อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผมไม่รักพี่หรอกนะ - ตอนที่ 10 กูต้องบอกให้แม่กูรู้ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมไม่รักพี่หรอกนะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมไม่รักพี่หรอกนะ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

#คืองี้…ฟังก่อน

 

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

วาดปก : myunnii 

.

จากพี่ชายที่แสนดี กลายเป็นคนที่ทำร้ายอยู่เดียวมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งการกระทำที่ดูเหมือนจะหนักมือไปจนอยู่เดียวได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้อยู่เดียวตัดใจจากพี่ชายคนนี้ได้เลยแม่สักวัน

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก ระหว่างพี่โป…รุ่นพี่ที่แสนดีเดือนคณะแพทย์ กับคนใจร้ายที่ไม่เคยใจดีกับตนแม้สักวัน อยู่เดียวคงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองก่อนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต

“ถ้าพี่ยังใจร้ายกับผมแบบนี้…ผมจะไม่รักพี่หรอกนะ”

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 1 แกมันก็แค่ลูกกำพร้า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 2 แยกกันอยู่คงดีกว่า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 3 ‘มึงชอบกูจริง ๆ ใช่มั้ย?’,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 4 ดึงดันไปรักเธอ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 5 น้องม.ปลายกับพี่ปีหนึ่ง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 6 ลมรักแรงหึง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 7 หัวตุ๊กตาสั่นดุ๊กดิ๊ก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 8 น้องรักของทั้งสอง,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 9 เรื่องวินาศสันตะโร,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 10 กูต้องบอกให้แม่กูรู้,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-บทนำ ตัวตนที่ซ่อนอยู่,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 11 สถานะปัจจุบันของผมก็…คนรัก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 12 พี่ไม่มีทางเปลี่ยนสันดานได้หรอก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 13 สายตาที่ว่างเปล่า,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 14 ถ้าเป็นกู…กูก็ไม่เอามึงหรอก,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 15 หวงก้างเมื่อกำลังจะไม่มีสิทธิ์,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 16 กูเนี่ยนะหึงมัน,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 17 ไข่ดาวเยิ้มขอบกรอบ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 18 เทสรสจูบ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 19 ทีเซอร์ละครเมียบ่าว,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 20 คำสารภาพ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 21 หนุ่มฮอตเริงราตรี,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 22 ก็มึงเป็นเมียกู,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 23 เรามาลองคบกันดูมั้ยครับ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 24 อัปเดตสถานะ,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 25 อยู่เดียวชายสองผัว,ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 26 ความสิ้นหวังที่หื่นกระหาย

เนื้อหา

ตอนที่ 10 กูต้องบอกให้แม่กูรู้

ตอนที่ 10

กูต้องบอกให้แม่กูรู้

 

สามปีผ่านไป

หลังจากเกิดเหตุการณ์โลกาวินาศในวันนั้น ชีวินถูกนารถสั่งห้ามไม่ให้ไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีก รวมถึงอยู่เดียวและอาโปที่ก็ไม่เคยติดต่อกลับมาหาชีวินเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เกิดเรื่อง

แม่ของอาโปไม่ได้โกรธหรือนึกโทษชีวินเลยสักนิด เพราะถึงยังไงชีวินก็เป็นหลาน และที่สำคัญ นอกจากข้าวของที่เสียหายไปในวันนั้น ทั้งอาโปและอยู่เดียวก็ปลอดภัยดี

ความเสียหายในครั้งนั้น นารถเป็นคนชดใช้ให้ทั้งหมดรวมถึงค่ารักษาและค่าทำขวัญ เพราะถึงแม้ว่าอนงค์จะเป็นน้องสาวแท้ ๆ แต่กับเรื่องแบบนี้ คนอย่างนารถไม่มีทางที่จะปล่อยปละละเลยแล้วทำเป็นเมินเฉยไปได้

ฝ่ายของคนที่ก่อปัญหา นารถลงโทษด้วยการไม่โอนเงินค่าใช้ชีวิตให้หนึ่งปีเต็มและโอนจ่ายให้เฉพาะค่าเทอมเท่านั้น นั่นหมายความว่าในช่วงเวลาครึ่งของปีหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งของปีสองในการเรียนมหาวิทยาลัย ชีวินต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและหางานทำด้วยตัวเอง เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จนกว่านารถจะยอมใจอ่อนแล้วโอนเงินมาให้ ซึ่งก็เกือบจะเข้าปีสามเต็มที

แต่ถามว่าจากความฉิบหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น คนอย่างชีวินจะสำนึกได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ คำตอบคือไม่เลยสักนิด ถึงแม้ว่าคราวแรกอาจจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกย้อนไป ก็เพราะว่าชีวินเห็นอาโปกำลังกอดกับอยู่เดียวในสภาพที่อยู่เดียวไม่ใส่เสื้อ ทั้งยังโอบคืนกลับไปแบบนั้นอีก สำหรับชีวิน…มันก็สมเหตุสมผลพอที่จะโกรธจนก่อเรื่อง

จนถึงตอนนี้ อยู่เดียวกลายเป็นนักศึกษาปีหนึ่งอย่างเต็มตัว ในขณะที่อาโปนั้นก็เป็นนักศึกษาแพทย์ปีสองอยู่ในคณะเดียวกัน ทั้งสองตัวติดกันอย่างกับตังเม และทุกครั้งที่เดินผ่านหรือบังเอิญเจอกับชีวิน ก็จะทำราวกับว่าชีวินเป็นธาตุอากาศ ไม่คิดจะสนใจและทักทายเลยสักนิด การกระทำนั้นก็ยิ่งสุมไฟให้ชีวินรู้สึกหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น

จนวันนี้ อยู่เดียวนั่งอยู่ที่ใต้ตึกของคณะ ชีวินเดินผ่านมาแล้วหันมองแต่กลับเลือกที่จะเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ การปรับความเข้าใจเมื่อครั้งนั้นเหมือนจะไม่มีความหมายเลยสักนิด การหมางเมินใส่อยู่เดียวดูเหมือนว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันของชีวินไปเสียแล้ว

ถึงจะอย่างนั้น ก็ใช่ว่าชีวินจะไม่สนใจอยู่เดียวเสียทีเดียว ชายหนุ่มพาตัวเองไปนั่งอยู่ตรงถุนใต้ตึก แล้วก็คิดเอาเองว่าเสาตนใหญ่นั้นจะสามารถอำพรางการมีอยู่ของตนเอาไว้ได้

อยู่เดียวรับรู้ทุกอย่างแต่ก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปแบบนั้น ในเวลานี้ เขาโตเกินกว่าที่จะทำตัวเป็นเด็กน้อยหวานใสเข้าไปง้อกับคนที่ไม่เห็นค่าหรือสนใจตนอีกต่อไปแล้ว

“รอพี่นานมั้ยครับ?”

อาโปในตอนนี้ กลายเป็นชายหนุ่มหน้าหล่อตัวสูงผิวขาวหุ่นโตกล้ามแน่น แต่งตัวดูสะอาดสะอ้านอย่างหนุ่มตี๋อินเตอร์ไปเสียแล้ว ช่างต่างกันลิบลับกับชีวินหนุ่มหน้าไทยที่ผิวขาวหากแต่ค่อนไปจนเกือบจะกลายเป็นสีแทน จนดูราวกับว่า ทั้งสองอยู่กันคนละวรรณะอย่างไรอย่างนั้น

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าชีวินจะหน้าตาแย่ เพียงแต่เมื่อโตขึ้น ความหล่อคมของชีวินก็เริ่มชัดขึ้น มันคือความหล่อแบบหนุ่มไทย เป็นไทยแท้ไม่มีเชื้อสายใดผสม ผิวพรรณขาวก็จริง…แต่ก็ไม่หมดจดอย่างหนุ่มตี๋คนนั้นที่กำลังนั่งข้างอยู่เดียวในเวลานี้

หากยุคนี้ไม่ใช่ยุคของความเป็นเกาหลีหรือหนุ่มตี๋ครองเมือง หากนี่คือช่วงเวลาสักประมาณสามถึงสี่สิบปีที่แล้ว ชีวินก็ถือว่าเป็นชายหนุ่มที่รูปหล่ออันดับต้น ๆ อยู่เหมือนกัน เรียกได้ว่าอยู่ในหัวแถวเลยก็ว่าได้

“ไม่นานเลยครับพี่โป เดียวเพิ่งจะมาถึง ตอนแรกก็คิดว่าพี่โปจะติดงานในคณะเสียอีก เดียวก็เลยเอาหนังสือมานั่งอ่านเล่นกะจะฆ่าเวลาน่ะครับ”

“น้องเดียวนี่โหดจังเลยนะครับ ทำไมใจร้ายจัง?”

“ฮะ…อะไรนะครับ?”

“ก็เวลามันผิดอะไร ทำไมต้องฆ่ามันด้วย?”

ทั้งสองดูหัวร่อต่อกระซิก หวานแหววราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ชายหนุ่มที่ชีวินยังไม่รู้ชื่อนั้นยกมือขึ้นมาลูบหัวของอยู่เดียวอย่างเอ็นดูต่อหน้าต่อตาจนน่าโมโห แต่ก็ไม่ลืมที่จะเหลือกลิ้นปลิ้นตาทำท่าคลื่นไส้ให้กับมุกเสี่ยว ๆ ที่อาโปเพิ่งจะเล่นไปเมื่อครู่

“พี่ขอโทษนะครับ ที่ทำให้น้องเดียวต้องรอ ถ้างั้นเราไปกันเลยมั้ยครับ?”

“ดีครับ ผมเองก็หิวมากแล้ว เราสองคนไปกินกันดีกว่า”

.

.

ปึง!!!

เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นดังมาจากหลังต้นเสานั้น คนที่อยู่แถวนั้นหันมองต้นเสียง แต่เพราะมีเสาบังอยู่ อาโปและอยู่เดียวจึงไม่เห็นอะไร อาโปดึงร่างของอีกฝ่ายเข้ามากอดแล้วเขย่าตัวราวกับมันเขี้ยวเต็มที ก่อนที่จะโอบเอวโอบไหล่พากันเดินออกไปจากตรงใต้ถุนนั้น แล้วขึ้นรถของอาโป…

“นั่นพวกมันจะไปไหน เดี๋ยวนี้แรดนักนะมึง…พวกเยาปายคินกานเถอะ…ถุย กูจ๊วก…ตอแหล ออเซาะฉอเลาะ”

คำพูดสบถออกมาอย่างคนที่ไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ถึงแม้ว่าชีวินจะไม่ได้ใส่ใจอยู่เดียวขนาดนั้น แต่ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ดีเมื่อมีใครมาทำตัวรุ่มร่ามกับน้องชายของตัวเองแบบนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่น้องบุญธรรมก็ตาม

เพียะ

“โอ๊ย!!! อะไรของมึงวะนี่มึงจะมาตบหัวกูทำไม?”

“กูนี่ต้องถามว่าอะไรของมึง มึงเป็นเหี้ยไร ถึงได้มายืนปีนรั้วคณะแพทย์อยู่แบบนี้ ทำตัวอย่างกับลิงกับค่าง เดี๋ยวเขาก็คิดว่าคณะของเรามีลิงอุรังอุตังอยู่ในคณะหรอก”

“ลิงอุรังอุตังพ่อง…”

“ถ้างั้นนี่มึงกำลังทำอะไรอยู่ มึงกำลังแอบมองใครอยู่วะ น้องเดียว เอะ…แล้วนั่นน้องเดียวขึ้นรถไปกับใครวะ?”

ปอนด์…เพื่อนสนิทตั้งแต่ปีหนึ่งของชีวิน พยายามชะเง้อมองตามสายตาของเพื่อนรัก ก็ยิ่งทำให้สงสัยว่าอะไรที่ทำให้คนที่ดูไม่แคร์โลกอย่างชีวินดูร้อนตัวร้อนใจมากถึงขนาดนี้

“อาโป?”

“ก็เออสิ แม่ง…”

“แล้วยังไง มึงจะหงุดหงิดอะไรของมึงเนี่ย?”

“ก็มันมาทำรุ่มร่ามกับน้องกู กูไม่พอใจมาก มึงไปตามสืบมาให้หมด ว่ามันเป็นใคร ลูกเต๋าเล่าใคร พ่อแม่มีหน้าที่การงานอะไร ถ้าเป็นหมอ สืบมาด้วยว่า…” เพียะ!!!

“โอ๊ย!!! นี่มึงตบหัวกูอีกทำไมเนี่ย?”

“มึงหยุดพูดเดี๋ยวนี้เลย เพ้อเจ้อไอ้สัส ไปเหอะกูหิวข้าว ไปหาอะไรแดกกัน”

“กูอยากแดกกาแฟว่ะ”

“ฮะ!!! กาแฟ…มึงเนี่ยนะอยากแดกกาแฟ เพิ่งแพ้กาแฟไม่ใช่รึไง แค่ดมกลิ่นมึงยังจะตายเลย แล้วนี่มึงจะเข้าไปในร้านกาแฟ?”

“เอาน่าลองดู…ไป…กูเลี้ยง”

ชีวินพูดเพียงเท่านั้นแล้วเดินออกไปทันที ปอนด์ได้แต่ยืนเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความที่ไม่เข้าใจเพื่อนของตัวเอง ว่าไอ้การที่คนแพ้กาแฟจนผื่นขึ้น อยู่ ๆ ก็พูดอยากจะกินกาแฟนี่มันเพื่ออะไร ดูจะไม่แปลกไปหน่อยหรือไง แต่ปอนด์ก็ยอมเดินตามไปโดยง่าย อย่างน้อย ก็ถือว่าอิ่มจังตังค์อยู่ครบก็แล้วกัน

เมื่อมาถึงห้าง ชีวินก็เดินตามหาจนได้รู้ว่าอยู่เดียวและผู้ชายคนนั้นอยู่ตรงจุดไหนของห้าง พอถึงตรงนี้ ปอนด์ก็เริ่มรู้แล้วว่ากำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น

เพราะปอนด์เองก็รู้จักอยู่เดียวและอาโปเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าปอนด์จะเป็นเพื่อนที่เพิ่งจะมารู้จักกับชีวินในมหาวิทยาลัย แต่ปอนด์ก็รู้ดีว่าอยู่เดียวคือน้องบุญธรรมของชีวิน เป็นน้องของเพื่อนแม่ที่ถูกเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็กคนนั้น

แต่ที่ปอนด์ไม่เข้าใจนั่นก็คือ ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ปกติแล้วชีวินจะไม่สนใจอยู่เดียวเลยแม้สักนิด ค่อนข้างจะเกลียดไปเลยด้วยซ้ำ…โดยเฉพาะอาโป แต่ทำไมวันนี้ดูเหมือนว่าชีวินกลับจะอยากติดตามชีวิตของทั้งคู่ขนาดนั้น

“อ๋อกูรู้ละ”

“รู้เชี่ยไรของมึง?”

“ก็ไอ้ที่มึงพากูเดินวนไปรอบห้างตั้งแต่มาถึงเนี่ย จริง ๆ แล้วมึงแค่กำลังตามหาน้องเดียวอยู่ใช่มะ?”

“เพ้อเจ้อ กูจะไปตามหามันทำไม ชีวิตกูไม่ได้ว่างขนาดนั้นสักหน่อย”

“ก็ถ้ามึงไม่ได้ตามหาน้องมัน แล้วมึงจะแอดน้องเดียวเข้ากับแอปตามหาเพื่อนในมือถือของมึงทำไม แล้วนี่เจ้าตัวรู้หรือยังว่ามึงแอบเอาเมลของน้องมันมาเชื่อมกับแอปของมึงน่ะ”

“บ๊าาาา แอบเอิบอะไร กู้ม่ายด้ายแอ๊บบบ เมลของมันมันก็ต้องรู้สิ”

“แล้วจะเสียงสูงเพื่อ มีนิรุตนี่มึงอะ”

“พิรุธเถอะไอ้สัส”

“ฮ่า ๆ ๆ เออนั่นแหละ แล้วนี่มึงจะตามหาน้องมันทำไม ฮะ…นี่อย่าบอกนะ ว่ามึงเกิดจะต่อมหวงน้องทำงานน่ะ?”

“หวงเหิงอะไร กูก็แค่ช่วยดูแลมันเท่านั้นแหละ”

“ดูแล?”

“เอ่อ กูหมายควายว่า…”

“หมายความว่า!!!”

“เออช่างควายกูเถอะ ที่กูตามกูก็แค่อยากให้เงินที่แม่กูส่งมาให้มันคุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่เอามาเปย์ผู้ชายแบบนี้”

“หึ…แต่เท่าที่กุเห็น เหมือนน้องมึงจะโดนเปย์มากกว่านะ”

.

.