วคราว แต่ละส่วนจะทำงานเหมือนสถูปย่อยที่มีความสามารถในการดูดซับเมล็ดพันธุ์ฝัน แต่จะใช้ได้แค่ครั้งละหนึ่งอัน และเมื่อพลังงานนั้นหมด สำเนาจะสลาย"

"แต่ถ้าทำได้ เราจะมีสามคณะสำหรับสี่หมู่บ้าน" เทียนจวินพูดเสียงนิ่ง "หมู่บ้านที่หนักที่สุดเราดูเอง"

"ใช่" อี้เหยียนพูด "แต่การสร้างสำเนาพลังงานนั้นจะดึงพลังงานจากสถูปมาก ถ้าข้าทำแล้วพลังงานสถูปไม่พอ ข้าจะจัดการเมล็ดพันธุ์ฝันได้ยากขึ้น"

"ข้าจะอยู่ข้างๆ ส่งพลังงานเสริมตลอด" เขาพูดทันที ในน้ำเสียงที่ไม่มีคำถามว่าจะทำหรือไม่

อี้เหยียนมองเขา แล้วก็พยักหน้า

"ตกลง"

กลางคืนถึงรุ่งเช้า สามคณะ กับ สี่หมู่บ้าน...............

คืนนั้นยาวนาน

คณะที่หนึ่ง — จางเว่ยและลูกศิษย์สำนักสองคน พร้อมสำเนาพลังงานจากสถูปในรูปแก้วสีทองที่อี้เหยียนสร้างขึ้น จัดการหมู่บ้านที่เล็กที่สุดซึ่งมีเมล็ดพันธุ์ฝันอันเดียว

คณะที่สอง — หลี่เซียน ซวินฮัว และลูกศิษย์สำนักสองคน พร้อมสำเนาพลังงานอีกอัน จัดการหมู่บ้านสองในฝั่งตะวันออกที่มีสองอัน

คณะที่สาม — อี้เหยียนและเทียนจวิน จัดการสองหมู่บ้านที่เหลือซึ่งใหญ่ที่สุดและมีเมล็ดพันธุ์ฝันมากที่สุด

เซินเหมยอยู่กับคนที่หลับอยู่ในหมู่บ้านแรก ดูแลร่างกายในแบบที่ทำได้ให้น้ำทีละน้อย รักษาอุณหภูมิ รอผลของงาน

คณะสาม อี้เหยียนและเทียนจวิน.............

หมู่บ้านที่สี่ทางฝั่งเหนือของฉางหมิง ตีสาม

หมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุด บ้านเจ็ดสิบหลัง ลานกว้าง และตามการอ่านของอี้เหยียน มีเมล็ดพันธุ์ฝันห้าอัน กระจายในแบบที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด

เมียวกิพุ่งออกไปนำหน้า ดวงตาทองในความมืดกลางดึกที่ส่องแสงบาง ๆ นำทาง ร้องสั้น ๆ บอกทิศทางอัน แรกก่อน

อี้เหยียนและเทียนจวินเดินตาม

อันแรกอยู่ใต้บ่อน้ำกลางหมู่บ้าน ต้องเอามือลงไปในน้ำเพื่อดูดซับพลังงาน เย็นและหนักในแบบที่ต่างจากสามอันก่อนหน้า มันฝังในน้ำที่เคลื่อนไหวตลอดซึ่งทำให้พลังงานกระจายออกไปในพื้นที่กว้างกว่า

เทียนจวินวางมือบนไหล่ขวาของอี้เหยียน ส่งพลังงานออกมาเสริมในแบบที่สม่ำเสมอขณะที่สถูปทำงาน

หนึ่งก้านธูป อันแรกเสร็จ

อันที่สองอยู่ในห้องเก็บของบ้านใหญ่กลางหมู่บ้าน ฝังในกระถางดินเผาที่ซ้อนกันอยู่ ต้องย้ายกระถางออกทีละใบในความมืดโดยไม่ทำเสียง เพราะถ้าเสียงดังเกินไปจะรบกวนพลังงานที่กำลังทำงานอยู่ในชั้นฝันและอาจทำให้คนที่หลับอยู่ตื่นตกใจในฝัน ซึ่งในชั้นฝันที่ไม่เสถียรนั้นอาจเป็นอันตราย

เทียนจวินย้ายกระถางอย่างช้าและระวังในความมืด มือที่แข็งแกร่งของเขาหยิบกระถางหนักได้โดยไม่มีเสียง ในแบบที่คนที่ฝึกร่างกายมาหลายปีทำได้

อี้เหยียนมองเขาทำงานในความมืดที่มีแค่แสงทองจากสถูปและแสงทองจากดวงตาของเมียวกิ

รู้สึกบางอย่างที่เขารู้จักแล้วในแบบที่ดีขึ้นทีละน้อยทุกวัน

สองก้านธูป อันที่สองเสร็จ

อันที่สาม สี่ ห้า ใช้เวลาอีกสี่ก้านธูปรวมกัน

เมื่ออันสุดท้ายถูกดูดซับออกมา ท้องฟ้าเริ่มสีเทาในแบบที่บอกว่าฟ้าจะสางในอีกไม่นาน

ทั้งสองนั่งลงที่ขอบบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน เหนื่อยในแบบที่ร่างกายเหนื่อยและจิตใจเหนื่อยพร้อมกัน

ไม่มีใครพูดอะไรสักพัก

แล้วก็มีเสียงจากบ้านใกล้ ๆ เสียงชายคนหนึ่งถามว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เสียงหญิงตอบว่าฟ้าจะสาง เสียงเด็กร้องขึ้นมาแล้วก็เงียบลงอีกครั้ง

คนในหมู่บ้านนั้นเริ่มตื่น

อี้เหยียนฟังเสียงนั้น ในดวงตาสีทองมีบางอย่างที่อ่อนลงเล็กน้อย

"ได้ยิน" เทียนจวินพูดเบา ๆ ข้างๆ 

"ได้ยิน" อี้เหยียนพูดซ้ำ เสียงเบาและเงียบในแบบที่เขาพูดเมื่อรู้สึกอะไรบางอย่างที่ดีที่ไม่ต้องการคำอธิบาย

รุ่งเช้า ฉางหมิงตื่น...........

เมื่อแสงสว่างเต็มที่

ชาวบ้านทุกคนในสี่หมู่บ้านตื่นขึ้น ทีละคน ช้า ๆ ในแบบที่คนตื่นจากการหลับยาว สับสนสักพัก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนไม่รู้ว่าหลับไปกี่วัน บางคนยังจำฝันที่ฝันได้ชัดเจนในแบบที่ไม่ค่อยจำ

เซินเหมยและคณะดูแลผ่านไปตลอดคืน ชาวบ้านทุกคนที่เซินเหมยตรวจนั้นร่างกายปกติ อ่อนเพลียบ้างจากการขาดน้ำและอาหาร แต่ไม่มีอันตรายถาวร

เมื่อนายอำเภอของฉางหมิงที่หลับไปพร้อมชาวบ้านตื่นขึ้นมาแล้วฟังเรื่องราว เขาก้มหัวให้คณะในแบบที่ไม่มีคำพูดพอที่จะแสดงออกมา

อี้เหยียนนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องประชุมของนายอำเภอ ดื่มชาที่ชงให้ ในขณะที่เซินเหมยรายงานสถานการณ์ของชาวบ้านให้ฟัง

เทียนจวินนั่งข้างๆ อี้เหยียน

"เจ้าเป็นยังไง?" เขาถามเสียงเบาในแบบที่เขาถามเสมอ

"ข้าไม่เป็นไร" อี้เหยียนตอบในแบบที่เขาตอบเสมอ แล้วก็เพิ่มว่า "ขอบคุณที่อยู่ตลอดคืน"

"ข้าไม่ได้อยู่เพราะขอบคุณ" เขาพูดเบา ๆ เสียงอ่อนโยนในแบบที่เขาพูดเมื่อเขาพูดสิ่งที่ตรง

อี้เหยียนหันมามองเขา

"ข้ารู้" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ

ทั้งสองนั่งดื่มชาในแสงเช้าของฉางหมิงที่กลับมามีเสียงของตลาดเปิดอีกครั้ง เสียงที่เทียนจวินบอกว่าควรได้ยินแต่ไกล

หลังเที่ยง สิ่งที่ฝังในเมือง และสิ่งที่ฝังในใจ...........

บ่ายของวันเดียวกัน

คณะพักที่ฉางหมิงอีกหนึ่งวันเพื่อให้เซินเหมยดูแลชาวบ้านให้ฟื้นตัวเต็มที่ และเพื่อให้อี้เหยียนตรวจสอบว่าไม่มีเมล็ดพันธุ์ฝันที่อื่นในเมืองที่พวกเขาพลาดไป

ระหว่างการสำรวจในตอนบ่าย คณะเดินผ่านตลาดเมืองฉางหมิงที่กลับมาเปิดเต็มที่ เสียงพ่อค้าเรียกและเสียงต่อรองราคาและเสียงเด็กวิ่งอยู่บนถนนในแบบที่เมืองชายแดนที่มีชีวิตจะเป็น

"สินค้าจากทางเหนือมีเยอะ" จางเว่ยสังเกตขณะเดินผ่าน

"ฉางหมิงเป็นจุดแลกเปลี่ยนสำคัญ" เทียนจวินพูด "พ่อค้าจากสี่ทิศมาเจอกัน ข้อมูลกระจายออกไปจากที่นี่ได้เร็ว"

"ทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีสำหรับสำนักเมฆาดำ" อี้เหยียนพูดเงียบ ๆ

อี้เหยียนหยุดที่แผงขายสมุนไพรแผงหนึ่ง เลือกสมุนไพรสองสามชนิดที่เขาตัดสินใจว่าต้องการเพิ่มในสวนที่ตำหนัก พ่อค้าแผงนั้นเป็นชายอายุห้าสิบกว่า ใบหน้าบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่ตื่นขึ้นมาในเช้านี้หลังจากหลับไปหนึ่งวัน

"ได้ยินว่าท่านทั้งหลายช่วยฉางหมิง" ชายนั้นพูดขณะห่อสมุนไพร เสียงนั้นเรียบ แต่มีบางอย่างที่หนักกว่าปกติในนั้น

"ช่วยได้ทันเวลา" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ

"ข้าฝันเรื่องลูกสาว" ชายนั้นพูดเสียงเงียบ "ลูกสาวที่เสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อน ฝันว่าเธออยู่กับข้า ยิ้มให้เหมือนตอนเด็ก ในฝันนั้นข้าไม่อยากตื่นขึ้นมา"

เขาหยุด

"แต่ก็รู้ว่าถ้าไม่ตื่น ก็จะไม่ได้กลับมาที่นี่ ข้าเลือกตื่น ไม่รู้ว่าเลือกเองหรือท่านทั้งหลายช่วย"

อี้เหยียนรับสมุนไพรที่ห่อเรียบร้อยแล้ว

"ท่านเลือกเอง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "เราแค่ทำให้ทางออกนั้นมีอยู่"

ชายนั้นพยักหน้า ไม่พูดอะไรเพิ่ม

คณะเดินต่อไปในตลาด ในแสงบ่ายของฉางหมิงที่กลับมามีชีวิต

เทียนจวินเดินเคียงข้างอี้เหยียน และมองอีกฝ่ายอยู่สักพักก่อนพูด

"เจ้าคิดอย่างไรกับสิ่งที่เขาพูด?"

"คิดว่าเขาพูดถูก" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "คนในชั้นฝันนั้นเลือกเองในระดับหนึ่งเสมอ เราแค่เปลี่ยนเงื่อนไขให้การเลือกนั้นเป็นไปได้"

"แต่เจ้าไม่ได้คิดแค่นั้น" เขาพูดเสียงเบา อ่านอี้เหยียนในแบบที่เขาอ่านเสมอ

อี้เหยียนเงียบสักพัก

"คิดถึงคนที่เลือกไม่ตื่น" อี้เหยียนพูดในที่สุด "ในชาติก่อน ๆ ข้าพบคนที่เลือกอยู่ในฝันมากกว่าความจริง เพราะความจริงนั้นเจ็บปวดกว่า และทุกครั้งที่พบ ข้าก็เข้าใจว่าทำไม"

"แต่เจ้ายังเลือกตื่นเสมอ" เขาพูดเบา

"ข้ามีเหตุผลที่ดีพอ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบมาก

เขามองอี้เหยียน ในดวงตาของเขาในแสงบ่ายนั้นมีบางอย่างที่อ่อนและลึกพร้อมกัน

ไม่พูดอะไร แต่ขยับมาเดินใกล้อี้เหยียนขึ้นอีกเล็กน้อยในแบบที่ไม่ต้องการคำอธิบาย

รุ่งเช้าก่อนออกเดินทางต่อ และเมล็ดพันธุ์ที่ต่างออกไป.....

เช้าของวันถัดมา ก่อนออกเดินทางกลับตำหนักเมฆาหล่น

อี้เหยียนนั่งอยู่ในสวนเล็ก ๆ ข้างที่พัก ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในฉางหมิงในสมุดบันทึกของตัวเอง จดทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ฝัน วิธีทำลาย จำนวนที่พบ และรูปแบบการวาง

เมียวกิกินดอกไม้เล็ก ๆ ที่ร่วงอยู่บนพื้นสวนอย่างสบายใจ

เทียนจวินมานั่งข้างๆ พร้อมชาสองถ้วยในแบบที่เขามาเสมอ วางถ้วยหนึ่งไว้ข้างอี้เหยียนโดยไม่พูด อี้เหยียนก็รับโดยไม่หยุดเขียน

สักพักหนึ่ง

"ข้าคิดเรื่องหนึ่ง" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ ยังไม่หยุดเขียน

"อะไร?"

"เมล็ดพันธุ์ฝันนั้นทำงานโดยใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วในคนเป็นอาหาร" อี้เหยียนพูด "มันไม่ได้สร้างฝันขึ้นมาใหม่ มันแค่ทำให้ฝันที่มีอยู่แล้วนั้นลึกขึ้นและออกได้ยากขึ้น"

"หมายความว่า?"

อี้เหยียนวางปากกาลง หันมามองเขา

"หมายความว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ปกป้องคนจากเมล็ดพันธุ์ฝันนั้นไม่ใช่การไม่ฝัน แต่คือการมีบางอย่างในความจริงที่ดีกว่าฝัน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ชายที่ขายสมุนไพร เขาเลือกตื่นเพราะรู้ว่ามีบางอย่างรอในความจริง แม้ความจริงนั้นจะเจ็บปวดกว่าฝัน"

เขาฟังอี้เหยียนในแสงเช้าของสวนเล็ก ๆ

"เจ้ากำลังบอกว่า" เขาพูดเสียงเบา "วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการมีบางอย่างในความจริงที่คุ้มค่าพอที่จะกลับมาหา"

"ใช่" อี้เหยียนพูด แล้วก็มองถ้วยชาในมือสักพัก

"ข้ามีบางอย่างแบบนั้น" อี้เหยียนพูดเสียงเบามาก ในแบบที่ตัวเขาพูดสิ่งที่ไม่ค่อยพูดออกมาตรง ๆ

เขานิ่งอยู่สักพัก ในแบบที่คนนิ่งเมื่อพวกเขาได้ยินบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต็ม

"ข้าก็มี" เขาพูดในที่สุด เสียงเบาและตรง

เมียวกิหันหัวขึ้นมองทั้งสองชั่วแวบหนึ่ง แล้วก็กลับไปกินดอกไม้ต่อในแบบที่ทำเมื่อทุกอย่างเป็นที่น่าพอใจ

แสงเช้าในสวนเล็ก ๆ ของที่พักในฉางหมิงส่องลงมาในมุมที่ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวในทิศเดียวกัน ไม่แยกจากกัน


"เมล็ดพันธุ์ที่ฝังในฝัน งอกรากในสิ่งที่ลึกกว่าดิน" เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ดีนั้นงอกในดินที่ดี และเมล็ดพันธุ์ที่ชั่วนั้นก็งอกในสิ่งที่มีอยู่แล้วเช่นกัน ในความโหยหา ในความเจ็บปวด ในความกลัวที่ยังค้างอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่ชั่วนั้นงอกไม่ขึ้น ไม่ใช่การไม่มีดิน แต่คือการที่ดินนั้นเต็มไปด้วยสิ่งอื่นแล้ว สิ่งที่เลือกปลูก ด้วยใจที่รู้ว่าต้องการอะไร 

..สุสาส์นราคะ..