คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ก็ผมคือมาเฟีย - ตอนที่ 8 โจ๊กถ้วยแรก โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ก็ผมคือมาเฟีย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน

รายละเอียด

ก็ผมคือมาเฟีย โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ผู้แต่ง

facelove

เรื่องย่อ


สารบัญ

ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 1 เเม้ไม่ควรพบกัน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 2 หนี้บุญคุณ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 3 คำสั่ง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 4 ปรากฏตัว,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 5 คำขอบคุณหว่านล้อม,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 6 รู้สึก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 7 ค็อกเทล,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 8 โจ๊กถ้วยแรก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 9 เปลี่ยนแปลง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 10 ยังไม่ตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 11 สยบ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 12 พ่อเทพบุตร,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 13 ว่าที่ลูกเขย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 14 วางหมาก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 15 มันต้องตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 16 ช่วยเพื่อน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 17 ลูกไก่ในกำมือ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 18 สินค้าใหม่,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 19 ฟันเฟืองของอำนาจ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 20 ยัดยา,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 21 จูบแรก

เนื้อหา

ตอนที่ 8 โจ๊กถ้วยแรก

ชายหนุ่มในชุดสูทดำยืนพิงผนัง ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ ก่อนที่เสียงรองเท้าส้นสูงจะหยุดลงตรงหน้าเขา “นายท่านอยู่ไหน” บอดี้การ์ดหญิงถามสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ 

ชายชุดสูทเงยหน้าขึ้น “อยู่กับเด็กที่ชื่ออลิชา” 

“ฉันมาหานายท่านเพราะเรื่องงาน ฝั่งฮ่องกงตอบกลับมาแล้ว และต้องการคำตัดสินใจตอนนี้”

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงต่ำ“นายท่านสั่งให้เลื่อนไปพรุ่งนี้”
 
“อีกแล้วเหรอ” หญิงสาวชะงัก คิ้วขมวดแน่น

แต่ก็เห็นเพียงเพื่อนร่วมงานพยักหน้ากลับมา 

เธอ กับ เซอร์เกย์ทำงานรับใช้นายท่านมานานนายท่านเป็นยังไงพวกเธอรู้ดี เรื่องสำคัญระดับนี้เขาไม่เคยพลาด และเซอร์เกย์ก็พูดสิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากกว่าเดิม


“เมื่อกี้นายท่านโทรมา ให้ผมไปสืบคนที่เกี่ยวข้องกับอลิชาเพิ่ม ละเอียดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เห็นว่าชื่อออสการ์”

ความเงียบปกคลุม 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่นายท่านจะให้ความสนใจกับคนธรรมดาขนาดนี้” เธอเอ่ยพลางกอดอก ชายหนุ่มไม่ตอบ เพียงเหลือบมอง แววตาเต็มไปด้วยแววครุ่นคิด 

“กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำสองจริงๆ ผู้หญิงคนนั้น ที่หักหลังนาย”


“ก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อายุน้อยหน้าตาพอใช้ได้ ดูท่านายท่านคงถูกใจชั่วคราวนั่นแหละ” 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอ สายตานิ่ง แม้ไม่พูด ในใจเขาก็รู้ดีว่า เมื่อนายท่านปฎิบัติกับคนคนหนึ่งเช่นนี้ เด็กที่ชื่ออลิชา ไม่ใช่ความสัมพันธ์ชั่วคราวแน่นอน 

และไม่ว่ายังไงในใจเขากลับไม่อาจสลัดภาพอดีตนั้นออกไปได้ ถ้าเด็กคนนี้จะทรยศนายเมื่อไหร่ เขาจะไม่ปล่อยไว้ให้กลายเป็นงูพิษเหมือนผู้หญิงคนนั้นอีกแน่

……………………………………………….


ขณะที่โลกภายนอกผู้คนหลับใหล ทว่าโลกที่เขาปกครองไม่มีคำว่าพัก มีเพียงแค่การเฝ้าระวัง และการไล่ล่าไม่หยุดยั้ง

ในอาณาเขตที่ไม่มีใครเข้ามาได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเขา ในตอนนี้มีเพียงร่างบางหนึ่งเดียวที่เขาเลือกปล่อยให้อยู่โดยไร้การป้องกัน
ยามเช้าคลี่คลายความมืดออกจากห้องอย่างช้าๆ แสงแรกแห่งวันเล็ดลอดผ่านม่านหนาทาบทับลงบนใบหน้าเรียบเนียนที่ยังหลับสนิท เวลาผ่านไปโดยไร้เสียงนาฬิกา ไร้การรบกวน ราวกับใครบางคนตั้งใจให้โลกหยุดหมุนเพื่อเธอพักผ่อน
และในขณะที่เปลือกตาเริ่มสั่นไหว ประตูบานเดิม ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

เงาร่างสูงก้าวเข้ามาอย่างเงียบงัน อลิชาลืมตาในช่วงเวลาเดียวกันกับมิสเตอร์เฉิน เดินถือถ้วยใบหนึ่งเข้ามา
ร่างบางผงะลุกนั่งแทบจะทันที แต่กลับเอามือกุมศีรษะอย่างปวดหนึบ นี่ที่ไหน?

ความทรงจำสุดท้ายคือแก้วค็อกเทลรสหวานอร่อย แล้วภาพทุกอย่างก็ขาดหายไป ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ก้มลงมองตัวเองอย่างแตกตื่น 

มือบางรีบคว้าเสื้อตัวเองขึ้นมาดู กระดุม ครบ เสื้อผ้า ครบ ไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักนิด 

แต่แทนที่จะโล่งใจ หัวใจกลับเต้นแรงว่าเดิม

 ‘หรือว่า…’ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างไม่สมเหตุสมผล หน้าน้อยๆร้อนผ่าว จ้องเขม็งไปทางคุณอาผู้หล่อเหลาดุจเทพบุตรที่เดินเข้ามา


หรือว่า เขาทำเสร็จแล้ว แล้วเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรา? 

ภาพในหัวไหลราวกับ สายน้ำที่ไร้เขื่อนกั้น

เขาหยุดฝีเท้า “ตื่นแล้วหรือ”

อลิชาไม่ตอบ เธอกลืนน้ำลาย หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง ทั้งเขิน ทั้งตระหนก เธอไม่อยากคิดสักนิด แต่หยุดคิดไม่ได้

เห็นเขาวางถ้วยไว้บนโต๊ะแล้วเดินใกล้เข้ามา อลิชารีบกอดผ้าห่มแน่น พึมพำอย่างร้อนรน

“ขอโทษนะคะ เรา เรา เรายังเป็นเพื่อนที่ดีกันได้ค่ะคุณอา ใช่ ฮือ” 

แววตาอ้อนวอนที่หวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธออีกพยายามห้ามไม่ให้เข้าใกล้ แต่คุณอาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาเดินมาใกล้เรื่อยๆ หัวใจอลิชาก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ไม่พูดอะไร เพียงยกมือแตะหน้าผากเธอเบาๆ สัมผัสนั้นนุ่มนวลจนเธอทำตัวไม่ถูก 

เขาก้มมาหน้าตรงกับเธอ สายตาคมคู่นั้น ทำเอาอลิชาสตั๊นไปทั้งร่าง ดวงตากลมโตสบกับเขาค้างไปชั่วขณะ สมองขาวโพลน นึกแม้คำที่จะพูดไม่ออก

“ดีที่ตัวไม่ร้อน เมื่อคืนนอนสบายมั้ย?” เขาถามเสียงปกติทว่ากลับอ่อนโยนยิ่งกว่าพ่อกับลูก

มิสเตอร์เฉินมองดูใบหน้าอ้ำอึ้ง แววตานิ่งมองเข้าไปลึก เหมือนจะเข้าใจเธอทั้งหมด

“หิวไหม” เขาเปลี่ยนเรื่อง เดินไปที่โต๊ะยาวลายหินอ่อน

เขาห่างออกไปแล้วอลิชาถึงรู้สึกตัว “คือว่า หนู เป็นอะไรไปหรอคะ คือว่า เมื่อคืน…”

ใบหน้าใสซื่อที่มีทั้งความกังวล ความสงสัยใคร่รู้และท่าทีตระหนก ทำมิสเตอร์เฉินแอบยิ้มในใจ
“ไม่มีอะไร แค่เด็กน้อยหัดกินแอลกอฮอล์เมาจนน็อคเท่านั้นเอง”

เขาตอบพลางตักโจ๊กขึ้นมาเป่า “มานี่เร็ว” 

ด้วยความอยากรู้อลิชาเดินไปหาเขาทันที แล้วนั่งลงตรงข้าม

มิสเตอร์เฉินลุกขึ้นพร้อมเลื่อนถ้วยโจ๊ก ย้ายมานั่งข้างเธอ “อ้าปาก” 

เด็กสาวงุนงงจนกระทั่งช้อนที่ตักโจ๊กจ่ออยู่ที่ปาก แต่ก็อ้ากินโดยไม่ขัดขืน และนั่นทำเอาหัวใจน้อยฟูฟ่อง ขึ้นมา รสชาติที่คุ้นเคย รสชาติของโจ๊กที่อร่อยที่สุด

เช้านี้มีหลายอย่างเปลี่ยนไปจนไม่คุ้นเคย แต่ไม่คิดว่าโจ๊กถ้วยนึงจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนเช้าปกติของทุกวัน ดวงตากลมเป็นประกายจ้องมองไปที่เขา “โจ๊กนี้คุณอาซื้อที่ไหนมาหรอคะ”

“ผมทำเอง ชอบก็กินเยอะๆ” ว่าแล้วเขาตักอีกคำเป่าให้เย็นแล้วป้อนเธอ อลิชาส่ายหัวหยิบช้อนมาตักกินเองอย่างมุมมาม 

ในตอนนี้ความกังวลหายเป็นปลิดทิ้ง มีเพียงรสละมุนกับเครื่องเคียงที่หอมอร่อยรสชาติพอดีในแบบที่เธอชอบไม่ผิดเพี้ยน ช้อนเข้าปากคำแล้วคำเล่า โดยไม่พูดอะไร อาจเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จากเมื่อคืน และต้องการมื้อเช้าร้อนๆช่วยปลอบประโลมทั้งท้องว่างและศีรษะที่ยังอืมครืม 

โจ๊กร้อนถูกจัดการหมดชามภายในไม่กี่นาที กว่าจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ชามก็ว่างเปล่าเรียบร้อย เหลือเพียงช้อนวางนิ่งอยู่ก้นถ้วย  

เธอกะพริบตาปริบๆ เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอลืมใครไป และเมื่อสายตาสบกับมิสเตอร์เฉินที่มองเธออยู่เงียบๆ ใบหน้าก็แดงขึ้นมาทันที ใช่แล้ว เมื่อกี้เธอไม่ได้รักษามารยาทเลยสักนิด 

“เอ่อ…เมื่อ” 

“ถ้าเธออยู่ที่นี่ ผมทำให้กินได้ทุกวัน” 

อลิชาสำลักคำพูดตัวเอง ไอเบาๆ และเห็นเขาลุกขึ้นรินน้ำใส่แก้วยื่นให้เธอ หัวใจน้อยๆก็เต้นแรงขึ้นมา

สายตาคมจับจ้องเธอ มุมปากคล้ายยกยิ้มแต่ดวงตายังนิ่งสงบ เด็กสาวหัวเราะแหะๆ มองไปทางอื่น ราวกับเขารู้ว่าเธอจะหาคำมาปฎิเสธ เขาก็ชิงพูดก่อน “ถ้าอยู่ที่นี่ ก็ไม่ต้องรีบออกไปกินข้างนอกแต่เช้า ไม่ต้องเรียกแท็กซี่ เพราะผมไปส่ง อีกอย่าง” สายตาเขาหันมองรอบห้อง

“ที่นี่ออกจะกว้าง ไม่ดีหรอ จะถือเป็นการพักผ่อนก็ได้” 

“อ๋ฮไม่ดีกว่าค่ะ คือหนูไม่ค่อยอยากจะรบกวน..” 

“งั้นเรื่องทั้งหมดที่อธิบายไป คือไม่มีความหมายเลยใช่ไหม ผมไม่ได้บอกหรอ ว่าผมต้องการคนมาอยู่ด้วย อะไรหลายๆอย่างจะดีขึ้น หรือที่ขอนี่เป็นการรบกวนเธอเกินไป? ผมควรจะตายๆไปตั้งแต่วันนั้นใช่ไหม?” 

อลิชารีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้หมายความแบบนั้น”


“ครับ งั้นคือแบบไหน ผมไม่ได้บังคับ ผมต้องการให้เธออยู่นั่นคือทั้งหมด ไม่ใช่การรบกวน เพราะถ้าเธอมาทุกอย่างจะง่ายขึ้น ผมก็ได้ช่วยเหลือคนที่เคยช่วยผมด้วย โจ๊กนี่ผมทำให้ได้ทุกวัน อยู่กับผมไม่ต้องกังวลอะไรถ้าไม่ชอบค่อยไปก็ได้ แต่การที่เธอเอาแต่ปฎิเสธผมนอกจากความรังเกียจ จะมีอะไรอีกทำไมไม่บอกตรงๆว่ากลัวผมทำอะไรไม่ดีกับเธอ งั้นจะบอกให้นะ.. ”  

อลิชาเอามือปิดปากเขาไว้ ไม่ให้คำพูดต่ออีก ปลายนิ้วของเธอสั่นน้อยๆโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ มิสเตอร์เฉินชะงักไปเสี้ยววิ ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาของเธอ เขาเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ จนลมหายใจรดใบหูอีกฝ่ายอย่างจงใจ

“เธอไว้ใจผมเกินไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ถ้าเมื่อคืนผมคิดไม่ซื่อเธอคงไม่มีแรงมานั่งกินโจ๊กแบบนี้”

อลิชาฟังชัดทุกประโยค ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม 

“ผมจะไปส่งเธอที่โรงเรียน แวะหอพักก่อน” ร่างสูงลุกขึ้นท่าทีสงบ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง มิสเตอร์เฉินเปิดประตู หันกลับมาทิ้งคำพูดสุดท้าย “ให้เวลาเดินตามผมสิบห้านาที”


อลิชานั่งอึ้งอยู่เพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินตามเขาไป ในหัวว่างเปล่า ไม่มีคำถาม ไม่มีเหตุผล หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ สมองกลับไม่สามารถเรียบเรียงอะไรได้เลยสักอย่าง เหมือนร่างกายเลือกเชื่อฟัง มากกว่าจะตัดสินใจเอง 

ประตูห้องปิดลงเบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ อลิชาเดินตามเขาไปตามโถงทางเดินยาว พื้นหินอ่อนสะท้อนแสงไฟระยับ ผนังสูงเรียบหรูจนดูไกลจากคำว่าคนธรรมดา เป็นสถานที่ที่เธอควรตั้งคำถาม แต่เธอกลับไม่ได้คิดถึงมันเลย ความหรูหราที่ผิดจากโลกของเธอ ไม่อาจดึงสติของอลิชากลับมาได้ สมองว่างเปล่าคำถามมากมายถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เธอเพียงก้าวเดินตามแผ่นหลังสูงตรงนั้นต้อยๆ

จนกระทั่งลิฟต์เปิดออก และรถสีดำคันใหญ่จอดรออยู่ด้านหน้า มิสเตอร์เฉินเปิดประตูให้
ท่าทางเรียบง่าย คนที่เฝ้าตามจุดถูกเขาสั่งย้ายออกไปหมดแล้ว เพื่อป้องกันความสงสัยใคร่รู้ของเด็กคนนี้

อลิชาชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มตัวขึ้นรถไปโดยไม่รู้ตัว ประตูปิดลง เหลือเพียงพื้นที่แคบๆกับเขาสองคน

“ผมทำให้เธอคิดมากหรอ“ อลิชาสะดุ้งเล็กน้อย มิสเตอร์เฉินยังคงมองถนนท่าทางสงบ

“หนู…ขอโทษนะคะ ถ้าหนูคิดไปไกลเอง”

“แล้วก็ขอบคุณคุณอามากค่ะ สำหรับเมื่อคืน และเช้านี้ด้วย”เขาเหลือบตามามองเธอแวบหนึ่ง

“โจ๊กอร่อยไหม”

“อ…อร่อยมากค่ะ”

“จริงๆ มันเหมือนร้านที่หนูกินทุกเช้าก่อนไปเรียนเลยค่ะ รู้สึกเหมือนได้ไปนั่งกินที่ร้านเลยค่ะ”

“งั้นก็ดีแล้ว”


 อลิชาหันมามองเขาสงสัยจนอดถามไม่ได้ “ใครสอนคุณอาทำโจ๊กหรอคะ”

มิสเตอร์เฉินนิ่งไปเพียงครู่ สายตายังคงจับถนนตรงหน้า “อยู่คนเดียวมานาน ก็ต้องหัดทำอะไรเองบ้างอาหารง่ายๆ แบบนี้ ไม่ต้องมีครู” 

ฟังดูสมเหตุสมผล อลิชาพยักหน้าแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง สำหรับเธอแล้ว นี่คงเป็นครั้งแรกที่นอกจากพ่อกับแม่แล้ว จะมีคนทำอาหารให้เธอ เป็นความอบอุ่นที่เธอไม่เคยสัมผัส และไม่คิดว่าจะมี อีกทั้งยังเป็นคุณอา คนที่ทั้งแปลกประหลาด และเธอไม่คิดว่าจะได้รู้จักกัน