เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง) - ตอนที่ ๓๑ ๓๑ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ครอบครัว,หญิง-หญิง,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ครอบครัว,หญิง-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง) โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

ผู้แต่ง

แมวสลิดศรีสยาม

เรื่องย่อ

เท้าความนวนิยาย

เรื่อง ปิ่นลดา

 

คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม 

แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น

 แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป 

ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...

 

*สามารถอ่านฟรี ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๒* 

*เนื้อหาจะเปิดให้อ่านฟรีจนกว่าทางผู้เขียนจะดำเนินการถึงตอนสุดท้ายหรือจนกว่าจะปรับปรุงเป็นฉบับสมบูรณ์ และจะเปิดให้อ่านฟรีหลังจากนั้นเป็นเวลา ๑ เดือน* 

 

- ทั้งนี้เราขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจในนิยายของเรา -

คำเตือน

 

เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่

หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

แว่วพาขวัญ

ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม

เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘ 

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

 

เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม

ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม  รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม

 

สารบัญ

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-บทนำ บทนำ ☑ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑ ๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒ ๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๓ ๓ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๔ ๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๕ ๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๖ ๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๗ ๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๘ ๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๙ ๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๐ ๑๐,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๑ ๑๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๒ ๑๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๓ ๑๓,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๔ ๑๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๕ ๑๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๖ ๑๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๗ ๑๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๘ ๑๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๑๙ ๑๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๐ ๒๐,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๑ ๒๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๒ ๒๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๓ ๒๓,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๔ ๒๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๕ ๒๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๖ ๒๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๗ ๒๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๘ ๒๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๒๙ ๒๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๓๐ ๓๐,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-ตอนที่ ๓๑ ๓๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ (ฉบับร่าง)-end end

เนื้อหา

ตอนที่ ๓๑ ๓๑

 ๓๑

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าสลับกับเสียงกระพรวนที่ดังไปมา ก้าวขึ้นบันไดช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง ทั้งซากหินที่เริ่มพุพัง และสิ่งที่มองไม่เห็นที่พาขวัญ รู้สึกได้ตั้งแต่ข้ามผ่านหมอกเข้ามายังที่แห่งนี้ เมื่อก้าวเข้าใกล้ปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางเรื่อย ๆ ความทรงจำของพาขวัญเริ่มไหลวนเข้ามายังภายในใจของพาขวัญ เรื่องราวที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับแจสเปอร์ ความทรงจำที่ทำให้หวนคิดถึง และเรื่องราวของแม่ ที่มาแทนที่ความกลัว ณ เวลานี้

“ทำไมกัน...” พาขวัญรับรู้หัวใจของตนที่เต้นแรงขึ้น ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ เหมือนกับเด็กที่ได้กลับมาบ้านที่แสนอบอุ่นอีกครั้ง แสงสีเขียวทะลุออกมาจากผิวหนังพาขวัญเนือง ๆ เหมือนมันต้องการกลับไปที่ๆ ของมัน จนทำให้พาขวัญทรุดลงกับพื้น...

“น้องขวัญเป็นอะไรไหม” ลดารีบเข้ามาพยุงตัวพาขวัญ

“ขวัญไม่เป็นไรคะ พี่ลดา” พาขวัญยิ้มแต่ความเจ็บปวดก็ไม่อาจจะฝืนได้

“ไปกันต่อเถอะค่ะ ไปจบเรื่องนี้กัน...” พาขวัญพยุงตัวลุกขึ้นโดยมีพี่สาวของตนประคองเดินขึ้นต่อไป...

จนในที่สุดทั้งห้าคนได้เดินทางมาถึงบานประตูอันใหญ่โตที่ถูกปิดผนึกไว้หลายร้อยปี เห็นได้ชัดจากละอองฝุ่นที่หนาเต๊อะ โดยที่ไม่มีการขยับมาเป็นเวลานาน

“ไปกันเถอะครับ...” เมฆาหันมามองทั้งสี่คน ก่อนจะนิ่งไปครู่เหมือนบริกรรมคาถาบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานประตูค่อย ๆ เปิดออกพร้อมกับเสียงอี๊ดอ๊าด ของเดือยไม้เก่าหลายร้อยปี

ไอเย็นลอยพุ่งกระทบใบหน้าทั้งห้าคน และกลิ่นน้ำอบที่โชยมาแต่ไกล ต่างคนต่างเห็นห้องโถงที่ใหญ่โต แต่ไร้ซึ่งความเจริญมีเพียงความรุ่งเรืองที่ตกหายไปตามกาลเวลาทิ้งไว้ให้เห็นในตอนนี้ บัลลังก์ที่ตั้งโดดเด่น มีเพียงบัลลังก์นั้นที่ดูไม่บุบสลายใด ๆ ยังคงความสมบูรณ์ไว้ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิด กระพรวนข้างซ้ายที่หายไปมาได้ตามใจของมันกลับโผล่อยู่ยนบัลลังก์นั้น

ไม่นานหลังจากที่พาขวัญเห็นกระพรวนเส้นนั้น แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหลังคาหินของปราสาทที่พุพังสาดลงมา ณ บัลลังก์นั้น แสงกระทบกับอัญมณีมรกตที่กลับมาอยู่บนกระพรวนอีกครั้ง แสงสีเขียวพุ่งเข้ามาภายในระยะสายตาของพาขวัญ แสงสีเขียวที่สว่างโดยไม่ทันปรับสายตานั้น...

“แสบตา...แสงนั้นมันอะไรกัน” พาขวัญตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน...

“พาขวัญ...คุณมาแล้ว” เสียงเรียกชื่อของตนดังขึ้น พร้อมกับร่างของใครบางคนพุ่งสวมกอดมาที่พาขวัญ จังหวะที่ไม่ทันได้ตั้งตัว...แต่กลิ่นหอมที่คุ้นเคยนี้

“แจสเปอร์...” พาขวัญจำได้ด้วยความรู้สึก ทั้งสองคลายกอดนั้นออกสายตามองเข้าไปในตาของทั้งคู่ ต่างแสดงความคิดถึงยากจะหยั่งถึงออกมาผ่านแววตานั้น...

“ขวัญคิดถึงคุณมากๆ เลยรู้ไหม...” พาขวัญมองไปที่แจสเปอร์เหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะร้องไห้ออกมา

“ดิฉันรู้ค่ะ...ท่านประธาน...” แจสเปอร์บีบจมูกพาขวัญเบา ๆ กับรอยยิ้มให้พาขวัญ

“ไปช่วยแม่ของขวัญกัน...” แจสเปอร์บอกพาขวัญ พร้อมกับมือที่ดึงพาขวัญให้เดินตามไป หลังจากความมืดที่มองไม่เห็นแทนที่ด้วยแสงตะเกียง พาขวัญก็พบว่าตนยืนอยู่ภายในบ้านที่เห็นมาหลายต่อหลายครั้ง เมื่อเดินเข้าไปใกล้แสงไฟนั้น เงาผู้หญิงที่กำลังอุ้มผ้าห่อเหมือนเด็กทารก นั่งร้องเพลงกล่อมที่พาขวัญคุ้นเคย

“แม่...” พาขวัญจะผลีผลามเข้าไป แต่ก็ฉุดคิดได้ว่า ครั้งที่ฝืนนิมิตเข้าไปใกล้ ทำให้มัลลิกา แม่ของตนตกใจกลัว

“เข้าไปสิไม่เป็นไรหรอก” เสียงแจสเปอร์ที่ดังมาจากทางด้านหลัง แต่ก็โดนความมืดบดบังจนหมด มีเพียงมือที่เอื้อมออกมาผลักด้านหลังของพาขวัญให้เดินเข้าไปหา แม่ของตน

พาขวัญค่อย ๆ ก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ ฝ่าความมืดรอบ ๆ มีเพียงแสงตะเกียงสลัวที่เป็นเป้าหมายเพียงเท่านั้น เสียงกล่อมเด็กยังคงดังอยู่ร่ำไร เมื่อใกล้เพียงประตูกั้น “อื่อ...อื่อ...จา...จา” เพลงกล่อมเด็กของทางภาคเหนือดังแว่วออกมาทางแผ่นไม้ที่ตีปิดไม่สนิท...

แต่เหตุใดไม่อาจรู้ได้เพลงที่แม่ของตนได้ร้องออกมากลับทำให้หวนคิดถึง และจดจำมันได้อีกครั้ง น้ำตาพาขวัญค่อย ๆ ไหลออกมาความรู้สึกที่แสนคิดถึง และโหยหามาตลอด

“แม่...” พาขวัญรวบรวมความกล้าอีกครั้ง มือผลักบานประตูเข้าไปภายในห้องนอนเล็ก ๆ ภาพตรงหน้ามัลลิกานั่งร้องเพลงซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ภายในหัวใจของพาขวัญรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ พาขวัญค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ทีละนิดๆ เมื่อมัลลิการู้สึกตัวสายตาจ้องมองไปที่พาขวัญ ด้วยความตื่นตระหนก เสียงที่กำลังเปลี่ยนเป็นเสียงกรี๊ด จะหลุดออกมาจากมัลลิกา แต่กลับต้องหยุดชะหงัก

“อื่อ...อื่อ...จา...จา...หลับสองต๋า...” พาขวัญร้องเพลงกล่อมเดียวกันออกมา ทำให้หวนคิดถึงวันวานในวัยเด็ก...

 

ภาพในอดีตที่ย้อมกลับเข้ามาในใจของพาขวัญ ตอนเด็ก ไม่กี่ขวบ พาขวัญนอนบนตักป้าจี๊ด “อื่อ...อื่อ...จา...จา” เพลงกล่อมเด็กเพลงเดียวกันที่พาขวัญได้ฟังและเป็นต้องเผลอหลับไปทุกครั้ง

“เพลงนี้มัลลิกาชอบร้องให้หลานฟังตอนเด็ก...” ป้าจี๊ดมองไปที่หลานตัวน้อยที่หลับไปไม่ทันรู้ตัว

“เด็กคนนี้...” เสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาจากป้าจี๊ด

และในตอนนี้พาขวัญที่ได้ฟังเพลงกล่อมนี้และหลับไปทุกครั้งกำลังร้องเพลงกล่อมบทเดียวกัน เหมือนจะเป็นผลมัลลิกาฮัมเพลงตามพาขวัญและมองไปที่ลูกสาวตรงหน้า นัยต์ตาสีเขียวค่อยๆ จางหายไป กลับมาเป็นสีดำปกติ

“แม่...ขวัญมาหาแล้วน่ะแม่...” พาขวัญโผเข้าไปกอดมัลลิกา รัดไว้แน่นเหมือนคนที่คิดถึงใครสักคนมาแสนนาน และได้พบกันอีกครั้ง ความรู้สึกที่โหยหานี้ช่างมีความสุข...

“ขวัญ...ขวัญหรือลูก” มัลลิกาค่อยๆ ผลักพาขวัญออกเบาๆ

“ใช่แล้วแม่ขวัญเอง...” น้ำตาที่ค่อยๆ เริ่มไหลออกมา หลังจากคำเรียกชื่อของตนเพียงไม่กี่คำ

“...” มัลลิกายิ้ม สายตามองดูพาขวัญหัวจรดเท้า...

“โตเป็นสาวแล้วน่ะ...” ต่างฝ่ายต่างปลื้มปลิมที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง

แต่แล้ว...มือคู่หนึ่งโผล่มาทางด้านหลังมัลลิกา ดึงตัวแม่ของตนเข้าไปในความมืดด้านหลัง พาขวัญด้วยสัญชาตญาณ รีบจับมือมัลลิกาที่ยื่นออกมา

“ขวัญช่วยแม่ด้วย...” มือทั้งคู่จับกันไว้แน่น...ด้วยแรงที่พาขวัญมีฉุดรั้งร่างแม่ของตนออกมาสำเร็จ จนได้เห็นต้นเหตุตัวการที่ดึงแม่ของตนไป ร่างนั้นกลับกลายเป็นแจสเปอร์ในชุดเลขาสีขาว ที่คุ้นเคย

 “แจสเปอร์...คุณทำแบบนี้ทำไม...” สายตาพาขวัญสบตากับแจสเปอร์

“วิญญาณของข้า...ข้าไม่ให้เจ้าง่ายๆ หรอก...” เสียงหลายๆ เสียงเปล่งออกมาจากแจสเปอร์ พาขวัญใจสั่นกลัวอีกครั้ง เมื่อร่างที่เห็นเป็นแจสเปอร์ ค่อยๆ กลับคืนเป็นวิญญาณสไบดำที่น่ากลัวตนนั้น

พาขวัญตกใจจนปล่อยมือแม่ของตน ทำให้วิญญาณสไบดำทำได้สำเร็จดึงวิญญาณแม่ของพาขวัญเข้าสู่ความมืด...

“แม่...ขวัญจะไปช่วยแม่...” พาขวัญรวบรวมความกล้าฮึดสุดท้าย ทั้งที่ใจยังสั่นกลัว แขนขาที่ยังอ่อนแรง พุ่งตัวเข้าไปในความมืดนั้น

 

เมื่อผ่านความมืดเข้าไป แสงสีเขียวส่องกระทบสายตาอีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือสิ่งที่พาขวัญเห็นในเวลานี้ คือหญิงสาวสวมชุดสไบสีเขียว ร่ายรำท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง กับผู้คนนับร้อย ที่จุดแสงเทียนไว้ในมือ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เด็กหญิงตัวเล็กที่สวมสไบสีทองสวยงามนั่ง ถือเทียนมองหญิงสาวผู้นั้นร่ายรำ ดั่งนางฟ้าจำแลงกายมา ให้เหล่ามวลมนุษย์ได้รับชม ละอองสีเขียวลอยฟุ้งดั่งหิ่งห้อย ลอยไปทั่วลานพิธีกรรม...

เมื่อจังหวะกลองเร่งจังหวะขึ้น ผู้คนรอบๆ ที่ตกอยู่ในมนต์สะกดค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้า จากที่มีความสุข และหลงไหลในการร่ายรำนั้น เริ่มเปลี่ยนเป็นสีหน้ากังวล และเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่มีใครจะส่งเสียงใดๆ มีเพียงฝีเท้า และเครื่องดนตรีเพียงเท่านั้น...ช่วงท้ายของพิธีกรรม หญิงในสไบเขียวชูอัญมณีมรกตสองเม็ดขึ้นเหนือศีรษะ และนำปิ่นปักผมในมือแทงทะลุผ่านอัญมณีทั้งสองเม็ดเข้าใจกลางตัดผ่านขั้วหัวใจ...เลือดที่ไหลนองย้อมสีสไบเขียวให้กลายเป็นสีดำ ร่างไม่ล้มแต่อย่างใด กลับนั่งสง่าอยู่กลางพิธี...

“รีบออกไปได้แล้วพวกเอ็ง...ถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าที่นี่แบบพวกข้า” เสียงชายแก่เรียกสติของเหล่ากลุ่มคนที่ทำใจไม่ได้กับการจากไปตรงหน้า...

“พวกเอ็งเอาอัญมณีไปที่ป่า...เร็ว!!!” ชายแก่บอกให้หนุ่มสาวราวๆ สิบสองคนที่รออยู่ด้านล่างลานพิธี

บางคนวิ่งนำกล่องมาใส่อัญมณี บ้างนำร่างใส่ไว้ในโลงทองอย่างดี เหมือนเตรียมไว้ล่วงหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจากการสั่งการชายชราตรงหน้าบนลานพิธี ตรงหน้าพาขวัญ เมื่อทุกอย่างเงียบลง เหลือเพียงชายแก่ ที่มองดูรอบเหมือนคนอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย...เมื่อมองจนครบรอบแต่กลับมองมาที่พาขวัญเหมือนจะโดนรู้ตัวเข้าแล้ว

“เจ้าก็ไปด้วย!!!” เสียงตะคอกนั้นทำให้ร่างนิมิตของพาขวัญปลิวลอยเคว่งไปข้างหลังจนผ่านประตูบางอย่าง...

“โอ๊ย...” หลังที่กระเด็นติดบางอย่างเข้าอย่างจัง...สติค่อยๆ กลับมาสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่กี่สิบเมตรกลับเป็นบัลลังก์ในตอนแรก แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า วิญญาณแม่ของตนถูกตรึงติดไว้กับบัลลังก์นั้น ด้านหลังมีวิญญาณจ้าวมรกตในชุดสไบสีดำยืนไม่ห่างจ้องมองมาที่พาขวัญ...

“เจ้าอยากช่วยแม่เจ้า...ก็จงเอาวิญญาณเจ้ามาแลก!!!” เสียงหัวเราะอันน่าสยอง ออกมาด้วยความสะใจ...

“น้องขวัญ...” เสียงกระซิบดังมาจากข้างหลัง

“พี่ลดา...ทุกคน” ลดายิ้มให้ และแตะไปที่มือน้องสาวเบา

“พวกพี่จะช่วยดึงความสนใจให้น้องรีบไปปลดผนึกให้ได้น่ะน้องขวัญ...ช่วยป้าให้ได้น่ะ” ลดาพูดกับน้องของตนที่หวาดกลัวอยู่

“พี่ๆ อยู่นี่แล้วไม่ต้องห่วงน่ะ” ลดาส่งยิ้มให้อีกครั้ง แสงสีแดงส่องสว่างขึ้น ดวงตาพี่สาวที่อ่อนโยนนั้น กลายเป็นสีแดงดั่งนักรบที่กระหายชัยชนะ พุ่งเข้าไปหาจ้าวมรกต

การปะทะของพลังทั้งอัญมณีทับทิม และอัญมณีบริวารทั้งสอง ทั้งเพชร และเพทาย พุ่งใส่จ้าวมรกตจนต้องถอยล่มไปทางด้านหลัง

“หน่อย...พวกเจ้า” ด้วยอำนาจอันล้นพ้นของจ้าวมรกตโบกสะบัดด้วยมือเดียวทั้งสามกระเด็นไปไกล ภาพตรงหน้าของพี่ๆ ที่เสียสละสร้างโอกาสให้ และใบหน้าของแม่ที่เจ็บปวด พาขวัญเกิดความแค้นกัดกินในใจ

แสงสีเขียวอันขุ่นมัวบนบัลลังก์ตอบสนองความแค้นนั้น ควบคู่กับอัญมณีมรกตบนกระพรวนที่พาขวัญถอดออกมากำไว้ในมือแน่น วิ่งเข้าไปยังบังลังนั้น ระยะห่างระหว่างจ้าวมรกต และพาขวัญ พอๆ กัน...ทั้งสองสิ่งเข้ามายังบัลลังก์ อีกคนต้องการจบเรื่องราวนี้ อีกคนต้องการยึดครองวิญญาณนั้น...

จ้าวมรกตเห็นพาขวัญที่กำลังวิ่งมาทางบัลลังก์ พลังก่อตัวในอากาศเพื่อขัดขวางพาขวัญ แต่สิ่งไม่คาดคิด “ปัง!!!” เสียงดังสนั่นพร้อมกับแสงสีฟ้าตัดผ่านหน้าพาขวัญพุ่งตรงไปยังวิญญาณร้าย...กระทบร่างวิญญาณเข้าอย่างจัง จนกระเด็นไปทางด้านหลัง 

มัลลิกาที่หลุดพ้นจากพันธนาการ คว้ากระพรวนและอัญมณีมรกตอีกเม็ด วิ่งเข้าหากันและกัน “หยุดเดียวนี้!!!” เสียงกรี๊ดร้องออกมาจากวิญญาณจ้าวมรกต...

“จบสักที...สู่สุขคตินะ...แจสเปอร์...”

“แกร๊ก!!!” ...”กริ๊ง...” เสียงกระทบของอัญมณี และเสียงสั่นไหวของกระพรวนดังขึ้น...แสงสีเขียวสว่างวูบลบกลบความมืดไปจนสิ้น

“แม่...ขวัญทำได้แล้ว...” แสงที่เปล่งประกายจากอัญมณี และหัวใจมรกตของพาขวัญได้ส่องสว่างเช่นกัน มัลลิกาโอบกอดร่างลูกของตนไว้ และเป็นภาพสุดท้ายก่อนพาขวัญจะหมดสติลง...