คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง
รัก,ชาย-หญิง,รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
“อลิชา วันนี้พี่กลับก่อนนะ พี่ต้องไปส่งน้องชายที่สนามบิน ฝากเก็บร้านแทนพี่หน่อยนะ"
“ไม่มีปัญหาค่ะพี่แนน เดี๋ยวหนูจัดการเอง" อลิชาที่กำลังเช็ดโต๊ะหันมายิ้มตอบพี่ร่วมงาน
"ขอบใจมากนะ พี่ไปล่ะ" แนนสะพายกระเป๋า เดินจากไปพร้อมเสียงกระดิ่งที่ประตูสั่นเบาๆ
“สวัสดีค่ะพี่แนน”
"จ้า"
ภายในร้านเบเกอรี่ยามสองทุ่มเงียบเชียบ มีเพียงแสงไฟเหลืองอุ่น ผสานกลิ่นขนมปังกับบรรยากาศยามโพล้เพล้
อลิชาก้มหน้าเก็บร้านทีละมุม กระทั่งเข็มนาฬิกาชี้เลขสี่
"ลาลาลัลลา~" เธอฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี แกร๊ก!
อลิชาบิดกุญแจล็อกประตูกระจก
“ในที่สุด... ได้กลับไปนอนแล้ว วู้ฮู"
“แฮ่ก... แฮ่ก... ตุบ!"
เสียงร่วงลงอย่างไร้เรี่ยวแรงดังขึ้นด้านหลัง
เธอสะดุ้งหันกลับไปทันที
“กรี๊ด! เลือด! คุณ... คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ!"
ชายหนุ่มผิวขาวหน้าซีด
เดินโซซัดโซเซเข้ามาราวคนหลุดออกจากพายุ มีรอยเลือดเปื้อนลำคอและแผ่นอก เขาหายใจหอบ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังจะดับลงต่อหน้าเธอก่อนจะทรุดฮวบอยู่แทบปลายเท้า
"ฮืออ... ไม่รู้แล้ว! ช่วยก่อนละกัน!"
เธอรีบคว้ามือถือ โทรเบอร์ฉุกเฉิน มือสั่นจนนิ้วแทบกดปุ่มไม่ตรง
โรงพยาบาล
อลิชานั่งก้มหน้า มือประสานแน่นจนข้อนิ้วซีด ภาวนาในใจไม่หยุด
เสียงรองเท้าของหมอที่ก้าวเข้ามาดังชัดในโถงราวเสียงตัด อากาศ เธอเงยหน้าอย่างตื่นตระหนก
“เป็นญาติคนไข้เหรอครับ?"
“อ๋อ ไม่ค่ะ ไม่ใช่เลยค่ะ หนูแค่ บังเอิญเจอเขา แล้วก็เรียกรถพยาบาลมา"
หมอพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม
“ตอนนี้คนไข้ต้องการเลือดด่วนเพื่อผ่าตัดเอากระสุนออก แต่ทางโรงพยาบาลขาดแคลนเลือดมากครับ"
“ไม่เป็นไรค่ะๆ หนูกรุ๊ปโอ ใช้เลือดหนูได้เลยค่ะ!"
ใบหน้าเธอที่ยังตระหนกอยู่เมื่อครู่พลันสว่างขึ้น เหมือนคนที่ได้เจอแสงสว่าง
หมอยิ้มโล่งใจ “งั้นเชิญทางนี้ครับ"
สองชั่วโมงผ่านไป
อลิชานั่งฟุบข้างเตียงคนไข้ ชุดยูนิฟอร์มสีขาวยับเล็กน้อย แขนถูกแปะสก็อตเทปหลังการให้เลือด ดวงตาที่กึ่งหลับกึ่งตื่นเหมือนเทียนเล่มเล็กที่กำลังจะดับ แต่จิตใต้สำนึกยังฝืนไว้เพื่อแน่ใจว่าเขาปลอดภัย
ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตา เงาของแพขนตาสั่นน้อยๆ สีหน้าเขาผิดปกติเล็กน้อย
เมื่อมองเห็นเธอที่ซบหลับอยู่ข้างเตียง
“นี่ คุณครับ"
ไม่มีเสียงตอบ เขาจึงกระแอม แต่เสียงกระแอมกลับกลายเป็นเสียงเจ็บปวด
"ซี้ด..."
"หือ?” อลิชาผงกหัวขึ้นทันที ดวงตากลมโตงัวเงียคล้ายลูกแมวเพิ่งตื่น
“อะ อ้าว! คุณฟื้นแล้ว! เดี๋ยวฉันไปเรียกหมอให้นะคะ!"
แล้วหญิงสาวตัวเล็กก็วิ่งปรู๊ดออกไป ทิ้งให้เขามองตามด้วยสีหน้าที่ไม่สามารถอ่านออกว่าคิดอะ ไรอยู่
ไม่นาน หมอก็เปิดประตูเข้ามา แต่เธอกลับหายไปแล้ว
“รู้สึกยังไงบ้างครับ?"
“เจ็บ” ชายหนุ่มตอบเสียงเย็น ความแข็งกร้าวในแววตาปรากฏ เยือกเย็นราวกับคนที่เคยผ่านเรื่องอันตรายมากกว่านี้มาแล "ว แต่สายตาที่พยายามมองหาเด็กสาวคนนั้น กลับฉายแววผิดหวังนิดหน่อย
หมอเหลือบมองเขา แม้คนไข้จะเจ็บ แต่ท่าทางยังคงน่าหวั่นเกรงอย่างประหลาด
“ยังดีที่เราผ่ากระสุนได้ทันนะครับ และต้องขอบคุณน้องที่บริจาคเลือดให้ด้วย เธอที่นั่งเฝ้าจนคุณฟื้นนั่นแหละ"
ชายหนุ่มชะงัก มองหมออย่างไม่เชื่อหู "ครับ?"
“ใช่ครับ บริจาคเสร็จ เธอก็ยืนยันจะรอจนคุณตื่น ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนแปลกหน้า หมอคงนึกว่าเป็นภรรยาคุณด้วยซ้ำ"
คำพูดนั้นทำให้เขาเงียบไปชั่วครู่ แววตาเย็นเฉียบเมื่อครู่ค่อยๆ ทอประกายบางอย่างที่ตีความไม่ได้ คล้ายประกายแสงที่สะท้อนบนเหล็กมีด แฝงความอันตราย
จากนั้นเขาจึงพูดเรียบๆ
“ผมต้องการโทรศัพท์"
“ได้ครับ ของคุณยังอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท หมอไปหยิบให้เดี๋ยวนี้ครับ"
หมอรีบออกไป ทิ้งให้เขานอนนิ่ง มองเพดานราวกับกำลังเรียบเรียงความคิดบางอย่างที่ไม่ใช 'เรื่องเจ็บตัวแน่นอน
และในเงาสลัวของห้องพักฟื้นนั้น...
ภาพหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งเฝ้าข้างเตียงยังคงปรากฏใน หัวเขาอย่างชัดเจนราวกับตรึงฝังไว้แล้ว
"ว้าา... สบายตัวจังเลย"
อลิชาทิ้งตัวลงบนเตียง เสียงลมหายใจหลุดจากริมฝีปากอ้า ๆ ของเธออย่างคนหมดแรง ร่างเล็กเด้งเบา ๆ ตามแรงสปริงของที่นอนนุ่มราวปุยเมฆ
"อืม... โทรหาแม่ดีกว่า"
เธอคว้าโทรศัพท์ข้างหัวเตียงขึ้นมา ปลายนิ้วกดเบอร์ที่คุ้นชินเหมือนลมหายใจประจำวัน รอสายเพียงครู่เสียงอบอุ่นที่ทำให้เธอสบายใจที่สุดก็ดังขึ้น
"จ๋า~ ว่ายังไงคะ"
“แม่คะ~ กินข้าวรึยังอ่ะ"
น้ำเสียงออดอ้อนของเธอไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เหมือนเด็กน้อยที่กลับถึงบ้าน
“แม่กินแล้วค่ะ อีกสองนาทีก็เที่ยงคืนแล้ว ใครจะไม่กินล่ะยิ้ม"
เสียงหัวเราะของคนเป็นแม่แฝงความอบอุ่น
“จริงด้วยค่ะ แหะๆ"
“แต่เดี๋ยวนะ ลิชา แล้วทำไมลูกยังไม่นอน ใกล้สอบแล้วไม่ใช่เหรอ ไปทำอะไรมารึเปล่า?"
น้ำเสียงคุณแม่เปลี่ยนเป็นจริงจังทันที เหมือนเรดาร์ตรวจจับความผิดปกติ
อลิชาถอนหายใจยาว "อืมม... ก็ถือว่าเรื่องใหญ่เลยค่ะ"
“เล่าให้แม่ฟังด่วนเลย กลับห้องดึกดื่นแบบนี้ ปกติไม่กี่ทุ่มก็โทรมาแล้ว วันนี้หายไปทั้งคืน"
พูดได้ไม่กี่วิ เสียงแม่ก็แผ่วลงเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“หรือว่า...ลูกไปอยู่กับหนุ่มมา!"
อลิชาตาเบิกโพลงทันที
“หนูหรอ!?"
อลิชาชี้นิ้วใส่ตัวเองอย่างเหลือเชื่อเธอเนี่ยนะความรักคงเป็นได้แค่สิ่งแปลกปลอมที่หันหลังให "เธอได้เท่านั้น อลิชารีบปฏิเสธ
“งั้นเรื่องอะไรคะ"
เธอยิ้มเหยเก น้ำเสียงอ่อยลงเหมือนเด็กทำผิด
“จริง ๆ ก็ไม่เกี่ยวกับหนูเท่าไหร่ค่ะ... แต่สำหรับเขานี่เรื่องใหญ่เลย แม่คะ ตอนสี่ทุ่ม จู่ๆลุงชุดดำก็ล้มลงหน้าร้านบังเอิญหนูกำลังปิดร้านพอดี ที่สำคัญ เลือดเต็มตัว!"
ปลายสายเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็ระเบิดคำถามรัวเป็นห่าฝน
“อะไรนะ! เขาเป็นอะไร เป็นใคร มาจากไหน ชื่ออะไร ไปทำอะไรมา แล้วลูกทำยังไงต่อ!"
อลิชาถึงกับหัวหมุน
“โห้แม่ ใจเย็นก่อนสิคะ หนูกำลังจะเล่าอยู่เนี่ย"
เธอสูดหายใจลึก ก่อนเล่ารวดเดียว
“หนูก็เรียกรถพยาบาล แล้วหมอบอกว่าเขาถูกยิง ต้องผ่ากระสุนออกค่ะ ที่หนูช็อกที่สุดคือกระสุนนั้นขนาด 9mm เลยนะคะ ถ้าเป็นคนธรรมดาคง..."
"อย่าบอกนะว่าตาย!"
“หนูก็คิดแบบนั้นเลยค่ะ แต่โชคดีที่เขารอด หนูก็แบบ... กลัวแทบแย่ ถ้าเขาตายขึ้นมา หนูจะโดนข้อหาผู้สงสัยมั้ย ไหนจะเรื่องที่หนูเป็นคนสุดท้ายที่เจอเขา วิญญาณเขาจะมาตามหนูแน่ๆ" เพียงคิด เธอก็ขนลุกเกรียวไปทั้งหลัง ทำปากบรื้อออกมา
ปลายสายถอนหายใจยาว
“สังคมเดี๋ยวนี้มันน่ากลัวจริง แต่ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะลูก... แต่ว่า พรุ่งนี้จะไปสอบไม่ทันเอานะ"
“ม่ายยย หนูไหว หนูอยากไปเรียนทุกวันเลยค่ะ" น้ำเสียงทั้งขวยเขินทั้งอารมณ์ดี ต่อให้อยู่ดาวอังคารก็รู้ว่าพูดไปยิ้มไป
“มีหนุ่มล่ะสิ"
“เปล่าสักหน่อยแม่ก็! หนูไม่มีใครค่ะ"
อลิชายกมือทัดผม แก้มร้อนผ่าว เธอบิดตัวไปมาผ้าห่มแทบจะรัดตัวอยู่แล้ว
แต่ความจริงก็ใช่ว่ามันจะไม่มีใครอยู่ในใจ เพียงแต่ว่า คนคนนั้นไม่ได้ชอบเธอก็เท่านั้นเอง
ความคิดนั้นแล่นผ่านใจเธอช้าๆ เหมือนเงาสะท้อนความทรงจำ แต่ไม่เป็นไร
คนอย่างเธอคงไม่เหมาะกับความรักจริงๆนั่นแหละ