คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ก็ผมคือมาเฟีย - ตอนที่ 7 ค็อกเทล โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ก็ผมคือมาเฟีย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน

รายละเอียด

ก็ผมคือมาเฟีย โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ผู้แต่ง

facelove

เรื่องย่อ


สารบัญ

ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 1 เเม้ไม่ควรพบกัน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 2 หนี้บุญคุณ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 3 คำสั่ง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 4 ปรากฏตัว,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 5 คำขอบคุณหว่านล้อม,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 6 รู้สึก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 7 ค็อกเทล,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 8 โจ๊กถ้วยแรก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 9 เปลี่ยนแปลง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 10 ยังไม่ตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 11 สยบ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 12 พ่อเทพบุตร,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 13 ว่าที่ลูกเขย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 14 วางหมาก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 15 มันต้องตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 16 ช่วยเพื่อน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 17 ลูกไก่ในกำมือ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 18 สินค้าใหม่,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 19 ฟันเฟืองของอำนาจ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 20 ยัดยา,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 21 จูบแรก

เนื้อหา

ตอนที่ 7 ค็อกเทล

ระหว่างรออาหาร เขาขอตัวไปห้องน้ำ สักพักก็กลับมา แต่มีคนตามมาด้วย เป็นพนักงานเสิร์ฟ ในมือยังถือแก้วน้ำสีสดใสสองแก้ว แต่เมื่อมิสเตอร์เฉินนั่งลง พนักงานก็วางน้ำสองแก้ว ลงตรงหน้าเขา และอลิชา

“นี่คือน้ำอะไรหรอคะ” อลิชาใช้หลอดคนด้วยความสนใจ 

“ค็อกเทล เธอดื่มค็อกเทลมั้ย” มิสเตอร์เฉินมองเธอ


เด็กสาวส่ายหัว พลางยกแก้วขึ้นมองดูสิ่งที่อยู่ข้างใต้ และพบว่ามันคือเศษผลไม้“ไม่เคยกินค่ะ”

“ลองชิมสิ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ในขณะที่ตัวเองก็ยกขึ้นมาดื่ม เขาอยากให้เธอดื่ม แต่เด็กสาวไม่ยอมดื่มสักที เจ้าตัวจึฃทำเป็นตัวอย่างและทำเป็นไม่สนใจเธอ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกกดดัน


อลิชามองคุณอา และหันกลับมาดูสีสันของมัน เธอพอรู้มาบ้าง ว่าค็อกเทลคือเครื่องดื่มรสหวานที่ผสมแอลกอฮอลกับผลไม้ แต่เธอก็ต้านทานความน่ากิน กลิ่นและสีของมันไม่ไหว ในที่สุดจึงยกขึ้นดื่ม ลิ้มรสหวานของค็อกเทลครั้งแรก


สายตามิสเตอร์เฉินแอบเหลือบมองเธอขณะยกขึ้นดื่ม มุมปากแอบยิ้ม และความคาดหวังของคนเจ้าเล่ห์ก็ได้รับการตอบรับ สักพักอลิชาดวงตาลุกวาว 


“หืมมมม” เธอจับหลอดแล้วดูดมันจนหมด ความหวานนุ่มของมะพร้าว ละลายในปากช้าๆ ผสมสับปะรดหอมฉ่ำ รสชาติที่ทั้งสดหวาน และเปรี้ยวนิดหน่อย ในแบบที่อลิชาไม่เคยลิ้มรส 


ท่าทางเธอทำให้คนตรงหน้าพึงพอใจ เขาวางแก้วลง แล้วถาม “ชอบมั้ย” 


“ชอบค่ะ” เธอตอบรวดเร็ว แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะลุกขึ้นทันที จากนั้นก็เดินออกไปจากโต๊ะ อลิชามองตามอย่างงุนงง แต่เพียงชั่วครู่เขาก็กลับมา พร้อมกับค็อกเทลแก้วใหม่


แต่ตัวเธอที่นั่งอยู่เริ่มรู้สึกว่าสายตาของตัวเองควบคุมได้ยากขึ้นแกว่งไปแกว่งมา ซ้ำยังพร่ามัว อีกทั้งยังรู้สึกอุ่นทั้งตัวด้วย เมื่อเห็นคุณอาเดินกลับมา อลิชาก็ฉีกยิ้ม เดินโซซัดโซเซไปหาเขา 


การเข้าหาของเธอทำเอาคิ้วของมิสเตอร์เฉินขมวดหากัน เขารีบเข้าไปประคองทันทีที่เด็กสาวปล่อยร่างกายมาหาเขาทั้งตัว จากนั้นเธอก็หมดสติ

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พนักงานทั้งสามคน นำอาหารทั้งหมดมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แต่ทว่ากลับได้ยินอีกฝ่ายบอกให้เช็คบิล เขาเห็นสีหน้าที่ตกใจของพนักงานแต่ไม่ได้อธิบายเพิ่ม และพูดซ้ำ 

“ผมขอเช็คบิล” น้ำเสียงราบเรียบที่แแฝงไปด้วยอำนาจของเขา ขัดกับใบหน้าที่หล่อเหลา และไม่ได้มีความอ่อนโยนอีกต่อไป
ทำให้พนักงาน แอบเกร็งไม่กล้าถาม เพียงตอบรับ และนำบิลมาให้

มิสเตอร์เฉินประคองร่างบางที่หลับตาพริ้ม ในอ้อมแขนอีกมือหนึ่งประคองศีรษะอย่างทะนุถนอม เมื่อพนักงานนำบิลมาเขาเพียงแค่ยื่นบัตรเครดิตให้ จากนั้นก็เฝ้ามองคนในอ้อมแขน 


เมื่อชำระบิลเสร็จเขาก็อุ้มเด็กสาวออกจากร้านไปไม้แม้แต่จะเหลือบมองอาหารที่วางบนโต๊ะ พนักงานสามคนที่ให้บริการมองหน้ากัน ในใจทั้งสงสัยและอิจฉาผู้หญิงคนนั้น ที่มีแฟนที่เทคแคร์ขนาดนี้

แสงไฟนีออนกระทบใบหน้าเด็กสาวที่ไร้สติ เขาพาเธอไปที่รถ ประตูเปิดออกอัตโนมัติ วางเธอลงเบาะหลังอย่างระมัดระวัง ก่อนปิดประตูเขามองเธออยู่นาน ในระยะที่ใบหน้าทั้งสองใกล้กัน เพียงแต่อีกฝ่ายไร้สติ 

ดวงตาคมลึกไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “นี่แค่ก้าวแรก” เสียงเบาๆที่ออกจากปากลอยไปกับลมในยามดึก เขาปิดประตูรถ และหยิบโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาใครคนหนึ่ง ปลายสายรับในทันที

“เตรียมห้อง” เขาสั่งสั้นๆ ปลายสายไม่ถาม เพียงตอบรับ ก่อนสายจะตัดไปกระทั่งเวลาเกือบตีหนึ่ง รถสีดำชะลอเข้าจอดใต้กันสาดหินอ่อนของอาคารสูง ประตูรถเปิดออกคนสองคนก็รีบเข้ามาต้อนรับมิสเตอร์เฉินที่ก้าวลงจากรถทันที 


เขาอุ้มอลิชาที่หลับใหลไว้แนบอก ร่างเล็กซบเขาอย่างไม่รู้ตัว บอดี้การ์ดรีบเปิดทาง และกดลิฟต์ส่วนตัวพาทั้งสองขึ้นไปชั้นบนโดยไม่ต้องสั่ง ตัวเลขลิฟท์ไหลผ่านช้าๆกระทั่งหยุดที่เลข 6 เขาเดินออกจากลิฟท์ เบื้องหน้าคือ ทางเดินยาวที่เงียบสงบ ประดับผนังด้วยศิลปะ แสงไฟสะท้อนตัดกับพื้นผิวหินอ่อนสีดำเข้ม 

มิสเตอร์เฉินหยุดที่ประตูบานหนึ่ง เมื่อมันเปิดออกโดยอัติโนมัติ ก็ปรากฎห้องนอนกว้างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมี่ยม เตียงนอนขนาดคิงไซส์ ขณะที่สีหน้าเขาเรียบเฉยราวกับว่านี่คือความปกติที่พบเจอทุกวัน 


ก้าวเข้าไป วางร่างอลิชาลงอย่างอ่อนโยน ประตูเบื้องหลังปิดลงด้วยเสียงแผ่วเบา พื้นที่ทั้งห้องมีเพียงคนทั้งสอง 

เด็กสาวหลับสนิทลมหายใจสม่ำเสมอ มิสเตอร์เฉินนั่งอยู่ไม่ไกล ดวงตานิ่งลึกจับจ้อง ผ้าห่มขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองผ่อนคลายลงตั้งแต่เมื่อไหร่

เด็กคนนี้ยามหลับดูต่างจากปกติ ไม่มีสายตาระแวง ไม่มีความสงสัย มีเพียงความซื่อบริสุทธ์ที่ดูไร้พิษภัย เขาเดินเข้าไปหาร่างเล็กบนเตียง เอื้อมมือไปตามความรู้สึก แต่ฉุกคิดได้ จึงหยุดค้างไว้อย่างนั้น “ยังไม่ถึงเวลา” 

เขามองเธออีกครั้ง ตั้งแต่แรกที่พบกันก็รู้ว่าเด็กสาวตรงหน้า ไม่ควรอยู่ในโลกเดียวกับตน แต่เพราะการยื่นมือของเธอ บุคคลที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเกือบตายครั้งนี้ จะตามหาเธอแน่นอน และการปล่อยให้เธออยู่ลำพัง อาจอันตรายยิ่งกว่าการอยู่ใกล้เขาเสียอีก

คนอย่างเขา ไม่เชื่อในเซฟโซนที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตนเอง แม้จะต้องกลายเป็นตัวร้ายในภายหลัง เขาก็จะปกป้องคนที่สมควรปกป้องเอาไว้ให้ได้ มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว และไม่ใช่การผูกมัดแต่เป็นสิ่งที่คนอย่างเขา คำนวณไว้แล้ว และไม่อนุญาตให้มีใครขัดขืน

“ออสการ์” มิสเตอร์เฉินชะงักเล็กน้อย ชื่อสั้นๆคำหนึ่ง หลุดออกจากปากคนที่หลับใหล อลิชาขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันราวกับฝันนั้นไม่มีความสุข 

เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอเพื่อให้ได้ยินมากขึ้น และแล้ว ริมฝีปากบางก็แย้มพึมพำเบาๆขึ้นอีกครั้ง
“ออสการ์…เราขอโทษ” เสียงละเมอครั้งที่สอง ดังกว่าเดิมจนมิสเตอร์เฉินได้ยินชัด เขายืดตัวขึ้นช้าๆ สายตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย ความเอ็นดูเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา

มือหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้น กดหมายเลขโดยไม่ละสายตาจากเด็กสาวบนเตียง 

ปลายสายรับแทบจะทันที

“ไปสืบมา ใครคือออสการ์ อลิชารู้จักคนคนนี้ ภายในสามวันผมต้องได้รู้ ว่ามันมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคนของผม”  สั่งงานจบ เขากดตัดสาย นิ้วมือเผลอเกร็งขึ้นเล็กน้อย แสงไฟสลัวทั่วห้อง ไม่อบอุ่นอีกต่อไป

ดวงตาคมกริบ จ้องมองอลิชาไม่กระพริบ
ถ้าคนคนนี้เป็นแค่อดีต เขาจะไม่แตะ แต่ถ้าเป็นปัจจุบันที่ตามเธอมา และขัดขวางแผนการของเขา เขาก็จะกำจัดมันทันที 

ร่างสูงก้มตัวลงช้าๆ อลิชาหลับสนิทไม่รับรู้ว่าบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งเพียงใด ปลายนิ้วหนาแตะเส้นผมนุ่มอย่างแผ่วเบา

“เด็กน้อย….อย่าฝันถึงใครอีก” เสียงนั้นต่ำและเรียบ ไม่ใช่คำขอ แต่คือคำสั่งที่ไม่ได้มีเพียงอำนาจ คนอย่างเขา ไม่ชอบการแบ่งปัน

เพชรที่ไม่ผ่านการเจียระไน สดใหม่และบริสุทธิ์ขนาดนี้ ไม่ควรถูกปล่อยให้เดินลำพัง 

ขนตายาวทอดเงาบางบนผิวเนียน ริมฝีปากอ่อนคลายเล็กน้อย ไม่ยิ้ม ไม่เศร้า บริสุทธิ์จนสายตาของเขาไม่อาจละ ใบหน้าที่ไม่เคยเรียนรู้การปิดบัง ไม่รู้จักการสวมหน้ากาก ความสงบที่คนอย่างมิสเตอร์เฉินไม่เคยมีอยู่ในชีวิต ดวงตาคมกริบของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ผ่านมาหลายปีแล้ว หลังจากผู้หญิงคนนั้นจากไป

มิสเตอร์เฉินหลุบสายตาลง เงาสะท้อนในดวงตาคมกริบไหววูบเพียงชั่วครู่ ผู้หญิงคนนั้น คือบาดแผล ที่ทำให้เขาไม่เชื่อในความผูกพันอีกเลย 

ความรู้สึกบางอย่างเหมือนถูกฝังไว้พร้อมกันกับเธอ ไม่ถูกเอ่ยถึง จนกระทั่งคืนนี้ ใบหน้าที่หลับใหลอยู่ตรงหน้า ไม่ได้เหมือนผู้หญิงคนนั้น แต่มันปลุกความรู้สึกเดียวกัน ความรู้สึกที่เขาเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

แต่ถึงอย่างนั้น สายตาก็ยังไม่อาจละจากใบหน้าน้อยๆ ใบหน้าเช่นนี้ หากต้องแปดเปื้อน มันไม่ควรเกิดจากโลกภายนอก ชีวิตเขาเป็นของเธอ ต้องแลกกับทั้งหมดของเธอ ต้องมอบให้เขาเช่นกัน มุมปากของมิสเตอร์เฉินยกขึ้นเพียงเล็กน้อย 

รอยยิ้มของคนยอมแพ้ และกำลังครอบครองบางอย่างไปพร้อมกัน แสงในดวงตาคมกริบวาบขึ้นชั่วครู่

สัตว์นักล่าที่พบสิ่งล้ำค่า ‘สมบัติที่ใครอื่นไม่ควรแตะต้อง’ เสี้ยววินาทีใบหน้าเขาใกล้กับเธอ มิสเตอร์เฉินหยุดลงตรงนั้น ก่อนริมฝีปากจะกดลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา

อลิชาขยับตัวเล็กน้อย ราวกับรับรู้ถึงความอบอุ่นนั้น โดยไม่รู้ที่มา 
 
มิสเตอร์เฉินผละออกสายตาคมกริบกลับมาเย็นชาดังเดิม หันหลังให้เตียง ไม่มีการหันกลับไปมองอีกครั้งประตูห้องถูกเปิดออก แสงจากโถงทางเดินสาดเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา  

อลิชาขยับตัวเล็กน้อย กอดผ้าห่มแน่นราวกับไม่อยากให้กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยจางหายไป ซุกใบหน้าลงกับเนื้อผ้าอย่างสบายใจ ข้างนอกห้องมิสเตอร์เฉินยืนหยุดนิ่งเพียงชั่วครู่ 

เงาสะท้อนของเขาในกระจก ไม่ใช่คุณอาที่แสนใจดีคนนั้นของเด็กหญิง แต่เป็นชายคนเดิม ที่โลกของเขาไม่กล้าเอ่ยถึงและเกรงกลัว เขาพับแขนเสื้อสีหน้ากลับมาเรียบเฉยก่อนเดินจากไป