อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผมไม่รักพี่หรอกนะ - ตอนที่ 1 แกมันก็แค่ลูกกำพร้า โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ผมไม่รักพี่หรอกนะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ผมไม่รักพี่หรอกนะ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

#คืองี้…ฟังก่อน

 

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

วาดปก : myunnii 

.

จากพี่ชายที่แสนดี กลายเป็นคนที่ทำร้ายอยู่เดียวมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งการกระทำที่ดูเหมือนจะหนักมือไปจนอยู่เดียวได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้อยู่เดียวตัดใจจากพี่ชายคนนี้ได้เลยแม่สักวัน

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก ระหว่างพี่โป…รุ่นพี่ที่แสนดีเดือนคณะแพทย์ กับคนใจร้ายที่ไม่เคยใจดีกับตนแม้สักวัน อยู่เดียวคงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองก่อนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต

“ถ้าพี่ยังใจร้ายกับผมแบบนี้…ผมจะไม่รักพี่หรอกนะ”

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

ผมไม่รักพี่หรอกนะ-ตอนที่ 1 แกมันก็แค่ลูกกำพร้า

เนื้อหา

ตอนที่ 1 แกมันก็แค่ลูกกำพร้า

ตอนที่ 1

แกมันก็แค่ลูกกำพร้า

 

ตู้มมม

“ว้ายตายแล้ว น้องเดียวลูก…ช่วยด้วย ๆ น้องเดียวตกน้ำ ช่วยด้วย!!!

เสียงหญิงสาวตะโกนร้องเรียกเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือ ในบริเวณนั้นไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียว มีแค่เพียงเด็กชายที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากผืนน้ำนั้นเพื่อเอาชีวิตรอด

หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีสีหน้าตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัด พยายามตะเบ็งเสียงให้ดังขึ้นอีก เพื่อหวังว่าใครสักคนจะมาช่วย ด้วยเพราะตัวเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น หากกระโดดลงไปอาจมีใครสักคนต้องสังเวยชีวิตในบึงน้ำแห่งนี้แน่ ๆ หากโชคร้ายกว่านั้น ก็อาจจะจากไปทั้งคู่…มันช่างดูไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ท่ามกลางความสิ้นหวัง อยู่ ๆ ก็มีเด็กชายอีกคนที่อายุไม่ห่างจากคนที่อยู่ในน้ำนั้นมากนัก วิ่งพุ่งตัวออกมาจากตรงไหนสักที่ แล้วกระโดดลงไปในน้ำอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง นั่นยิ่งสร้างความตกใจให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีกเป็นทวีคูณ

และเพราะเสียงที่ตะเบ็งจนดังมากพอ คนที่อยู่ในบ้านก็ต่างแห่กันมา พวกผู้ชายที่วิ่งตามมาทีหลังก็กระโดดลงไปช่วยเด็กทั้งสองคนให้ขึ้นมาจากบึงนั้น จนในที่สุดทั้งสองคนก็ปลอดภัย

“ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก ไม่เป็นอะไรแล้ว อร…รีบมาพาอยู่เดียวกลับเข้าไปข้างใน เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้งแล้วหาเสื้อผ้าให้เปลี่ยนด้วยนะ”

“ค่ะ คุณนารถ”

“เดี๋ยวก่อน หายาลดไข้มาให้อยู่เดียวกินดักเอาไว้เลยนะ ฉันกลัวว่าอยู่ในน้ำนาน ๆ อาจจะมีไข้ขึ้นมาได้”

“ได้ค่ะ”

อรรับคำแล้วรีบอุ้มอยู่เดียวขึ้นมาซบอกของตัวเองเอาไว้ ก่อนที่จะเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าไปข้างใน แล้วหาน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้เด็กน้อยที่เพิ่งจะขึ้นมาจากน้ำเนื้อตัวสั่นเทา มือไม้และริมฝีปากซีดโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหนาวเหน็บใต้ผืนน้ำนั้น หรือเพราะตกใจกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กันแน่

“มานี่เลยพ่อตัวดี มาเล่าให้แม่ฟังเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่เดียวถึงตกลงไปในน้ำแบบนั้นได้?”

“ผมไม่รู้นะครับ ทำไมคุณแม่ต้องมาคาดคั้นกับผมด้วย ผมเป็นคนลงไปช่วยน้องขึ้นมานะครับ”

“แม่เห็นว่าลูกเพิ่งจะกระโดดตามหลังลงไป แต่ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก มันอันตรายเกินไป ให้พวกผู้ใหญ่เข้ามาช่วยอย่าเสี่ยงชีวิตตัวเองลงไปแบบนั้นอีก แม่มีลูกอยู่แค่คนเดียวนะ อยากให้แม่เสียใจจนตายหรือไง?”

“ก็ถ้ามัวแต่รอพวกผู้ใหญ่มาช่วย น้องก็คงตายไปแล้วล่ะครับ พี่อรยืนเรียกอยู่ตั้งนานไม่เห็นใครมาสักคน หึ…” แล้วชีวินก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับว่าจะเหยียดในคำพูดของผู้เป็นแม่เมื่อครู่

“ผมไม่ยักรู้ ว่าแม่จะคิดว่าผมเองก็เป็นลูก ต่อให้ผมตายไปจริง ๆ แม่ก็ยังมีลูกรักนอกไส้อย่างไอ้เดียวไม่ใช่หรือไงครับ?”

“ตาวิน!!! ใครสั่งใครสอนให้พูดอะไรแบบนี้ออกมาฮะ ทีหลังห้ามพูดแบบนี้อีก ถึงยังไงเราก็เป็นลูกของแม่ แล้วอย่าไปพูดอะไรแบบนี้ให้น้องได้ยินเชียว เราไม่สงสารน้องบ้างหรือไง ถ้าแม่ไม่รับเขามาเลี้ยง ป่านนี้น้องเขาจะเป็นยังไงคิดบ้างมั้ย?”

เด็กน้อยพยายามโต้เถียงทั้งที่ตัวเองเป็นคนช่วยชีวิตอยู่เดียวแท้ ๆ แต่กลับถูกนารถผู้เป็นแม่จ้องมองด้วยสายตาคาดคั้น ราวกับว่าไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำที่ชีวินสักเท่าไรนัก อย่างกับว่า ตนต่างหากที่เป็นลูกนอกไส้ ไม่ใช่ไอ้อยู่เดียวนั่น

“งั้นก็เอาเถอะ ตัวเราเองก็เปียกไม่ใช่น้อย รีบเข้าไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย แล้วอย่าลืมกินยาลดไข้ดักเอาไว้ด้วยล่ะ ถ้าเป็นไข้ขึ้นมามันจะวุ่น”

“แม่ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ถ้าผมไม่สบายขึ้นมา เดี๋ยวผมกินยาหายเองก็คงได้ แม่เอาเวลาไปดูแลลูกนอกไส้สุดที่รักของแม่เถอะ”

ชีวินเดินหัวเสียกลับเข้าบ้านไป รู้สึกหงุดหงิดที่ว่าทำไมทำดีแล้วจึงไม่ได้ดี หากครั้งนี้ตนมาช่วยไว้ไม่ทัน เด็กกำพร้าคนนั้นก็คงจะลาโลกไปนานแล้ว

“เจ้าลูกคนนี้นี่ นับวันยิ่งเถียงเก่งขึ้นทุกทีสิน่า…”

.

.

เมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้าน ชีวินก็หันไปเห็นอรกำลังพยายามเช็ดเนื้อตัวให้กับอยู่เดียว ทั้งยังหายาให้กินอย่างตั้งใจ นั่นยิ่งทำให้ชีวินรู้สึกโมโหขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

เพราะถ้าจะว่ากันตามจริง คนที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้คือตนต่างหาก ส่วนเด็กคนนั้นมันก็เป็นแค่ผู้อาศัย เป็นแค่เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ตายกันไปหมดแล้ว และมาขอพึ่งข้าวปลาอาหารในบ้านหลังนี้ในฐานะลูกชายของเพื่อนแม่ที่สนิทกันมากที่สุดในวันนั้น

ชีวินจ้องมองเด็กชายคนนั้นด้วยความโกรธ สายตาดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก ไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะช่วยชีวิตกันมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ก่อนที่จะสะบัดตัวขึ้นไปยังชั้นสองแล้วรับผิดชอบเนื้อตัวของตัวเอง โดยไม่มีใครมาช่วยดูแล

“แม่งน่าโมโหชิบ ตกลงใครเป็นลูกชายเจ้าของบ้านกันแน่วะ พวกคนใช้ที่นี่ก็มัวแต่ไปเอาอกเอาใจไอ้เด็กคนนั้น รู้งี้น่าจะปล่อยให้ตาย ๆ ไปซะก็จบ”

ชีวินยืนบ่นอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เช็ดเนื้อเช็ดตัวด้วยความอารมณ์เสีย โดยไม่ทันได้มองว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามตนขึ้นมา อย่างเงียบเชียบ

“พี่วินครับ ผมเอายามาให้พี่ครับ”

เด็กชายวัยสิบขวบยื่นกระปุกยาพร้อมกับน้ำอุ่นในแก้ว ส่งให้กับพี่ชายของตัวเอง ชีวินที่กำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่จากที่โมโหอยู่แล้วก็ยิ่งโมโหเข้าไปอีก เพราะตนไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้องนอนของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างน้อยถ้าจะเข้ามาก็ควรจะเคาะประตูกันก่อนไม่ใช่หรือไง

“ใครใช้ให้แกขึ้นมาบนนี้ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

“ผมแค่จะเอายามาให้พี่วินครับ เห็นพี่วินก็ตกน้ำลงไปเหมือนกัน ผมกลัวว่าพี่วินจะไม่สบาย ก็เลยกะว่าจะให้พี่วินกินยากันเอาไว้”

“อย่ามายุ่ง!!! แล้วช่วยเข้าใจซะใหม่ ฉันไม่ได้ตกน้ำแต่ฉันตั้งใจกระโดดลงไปเพื่อช่วยเธอต่างหากล่ะ”

เด็กหนุ่มเจ้าอารมณ์หันไปมองคนที่ยืนปราศรัยอยู่ตรงหน้าก็ยิ่งนึกโมโห จึงปัดแขนออกไปด้วยใจหวังว่าจะให้อยู่เดียวออกไปจากห้องตัวเองเสียให้พ้น

“ผมดีใจนะครับที่พี่วินเป็นห่วงผม”

“ไร้สาระ ฉันก็แค่ไม่อยากให้แกมาตายในบ้านฉันเท่านั้นแหละ”

ชีวินปัดมือออกไป…แต่เพราะไม่ทันระวัง หลังมือของชีวินจึงไปปัดเข้ากับแก้วน้ำอุ่นนั้นจนหกลงไปกระแทกพื้น น้ำที่อยู่ด้านในแก้วสาดลงบนตัวของอยู่เดียวจนเปียกโชก

เสียงแก้วตกลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ อยู่เดียวตกใจรีบถอยหลังหนีออกไปจึงไม่ทันเห็นว่ามีเศษแก้วกระเด็นไปด้านหลัง ฝ่าเท้าของเด็กน้อยวัยสิบสองจึงเหยียบเข้ากับเศษแก้วเล็ก ๆ นั้นอย่างจังจนเลือดไหลออกมา

“โอ๊ย!!! พี่อร ช่วยเดียวด้วย…”

อยู่เดี๋ยวตะโกนร้องหาพี่เลี้ยงด้วยความคุ้นเคย ร้องลั่นบ้านด้วยความเจ็บปวด ทั้งนารถและอรที่นั่งอยู่ด้านล่างได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งขึ้นมาจนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

“ว้ายตายแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

ชีวินตกใจทำอะไรไม่ถูก เรื่องราวทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ ชีวินเพียงต้องการจะให้อยู่เดียวออกไปจากห้องก็เท่านั้น แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะใหญ่โตบานปลายไปจนถึงขนาดนี้

ตอนนี้ชีวินตกเป็นจำเลยในสายตาของทุกคน แม้แต่การตกน้ำ ของอยู่เดียวเมื่อครู่ นารถผู้เป็นแม่เองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ว่าอยู่เดียวจะกระโดดลงไปหรือแม้แต่จะตกลงไปเองโดยไม่ตั้งใจ

“ไม่ใช่ฝีมือผมนะครับ ไอ้เตี้ยนี่มันถอยหลังไปเหยียบกระเบื้องเอง ผมไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”

“แล้วใครเป็นคนทำแก้วแตก?”

ชีวินพยายามจะโต้เถียงเพื่อหาทางรอดให้กับตัวเอง แต่คำถามนั้นทำเอาชีวินถึงกับพูดไม่ออก เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าใครเป็นคนปัดแก้วใบนั้นร่วงลงพื้น

ความจริงเป็นอย่างไร ชีวินและอยู่เดียวเท่านั้นที่รู้ หากพูดโกหกไปตนก็จะกลายเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือในสายตาของอยู่เดียวไปเสียอีก

“ผมเองแหละครับ อย่าไปว่าพี่วินเลยครับ เดียวไม่ระวังเอง พี่วิน ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ”

“จริงเหรอลูก…”

“จริงครับ พี่วินไม่ได้ทำอะไรผิด เดียวแค่เอายากับน้ำมาให้พี่วิน เพราะกลัวว่าพี่วินจะเป็นไข้ แต่เพราะเดียวถือแก้วไม่ดีเอง มันก็เลยตกลงพื้น เพราะไม่ระวังจึงถอยหลังไปเหยียบ พี่วินไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยจริง ๆ ครับ”

เด็กชายที่นั่งให้อรทำแผลอยู่พยายามอธิบายออกมาเป็นฉาก ๆ เพื่อช่วยแก้ต่างให้กับชีวินที่นั่งหน้าเสียอยู่ข้าง ๆ ชีวินรู้ดีว่าสิ่งที่อยู่เดียวพูดมันไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด แต่เมื่ออยู่เดียวเป็นคนพูดเอง อย่างน้อยตนก็ไม่ใช่คนที่พูดโกหกในครั้งนี้

“ในเมื่ออยู่เดียวพูดแบบนี้ แม่ก็จะไม่เอาผิดลูก แล้วจำไว้…เราคือพี่ชายต้องดูแลน้องให้ดี อย่าให้น้องต้องบาดเจ็บแบบนี้อีก เข้าใจแม่หรือเปล่า?” เด็กหนุ่มทำบึ้งตึงไม่ยอมพูด

“แม่ถามว่าเข้าใจมั้ย?”

“มันไม่ใช่น้องผม มันก็แค่ลูกกำพร้า!!!”

.

.