คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ก็ผมคือมาเฟีย - ตอนที่ 6 รู้สึก โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ก็ผมคือมาเฟีย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รักต้องห้าม,มาเฟีย,มาเฟียจีน

รายละเอียด

ก็ผมคือมาเฟีย โดย facelove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนหนึ่งเธอช่วยชีวิตเขาโดยไม่รู้ว่าเขาคือคนที่จะทำลายโลกทั้งใบของเธอความรักที่เหมือนพรหมลิขิตแท้จริงคือการหลอกลวง และเธอต้องเลือกระหว่างหัวใจกับความจริง

ผู้แต่ง

facelove

เรื่องย่อ


สารบัญ

ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 1 เเม้ไม่ควรพบกัน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 2 หนี้บุญคุณ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 3 คำสั่ง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 4 ปรากฏตัว,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 5 คำขอบคุณหว่านล้อม,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 6 รู้สึก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 7 ค็อกเทล,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 8 โจ๊กถ้วยแรก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 9 เปลี่ยนแปลง,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 10 ยังไม่ตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 11 สยบ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 12 พ่อเทพบุตร,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 13 ว่าที่ลูกเขย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 14 วางหมาก,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 15 มันต้องตาย,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 16 ช่วยเพื่อน,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 17 ลูกไก่ในกำมือ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 18 สินค้าใหม่,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 19 ฟันเฟืองของอำนาจ,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 20 ยัดยา,ก็ผมคือมาเฟีย-ตอนที่ 21 จูบแรก

เนื้อหา

ตอนที่ 6 รู้สึก

มิสเตอร์เฉินมองเธอทั้งอย่างนั้น

ทำให้บรรยากาศและความเงียบแปลกๆระหว่างทั้งคู่ทำให้ ลิชารู้สึกในแบบที่ไม่เคยรู้สึก รู้สึกละสายตาจากเขาไม่ได้ และร่างกายก็เหมือนจะชาวูบ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร เขาก็พูดขึ้นมาก่อน “หิวข้าวมั้ย ผมเลี้ยง”

อลิชากระพริบตารัวๆหันมองพื้น เธอในตอนนี้ ประสาทหูปิดรับการได้ยิน สายตาของเขาเมื่อครู่กลายเป็นภาพหลอนในหัวแล้วเรียบ

ท่าทีนิ่งเฉยและครุ่นคิดของเธอนั้น ทำให้มิสเตอร์เฉินกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ นี้ ทั้งด้วยเรื่องมารยาทและสถานะของเขากับเด็กสาวในตอง

ร้อย

เขาไม่ควรอยู่สองต่อสองกับเธอทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่ดึกแล้ และบวกกับตารางงานที่แน่นเปรี้ยะของเขาในวันนี้ เขายิ่งต้องควรกลับไปแล้ว

แต่ด้วยความที่เขาอยากอยู่ใกล้เธอนานขึ้นอีกนิด การชวนไปกินข้าว คงเป็นวิธีที่ดูน่าเชื่อถือที่สุด ได้ยินว่าเด็กคนนี้พึ่งเลิกงานดึก ก็ออกไปนอกตัวเมืองจนกลับมาดึกตื่น เพราะเขาได้ยินแบบนี้ถึงรีบออกมา

ถือว่าทำให้การของคุณของผมสำเร็จลุล่วงก็แล้วกันเ ะครับ เชิญชวนไม่ได้ก็ต้องใช้การบังคับ

และเหมือนว่าอลิชาจะเริ่มมีปฏิกิริยา

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ทันใดนั้นเสียงท้องร้องก็ดังขึ้น อลิชามองท้องของมิสเตอร์เฉิน ถามอย่างใคร่รู้

“คุณอาหิวทำไมไม่บอกคะ หนูทำกับข้าวให้"

อลิชายิ้มกว้างลุกขึ้นอย่างมีแรง

มิสเตอร์เฉินมองเธออย่างสนใจ ทำกับข้าวเป็นด้วย? ริมฝีปากได้รูปคล้ายยิ้มและไม่ยิ้ม

"ได้สิ"

ทันใดนั้นเด็กสาวก็ตรงดิ่งไปหาตู้เย็น วุ่นหาของในนั้นพักหนึ่งจึงหิ้ววัตถุดิบพะรุงพะรังไปที่ครัวเล็กที่อยู่ทางเลี้ยวของห้อง จากนั้นเสียงทำกับข้าว ก็ดังลอดมา ดึงดูดให้มิสเตอร์ลุกเดินไปดูอย่างอดไม่ได้

หลังบางกำลังมุ่นวุ่นวายกับอาหารในกระทะ มิสเตอร์เฉินเดินเข้าไปใกล้ ลมหายใจที่แผ่วเบาทำเอาร่างเล็กรู้สึกตัวหันมา และจมูกชนเข้ากับแก้มปริศนา อลิชาสะดุ้งสุดตัวกระเด้งถอยหลัง

มือสะเปะสะปะฟาดเข้ากับด้ามจับกระทะ ทำเอากุ้งผัดกระเทียมในนั้นกระเด็นกระดอนออกไปคนละ ทิศละทาง

“ว้ายยยยย"

เสียงกะทะตกลงพื้นทำให้หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นตามไปด้ว ย มิสเตอร์เฉินรีบคว้าเธอด้วยความตกใจไม่ต่างกัน

“ใครเขาบอกให้มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้คะ กุ้งของคุณอา..."

“ขอโทษ” เขาเอ่ยเบาๆ

สายตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

บรรยากาศและความเงียบแปลกๆระหว่างทั้งสองทำให้อลิชารู้สึกในแบบที่ไม่เคยรู้สึก เธอพยายามแต่ก็ละสายตาจากเขาไม่ได้ และร่างกายก็เหมือนจะชาวูบ

แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร เขาก็พูดขึ้นมาก่อน "เป็นอะไรมั้ย"

"ไม่เป็นอะไรค่ะ" เธอตอบทันควัน

แม้จะอยู่ในท่าทางที่ควรจะปล่อยเด็กสาวได้แล้ว แต่เขายังคงโอบร่างเล็กไว้อย่างนั้น

ใบหน้าน้อยๆดวงตาโตที่ประหม่าแบบนั้น ทำให้เขาอยากดึงเธอเข้ามาจูบสักที แววตาของมิสเตอร์เฉิน ฉายแววลึกซึ้งชั่วครู่ ก่อนจะซ่อนมันไว้ใต้สีหน้าเรียบเฉยแล้วผละออก

“อาหารคงกินไม่ได้แล้ว มิสเตอร์เฉินกวาดตามองกุ้งที่กระเด็นกระจายอยู่บนพื้น

“ออกไปกินข้างนอกเถอะ "

อลิชาลังเล เธอเริ่มง่วงนิดหน่อยแล้ว อีกใจก็อยากให้เขากลับไป

แต่เมื่อมองใบหน้าที่ยังซีดจากบาดแผลและความทุ่มเทของเขาที่อุตส่าห์มาหาเธอ อลิชาก็ใจอ่อน

"ก็ได้ค่ะ หนูขอเตรียมตัวแปปนึง"

ถนนยามค่ำคืนทอดยาวราว แสงไฟถนนเรียงรายเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนบนผิวถนน

รถหรูสีดำสนิทเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ราวกับลื่นไหลไปกับความมืด ไม่เร็ว ไม่ช้า ภายในรถ กลิ่นหนังแท้ผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของผู้ชายที่นั่งข้างเธอ  

อลิชานั่งหลังตรงตลอดเวา มือทั้งสองวางซ้อนกันบนตักเกร็งๆ เธอไม่กล้าขยับมากนัก กลัวเสียงของเธอ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจ 

เธอแอบเหลือบมองกระจกหน้าต่าง เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกใส ชุดเรียบๆของตัวเอง ดูไม่เข้ากับเบาะนั่งของรถคันนี้เอาซะเลย

มิสเตอร์เฉินนั่งเอนหลังอย่างผ่อนคลาย ดวงตาคมมองถนนข้างหน้า ท่าทีสุขุม เงียบขรึม ราวกับโลกภายนอกไม่อาจแตะต้อง เพียงแค่นั่งเฉยๆ ก็ทำให้ดูมีอำนาจโดยไม่ต้องทำอะไรข

อลิชาเกร็งไม่หาย และไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร ไม่รู้ควรวางสายตาไว้ตรงไหน และไม่รู้ว่าทำไม แค่การนั่งอยู่ข้างเขามันถึงทำให้รู้สึกทั้งอึดอัดและหวั่นไหวในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ไม่นานทั้งคู่มาถึงอาคารสูงใจกลางเมือง เธอเดินตามเขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด ประตูกระจกเปิดออก เผยให้เห็นร้านอาหารบนดาดฟ้าที่โอบล้อมด้วยแสงไฟสลัว พนักงานที่เห็นทั้งคู่เดินเข้ามา ก็รีบมาต้อนรับอย่างดี

สายลมเย็นพัดผ่านแสงไฟเมืองกระบี่เบื้องล่างทอดยาวราวทะเลดาว

โต๊ะอาหารจัดวางห่างกันอย่างเป็นส่วนตัว บวกกับเสียงดนตรีแจ๊สที่คลอเบาๆ

ทำให้บรรยากาศหรูหราในแบบที่อลิชาไม่คิดว่าจะได้มาสัมผัส เธอมองด้วยตาเป็นประกายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน มิสเตอร์เฉินเดินไปข้างหน้าแล้ว อลิชายังคงหยุดมอง

เมืองทั้งเมืองดูเล็กลงในสายตาของเธอรถเล็กจิ๋ววิ่งไปมาเหมือนจุดเล็กๆ และอลิชาก็รู้สึกว่า วิวตรงหน้าช่างสวยเหลือเกิน เธอเผลอมองอยู่นาน มิสเตอร์ไม่เห็นคนตัวเล็กข้างๆถึงหันกลับมา และพบว่าเด็กสาวกำลังยืนมองวิวอย่างใจจดจ่อ 

เหมือนลูกแมวตัวหนึ่งที่เพิ่งถูกอุ้มออกมาดูโลกกว้าง

แต่เขากลับไม่ได้เรียก แต่ยืนมองเธอเหมือนกับเธอที่มองวิวอยู่อย่างนั้น

แสงไฟสะท้อนดวงตาใสของเด็กสาวทำให้หัวใจที่เคยเย็นช ากลับอุ่นขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ

"เอ่อ...." พนักงานต้อนรับที่เดินถึงโต๊ะแล้ว หยุดมองทั้งคู่ด้วยใบหน้างุนงง และทำท่าจะทัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรอให้ลูกค้าเดินมาเอง

ลมกลางคืนพัดผมของอลิชาไหวเบาๆ จนเธอออกจากภวังค์รีบมองหาคุณอา และสบเข้ากับสายตาของเขาทันที

เหมือนศรกามเทพที่ปักเข้ากลางอกซ้ายไม่ให้โอกาสตั้งตัว

เขายืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มให้เธอรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอีก

อลิชากลืนน้ำลายเดินเข้าไปหาเขา ราวกับแม่เหล็กดูด กระทั่งเธอหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในระยะที่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ

"มองอะไรอยู่"

อลิชาหลบสายตา หันไปมองด้านข้าง "วิวที่นี่ สวยมากเลยค่ะ" แม้ว่าในใจจะรู้สึกว่าคนตรงหน้าน่ามองยิ่งกว่าอีกก็เถอะ

เขายิ้มเหมือนจะพอใจ "งั้น ไปนั่งตรงที่เห็นวิวชัดๆดีมั้ย"

อลิชาพยักหน้าโดยไม่ทันคิด เดินตามไปราวกับคนจิตใจไม่อยู่กับตัว

หลังทั้งสองนั่งลง พนักงานก็ยื่นเมนูให้ เธอเห็นราคาในนั้นก็ถึงกับตกตะลึง เงยหน้ามองคุณอาอย่างอึ้งๆ

แต่ก็เห็นเขาตั้งใจหาอาหารอย่างไม่รู้สึกอะไร

"เอาเซ็ตซิกเนเจอร์ครับ" พนักงานรับเมนู ขณะที่อลิชายังอ้ำอึ้ง

"แล้วก็ ซุปเห็ดทรัฟเฟิล สลัดผักออแกนิก แล้วก็สเต๊กปลาแซลมอนหนังกรอบมาอย่างละหนึ่ง"

พนักงานทวนเมนูจากนั้นก็หันมามองอลิชา รอให้เธอสั่ง

แต่อลิชาในพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นึกได้แค่ ราคาอาหารเทียบเท่ากับค่าแรงเธอทั้งวัน

ทันใดเสียงที่อ่อนโยนก็ดังขึ้นก่อน "ชอบกินปลามั้ย" อลิชาไม่ได้ตอบ รีบก้มดูราคาเมนูปลา

เขาไม่รอให้เธอตอบ " ปลาโดเวอร์โซลซอสเลมอนเคเปอร์แล้วกันครับ"

"ค่ะ รบกวนรออาหารสักครู่นะคะ"

พนักงานตอบด้วยรอยยิ้ม ขอเมนูคืน และเดินกลับไป

ใต้โต๊ะอลิชากำมือแน่น เธอรู้แล้วว่าระหว่างเธอกับคุณอาช่างห่างไกลกัน