อยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก
รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ดราม่า,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ผมไม่รักพี่หรอกนะอยากด่าก็ด่ามาเลย อยากทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ถึงยังไงผมก็ไม่มีทางรักพี่หรอก
#คืองี้…ฟังก่อน
นิยายเรื่องนี้ใช้คำไม่ถูกหลักภาษาในบางช่วงเพื่ออรรถรส
ชื่อตัวละครเนื่องจากเป็นชื่อตัว…นักเขียนจึงจงใจเขียนแบบนั้น
ตัวละครในเรื่องไม่ใช่ตัวละครในอุดมคติของหลายคน เช่น พระเอกคบได้หลายคนแต่นายเอกต้องบริสุทธิ์ พระเอกสามารถมีสัมพันธ์กับใครก็ได้แต่นายเอกต้องเวอร์จิ้น คุณจะไม่เจออะไรแบบนั้นในเรื่องนี้ ไม่สนับสนุนให้ใครเป็นใหญ่ทั้งนั้น ทุกคนต้องทำได้และเท่าเทียมกัน
ในเรื่องมีการกระทำความรุนแรงของตัวละคร การข่มขืนทุบตี คำหยาบคาย เนื่องจากมีพฤติกรรมซาดิสม์ของตัวละคร
เรื่องย่อ
นามปากกา : KVinth_INLove
วาดปก : myunnii
.
จากพี่ชายที่แสนดี กลายเป็นคนที่ทำร้ายอยู่เดียวมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งการกระทำที่ดูเหมือนจะหนักมือไปจนอยู่เดียวได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้อยู่เดียวตัดใจจากพี่ชายคนนี้ได้เลยแม่สักวัน
แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก ระหว่างพี่โป…รุ่นพี่ที่แสนดีเดือนคณะแพทย์ กับคนใจร้ายที่ไม่เคยใจดีกับตนแม้สักวัน อยู่เดียวคงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเองก่อนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต
“ถ้าพี่ยังใจร้ายกับผมแบบนี้…ผมจะไม่รักพี่หรอกนะ”
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 5
น้องม.ปลายกับพี่ปีหนึ่ง
ราวหนึ่งปีหลังจากนั้น
หลังจากการตัดสินใจครั้งนั้นของนารถ ก็ทำให้อยู่เดียวต้องย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนั้น แล้วต้องมาตั้งหลักเรียนม.4 ใหม่อีกครั้งอย่างที่ชีวินพูดเอาไว้ไม่มีผิด แม่นราวกับจับวาง
แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้อยู่เดียวรู้สึกแปลกแยกอะไรมากนัก เพราะตามจริงแล้วอยู่เดียวก็เรียนเร็วกว่าคนอื่นหนึ่งปี การที่อยู่เดียวต้องพักไปอีกหนึ่งปี นั่นก็หมายความว่าอยู่เดียวจะต้องเรียนม.4 ในช่วงที่ตัวเองกำลังอายุสิบหกปี และไปจบม.6 ที่อายุสิบแปดปีบริบูรณ์ ถึงตอนนั้น ก็อยู่ในวัยที่กำลังเข้าสู่มหาวิทยาลัยอย่างพอดิบพอดี ไม่ต่างอะไรกับคนอื่น
“น้องเดียวครับเรากลับกันเถอะ เย็นมากแล้วเดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง”
“ครับพี่โป”
“แต่วันนี้เรากลับรถไฟฟ้ากันนะครับ เหมือนมหาลัยข้าง ๆ เขามีแข่งกีฬากัน นั่งแท็กซี่กับรถเมล์น่าจะไม่สะดวก”
“ก็ดีครับ เร็วดีด้วย แต่เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีมั้ยครับ วันนี้น้าอนงค์เข้าเวรฉุกเฉินนี่ครับ พี่โปจะได้ไม่ต้องวุ่นวายทำมื้อเย็นให้ผมอีก” อาโปเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ลงความเห็นตามนั้น ทั้งสองจึงพากันเดินไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ เพื่อจะฝากท้องเอาไว้ที่ศูนย์อาหารแถวนั้น ปึง!!!
“ขอโทษนะ พอดีว่าโต๊ะมันเต็มน่ะ งั้นกูขอนั่งด้วยแล้วกัน” ในระหว่างมื้ออาหาร อยู่ ๆ ก็มีใครบางคนกระแทกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ลงบนโต๊ะข้างกันแล้วนั่งลงโดยไม่ขออนุญาตคนที่นั่งอยู่ก่อน
เมื่ออยู่เดียวหันไป จึงได้เห็นว่าเป็นพี่ชายของตัวเอง แต่วันนี้ชีวินมีเพื่อนเพิ่มอีกหนึ่งคนก็คือปอนด์ ทั้งสองมารู้จักกันตั้งแต่เริ่มเข้าปีหนึ่ง แล้วก็กลายเป็นเพื่อนซี้กันมาเกือบปีจนกระทั่งตอนนี้
ปอนด์พยายามดึงเสื้อของชีวินให้ลุกออกแล้วไปหาที่นั่งที่อื่นแทน แต่ชีวินกลับไม่ยอมลุกออกไปง่าย ๆ จากท่าทางของชีวินแล้ว ดูไม่เหมือนคนที่จะมากินข้าวเลยสักนิด มันเหมือนคนที่จงใจจะมาหาเรื่องลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอย่างอาโปมากกว่า
“เฮ้ยไอ้โป มึงเอาเงินมาดิ๊กูหิวข้าว”
“พี่วิน นี่พี่วินทำอะไร ทำไมต้องขอเงินพี่โปด้วย เงินพี่ก็มีไม่ใช่หรือไง?”
“มึงไม่ต้องพูดเลยนะไอ้เดียว ไอ้โปมันเป็นลูกพี่ลูกน้องของกู ให้มันเลี้ยงข้าวกูสักมื้อจะเป็นอะไรไป”
“ชิ…อันธพาล”
คำพูดงึมงำจากปากของอยู่เดียวไม่ได้ทำให้ชีวินสะเทือนเลยสักนิด กลับยังยืนกรานแล้วแบมือไปทางอาโปที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เด็กหนุ่มม.5 เทอม 2 อีกไม่กี่วันก็จะขึ้นม.6 ด้วยความใจดีจึงควักเงินออกจากกระเป๋าของตัวเองยื่นให้ชีวินไปอย่างว่าง่าย
“เฮ้อ…มึงนี่มันจริง ๆ เลยนะไอ้วิน ฮะ…ทำไมมึงต้องไปไถตังค์น้องของมึงด้วยวะ ทำตัวเป็นพวกเกรียนไถตังค์เด็กมัธยมไปได้”
“น้องกูคนไหนล่ะ ไอ้วินหรือไอโป?”
“ก็ทั้งคู่นั่นแหละ มึงไม่อายเด็กมันบ้างหรือไงวะ โตจนหมาจะเลียตูดไม่ถึงอยู่แล้ว ยังทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้”
“กูจะอายทำไม ก็ไอ้โปมันขโมยของของกูไป ให้มันชดใช้บ้างจะเป็นอะไรไป?”
“ขโมยของงั้นเหรอ นี่มึงหมายถึงน้องเดียวหรือไง บ้าน่า มึงหวงน้องเดียวตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่กูรู้จักกับมึงมาเกือบปี มึงด่าน้องเดียวเกือบทุกวันเลยไม่ใช่หรือไง จนน้องเดียวไม่อยากกลับมาอยู่คอนโดกับมึงแล้วเนี่ย”
“นั่นน่ะสิ แม่กูอุตส่าห์ซื้อคอนโดให้ตั้งหลังใหญ่ มีห้องนอนสองห้อง หวังจะให้ไอ้เดียวมันมาอยู่ด้วย แต่มันก็ไม่ยอมย้ายออกจากบ้านหลังนั้นสักที ก็ไม่รู้ว่าที่นั่นมีอะไรดีนักหนา”
“ให้กูพูดได้มั้ยล่ะ?”
“มึงหุบปากไปเลยนะไอ้ปอนด์” ชีวินรู้ดีว่าปอนด์จะพูดอะไรออกมา มันเป็นคำแสลงหูที่ปอนด์เคยพูดมาแล้วครั้งหนึ่งและชีวินก็ไม่คิดอยากจะฟังอีก
“อย่างไอ้โปนั่นน่ะเหรอเป็นคนสุภาพ มีมารยาท พูดเพราะแสนดี ดูแลไอ้เดียวเป็นอย่างดีอย่างกับคนรัก แถมยังหน้าตาหล่อชนิดที่เดินไปไหนก็มีแต่สาวกรี๊ด ตามสไตล์หนุ่มตี๋อินเตอร์ผิวขาวจั๊วะ จมูกโด่งปากแดงสูงร้อยแปดสิบ เฮ้อ…กูมันไม่ดีตรงไหนวะ มึงว่ากูหล่อหรือเปล่าวะไอ้ปอนด์?”
“มึงก็หล่อแหละ”
“หล่อแหละเหี้ยอะไรของมึง หล่อก็หล่อสิไม่ต้องหล่อแหละ”
“แล้วจะให้กูพูดยังไง หน้าตามึงก็ไม่ได้แย่แต่ที่แย่คือสันดานของมึง”
“พอเลยมึงอะ รีบซื้อข้าวให้มันเร็ว ๆ หน่อยป่านนี้ไอ้โปมันคงทำคะแนนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
ชีวินคว้าถาดใส่จานข้าวแล้วเดินออกไปไม่อยู่รอและเดินแยกตัวออกไป เพราะไม่อยากให้อยู่เดียวอยู่กับอาโปแค่สองต่อสองนานนัก ซึ่งก็ใช่แหละ อยู่เดียวอยู่กับอาโปแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมยังนอนบ้านหลังเดียวกันอีก แต่อย่างน้อย ถ้าพอจะแทรกให้ทั้งสองมีอุปสรรคกันได้บ้าง ชีวินก็จะทำ
“แล้วนี่พี่ไม่ต้องไปแข่งกีฬาหรือไงครับ พี่เป็นปีหนึ่ง…เดี๋ยวก็โดนรุ่นพี่ด่าเอาหรอก”
“โอ๊ยไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ ไอ้วินน่ะมันซี้กับรุ่นพี่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้ว กลายเป็นว่าตอนนี้ขนาดเด็กปีสองยังต้องมาเป็นเบ๊ให้มันเลย พี่ล่ะยอมใจมันเลยจริง ๆ พี่อยากรู้นะว่าตอนที่ไอ้วินมันอยู่ที่ต่างจังหวัด มันใช้ชีวิตของมันยังไงถึงได้รอดตีนมาจนถึงทุกวันนี้ได้”
ปอนด์ชิงตอบคำถามนั้นแทนชีวินที่ทำได้เพียงแค่อ้าปาก และเห็นว่าสิ่งที่พูดก็ไม่ได้เสียหายอะไรจึงไม่ออกปากห้าม แต่ก็ไม่คิดว่าปอนด์จะลามไปถึงชีวิตของตัวเองสมัยก่อนด้วย ซึ่งชีวินไม่อยากพูดถึงมันอีกแล้ว เพราะนั่นมันคือช่วงก่อนที่ตนจะยอมอ่อนให้กับอยู่เดียวเช่นตอนนี้
“พี่ปอนด์มีเวลาสักสามวันมั้ยล่ะครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย ว่าพี่วินเขามีวีรกรรมอะไรที่นั่นบ้าง โดยเฉพาะกับผม”
“ขนาดนั้นเลย โอ้โห ท่าทางสันดานเก่าของมึงจะแย่นะไอ้วิน แล้วนี่อย่าบอกนะว่าที่น้องเดียวพูดเป็นความจริงอะ ฮะ…จริงดิ นี่มึงเคยแกล้งน้องเดียวด้วยหรือไง?”
.
.
“มึงไม่ต้องพูดมากหรอก…แดกไป มึงก็เหมือนกันไอ้เดียว เห็นกูรักหน่อยแล้วเอาใหญ่เลยนะ ว่าแต่มึงเถอะ ไม่คิดจะกลับห้องบ้างเลยหรือไง เดี๋ยวนี้มึงมีห้องอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วนะ ไม่ต้องไปรบกวนคนอื่นให้มันวุ่นวายหรอก”
“ก็ผมไม่อยากกลับนี่ครับ อยู่กับพี่โปก็สะดวกดี ไปกลับพร้อมกันทุกวันแถมไม่ต้องนั่งรถไกลด้วย”
“แต่ตอนนี้ห้องของมึงมันจะกลายเป็นห้องผีสิงอยู่แล้วนะ กลับไปบ้างก็ได้ อาทิตย์ละวันสองวันก็ยังดี เดี๋ยวพอวันนึงมึงเรียนมหาลัย มึงก็ต้องย้ายกลับมาอยู่คอนโดกับกูอยู่ดี มึงอยู่บ้านหลังนั้นตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะไอ้เดียว หัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้าง”
ชีวินพยายามหาทางหว่านล้อมแกมบังคับน้องชายของตัวเองให้กลับห้อง แต่อีกฝ่ายก็ทำเป็นหูทวนลม จนชีวินเรียกซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่เดียวก็ทำเป็นไม่ได้ยิน จนอาโปที่นั่งอยู่ต้องรีบออกตัวเพื่อไม่ให้สองพี่น้องต้องทะเลาะกัน
“เอ่อ อันที่จริงก็ไม่ได้รบกวนอะไรขนาดนั้นนะครับ น้องเดียวจะอยู่บ้านหลังนั้นจนจบมหาลัยไปเลยก็ได้ เพราะถึงยังไงแม่ก็รักน้องเดียวมากอยู่แล้ว ผมเองก็รักน้องเดียวมากด้วยเหมือนกัน เพราะงั้น ไม่ลำบากหรอกครับ”
“อะไรนะ เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไร?”
“ก็…บอกว่าน้องเดียวอยู่ที่นั่นได้ ไม่รบกวน”
“ไม่ใช่…อีกคำนึง”
“เอ่อ ที่ว่ารักน้องเดียวเหรอครับ?”
“ใช่คำนั้นแหละ ทีหลังมึงอย่าพูดแบบนั้นอีกนะ น้องกูเสียหาย ตั้งแต่เกิดมาน้องกูไม่เคยเสียความบริสุทธิ์ให้ใคร เพราะงั้นจะพูดจะจาอะไรก็อย่าให้มันมากนัก ไม่งั้นกูจะไม่ยอมให้น้องเดียวไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นอีก”
“แล้ว…มันผิดตรงไหนเหรอครับ?”
“มึงงงง ไม่มีสิทธิ์!!!” ไอ้ท่าทางยืนชี้หน้ากัดฟันกรอดจนหน้าสั่นนั้นมันทำให้คนที่อยู่แถวนั้นเริ่มหันมามอง จนอยู่เดียวเริ่มอึดอัดจากสายตาพวกนั้นและต้องหันมากกำราบพี่ชายตน
“พอเถอะครับ!!!”
“ครับ~”
“ไม่อายคนเขาบ้างหรือไง…ที่นี่มันศูนย์อาหารนะ?”
“ครับ~”
“เถียงกันลั่นห้างจนคนอื่นเขาหันมามองหมดแล้วเนี่ย”
“เอ่อ…”
“ไม่ต้องเถียง!!!”
“ครับ~”
ชีวินหยุดชะงักเมื่ออยู่เดี๋ยวขึ้นเสียง ดูเหมือนว่าในสถานที่แห่งนี้จะมีแค่อยู่เดียวเท่านั้นที่สามารถสั่งชีวินได้ราวกับหุ่นยนต์ ทุกคำที่พูดเหมือนเป็นโปรแกรมออกคำสั่งที่ชีวินพร้อมจะทำตามโดยไม่ขัดขืน
“ฮ่า ๆ ๆ วรั้ยยยย มีคนหงอว่ะ”
“มึงอะหุบปากไปเลยนะไอ้ปอนด์”
.
.
“พี่โปครับผมว่าเรากลับกันเถอะ ผมอิ่มแล้ว”
“อ้าวน้องเดียว ทำไมรีบกลับล่ะครับ พี่คิดว่า…”
“วันนี้ผมมีการบ้านน่ะครับ จะรีบกลับไปทำให้เสร็จ จะรีบเข้านอนด้วยพี่เองก็เหมือนกัน อย่านอนดึกล่ะเดี๋ยวจะไม่สบายอีก” คำพูดง่าย ๆ แต่ทำให้ชีวินยิ้มกว้างราวกับว่าดอกไม้ทั้งสวนกำลังบาน
“ครับ ๆ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะรีบนอนเลยครับ”
อยู่เดียวพยักหน้าแล้วเดินจากไป ชีวินจ้องมองน้องชายของตัวเองกำลังเดินเคียงคู่ไปกับลูกพี่ลูกน้องอย่างอาโป จนไปถึงสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นสถานีเชื่อมกันกับห้างสรรพสินค้าใหญ่ แล้วเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อใช้มันในการเดินทางกลับจนลับตา
.
.