คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ก็ผมคือมาเฟีย - ตอนที่ 12 พ่อเทพบุตร โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ก็ผมคือมาเฟีย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน

รายละเอียด

ก็ผมคือมาเฟีย โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ผู้แต่ง

facelove

เรื่องย่อ


สารบัญ

ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 1 เเม้ไม่ควรพบกัน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 2 หนี้บุญคุณ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 3 คำสั่ง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 4 ปรากฏตัว,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 5 คำขอบคุณหว่านล้อม,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 6 รู้สึก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 7 ค็อกเทล,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 8 โจ๊กถ้วยแรก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 9 เปลี่ยนแปลง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 10 ยังไม่ตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 11 สยบ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 12 พ่อเทพบุตร,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 13 ว่าที่ลูกเขย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 14 วางหมาก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 15 มันต้องตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 16 ช่วยเพื่อน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 17 ลูกไก่ในกำมือ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 18 สินค้าใหม่,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 19 ฟันเฟืองของอำนาจ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 20 ยัดยา,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 21 จูบแรก

เนื้อหา

ตอนที่ 12 พ่อเทพบุตร

หลังจากการกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านพักตากอากาศ มิสเตอร์เฉินก็มาส่งเธอที่บ้าน ก่อนกลับเขาไม่ได้ทวนเรื่องการตัดสินใจให้เธอไปอยู่กับเขา ไม่มีการโน้มน้าว และไม่ได้พูดถึงแม้แต่น้อย

วันนี้เขาแสดงด้านที่น่ากลัวทำให้กดดันมากพอแล้ว และเพื่อจะรักษาความไว้วางใจจากเด็กคนนี้ เขาควรจะให้เวลาเธอ

และไม่เป็นไร คนของเขาถูกจัดแจงให้จับตามองและสะกอดรอยตามเธอไปทุกที่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พี่ชายสุดที่รักคนนั้น คงยังตามหาเธอไม่เจอเร็วๆนี้หรอก

“กลับดีดีนะคะคุณอา เป็นข้าวมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงหนูนะคะ” 

“แล้วพรุ่งนี้หยุดใช่ไหม ให้มารับรึเปล่า” 

“คุณอาพูดอย่างกับคุณอาว่างทุกวันอย่างนั้นแหละ” เธอหัวเราะมองเขา

“ไหนคุณอาจะต้องทำงาน ต้องเตรียมสอบเข้าราชการอีก เอาเวลาไหนมาเล่นกับหนูมากมายขนาดนั้นกัน เอางี้ค่ะ เอาเบอร์หนูไป วันไหนคุณอาว่างๆเบื่อๆ ค่อยมาก็ได้ค่ะ” 

“อย่าพูดเยอะเลย พรุ่งนี้ไม่ว่างก็บอก ทำงานล่ะสิ” 

อย่างที่คิด เด็กสาวยิ้มหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน “ใช่ค่ะ หนูทำพาร์ทไทม์เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าคุณอาอยากมากก็ลองมาชิมได้นะคะ” 

“ชิมอะไร ชิมใคร” 

อลิชาชะงัก 

คำถามที่เรียบง่ายของเขา กับสีหน้าไร้ความผิดปกติ หรือเธอจะคิดไปเอง แต่ชิมใครที่ว่ามันคือคำถามแบบไหนกัน เอาเป็นว่า “ชิมขนมน่ะค่ะ มีเยอะแยะเลย คุณอาเลือกได้ทั้งขนม เครื่องดื่ม ชา นม อาหารว่างก็มีค่ะ ไวไฟให้เล่นฟรีก็มีนะ ที่ร้านบรรยากาศดีด้วย” 

เห็นอีกฝ่ายตั้งใจโปรโมทโดยกลบความสงสัยที่เขาตั้งใจสร้าง มิสเตอร์เฉินก็แอบหัวเราะในใจ แต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าเล่นมุกแบบนี้ 


“งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่ร้าน” 

“หา นี่คุณอามาจริงหรอคะ?” เธอเบิกตากว้าง

“แล้วที่พูดมาหมดนั่น ไม่ได้พูดจริงหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ ก็พูดจริง แต่ว่าหนูหมายถึงวันไหนที่คุณอาว่างไงคะ ถ้ายังไม่ว่างก็ยังไม่ต้องก็ได้”

“ฉันบอกเหรอว่าไม่ว่าง”

อลิชาถูกคำตอบเขาทำพูดไม่ถูก ก็จริง แต่คุณอาไม่ทำงานทำการหรือไง 

ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งคู่หันไปมองก่อนจะตั้งคำถามเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น “อลิชา ลูก นอนรึยัง เปิดประตูให้แม่หน่อย”

“แม่!” อลิชาสบถเสียงแผ่วด้วยความตกใจสุดขีด ที่เป็นขนาดนี้ไม่ใช่เพราะแม่กลับมา แต่เป็นคุณอาที่ยืนอยู่ข้างๆนี่แหละ

เมื่อหันมองอีกฝ่าย ก็เห็นเขายิ้มๆ “เปิดประตูให้แม่สิ”

“จะบ้าหรอคะ คุณอาไปทางนั้นก่อน” อลิชาหน้าบูดหน้าเบี้ยวดันเขาให้ไปทางตู้เสื้อผ้า

มิสเตอร์เฉินงุนงง เขาดีใจที่จะได้รู้จักคนใกล้ตัวเธอมากขึ้น นั่นคงทำให้มิตรภาพของเขากับเด็กคนนี้เเน่นแฟ้นดุจครอบครัว

แต่แล้วหัวเขาก็ถูกกดลงและหลังก็ถูกผลักด้วยแรงมหาศาล รู้ตัวอีกทีรอบข้างก็มืดมิด เหมือนอยู่ในตู้เสื้อผ้า

หญิงวัยกลางคนยืนรอข้างนอกไม่นาน ลูกสาวแก้วตาดวงใจก็ออกมาเปิดประตูให้ ใบหน้าแช่มชื่นยิ้มต้อนรับ ทำเอาเธอมีความสุขที่ได้กลับมาในรอบปี 

“แม่คะ พ่อคะ เข้ามาก่อน เหนื่อยมั้ย หนูเอาน้ำมาให้นะ” 

สองสามีภรรยามองดูลูกสาวตัวเองที่กุรีกุจอไปหยิบน้ำ เด็กคนนี้ยิ้มแย้มกระตือรือร้นเป็นปกติ แต่วันนี้ทำไมเหมือนจะไม่ปกติ

แก้วน้ำสองแก้วใส่น้ำเย็นชื่นใจ วางลงบนโต๊ะ พ่อกับแม่นั่งอยู่บนโซฟาอ้าแขนรออลิชาเข้าไปกอด 

เธอสวมกอดพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึง การที่พวกเขากลับมาเป็นช่วงเวลาที่เธอสบายใจที่สุด แต่ในตอนนี้ลึกๆกลับร้อนรน

ห้องของเธอแคบเกินไป ทุกทีพ่อกับแม่จะไปเช่าโรงแรมนอนหลังมาทักทายเธอและกินข้าวด้วยกันเสร็จ อลิชาก็ได้แต่หวังว่าจะทั้งคู่จะทำเหมือนเดิม

พอนึกถึงคุณอาที่หมกอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่ทั้งร้อนทั้งมืด และแคบ เธอจะพยายามกินข้าวและจบประเด็นพูดคุยของพ่อแม้ให้เร็วที่สุด
 
“ใช่แล้ว!” ดวงตาสดใสที่เปี่ยมพลังตะโกนออกมา

“ห้ะ” 

“เอ่อ เปล่าค่ะ พ่อกับแม่ซื้ออะไรมาหรอ เรารีบกินแล้วแยกย้ายไปนอนดีกว่าค่ะ” ไม่รอช้ามือเล็กเปิดถุงหลายใบที่ทั้งสองหิวมา และจัดแจงอาหารลงในจาน สองสามีภรรยามองลูกสาวตัวเองที่เหมือนกระทิงคลั่ง

“เสร็จเรียบร้อย!” ดวงตาเธอเป็นประกาย สูดหายใจเข้าลึก และกำลังจะเริ่มจัดการมันให้หมดให้เร็วที่สุด แต่ทว่า

“วันนี้พ่อกับแม่ไม่รีบ พอดีจะนอนห้องลูกน่ะ” 
รอยยิ้มกว้างและอบอุ่นของพ่อส่งมาให้อลิชา ทว่าทำเอาเธอแทบเสียศูนย์

“คะ….” ช้อนที่ยังไม่ทันได้เข้าปากค้างไว้อย่างนั้น ดวงตาที่เคยสดใสเปี่ยมพลังตอนนี้ล่องลอย เหมือนคนวิญญาณหลุดจากร่าง

ตามด้วยรอยยิ้มของแม่ พร้อมกับยื่นมือมาลูกหัวเธอ “วันนี้แม่กับพ่อจะนอนกอดลูกรักเอง ใกล้จบแล้วใช่ไหม คืนนี้เราตั้งใจคุยเรื่องอนาคตของลูกเลยนะ” 

อลิชาพูดไม่ออก

“เอาเถอะ ค่อยๆกินข้าวไปต้องรีบ” 

แต่ละประโยคล้วนเอ่ยออกมาด้วยความรักความอ่อนโยน แต่กลับเหมือนค้อนทุบอลิชาปักลงดิน 

หัวใจดวงน้อยแทบร่ำไห้ ช้อนตักข้าวเข้าปากเคี้ยวหงุบๆพลางเหลียวมองตู้เสื้อผ้า 

คุณอา เราจะทำยังไงกันดี

“อ้อ พ่อ เอาผ้าไปแขวนก่อนสิ ยังไม่ได้ซักไม่ใช่รึไง เดี๋ยวก็มีกลิ่นอับซะหรอก มาเดี๋ยวแม่เอาไปแขวนให้” แม่ของอลิชาลุกขึ้นเปิดกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อตัวหนึ่งออกมา

อลิชาเบิกตากว้าง แต่ละการเคลื่อนไหวของแม่ราวกับหนังไซไฟช่วงไคลแมกซ์ตอนที่ตัวเอกกำลังจะตาย 

เธอรีบลุกขึ้นเร็วสุดในชีวิต คว้าเสื้อตัวนั่นมาจากมือแม่ “แม่คะ หนูเอาไปแขวนให้เอง”

ลูกรักกตัญญูแม่กลับมาเหนื่อยๆไม่อยากให้แม่ลำบาก ช่างทำเอาใจคนเป็นแม่แทบละลายจริงๆ

อลิชาเห็นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นเธอก็ยิ้มตอบ หันหลังเดินไปยังตู้เสื้อผ้า

พรึ่บ!!!

เปิดออกมาเธอสบตากับเขา 

แววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก เม็ดเหงื่อที่ผุดทั่วหน้าผาก และริมฝีปากบูดบึ้ง หันมาทางเธอ

อลิชาได้แต่ยิ้มๆ แต่ยิ้มได้ไม่นานก็ทำหน้าอยากจะร้องไห้ แต่จะให้เธอทำไงได้ 

เธอคว้าไม้แขวนมาแขวนเสื้อตัวนั้น แต่แล้วแม่ก็พูดขึ้น “ไหนดูซิ เสื้อผ้าเหลือเยอะมั้ย พรุ่งนี้แม่พาไปช้อปเสื้อใหม่ดีมั้ย” 

ว่าแล้วแม่ก็เดินมาทางนี้ อลิชาเหงื่อแตกพลั่กสีหน้าของอลิชาซีดเผือดทันที สมองสั่งการไวแทรกตัวบังช่องว่างของตู้เสื้อผ้า และใช้เท้ายันประตูตู้ดัง ปึก!

“อย่าเพิ่งค่ะ!” เธอตะโกนจนเสียงหลง

คนเป็นแม่ชะงักเท้า

“เป็นอะไรไปฮึเราทำตัวมีพิรุธนะเนี่ย” ผู้เป็นแม่เลิกคิ้ว มองลูกสาวที่ยืนกางแขนกางขาขวางหน้าตู้เสื้อผ้าเหมือนลิเก 


อลิชาสีหน้าจริงจังหน้ามุ่ยคิ้วขมวด ราวกับคนหมดหนทาง “ต้องโทษหนูที่ไม่ได้เตรียม เดาไม่ได้ว่าพ่อกับแม่จะมา หนูเพิ่งยัดผ้าที่ยังไม่ได้พับเข้าไป ถ้าแม่เปิดตอนนี้ คงกลายเป็นกองภูเขาผ้าถล่มลงมาแน่เลยค่ะ หนูอายแม่เหมือนกันนะ ไว้แม่กลับไปนอนโรงแรมแล้วหนูค่อยมาเก็บใหม่” เธอทำท่าปาดเหงื่อ



คนเป็นแม่หัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู “โตป่านนี้แล้วยังเก็บของไม่เรียบร้อยอีกเหรอเนี่ย แต่เดี๋ยวค่อยจัดก็ได้ อ้อ แต่แม่กับพ่อนอนนี่จ๊ะ มาๆมากินข้าวต่อเถอะ”

เมื่อแม่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ อลิชาอึ้งค้างอยู่ที่เดิม 

มิสเตอร์เฉินที่นั่งคู้ตัวขดอยู่ในพื้นที่แคบและทั้งมืด เสื้อเชิ้ตเนื้อดียับยู่ยี่ ใบหน้าที่เคยเนียนกริบบัดนี้เต็มไปด้วยหยดเหงื่อ ที่ตูดของเขายังมีถุงเท้าเก่าของเธอเต็มไปหมด 

“ลิชา มีอะไรรึเปล่า ทำไมกินไปมองตู้เสื้อผ้าไปแบบนั้นล่ะ?” พ่อถามขึ้นพลางมองตามสายตาลูกสาว

“อ๋อ... หนู... หนูแค่คิดว่าพรุ่งนี้จะจัดตู้ใหม่ค่ะพ่อ กลัวปลวกกินเสื้อผ้า!” คำตอบที่โคตรมั่วซั่วแต่โชคดีที่หัวเธอคิดทัน ขืนตอบช้ากว่านี้คงน่าสงสัยขึ้น อลิชาตอบพลางหัวเราะแห้งๆ

บรรยากาศการกินข้าวที่ควรจะอบอุ่นกลายเป็นชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของอลิชา และแล้วเธอก็ได้โอกาสเมื่อพ่อออกไปสูดอากาศเมื่อกินเสร็จ 

“แม่ก็ออกไปเป็นเพื่อนพ่อด้วยสิคะ” ดวงตากลมโตวาววับไปด้วยความปรารถนาและความหวัง หนำซ้ำเธอยังใช้แรงทั้งหมดที่มี ดันร่างของแม่ตัวเองงคับทิศทางให้พ้นประตูห้องไป 

“ปัง!”

อลิชารีบพุ่งกายกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า มือสั่นเทาคว้าที่จับแล้วกระชากเปิดออกราวกับกลัวว่าอากาศข้างในจะหมดลงเสียก่อน

“มดกัดตา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นั่นทำเอาอลิชารู้สึกผิดจนแทบไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ไหน

“หนูขอโทษจริงๆค่ะเอาเป็นว่าเดี๋ยวคุณอาไปหลบอยู่ในห้องน้ำก่อนนนะคะ ตอนที่หนูปิดไฟคุณก็รีบออกไปให้ไวที่สุดเลยนะคะ เข้าใจมั้ยคะ” ขณะพูดเธอหัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาแล้ว 

หลังจากปิดตู้เสื้อผ้าและคุณอาก็ไปหลบในห้องน้ำแล้ว อลิชาถึงออกไปเปิดประตูดูพ่อกับแม่ และเห็นทั้งคู่กระซิบกระซาบอะไรกันบางอย่าง 

“แม่คะ ”

สองสามีภรรยาหันมามองลูกสาวที่ยิ้มแฉ่งออกมาจากในห้อง เเต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนยิ้มเพื่อปกปิดซะจริง 

อลิชากอดแม่จากทางด้านหลังส่วนพ่อก็ลูบหัวเธอ “โตเป็นสาวแล้ว มีแฟนบ้างมั้ยเนี่ยเรา”



“ไม่มีค่ะ สงสัยยังไม่ถึงเวลา” อลิชาตอบตามตรง พ่อกับแม่เธอมองหน้ากัน จากนั้นแม่ก็ชวนเข้าห้อง
อลิชาเดินตามแม้จะแปลกใจนิดหน่อยแต่เธอก็มุ่งสมาธิกับการจ้องหาจังหวะดับไฟอยู่ตลอด เพื่อให้คุณอาหนีอกไปอย่างปลอดภัย

ทันใดคำถามของแม่ก็ทำเธอไปไม่ถูก “อลิชา ลูกมีแฟนรึยังนะ” แม่หันมามองเธอสายตากรุ้มกริ่มแต่เธอรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นคาดหวัง 

“ไม่มีจริงๆค่ะ” เธอตอบเก้กังๆ เธอไม่มีจริงๆ แต่แม่จะถามซ้ำทำไม หรือว่าแม่อยากให้เธอมี

“อ๋ออออออ” แม่ตอบลากเสียงลากยาว จากนั้นเธอก็เห็นพ่อกระแอม 

“ลิชา”

“คะ”

“แล้วไม่มีใจให้เพื่อนหรือพี่หรือน้องคนในบ้างเหรอ” มองจ้องมองหน้าลูกสาวตัวเอง ลูกสาวคนนี้หน้าตาก็เอาจากพ่อไปเยอะ จะไม่มีใครมาสนใจก็แปลกๆอยู่

“ไม่มีนะคะ” อลิชาไม่อยากพูดถึงเพื่อนที่เธอตกหลุมรักสามปีคนนั้นอย่างออสการ์ให้พ่อกับแม่ฟัง ถ้าเธอสมหวังนั่นยังโอเค แต่นี่เธอถูกเขาปฏิเสธเยื่อใยขนาดนี้แล้ว เล่าให้ใครฟังก็มีแต่ถูกสมเพช 

ยิ่งพ่อกับแม่เธอไม่คิดจะเล่า

 “พ่อกับแม่ไม่เชื่อหนูหรอ?” 

“เชื๊อออออออออ” สองสามีภรรยาตอบทันควันทว่าหน้าตาและน้ำเสียงกลับลอยสูงแทบทะลุชั้นบรรยากาศ 

“แต่แม่อยากได้ลูกเขยนะ”

“คะ?”

ร่างสูงยืนอยู่ในห้องน้ำได้ยินบทสนทนาทุกคำตั้งแต่แรก แต่พึ่งเจอประโยคที่ทำเขาสนใจ แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ กำลังคิดแผนการที่จะเพิ่มความสนิทระหว่างเขากับอลิชา 

 “ฮัดเช้ย!!!”

 เสียงจามในห้องน้ำดังสนั่นหวั่นไหว

“นั่นไงพ่อ มีแขกอยู่จริงด้วย” แม่ตะโกนสามีภรรยาพยักหน้าให้กันเสร็จแม่ก็วิ่งเข้าไปดูห้องน้ำ แต่ก็ถูกอลิชาฉุดไว้ทัน

“ไม่มีค่ะ นั่นอาจจะเป็นแมว แมว! แมวหลงเข้าห้องน้ำ!” อลิชากระโจนดักร่างแม่ไว้สุดชีวิต 

“พ่อห้ามเข้าไปนะคะ!” แต่มีหรือเธอจะขวางได้ พ่อจับแขนเธอดึงออกห่างจากแม่ ทั้งคู่ร่วมมือกันคนหนึ่งขวางคนหนึ่งบุก

แม่อลิชาเดินไปที่ห้องน้ำ ยังไม่ทันจะเข้าไปก็เห็นหน้าท้องที่มีกล้ามซิคแพคของใครบางคนกำลังเดินออกมา เลื่อนสายตาขึ้นไปเห็นรอยช้ำสีแดงที่ต้นแขนของเขาคล้ายรอยดูด และยิ่งต้องตกใจเมื่อมองเห็นใบหน้าเจ้าของเรือนร่างนั้น 

เธอสบเข้ากับแววตาทรงพลังนั้นก็ราวกับถูกกระชากวิญญาณเป็นครั้งแรก 

“พ่อ…เทพบุตร” 

ทั้งอลิชาและพ่อรีบหันไปมอง แต่เมื่อสายตาอลิชามองเห็นรูปร่างเปลือยท่อนบนนั้นเดินออกมาเธอก็ถึงกับผงะ 
 

อลิชามองตาไม่กระพริบ ผิวสีขาวหุ่นที่มีกล้ามเนื้อพอดี ไม่มากไปและไม่น้อยไป สันกรามคมกริบที่มีเหงื่อน้อยๆ แต่องค์ประกอบเหล่าค่อนข้างอีโรติกนิดหน่อย แบบนี้จะยิ่งทำให้พ่อกับแม่เข้าใจผิดไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมคุณอาต้องถอดเสื้อด้วย แล้วถอดตอนไหน

“อลิชา แม่ไม่เคยเห็นเห็นผู้ชายคนไหนหล่อเหลาขนาดนี้มาก่อน” หญิงวัยกลางคนตรงหน้าจ้องมองมิสเตอร์เฉิน ทำเอาเขารู้สึกไม่ชอบใจนิดหน่อย แต่เมื่อคิดว่านี่คือแม่ คนที่สนิทกับอลิชาที่สุด เขาก็อยากได้สายตาชื่นชมนั้นจากเธอเช่นกัน

“เอ่อ พ่อคะแม่คะ คือนี่คือคุณ…” แต่ไม่ทันที่เธอจะไขข้อข้องใจให้กระจ่างและมอบความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง เสียงของคุณอาก็พูดขึ้นก่อน

“สวัสดีครับ คุณแม่” เสียงทักทายทุ้มต่ำทรงสเน่ห์ พร้อมรอยยิ้มบางๆทำเอาแม่ของอลิชาแทบลมจับ เธอทำท่าจะล้มลง มิสเตอร์เฉินรีบประคองแขนและนั่นก็ทำให้แม่ยายฝึกหัด ตกหลุมรักเข้าเต็มเป้า

สายตาแม่อลิชาจ้องมิสเตอร์เฉินไม่ละ ลูกเขยคนนี้เต็มสิบให้สิบ

อลิชาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เธออยากจะมุดดินเสียตอนนี้