คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง
รัก,ชาย-หญิง,รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ในคืนนั้นแม่กับพ่อของอลิชาเอาแต่ประคบประหงมลูกเขยที่พวกท่านเข้าใจผิด อลิชานั่งมองดูเหตุการณ์อย่างหดหู่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณอาถึงไม่ปฏิเสธและไม่ยอมให้เธออธิบาย
จนกระทั่งคุณอากลับไปแล้ว เป็นตอนที่เธอรู้สึกอัดอัดที่สุดในโลก พ่อกับแม่เอาแต่เงียบมองหน้าเธอ
อลิชานั่งหลังตรง มือประสานกันแน่น ส่วนพ่อกับแม่นั่งโซฟา มองมาทางเธออย่างเค้นคำตอบ
“ลิชา!” แม่ตบโต๊ะอย่างแรง
อลิชาสะดุ้งรีบตั้งการ์ดปกป้องชีวิตตัวเอง“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!” มือน้อยยกขึ้นโบกไปมา
พ่อถอนหายใจยาว เหมือนคนที่เตรียมใจฟังเรื่องสะเทือนจิต ลูกสาวคนนี้โตเป็นสาวแล้วสมควรปล่อยแล้วก็จริง แต่หากจะคบใคร ลึกๆเขาก็อยากให้บอกผู้ใหญ่และหมั้นหมายไว้ก่อนยังไงซะก็เป็นหญิง
“พ่อถามตรงๆนะ ลูกไปมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย?”
อลิชาอ้าปากค้างแทนที่รีบปฎิเสธ ไม่ใช่เธออยากให้พ่อแม่เข้าใจผิดแต่เธอนึกไม่ถึงว่านอกจากพ่อกับแม่นอกจากจะเข้าใจผิดว่าคุณอาเป็นแฟนเธอแล้ว ยังคิดไปถึงขั้นมีอะไรกันด้วยเหรอเนี่ย!!!!
เพราะฉะนั้นเธอจะต้องแก้ไขมูลข่าวตั้งแต่แรก
“คุณอาคือคนที่หนูช่วยชีวิตไว้ค่ะ ที่หนูเล่าให้แม่ฟังอาทิตย์ก่อนไง แม่ยังจำได้มั้ย”
“แต่เมื่อกี้ ที่แม่เข้าใจผิดว่าเขาเป็นแฟนหนู หนูไม่รู้ว่าทำไมเค้าถึงไม่ปฏิเสธ”
คำแก้ตัวที่ออกจากปากลูกสาวทำไมสองสามีภรรยาส่ายหัวอย่างอดสู
อลิชารู้ว่าว่าพ่อกับแม่ไม่เชื่อ เธอจึงเสริมต่อ “หนูไม่ได้เป็นอะไรกับเขาจริงๆและเขาก็ไม่ใช่ลูกเขยค่ะ พ่อกับแม่ถามเค้าได้”
“แต่เขาก็บอกว่าเป็นลูกเขยเราแล้วนะ” แม่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดพ่อ
“เขายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะคะพ่อ แม่นั่นแหละ เห็นคนหน้าตาดีหน่อยก็หลงรูปลักษณ์เขาซะแล้ว เข้าใจผิดเรื่องหนูกับเขาอีก เขาก็คงเกรงใจเลยไม่กล้าขัดต่างหากค่ะ”
“แล้วลูกกับเค้าอยู่ในห้องกันตอนดึกๆดื่นๆได้ยังไง แล้วทำไมเขาถึงถอดเสื้อ สภาพเขาเป็นแบบนั้นเรายังจะแก้ตัวอีก” แม่เริ่มขึ้นเสียงกับเธอ
“ลูกเขยชัดๆ จะปฏิเสธไปไหน นั่นลูกเขยแม่ ถ้าเขามาครั้งหน้าบอกด้วย แม่มีอะไรจะให้เขา”
อลิชาถึงกับผงะซ้ำสอง นี่แม่เดือดไม่ยอมฟังเธอขนาดนี้ เพราะว่าหน้าตาของคุณอาหรอ อลิชากอดอกแทบจะสะบัดหน้าหนี นี่เธอเป็นลูกแม่นะ ทำไมถึงเห็นแก่คนอื่นจนมองข้ามคำพูดของเธอ
“แม่คิดยังไงก็ช่าง แต่ความจริงคือความจริง หนูกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากคนรู้จัก”
ทันใดนั้นสายตาของแม่ก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง
“อลิชา ฟังแม่นะ ที่พ่อกับแม่ทำงานหนัก ต้องเดินทางไปนู่นนั่นนี่ตลอดปี ก็เพราะอยากสร้างรากฐานไว้ให้ลูก แต่ลึกๆแล้วหัวใจของคนเป็นแม่น่ะแม่แค่อยากเห็นใครสักคนที่อยู่ข้างลูกในวันที่แม่มาหาไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าหรอก แต่แค่ใครสักคนที่ลูกฝากหัวใจไว้กับเขา คนที่อยากดูแลลูก ใครสักคนที่เหมือนกับพ่อหนุ่มหมิงคุนคนตะกี้ แม่ดูจากสายตาแล้วเขารักลูกนะ”
ประโยครายงานชุดใหญ่ไฟกระพริบของแม่ทำเอาอลิชาแทบสิ้นพระชนม์ เธอได้แต่นั่งฟังอ้าปากค้าง เธอไม่รู้แล้วว่าจะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้ยังไง เพราะจากความปักใจเชื่อและสีหน้าจริงจังพวกเขาตอนนี้ เธออธิบายไปก็เหมือนเอาปลาทูไปสู้เทพโพไซดอน
แต่แล้วน้ำเสียงสั่นเครือก็ดังขึ้นจนอลิชาต้องรีบหันขวับไปดู เเละเธอก็ต้องตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นแม่ปาดน้ำตา ราวกับตื้นตัน
“คืนนี้ที่เปิดประตูเข้ามา แม่ก็หวังว่าจะได้เห็นลูกนั่งกินข้าวกับใครสักคน ไม่ใช่แค่เครียดเรื่องเรียนไปวันๆ เป็นคนที่ลูกพร้อมจะวางแผนอนาคตด้วยกัน เอาเป็นว่า…แม่จะเตรียมสินสอดให้นะ! ”
“เดี๋ยวสิคะ! ฝ่ายชายสิคะที่ต้องเตรียมสินสอด!” อลิชาเถียงทันควัน หน้าบูดบึ้ง เธอเริ่มลืมไปแล้วว่ามูลความจริงเป็นยังไง เธอสนใจเพียง ตอนนี้แม่ไม่เห็นค่าเธอเลย เอาแต่จะผลักไสลูกสาวให้ใครก็ไม่รู้ราวกับไม่มีความห่วงแหนเธอที่เป็นลูกเลยสักนิด แถมยังจะยกทรัพย์สมบัติให้เขาอีก นี่เธอเป็นลูกที่แม่เก็บมาเลี้ยงจริงๆหรอ
เธอใจแป้วจนไม่อยากมองหน้าใคร
“เอาล่ะๆ เรื่องสินสอดไว้คุยพรุ่งนี้ คืนนี้ดึกมากแล้ว พ่อกับแม่จะนอนกอดลูกให้หายคิดถึง” พ่อสรุปจบแบบรวบรัด ตัดโอกาสให้อลิชาได้โวยวายต่อ เพราะตัวเขาก็ชอบกิริยามารยาทของเจ้าหนุ่มนั่นเหมือนกันกับแม่ และต้องเป็นคนนี้แหละที่จะมาเป็นเขยของคนหน้าตาดีอย่างเขา
ว่าแล้วทั้งคู่ก็จัดแจงที่นอน กระทั่งเวลาผ่านไป พ่อกับแม่ปิดไฟหลับ เธอกลับนอนตัวแข็งทื่ออยู่ใต้ผ้าห่ม สายตาจ้องเขม็งไปยังเพดานห้อง
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ในขณะที่ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของพ่อกับแม่บอกให้รู้ว่าทั้งคู่หลับปุ๋ยไปอย่างมีความสุขแล้ว เธอกลับหันไปมองอย่างหดหู่ใจ
ทันใดภาพเมื่อสักครู่ก็ฉายขึ้นมา กล้ามหน้าท้องขาวเนียน ไหปลาร้าที่คมชัดพอดี กล้ามแขนเป็นมัด พร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดพราย ริมฝีปากที่ยิ่งอากาศร้อนก็ยิ่งสีแดงเข้มของคุณอา ผุดขึ้นมาในความคิด
อลิชานึกได้รีบสะบัดหน้าเอาความคิดพวกนี้ออกจากหัว
แม้แต่ออสการ์เธอยังไม่เคยคิดถึงเรื่องอีโรติกกับเขาเลย แต่กับคุณอา เธอไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน
แต่นึกยังไงเธอก็ไม่เข้าใจ รอยแดงที่คล้ายกับรอยดูดนั่น หรือว่าเขาตั้งใจทำให้พ่อกับแม่เธอเข้าใจผิด?
แต่คงไม่ใช่ คงเป็นเพราะความเกรงใจนั่นแหละ เขาไม่มีเหตุผลต้องมาแสร้งเป็นแฟนเธอ ส่วนรอย…คงเป็นรอยแมลงกัดมั้ง
อลิชาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง และข่มตาหลับ
ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงภวังค์
ในความฝัน หมอกหนาที่มองไม่ชัด มือเล็กลูบไล้ไปตามมัดกล้ามหน้าท้องขาวเนียนเธอสัมผัสได้ชัดว่ามันแข็งเหมือนหิน และรู้สึกถึงเม็ดเหงื่ออุ่นๆ ที่ปลายนิ้ว
จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้ร่างนั้นจนได้กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำหอมผสมกลิ่นอายบุรุษ ที่คุ้นเคยเหมือนเคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อน เธอโน้มหน้าลงไปซุกที่ลำคอหนาเธอสูดดมราวกับเป็นกลิ่นที่หอมที่สุด
จากนั้นก็สัมผัสชีพจรที่เต้นตุบๆ ด้วยริมฝีปากจนเกิดเสียง ‘จุ๊บ’ เบาๆ
ร่างกายนั้นไม่มีปฏิกิริยาอะไร มีแต่เธอที่หลงใหลลวนลามจนหนำใจ
มือเธอโอบหลังกว้างลูบไล้ช้าๆ เลื่อนขึ้นมาขยุ้มเส้นผมเขาอย่างไม่รู้ตัว แต่ทันใดนั้นหมอกหนาที่บดบังก็หายไป สายตามองเห็นใบหน้าเจ้าของร่างชัดเจน
“คุณอา!” อลิชาสะดุ้งสุดตัวลืมตาขึ้นมาในความมืดมิดหัวใจเต้นระรัวราวกับจะระเบิด
เสียงกรนของพ่อกับแม่ยังคงดังเป็นพัก ทว่าอลิชากลับรู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
นี่เธอได้เห็นเรือนร่างเขาแค่ครั้งเดียว ถึงขั้นลวนลามคุณอาในฝันเลยเหรอ! สิ่งที่เธอกลัวคงไม่ใช่ใครแล้วนอกจากตัวเอง
เธอพลิกตัวซุกหน้าลงกับหมอนจนมิด แต่กล้ามเนื้อขาวเนียนกับเสียงครางในลำคอนั่นยังคงดังก้องอยู่ในหัว
แต่ไม่ว่าเธอจะข่มตายังไง อารมณ์ร้อนแรงในฝันก็ไม่ยอมหายไปสักที สงสัยพรุ่งนี้เธอคงไปทำงานสภาพหมีแพนด้าแน่นอน
………………………………..
เช้าอันสดใสที่ขอบตาไม่สดใสเอาซะเลย
อลิชาอาบน้ำล้างหน้าเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ออกจากห้องน้ำเพราะเอาแต่ยืนมองกระจกอย่างหดหู่
ขอบตาดำๆนั่น ไม่ใช่เพราะทำงานหนัก ไม่ใช่เพราะอ่านหนังสือ แต่เพราะนอนไม่หลับนึกถึงภาพอีโรติกของคุณอา
ยิ่งนึกถึงความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองเท่าไหร่ เธอยิ่งหดหู่มากเท่านั้น
หรือนี่จะเป็นตัวตนที่โรคจิตของเธอ! ทันใดนั้นเสียงสายเรียกเข้าก็ดังขึ้น อลิชารีบออกจากห้องน้ำ แต่เดินออกมาก็แม่ของเธอที่งัวเงียกดรับสายไปก่อนแล้ว
“สวัสดีค่ะ ใครคะ”
“สวัสดีครับ คุณแม่”
เมื่อพบว่าคนในสายตาจำเสียงตนได้แม่ของอลิชาก็หัวใจเบิกบานทันที
อลิชาเห็นเเม่ตัวเองยิ้มหวานเยิ้มดวงตาเป็นประกาย และน้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก็สงสัย
“คุณลูกเขย! ตาหมิงคุนรูปหล่อ โทรมาปลุกแม่แต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่าคะลูก!”
อลิชาแทบอยากเอาผ้าเช็ดตัวหน้ารัดคอตัวเองตายอยู่ตรงนั้น เธอพยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่แม่ใช้แขนอีกข้างบังเอาไว้สุดชีวิต พลางส่งสายตาเขียวปั้ดบอกว่า ‘อย่ายุ่ง!’
“พอดีวันนี้ผมอยากจะขออนุญาตพาคุณแม่ คุณพ่อ กับอลิชาไปทานข้าวกลางวันน่ะครับ รบกวนคุณแม่บอกอลิชาลางานหนึ่งวันให้ผมได้มั้ยครับ วันนี้ถือว่าจะได้ดูแลคุณแม่ให้เต็มที่”
“หมิงคุนลูก ทำไมน่ารักขนาดนี้ได้เลยค่ะ เดี๋ยวแม่จะจับอลิชาขัดสีฉวีวรรณรอเลยนะคะ ไม่ต้องห่วงแม่รับผิดชอบเอง!”
พอวางสายเสร็จแม่หันมามองอลิชาที่ทำหน้าแข็งเป็นหิน “ได้ยินแล้วใช่มั้ยคุณลูกสาว วันนี้แม่ต้องคุยกับเขาเรื่องหมั้นหมายให้เป็นการเป็นงาน ฝากปลูกพ่อด้วยนะลูก แม่ไปอาบน้ำก่อน”
หลังจากนั้นแม่ของเธอก็ลุกออกจากเตียง อลิชากดโทรกลับอีกครั้ง เสียงรอสายเพียงชั่วครู่อีกฝ่ายก็รับ
“คุณอาคะ”
“ว่าไง”
“หมายความว่ายังไงหรอคะ ยิ่งคุณอาทำแบบนี้แม่หนูจะยิ่งเข้าใจผิดนะคะ”
“เอาเป็นว่าฉันไม่ได้ซีเรียสอะไร แล้วฉันก็อยากเลี้ยงข้าวพ่อกับแม่เธอด้วย ตอบแทนที่เธอช่วยฉัน”
“แต่หนูลางานแบบนี้ พี่ที่ร้านคงเตรียมตัวไม่ทัน อันที่จริงคุณอาไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ หนูไม่ได้คิดเรื่องหนี้บุญคุณพรรณนั้นเลย”
หมับ!
โทรศัพท์ถูกคว้าไปจากมือเธอ
“ฮัลโหลว่าที่ลูกเขย เดี๋ยวพ่อจัดการเอง รอได้เลย”
“ครับ ขอบคุณครับ”
พ่อกดตัดสายฉับด้วยความภูมิใจเหมือนเพิ่งเซ็นสัญญาหมื่นล้านเสร็จ ก่อนจะหันมามองอลิชาที่ยืนค้างมองแววตาของพ่อที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเหมือนจะออกไปกู้ชาติ
“อลิชา... พ่อผิดหวังในตัวลูกมาก!” พ่อเปิดฉากเสียงเข้ม
อลิชาชะงัก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อตื่นตั้งแต่ตอนไหน แล้วทำไมถึงไม่ต่างจากเเม่เลยล่ะ นี่เธอต้องลางานเพื่อไปกินข้าวกับเขาทั้งที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันเนี่ยนะ ไม่ได้การเธอต้องบอกให้พ่อและแม่เข้าใจความเป็นจริงให้ได้ “พ่อคะ หนูจะบอกว่าคุณอาเขาเป็น…”
“เขาเป็น 'เทวดาเดินดิน' ไงล่ะ!”
“ลูกจะบอกเขาว่าลางานไม่ได้เพราะห่วงพี่ที่ร้าน? โธ่ ลูกสาวพ่อ มีทองแท้มาวางอยู่ตรงหน้า แต่ลูกกลับจะวิ่งกลับไปยืนขายขนมปังเนี่ยนะ? พ่อสอนลูกมาให้เป็นคนกตัญญู แต่ไม่ได้สอนให้โง่นะลูก!”
จากนั้นพ่อก็เดินผิวปากไปรื้อตู้เสื้อผ้าพลางตะโกนเรียกแม่ “ที่รัก! ยืมเนคไทสีแดงแรงฤทธิ์หน่อยนะ วันนี้พ่อจะไปเจรจาสินสอด!”
อลิชาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดสภาพ ความพยายามที่จะหยุดยั้งเรื่องนี้เหมือนการพยายามเอาตัวเองไปหยุดสิบล้อเบรกแตกยังไงไม่รู้
บรรยากาศยามสายที่ร้านขนมปังซึ่งควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นยีสต์และเนยสดหอมกรุ่น กลับเริ่มมีกลิ่นอายของความผิดปกติคืบคลานเข้ามา
ลูกค้าประจำบางคนเริ่มเข้าร้านมารอขนมปังเพื่อกินยามเที่ยง ทว่าในนั้นกลับมีชายฉกรรจ์สามคนในแจ๊กเก็ตสีดำยืนอยู่เงียบๆห่างจากหน้าร้าน สายตาหนึ่งในนั้นมีรอยบาดเต็มใบหน้า เขาคือ แอสเชอร์
ในที่สุดเขาก็ได้รู้สักทีว่าตัวการที่ขัดขวางความตายของมิสเตอร์เฉินคือเด็กน้อยคนไหน เขาจะทำให้มันชดใช้ที่กล้ามารบกวนเป้าหมายของนายท่าน