อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผมไม่รักพี่หรอกนะ - ตอนที่ 2 แยกกันอยู่คงดีกว่า โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมไม่รักพี่หรอกนะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมไม่รักพี่หรอกนะ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

#คืองี้…ฟังก่อน

 

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

วาดปก : myunnii 

.

จากพี่ชายที่แสนดี กลายเป็นคนที่ทำร้ายอยู่เดียวมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งการกระทำที่ดูเหมือนจะหนักมือไปจนอยู่เดียวได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้อยู่เดียวตัดใจจากพี่ชายคนนี้ได้เลยแม่สักวัน

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก ระหว่างพี่โป…รุ่นพี่ที่แสนดีเดือนคณะแพทย์ กับคนใจร้ายที่ไม่เคยใจดีกับตนแม้สักวัน อยู่เดียวคงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองก่อนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต

“ถ้าพี่ยังใจร้ายกับผมแบบนี้…ผมจะไม่รักพี่หรอกนะ”

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 1 แกมันก็แค่ลูกกำพร้า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 2 แยกกันอยู่คงดีกว่า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 3 ‘มึงชอบกูจริง ๆ ใช่มั้ย?’,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 4 ดึงดันไปรักเธอ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 5 น้องม.ปลายกับพี่ปีหนึ่ง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 6 ลมรักแรงหึง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 7 หัวตุ๊กตาสั่นดุ๊กดิ๊ก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 8 น้องรักของทั้งสอง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 9 เรื่องวินาศสันตะโร,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 10 กูต้องบอกให้แม่กูรู้,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-บทนำ ตัวตนที่ซ่อนอยู่,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 11 สถานะปัจจุบันของผมก็…คนรัก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 12 พี่ไม่มีทางเปลี่ยนสันดานได้หรอก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 13 สายตาที่ว่างเปล่า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 14 ถ้าเป็นกู…กูก็ไม่เอามึงหรอก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 15 หวงก้างเมื่อกำลังจะไม่มีสิทธิ์,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 16 กูเนี่ยนะหึงมัน,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 17 ไข่ดาวเยิ้มขอบกรอบ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 18 เทสรสจูบ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 19 ทีเซอร์ละครเมียบ่าว,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 20 คำสารภาพ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 21 หนุ่มฮอตเริงราตรี,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 22 ก็มึงเป็นเมียกู,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 23 เรามาลองคบกันดูมั้ยครับ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 24 อัปเดตสถานะ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 25 อยู่เดียวชายสองผัว,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 26 ความสิ้นหวังที่หื่นกระหาย

เนื้อหา

ตอนที่ 2 แยกกันอยู่คงดีกว่า

ตอนที่ 2

แยกกันอยู่คงดีกว่า

 

“ชีวิน!!!”

สรรพนามที่ดูจริงจังและแข็งกร้าวออกมาจากปากของผู้เป็นแม่ อรรู้ดีว่าสถานการณ์กำลังจะเข้าสู่ความน่าอึดอัดในไม่ช้า ชีวินเองก็เช่นกัน เมื่อไรที่นารถเริ่มเรียกชื่อเต็มออกมา นั่นหมายถึงความจริงจังและตึงเครียด

นารถไม่ชอบให้ชีวินพูดแบบนั้น เพราะไม่อยากให้อยู่เดียวต้องรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย จึงสั่งห้ามทุกคนในบ้านเป็นเด็ดขาด แต่เหมือนชีวินจะยังไม่ยอมเข้าใจเรื่องนี้ ในหัวของเด็กชายที่กำลังเข้าสู่วัยหนุ่ม มันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ว่าทำไมคนทั้งบ้านถึงเอาแต่ทุ่มเทความรักไปให้เด็กที่ไม่มีพ่อแม่คนนั้นด้วย

“ตกลงว่าจะไม่ยอมฟังคำที่แม่สอนเลยใช่มั้ย หรือแม่ต้องลงโทษลูกด้วยการส่งไปโรงเรียนดัดสันดานถึงจะพอใจ?”

“คุณนารถคะ…”

“ไม่ต้องมาห้ามฉันอร ฉันรู้ว่าฉันกำลังพูดอะไรอยู่ เด็กคนนี้มันเกินจะเยียวยาแล้วจริง ๆ ถ้าหากยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก หรือยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ แม่คงจนปัญญาที่จะสอน คงต้องให้โรงเรียนดัดสันดานช่วยสอนแทน”

ชีวินนั่งกัดฟันกรอดด้วยความรู้สึกที่ยังไม่พอใจนัก เพราะตอนนี้ในสายตาของทุกคนแม้แต่แม่ของตัวเอง ชีวินก็กลับกลายเป็นคนที่กระทำความผิดพวกนั้นทั้งหมดทั้งสิ้น จนแม้แต่คำถามของแม่ ชีวินก็ยังไม่อยากจะรับปาก จนเมื่อถูกนารถขึ้นเสียง เด็กหนุ่มจึงจำใจต้องฝืนตอบออกไปอย่างไม่ยินดี

“เข้าใจครับ”

เมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบลง อยู่เดียวยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นจ้องมองพี่ชายของตัวเองตาแป๋วอย่างไม่ถือโทษโกรธเลยแม้แต่น้อย ชีวินเดินเข้าไปหาอยู่เดียวที่กำลังหยิบขนมใส่ปาก แต่ก็ถูกชีวินปัดจนขนมนั้นตกลงพื้น

เด็กน้อยแหงนหน้าขึ้นไปมองคนที่เพิ่งจะกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนนั้น ว่าคราวนี้ตนไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีก

“อย่าหวังว่าสิ่งที่แกช่วยแก้ตัวให้กับฉัน มันจะทำให้ฉันซาบซึ้งในความดีของแก ฉันไม่มีทางรับแกเป็นน้องชายเป็นอันขาด แกมันก็แค่ลูกกำพร้า ที่พ่อแม่ตายไปหมดแล้ว อันที่จริง แกควรจะอยู่ที่นี่ในฐานะของคนใช้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ลูกของคุณแม่อีกคน!!!”

.

.

สามปีต่อมา

“โอ๊ย!!!”

ร่างของเด็กหนุ่มกลิ้งขลุก ๆ ลงไปตามขั้นบันได จนถึงตรงกลาง จุดที่เป็นชั้นพักระหว่างชั้น ชีวินตกใจจนหน้าซีดเมื่อเห็นภาพน้องชายบุญธรรมของตัวเองตกลงไปจากบันไดอย่างแรงขนาดนั้น

หัวใจก็บอกให้วิ่งลงไปดูเด็กหนุ่มที่เติบโตมากับตนจนตอนนี้ กลายเป็นเสมือนเพื่อนสนิทกันไปเสียแล้ว หากแต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างกลับส่งเสียงกดดันเขาอยู่ข้าง ๆ ทำให้ชีวินจำต้องทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แล้วแกล้งทำเป็นมีความสุขกับความเจ็บปวดของอยู่เดียวที่เป็นเช่นนั้น

“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ตุ๊ดเอ๊ย เกิดมาเป็นผู้ชายแท้ ๆ เสือกจะผิดเพศ ไอ้วินมันเป็นพี่ชายของมึง แต่มึงก็เสือกไปรักมันแบบนั้น มึงจะไม่วิตถารไปหน่อยหรือไงวะ?”

เสียงหัวเราะของเพื่อนอีกสามคนที่ดังก้องไปทั่วทั้งชั้นของตึก 3 อันเป็นตึกของชั้น ม.ปลาย ตั้งแต่ระดับ ม.4 จนถึง ม.6 และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ต้นเหตุก็เกิดจากหนึ่งในเพื่อนสามคนนั้น ดันไปเห็นสมุดบันทึกที่อยู่เดียวเขียนถึงชีวินเอาไว้ในนั้นมากมาย

เนื้อความข้างในเต็มไปด้วยความหมายของการตกหลุมรัก ชีวิน ได้อ่านข้อความทั้งหมดนั้นแล้ว ถึงจะรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไร และไม่คิดว่าอยู่เดียวควรจะได้รับโทษถึงขนาดนั้น

แต่จะทำยังไงได้ หากในเวลานี้ชีวินเข้าข้างอยู่เดียว ตนก็จะถูกคนพวกนั้นล้อเอาว่าชอบผู้ชายด้วยกันก็ได้ ชีวินไม่รู้ว่าต้องโกรธอยู่เดียวตั้งแต่วรรคไหนประโยคไหน แต่เพราะเพื่อนสามคนนั้นที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็คิดว่าชีวินคงโมโหมาก จึงคิดจะแก้แค้นให้เพื่อน ด้วยการลากอยู่เดียวไปประจานที่หน้าห้อง ซึ่งเป็นทางเดินระหว่างห้องต่าง ๆ และขั้นบันไดที่อยู่ตรงกลางตึก

ในเวลานี้ไม่มีใครลงไปดูอยู่เดียวเลยสักคน ร่างของชายหนุ่มยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น คงเพราะการขยับเพียงเล็กน้อยพวกนั้นจึงทำให้ทุกคนแน่ใจว่าอยู่เดียวยังไม่ตาย แล้วก็ทำการเยาะเย้ยถากถางด้วยหวังจะให้อายโดยไม่ได้สังเกตเห็นอะไร

“ว้ายตายแล้ว!!! นี่มันเกิดอะไรขึ้น อยู่เดียวลูก…เป็นยังไงบ้าง?”

อาจารย์ท่านหนึ่งที่เดินขึ้นมาตรงบันไดกลางตึก เพื่อที่จะมาสอนในวิชาของตัวเอง แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มกำลังฟุบจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า ก็ตกใจจนต้องทิ้งทุกอย่างในมือแล้ววิ่งเข้าไปประคอง

“นี่พวกเธอทำอะไรกัน เพื่อนเลือดออกขนาดนี้ ทำไมถึงไม่รีบลงมาช่วย?”

เมื่ออาจารย์สาวตวาดลั่นขึ้นไป เด็กหนุ่มทั้งสี่คนก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะไม่ทันเห็นว่าอยู่เดียวเลือดตกยางออกมากขนาดนั้น ทุกคนตรงนั้นรวมถึงไทยมุงก็รีบถอยออกไปแล้วมุดหน้าหนี

ยิ่งอาจารย์ท่านอื่นที่เดินตามมาติด ๆ เห็นสถานการณ์ทุกอย่าง ก็รีบวิ่งกันเข้ามาช่วย อาจารย์ชายหนึ่งในนั้นจึงรีบพาอยู่เดียวไปที่ห้องพยาบาล ทำความสะอาดซับเลือดออกทั้งหมด

หากแต่เมื่อลิ่มเลือดถูกเช็ดออกไป จึงได้เห็นว่าแผลของอยู่เดียวนั้นช่างกว้างเกินกว่าที่จะทายาขั้นพื้นฐานได้ สุดท้าย…อยู่เดียวจึงถูกนำส่งไปโรงพยาบาลและถูกเย็บถึงห้าเข็ม ก่อนที่จะเรียกผู้ปกครอง มารับ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ก็คือแม่ของชีวินที่เป็นแม่บุญธรรมของอยู่เดียวนั่นเอง

.

.

เพียะ เพียะ เพียะ

เสียงไม้หวายที่ฟาดลงไปตรงก้นของเด็กหนุ่มอีกคน ดังอยู่เป็นระยะ แม่บ้านที่อยู่ตรงนั้นพยายามเข้ามาห้ามปราม แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะถึงอย่างไร ผู้เป็นแม่ก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะสั่งสอนลูกของตัวเองให้อยู่ในร่องในรอยอยู่แล้ว การกระทำที่ร้ายกาจจนทำให้คนอื่นเลือดตกยางออกขนาดนี้ มันน่ารังเกียจจนเกินกว่าจะมองข้าม ชีวินจึงยากที่จะหลีกหนีความผิดจนต้องก้มหน้ารับกรรมไป

“แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ช่วยดูแลน้อง เราโตกว่าแท้ ๆ แต่กลับ ปล่อยให้เพื่อนในห้องมารุมรังแกน้องของตัวเอง หนำซ้ำยังไปช่วยผสมโรงเข้าอีก เป็นพี่ชายประสาอะไรกัน?”

“ไอ้เดียวมันไม่ใช่น้องของผม มันไม่ใช่ทั้งลูกของพ่อและลูกของแม่ มันเป็นแค่กาฝากที่มาแย่งความรักของผมไปก็เท่านั้น”

คำพูดที่ออกมาจากปากของชีวินคนพูดไม่สนใจเลยสักนิดว่าหากอีกฝ่ายได้ยินแล้วจะรู้สึกอย่างไร มันก็เป็นเช่นนั้นมาตลอด ชีวินไม่เคยปากตรงกับใจเลยสักครั้งโดยเฉพาะเรื่องของอยู่เดียว

“แย่งความรักงั้นเหรอ งั้นลูกบอกแม่หน่อย ตั้งแต่เล็กจนโต ลูกเคยขาดอะไรบ้าง ลูกได้มากกว่าอยู่เดียวด้วยซ้ำ ในฐานะลูกของแม่ อยู่เดียวต้องเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีทั้งพ่อและแม่ ลูกไม่สงสารน้องบ้างหรือยังไง?”

“บ้านกำพร้าก็มีนี่นา ก็ให้มันไปอยู่สิ”

เสียงพึมพำอยู่ในลำคอของเด็กหนุ่มชั้น ม.ปลาย ที่ยังไม่สนใจ และไม่คิดที่จะรับรู้ในความผิดของตัวเอง เสียงไม้หวายยังคงฟาดต่อลงไปอีกสองสามครั้ง

แม่บ้านที่ทนดูอยู่ไม่ไหว จึงรีบเข้ามาจับมือของคุณนายเจ้าของบ้านเอาไว้ ก่อนที่ก้นของชีวินจะไล่ระดับลายพร้อยลงไปถึงน่อง และไม่มีที่ให้ไม้หวายนั้นลงรอยได้อีก

“พอเถอะค่ะคุณนารถ อรว่าคุณชีวินน่าจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ถ้าขืนตีไปมากกว่านี้ ตั้งแต่ก้นลงมาถึงน่องก็จะไม่เหลือที่ให้แตกแล้วนะคะ”

“ก็ดีไง โตจนป่านนี้แล้วยังคิดอะไรเป็นเด็ก ๆ บอกให้ดูแลน้องก็ไม่ยอมทำ ดื้อ!!! พูดยาก ไม่เชื่อฟัง แม่ผิดหวังในตัวลูกจริง ๆ นะชีวิน แม่ไม่คิดว่าลูกจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ เมื่อก่อนก็เรื่องนึงคิดซะว่ายังเด็ก แต่นี่อีกแค่ไม่ถึงปีลูกก็จะเข้ามหาลัยอยู่แล้ว ทำไมถึงยังคิดไม่ได้นะ”

“คุณนารถคะ…”

“เอาเถอะ ในเมื่ออยู่ด้วยกันมันยากนัก แม่คงต้องส่งอยู่เดียวไปอยู่ที่กรุงเทพฯ กับน้าอนงค์ ให้อยู่เดียวไปอยู่ที่นั่นคงจะดีกว่า มีเจ้าโปช่วยดูแลอีกคน ได้ยินว่าตั้งแต่มาบ้านเราคราวก่อนก็ถามหาอยู่เดียวทุกวัน จะได้หายคิดกันเสียที คนทางนี้ก็จะได้สบายใจไปด้วย”

.

.

“อะไรนะ แม่จะส่งไอ้เตี้ยไปที่นั่นทำไม? อีกไม่กี่วันก็จะเข้าเทอมสองแล้ว ปีหน้ามันก็จะขึ้นม.5 อยู่แล้วนะแม่ ถ้าส่งไปแบบนี้…ดีไม่ดีมันอาจต้องซ้ำชั้นเรียนม.4 ใหม่นะแม่…”

“รู้จักเป็นห่วงคนอื่นด้วยหรือไง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเราใกล้จะจบม.ปลายเต็มที แม่คงส่งเราไปแทน พอแล้ว…ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าซะ แล้ววันนี้ไม่ต้องกินข้าวเย็น ขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วสำนึกผิดซะ”

เด็กหนุ่มน้ำตาซึมกัดกรามแน่นด้วยความโกรธ ไม่โต้ตอบผู้เป็นแม่ออกมาเลยแม้สักคำ ก่อนที่จะเดินปึงปังขึ้นไปด้านบน แล้วปิดประตูห้องเสียงดังสะเทือนจนคนทั้งบ้านได้ยิน

“คุณนารถคะ ทำแบบนี้มันจะดีหรือคะ แล้วถ้าเป็นอย่างที่คุณวินบอก มันจะไม่เสียเวลาคุณเดียวหรือไงคะ?”

“เอาเถอะ เรื่องนั้นฉันจะคุยกับอยู่เดียวเอง หากเขาเต็มใจฉันก็จะทำตามนั้น ให้ไปอยู่กับคนรู้เรื่องรู้ราวอย่างเจ้าโปคงจะดีกว่า อีกค่อนปีเลยนะกว่าเจ้าวินจะไปเรียนต่อ ฉันแค่อยากให้แน่ใจว่าระหว่างนี้อยู่เดียวจะไม่โดนใครแกล้งอีก”

.

.