เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ - ตอนที่ ๑๐ ๑๐ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

ผู้แต่ง

แมวสลิดศรีสยาม

เรื่องย่อ

เท้าความนวนิยาย

เรื่อง ปิ่นลดา

 

คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม 

แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น

 แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป 

ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...

 

*สามารถอ่านฟรี ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๙* 

*ตอนจบ สงวนราคา ๕ เหรียญทอง* 

 

- ทั้งนี้เราขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจในนิยายของเรา -

คำเตือน

 

เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่

หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

แว่วพาขวัญ

ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม

เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘ 

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

 

เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม

ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม  รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม

 

สารบัญ

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-บทนำ บทนำ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑ ๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๒ ๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๓ ๓ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๔ ๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๕ ๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๖ ๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๗ ๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๘ ๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๙ ๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๐ ๑๐

เนื้อหา

ตอนที่ ๑๐ ๑๐

๑๐

 

 

 

 

รถตู้ดำสนิทของ P.J.P. Group พุ่งทะยานฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แสงฟ้าผ่าเผยให้เห็นป่าทึบของอำเภอลับแลที่ดูราวกับปีศาจยักษ์ พัฒ สบถเบา ๆ เมื่อเข็มไมล์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถเริ่มเกิดอาการ "รวน" จนเข็มทิศหมุนไม่เป็นทิศทาง

"ทุกคนเกาะไว้แน่น ๆ นะครับ!" พัฒตะโกนพลางหักพวงมาลัยหลบก้อนหินใหญ่ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางถนน ทันใดนั้น รถทั้งคันก็รู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์สุญญากาศ แสงสีขาวสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตา ก่อนที่ความเงียบงันจะเข้าปกคลุมแทนที่เสียงเครื่องยนต์ 

เมื่อลืมตาขึ้น พวกเขาไม่ได้อยู่บนถนน และบนรถอีกต่อไป แต่สิ่งที่ปรากฏ กลับเป็นว่าทุกคนต่างยืนอยู่บนรางรถไฟเก่าที่ทอดยาวสู่อุโมงค์ที่ปกคลุมไปด้วย "แสงสีเขียวมรกต" แสงเข้มข้นจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเยือกเย็นและน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก ทันใดนั้น ทุกคนต้องตกใจกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดนายสถานีโบราณสีกากี ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกเงาบดบังจนมองเห็นเพียงดวงตาสีเขียววาวสะท้อนแสงในความมืด

"หยุด! ดินแดนนี้ไม่ต้อนรับมนุษย์ผู้มีลมหายใจ จงกลับไปที่ที่พวกเจ้าควรอยู่เสีย... " เสียงของเขาดังกังวานไปรอบ ๆ พื้นที่

"ที่นี่คือรอยต่อเมืองลับแล มีเพียงผู้มีสายเลือดแห่งมรกต หรือผู้ที่ครอบครอง 'อัญมณีมรกต' เท่านั้นที่จะก้าวข้ามไปได้ หากผู้ใดบุกรุกโดยไร้พันธะ... วิญญาณของมันจะถูกจองจำ ณ ที่แห่งนี้ชั่วนิรันดร์!" เมื่อสิ้นคำกล่าวด้วยสัญชาตญาณ พาขวัญ ก้าวออกไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว เธอสะบัดชายผ้าคลุมเผยให้เห็น กระพรวนฝั่งอัญมณีมรกต ส่องสว่างตอบรับชายชรา ตรงหน้า และได้สั่นรัวจนเกิดคลื่นพลังสีเขียวผลักดันหมอกควันออกไป

"ดิฉันคือผู้ถือครองอัญมณีมรกต! ในปัจจุบัน สามารถผ่านได้ไหมคะ?" พาขวัญถามตรงไปยังชายชราตรงหน้า ตามมาด้วยแจสเปอร์ ที่ก้าวมายืนเคียงข้าง และได้ใช้พลังของอัญมณีมรกตแผ่ แสงสีเขียวกระทบกับชายชราผู้เฝ้าทางเข้า

"มีกุญแจมรกต... ก็นับว่ามีสิทธิ์เพียงครึ่งเดียว" ชายชราแค่นยิ้มออกมา

"แม้ว่าเจ้าจะมีอัญมณี แต่หากตัวพวกเจ้าไร้ซึ่งสัจจะภายในใจ คิดคด โลภในทรัพย์ และสิ่งเร้า พวกเจ้าก็สามารถเข้าไปได้ แต่เพียงเจ้าต้องทิ้งดวงวิญญาณพวกเจ้าไว้ที่แห่งนี้!" พาขวัญ และแจสเปอร์ทั้งคู่จ้องมองไปยังกันและกัน ก่อนเสียงกำแพงที่ล่องหนแตกกระจายออกราวกับกระจก นายสถานีอันตรธานไป ทิ้งไว้เพียงอุโมงค์มืดมิดที่มีด้ายแดงสีชมพูจางๆ พาดผ่าน ก่อนทั้งหมดก้าวเดินตรงไปยังอุโมงค์รถไฟที่ปรากฏตรงหน้า ก่อนที่เสียง ลดา จะดังขึ้น

"ขวัญ! แจสเปอร์เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว!" ลดา ร้องเตือน เมื่อเห็นร่างของแจสเปอร์เริ่มสั่นไหวเหมือนสัญญาณโทรทัศน์ที่ขาดหาย ลดาไม่รอช้า ดึง ปิ่นปักผมทับทิม ออกมาแล้วปักลงบนอากาศตรงหน้าแจสเปอร์ แสงสีแดงสว่างขึ้นภายนอกทั่วทั้งอุโมง แสงสีแดงเป็นฝุ่นผงเล็ก ๆ ลอยฟุ้งทั่วทั้งอุโมง และภายในดวงตาของแจสเปอร์ทอประกายสีแดงเจิดจ้า แสงเหล่านั้นที่ลอยอยู่เมื่อครู่พุ่งเข้าหาแจสเปอร์และลอยอยู่รอบ ๆ ตัวของแจสเปอร์ เพื่อรักษาตัวตนไม่ให้หายไป

"พี่จะใช้พลังทับทิม 'ตรึงสติ' ของแจสเปอร์ไว้ก่อนนะขวัญ!" ลดาตะโกนใช้พลังของอัญมณี 

"คุณแจสเปอร์... อย่าหลับ! ถ้าคุณหลับตอนนี้... " พาขวัญรีบเข้าไปกอดแจสเปอร์ไว้เพื่อส่งผ่านไออุ่นเพื่อเรียกสติให้กับแจสเปอร์

"พวกมันมาแล้ว!" พัฒ ดึงสติทุกคนพลางชักปืนคู่ใจที่ลงอักขระสีทองออกมา จากเงามืดในอุโมงค์มรกต ร่างคล้ายมนุษย์ที่สวมหน้ากากนกฮูกสีดำพุ่งออกมาจากผนังถ้ำ พวกมันคือสมุนของพิรัตนที่ถูกส่งมา

"พี่คิรัน! ช่วยคุ้มกันขวัญกับแจสเปอร์เข้าไปในอุโมงค์ทีครับ! ทางนี้ผมกับลดาจัดการเอง!" พัฒรัวกระสุนอาคมเข้าใส่ศัตรู 

แสงไฟกระพริบจากปากกระบอกปืนสลับกับแสงสีแดงจากปิ่นทับทิมของลดาที่กลายเป็นพลังตอบโต้ในระยะประชิดด้วยศิลปะต่อสู้ที่ครั้งอดีตได้ติดตัวมาครั้งออกศึกข้างกายองค์หญิงมณีรินทร์ จนลูกสมุนของพิรัตน ล้มลงทีละคน พาขวัญจ้องมองพี่สาวราวกับเป็นคนละคนที่ตนไม่อาจหยั่งรู้ได้ถึง คิรัน แหวนนิลฟาดฟันกลางอากาศ เกิดแสงสีม่วงโชติช่วงแหวกทางเป็นแนวยาว เปิดทางให้พาขวัญ มุ่งหน้าตรงไป...

"วิ่งไปขวัญ! อย่าหันหลังกลับมา! บุปผาอยู่ที่ปลายทางนั่น!" พาขวัญประคองแจสเปอร์ที่เริ่มอ่อนแรงวิ่งไปตามด้ายแดงสีชมพู 

ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงปะทะกันของมนตรา จนกระทั่งเธอเห็นร่างของเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ที่กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่กลางวงล้อมของโซ่ตรวนสีเลือด... และข้างหลังคือเงามืดขนาดใหญ่ที่กำลังอ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินอัญมณีสีชมพู!...