อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผมไม่รักพี่หรอกนะ - ตอนที่ 17 ไข่ดาวเยิ้มขอบกรอบ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมไม่รักพี่หรอกนะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมไม่รักพี่หรอกนะ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

#คืองี้…ฟังก่อน

 

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

วาดปก : myunnii 

.

จากพี่ชายที่แสนดี กลายเป็นคนที่ทำร้ายอยู่เดียวมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งการกระทำที่ดูเหมือนจะหนักมือไปจนอยู่เดียวได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้อยู่เดียวตัดใจจากพี่ชายคนนี้ได้เลยแม่สักวัน

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก ระหว่างพี่โป…รุ่นพี่ที่แสนดีเดือนคณะแพทย์ กับคนใจร้ายที่ไม่เคยใจดีกับตนแม้สักวัน อยู่เดียวคงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองก่อนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต

“ถ้าพี่ยังใจร้ายกับผมแบบนี้…ผมจะไม่รักพี่หรอกนะ”

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 1 แกมันก็แค่ลูกกำพร้า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 2 แยกกันอยู่คงดีกว่า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 3 ‘มึงชอบกูจริง ๆ ใช่มั้ย?’,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 4 ดึงดันไปรักเธอ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 5 น้องม.ปลายกับพี่ปีหนึ่ง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 6 ลมรักแรงหึง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 7 หัวตุ๊กตาสั่นดุ๊กดิ๊ก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 8 น้องรักของทั้งสอง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 9 เรื่องวินาศสันตะโร,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 10 กูต้องบอกให้แม่กูรู้,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-บทนำ ตัวตนที่ซ่อนอยู่,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 11 สถานะปัจจุบันของผมก็…คนรัก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 12 พี่ไม่มีทางเปลี่ยนสันดานได้หรอก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 13 สายตาที่ว่างเปล่า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 14 ถ้าเป็นกู…กูก็ไม่เอามึงหรอก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 15 หวงก้างเมื่อกำลังจะไม่มีสิทธิ์,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 16 กูเนี่ยนะหึงมัน,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 17 ไข่ดาวเยิ้มขอบกรอบ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 18 เทสรสจูบ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 19 ทีเซอร์ละครเมียบ่าว,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 20 คำสารภาพ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 21 หนุ่มฮอตเริงราตรี,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 22 ก็มึงเป็นเมียกู,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 23 เรามาลองคบกันดูมั้ยครับ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 24 อัปเดตสถานะ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 25 อยู่เดียวชายสองผัว,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 26 ความสิ้นหวังที่หื่นกระหาย

เนื้อหา

ตอนที่ 17 ไข่ดาวเยิ้มขอบกรอบ

ตอนที่ 17

ไข่ดาวเยิ้มขอบกรอบ

 

ณ ห้องพักผู้ป่วย

“ไอ้วิน แกเป็นยังไงบ้าง นี่แกโอเคแล้วใช่มั้ย?”

“ไม่เป็นไร ฉันโอเค ขอน้ำเปล่าให้ฉันหน่อย”

ถึงแม้ปากจะบอกว่าโอเค แต่สภาพของชีวินในตอนนี้ ต่อให้ไม่ใช่หมอก็พอมองออกว่ามันไม่ไหว ชีวินรับแก้วจากปอนด์มาดื่มเพื่อล้างคอที่สากแห้งราวกับทะเลทราย แล้วเอาน้ำลูบหน้านิดหน่อยเพื่อชะล้างความงุนงงหลังตื่นขึ้นมา

“แล้วนี่แกคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงเอากาแฟของไอ้โบไปกินจนหมดแก้วขนาดนั้น รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองแพ้กาแฟแต่ก็ยังทำ หรือว่าแกคิดจะเรียกร้องความสนใจจากใครหรือเปล่าวะ?”

“ฉันจะทำเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นไปทำไม แกก็เห็นอยู่ว่าสภาพของฉันมันหนักแค่ไหน ฉันคงไม่เอาชีวิตไปเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอกนะ”

“แกคิดงั้นจริงดิ?”

“ฉันเพิ่งจะตื่น แกก็อย่าเพิ่งมาซักไซ้อะไรฉันนักเลยน่า”

ชีวินขยับตัวแล้วล้มตัวลงไปนอนอีกครั้ง หันหน้าออกไปนอกหน้าต่างฝั่งที่เป็นกระจก แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดขึ้นมาครึ่งหน้า ทำทีเป็นไม่สนใจเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นก่อนจะหลับไปโดยไม่รู้ตัว

.

.

“ไอ้วินมันเป็นยังไงบ้างวะ ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?”

โบมาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลหลังจากซ้อมหลีดเสร็จช่วงหนึ่งทุ่ม ทั้งสองคุยกันอยู่ที่โซฟาข้างเตียงผู้ป่วย พร้อมกับหรี่เสียงลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนชีวินที่กำลังพักผ่อน

“ก็อย่างที่เห็น ตื่นขึ้นมาแล้วรอบนึงสักสองชั่วโมงที่แล้ว แต่คงเพราะฤทธิ์ยาก็เลยหลับไปอีก เฮ้อ…ก็รู้ว่ามันแพ้กาแฟ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะหมดสภาพขนาดนี้ ไอ้ควายเผือก”

“ก็เออสิ ฉันจะห้ามก็ไม่ทัน รู้ตัวอีกทีแม่งก็เหลือแต่น้ำแข็งละ”

“ฮ่า ๆ ๆ ฉันละเวทนา แพ้กาแฟแล้วมึงจะแดกเข้าไปทำเพื่อ? โถไอ้สันขวาน ถ้าให้ฉันเดานะ นี่ว่าเกี่ยวกับน้องเดียวใช่มั้ย?”

“แม่นอย่างกับจับวางเลยว่ะไอ้ปอนด์ มันลากฉันไปถึงคณะแพทย์ ทำมาเป็นอ้างว่าจะพาฉันไปเลี้ยงข้าว แล้วสุดท้าย ฉันถึงได้รู้ความจริงคือมันแค่อยากจะไปดูน้องชายสุดหวงของมันเท่านั้นแหละ ถ้าจะหวงน้องชายขนาดนั้นมันไม่ขังเอาไว้ในห้องซะเลยล่ะ…”

“มึงก็อย่าไปท้าคนบ้าอย่างมันนะไอ้โบ จากที่กูเจอเหตุการณ์ครั้งล่าสุด กูว่ามันพร้อมจะขังน้องมันเอาไว้ในห้องของมันได้ตลอดเวลาเลยนะนั่น ถ้าไม่บอกว่าเป็นพี่น้องกัน กูนึกว่าเมีย”

.

.

“นี่พวกมึงนินทากูกันพอหรือยัง?” ในขณะที่เพื่อนทั้งสองกำลังเม้าท์มอยชีวินกันอย่างอ่อนออกรถ เจ้าตัวก็ตื่นขึ้นมาเถียงกลับซะอย่างนั้น

“จะแดกข้าวมั้ย…กูหิว”

“จะหิวอะไรอีกมึงเพิ่งกินไม่ใช่หรือไง?”

“ก็ที่กูกินไปเนี่ย กูอ้วกออกมาหมดแล้ว กูก็ต้องไปหาเติมใหม่หรือเปล่าวะ ไปหาร้านอร่อย ๆ กินเถอะ”

“มึงลืมไปรึป่าวว่าที่นี่โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม ไม่ใช่ว่ามันคิดจะออกไปก็ออกไปได้นะ รอให้หมออนุญาตก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที”

“ไม่เอากูไม่ได้เป็นอะไรแล้ว บอกให้หมอถอดสายน้ำเกลือกูเถอะ กูอยากกลับบ้าน แล้วกูก็หิวมากด้วย อาหารในโรงพยาบาลอะโคตรห่วย กูกินไม่ลงหรอก”

.

.

“อะงั้นมึงกินนี่ กูว่านี่น่าจะเป็นอาหารที่มึงชอบที่สุดแล้วล่ะ”

“อะไรวะ?” ชีวินรับข้าวกล่องที่โบถืออยู่ในมือมาเปิดออก แล้วสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้ชีวิตต้องสงสัย

“นี่มึงไปซื้อข้าวมาจากร้านไหนวะไอ้โบ เขาใช้กล้องแบบนี้ใส่ให้ลูกค้าเลยหรือไง?”

“มึงแดก ๆ ไปเถอะ มีคนเขาฝากมาให้น่ะ” แล้วเมื่อชีวินเปิดดูอาหารที่อยู่ข้างในนั้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แววตาแห่งความสุขมันเอ่อล้นออกมาจนแทบจะเก็บเอาไว้ไม่มิด

ชีวินคงลืมไปเสียสนิท ว่าในห้องนี้ยังมีปอนด์กับโบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จนเมื่อเริ่มรู้ตัว ชายหนุ่มจึงรีบหุบยิ้มแล้ววางข้าวกล่องนั้นลงบนโต๊ะซึ่งใช้สำหรับกินข้าวของผู้ป่วย ที่วางอยู่ตรงหน้าราวกับไม่สนใจ

“นี่มันข้าวอะไร ไม่เห็นจะน่าอร่อยเลย เอาไปทิ้ง!!!”

ท่าทางกอดอกน่าหมั่นไส้ของชีวินนั้น ทำเอาปอนด์อยากจะตบบ้องหูให้หัวทิ่มไปสักครั้ง หากไม่ใช่เพราะเพื่อนตัวเองนอนอยู่ในห้องผู้ป่วยสายน้ำเกลือระโยงระยางขนาดนั้น ปอนด์ก็คงทำไปอย่างที่ใจคิดแล้ว

“มึงอย่าปัญญาอ่อนไอ้วิน มึงไม่ใช่เด็กแล้วนะ นั่งพองลมเป็นคางคกไปได้ มึงเอามานี่เลย ถ้ามึงไม่แดกเดี๋ยวกูแดกเอง” ปอนด์คว้าเอากล่องข้าวนั้นมาอย่างไว จนชีวินพยายามคว้าคืนแต่ก็ไม่ทัน

“มึงเอามานี่เลยนะ นั่นมันข้าวของกู”

“ก็มึงจะทิ้ง แต่กูไม่อยากทิ้ง กูก็เอามาแดกนี่ไง”

“ไม่ได้!!! แดกไม่ได้ กูบอกให้มึงเอาไปทิ้งไง ถ้ามึงแดกมีเรื่องแน่!!!”

“แบร่ แบร่ แบร่ กูจะทิ้งให้โง่เหรอ ของน่ากินขนาดนี้ถ้ามึงไม่แดกเดี๋ยวกูแดกเอง”

“กูไม่ให้แดก!!!”

“เอ้า แล้วมึงเป็นเหี้ยไรเนี่ย ในเมื่อมึงไม่แดกกูก็จะแดกเองผิดตรงไหน ของดีขนาดนี้ ใครเขาให้กินทิ้งกินขว้างกัน ตายไปเป็นเปรตนะมึง”

“เรื่องของกู แต่ข้าวนั่นของกู ถ้ากูไม่ให้มึงแดกมึงก็ไม่มีสิทธิ์แดก”

.

.

“โอ๊ยพวกมึงหยุดกันทั้งคู่นั่นแหละ กูรำคาญ”

โบที่ต้องรับบทเป็นกรรมการห้ามมวยคู่เอก ก็ยืนเท้าเอววีนใส่เพื่อนรักทั้งสองคน ที่เถียงแย่งข้าวกันเป็นเด็ก ๆ คนหนึ่งก็กวนตีนอีกคนหนึ่งก็หวงของ จนคนที่ยืนมองก็อดที่จะรำคาญไม่ได้

“แต่ไอ้โบมันซื้อมาให้กูไง กูก็ต้องเป็นเจ้าของสิ”

“โนค่ะ มึงยังไม่เป็นเจ้าของจนกว่ามึงจะจ่ายค่าข้าวให้กูก่อน แล้วอีกอย่างนะ ถ้ามึงไม่กินข้าวกล่องนี้ กูจะก็จะยกให้ไอ้ปอนด์มันกิน แล้วหยุดเถียงกันได้แล้ว…กูรำคาญ”

“นี่ตกลงว่ามึงจะเข้าข้างใครกันแน่วะไอ้โบ กูป่วยขนาดนี้ ข้าวกล่องเดียวมึงซื้อให้กูไม่ได้หรือไง?”

“กับเพื่อนเนี่ย ข้าวกล่องเดียวกูซื้อให้ได้ แต่บังเอิญว่าข้าวเนี่ยมันมีเจ้าของมาตั้งแต่ก่อนจะถึงมือกูซะอีก กูว่ามึงรู้แต่มึงแกล้งไม่รู้มากกว่า แล้วถ้ามึงยังปากแข็งขนาดนี้นะ ก็ไม่ต้องแดกกันทั้งคู่นั่นแหละ กูจะเอาไปให้หมามันแดก”

“เออ ๆ กูยอมแล้วไอ้โบ เอาข้าวมานี่เลยนะ”

ชีวินรีบคว้าข้าวมาจากมือของโบอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากลัวใครจะมาแย่งของตนไปอีก ก่อนจะเปิดฝาแล้วใช้แขนทั้งสองข้างโอบล้อมกล่องข้าวนั้นเอาไว้เหมือนเป็นการปกป้อง

ปอนด์ที่ยืนดูอยู่ตรงหน้าก็ส่ายหัวด้วยความระอาใจ เพราะปอนด์เองก็รู้อยู่แล้วว่าข้าวนี้เป็นของใคร แต่ก็จงใจจะยั่วโมโหของเพื่อนตัวเอง ด้วยหวังว่าชีวินจะยอมรับความจริงเสียที แต่สุดท้ายก็ยังไม่ยอมพูดออกมา

และก็ไม่ยอมรับว่าข้าวกล้องนั้นเป็นของใครกันแน่ แต่ก็นั่งกินอยู่หน้าตาเฉย กินไปยิ้มไปจนเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนอยู่หน้าเตียงถึงกับหมั่นไส้จนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่

“ใต้กล่องข้าวมีโน้ตเขียนเอาไว้ ว่า…หายเร็ว ๆ นะครับ”

ปอนด์หยิบเอาการ์ดที่เพิ่งจะหยิบออกมาจากถุงกล่องข้าวนั้นแล้วเอามาพลิกอ่าน ข้อความบนนั้นถูกเขียนเอาไว้บนกระดาษสีขาวใส่ซองพลาสติกกันเลอะเทอะ ลายมือนั้นดูละเอียดและบรรจง ดูก็รู้ว่าคนที่ทำอาหารนี้ตั้งใจมากแค่ไหน ที่จะให้คนป่วยปากแข็งคนนั้นได้กิน

“นั่นไง หายเร็ว ๆ นะครับ ตอนนี้กูไม่สบายก็ต้องเป็นของกูหรือเปล่า?”

“ถ้าอย่างนั้นมึงก็ต้องยอมรับล่ะสิ ว่ามึงรู้ว่าใครเป็นคนทำข้าวนี้มาให้มึง ซื้อจากร้านเขาไม่มีทางใส่กล่องอย่างดีให้มึงขนาดนี้แน่ ๆ แถมของที่อยู่ข้างในก็ของโปรดมึงด้วยไม่ใช่หรือไง ไข่ดาวขอบกรอบไข่แดงเยิ้ม ๆ กับหมูทอด เป็นอาหารสิ้นคิดประจำตัวมึงเลยนี่นา ในโลกนี้ นอกจากแม่ของมึงแล้วเนี่ย จะมีใครรู้อีกว่ามึงชอบกิน ข้าวหมูทอดกับไข่ดาวเยิ้มแบบนี้”

“ก็พวกมึงสองคนไง พวกมึงสองคนก็รู้”

“กูกับไอ้โบน่ะรู้แน่ แต่กูไม่มีทางทำข้าวให้มึงดีขนาดนี้แน่ ๆ มึงยอมรับมาซะดี ๆ ไอ้วิน ถ้ามึงยังเถียงกูข้าง ๆ คู ๆ แล้วล่ะก็ กูจะเอาข้าวเนี่ยไปให้หมามันแดก”

“เออกูรู้!!! เอาข้าวมาคืนกูเลยนะกูหิวจะแย่อยู่แล้ว แกล้งกูอยู่ได้ ดึงไปดึงมาเดี๋ยวก็หกหมดหรอก”

“ตกลงมึงจะยอมแดกข้าวกล่องนี้แล้วสิ?”

“เสือก!!!” ชีวินรับกล่องข้าวไปนั่งกิน โดยไม่สนใจเพื่อนทั้งสองคนอีก

.

.