เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ - ตอนที่ ๙ ๙ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

ผู้แต่ง

แมวสลิดศรีสยาม

เรื่องย่อ

เท้าความนวนิยาย

เรื่อง ปิ่นลดา

 

คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม 

แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น

 แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป 

ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...

 

*สามารถอ่านฟรี ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๙* 

*ตอนจบ สงวนราคา ๕ เหรียญทอง* 

 

- ทั้งนี้เราขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจในนิยายของเรา -

คำเตือน

 

เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่

หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

แว่วพาขวัญ

ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม

เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘ 

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

 

เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม

ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม  รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม

 

สารบัญ

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-บทนำ บทนำ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑ ๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๒ ๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๓ ๓ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๔ ๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๕ ๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๖ ๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๗ ๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๘ ๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๙ ๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๐ ๑๐

เนื้อหา

ตอนที่ ๙ ๙

 

 

 

 

แสงอาทิตย์สีทองอร่ามค่อย ๆ ทอแสงพาดผ่านคุ้งน้ำโขงหน้าโรงแรมวารีพฤกษา กลิ่นอายความละโมบที่เคยหนาแน่นจนหายใจลำบากจางหายไปราวกับหมอกธาตุ พาขวัญ นั่งนิ่งอยู่ที่ระเบียงไม้ ทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลเอื่อย เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของกระพรวนมรกตที่ข้อเท้า อัญมณีมรกตดูเหมือนจะ "สงบ" ขึ้นหลังจากได้รวมดวงวิญญาณของพ่อเลี้ยงหมื่นภพเข้าสู่ตัวอัญมณี

"ตื่นเช้าจังเลยนะยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มของ คิรัน ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของพี่น้องตระกูลปริญรัตน ที่เดินเรียงแถวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

"พี่คิรัน... พี่ลดา พี่พัฒ" พาขวัญอุทานด้วยความดีใจ 

"ขวัญยังไม่ได้ขอบคุณทุกคนเลยที่ช่วยจัดการผนึกที่สี่ ถึง ผนึกที่สิบสองให้ ขวัญนึกว่าพวกพี่จะไม่มาช่วยขวัญแล้วซะอีก..." ลดา เดินเข้ามาใกล้พลางขยับแว่นสายตา มือเรียวของเธอเอื้อมไปสัมผัส "ปิ่นปักผมทับทิม" สีแดงสดที่ปักอยู่บนมวยผมอย่างประณีต อัญมณีบนปิ่นนั้นกำลังเรืองแสงวาบเป็นจังหวะเหมือนชีพจร

"จะปล่อยน้องเจอเรื่องแบบนี้คนเดียวได้ยังไงล่ะขวัญ ในเมื่อพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน พี่ใช้พลังจากปิ่นทับทิมเล่มนี้แหละตามหาผนึก และช่วยน้องเอง พลังของอัญมณีทับทิมช่วยให้พี่มองเห็นร่องรอยอาคมที่พิรัตนทิ้งไว้ตามโรงแรมต่าง ๆ จนเราเจอตำแหน่งของผนึกที่เหลือได้ก่อนยังไงละ" พัฒ ในชุดนอกเครื่องแบบที่ดูภูมิฐาน พยักหน้าเสริมด้วยรอยยิ้ม 

"ส่วนพี่ก็ใช้ตำแหน่งรองผู้กำกับ ขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรและหน่วยสายสืบในการเข้าตรวจสอบวัตถุโบราณต้องสงสัยในฐานะคดีอาชญากรรมทางวัฒนธรรมครับ พี่ใช้กระบวนการทางตำรวจเปิดทางให้ลดาเข้าถึงสิ่งของเหล่านั้นได้อย่างถูกกฎหมายและรวดเร็ว ตอนนี้ผนึกเหล่านั้นถูกส่งไปเก็บรักษาในห้องนิรภัยที่ลงอาคมของตระกูลเราเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงกระทบมือของพัฒ และลดาดังขึ้นด้วยความภาคภูมิใจของทั้งสอง ทำให้พาขวัญยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ขวัญขอบคุณนะคะพี่ ๆ ขวัญไม่ได้สู้คนเดียวจริง ๆ ด้วย" น้ำตาคลอเบา ๆ ด้วยความดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ก่อขึ้นในใจของพาขวัญ

หลังจากคุยกับพี่ ๆ พาขวัญปลีกตัวออกมาเดินที่สวนริมน้ำ เธอพบ แจสเปอร์ ยืนรออยู่ใต้ต้นปีบที่กำลังออกดอกสะพรั่ง กลิ่นหอมนวลของดอกไม้ป่าเข้ากับบรรยากาศยามเช้าอย่างน่าประหลาด 

"ท่านประธานดูมีความสุขขึ้นนะคะ" แจสเปอร์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด 

"เพราะขวัญรู้แล้ว ว่าขวัญไม่ได้อยู่เพียงลำพังยังไงละคะ คุณแจสเปอร์" พาขวัญเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า 

"และฉันก็รู้ด้วยว่า... ไม่ว่าฉันจะหันไปทางไหน ฉันจะเจอคุณเสมอ" แจสเปอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาสัมผัสแก้มของพาขวัญแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นเยียบแต่กลับอบอุ่นไปถึงหัวใจ 

"ดิฉันถูกส่งมาเพื่อปกป้องท่านประธาน... แต่ตอนนี้ ความรู้สึกของดิฉันมันล้นจนเกินคำว่าหน้าที่ไปไกลแล้วค่ะ" พาขวัญหลับตาลงรับสัมผัสนั้น 

"ขวัญรู้ค่ะว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่ผ่านมามันคืออะไร...” พาขวัญลืมตา และมองเข้าไปในตาของแจสเปอร์

“ขวัญ… รักคุณค่ะ... คุณแจสเปอร์... ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนที่คอยปกป้อง หรือความรู้สึกชั่ววูบ แต่ขวัญรักที่เป็นคุณคะ คุณแจสเปอร์" แจสเปอร์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ น้ำตาใส ๆ คลอเบ้า ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ถอนมือออกช้า ๆ และถอยหลังไปหนึ่งก้าว

"ดิฉัน... รับรักของท่านไม่ได้ในตอนนี้ค่ะ" แจสเปอร์เอ่ยเสียงสั่นพร่า  

"ท่านประธานคะ… ความจริงคือ... “ แจสเปอร์นิ่งเงียบครู่หนึ่ง เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่าง...ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา

”ความจริงแล้ว... ร่างที่ท่านเห็นอยู่นี้ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงค่ะ... เป็นเพียงร่างที่คุณคิรันได้สร้างขึ้นจากพลังของอัญมณีนิลสีดำ เพียงเท่านั้น และดิฉันยังคงติดอยู่ในมิติที่ซ้อนทับ หนทางเดียวที่ดิฉันจะได้กลับมามีร่างกายที่เป็นเลือดเนื้อจริง ๆ คือต้องรวบรวมผนึกมรกตให้ครบทั้ง 20 ดวงเท่านั้นค่ะ... ท่านประธาน" แจสเปอร์เว้นวรรคด้วยความเจ็บปวด และได้จับมือของพาขวัญขึ้นมาแนบอกของตน ทำให้พาขวัญต้องตกใจกับชีพจรที่นิ่งสงัด ไร้ซึ่งสัญญาณของสิ่งมีชีวิต

"แต่กฎของอัญมณีมรกตนั้นโหดร้ายค่ะ เมื่อใดที่ดิฉันได้รับกายหยาบกลับมาเป็นมนุษย์... พลังของกระพรวนจะรีเซ็ตทุกอย่างเพื่อแลกกับการเกิดใหม่ ความทรงจำทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ดิฉันเป็นเพียงดวงวิญญาณ ความรู้สึกที่เรามีต่อกัน... มันจะหายไปทั้งหมด ดิฉันจะลืมว่าท่านคือใคร และหากดิฉันต้องตื่นขึ้นมาโดยที่จำท่านไม่ได้ ดิฉันจะกล้ารับรักท่านได้อย่างไร?" พาขวัญยืนนิ่งราวกับถูกสาบ ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้หัวใจของเธอแทบแตกสลาย สายตามองไปที่แจสเปอร์ที่ยิ้มทั้งน้ำตาในตอนนี้

ระหว่างเหตุการณ์แสนเจ็บปวดที่เกิดขึ้น... พาขวัญได้ฉุกคิดบางอย่าง จึงรีบเดินกลับที่พัก และรีบเดินไปหาลดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังสุดท้าย พาขวัญเล่าเหตุการณ์ให้ลดา พี่สาวของตนได้รับฟัง และเธอเล่าเรื่องเงื่อนไขการลืมเลือนของแจสเปอร์ปิดท้าย

“ขวัญจะทำยังไงดีคะพี่ลดา” พาขวัญลุกลี้ลุกลน ถามลดาออกไป

"ขวัญไม่อยากให้แจสเปอร์ลืมขวัญ... ขวัญต้องทำยังไงดีคะ?" ลดาขมวดคิ้ว ลูบอัญมณีบนปิ่นปักผมทับทิมอย่างใช้ความคิด 

"พี่ไม่แน่ใจว่า... พลังของทับทิมของพี่คือ 'ควบคุมจิตใจ' และ 'บงการจิต' พี่ว่า ถ้าแจสเปอร์จะลืมเพราะพลังมรกตถูกล้างออกไป บางทีพี่อาจจะใช้อัญมณีทับทิม บันทึกความทรงจำ และส่งให้เจ้าตัวตอนได้รับร่างแล้วไว้ก่อนที่การรีเซ็ตจะเกิดขึ้น คงทำได้ละมั้งพี่ไม่แน่ใจ..." ลดาครุ่นคิด ขณะที่ลูบอัญมณีทับทิมไปพลาง ๆ

"ทำได้จริง ๆ เหรอคะ?" พาขวัญถามด้วยเสียงสั่น

"พี่จะลองดูนะขวัญ ในเมืองลับแล... ที่นั่นคือศูนย์รวมของสิ่งที่ถูกลืม เราต้องไปที่นั่น และพี่จะพยายามใช้ปิ่นเล่มนี้ 'บันทึก' ความจำของแจสเปอร์ไม่ให้เปลี่ยนไว้ให้ได้!" ลดารู้สึกฮึกเหิม หลังจากตนว่างมาแสนนาน แต่ด้วยเหตุนี้พาขวัญ รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาระดับหนึ่ง

ในค่ำคืนหลังจากพาขวัญนอนหลับตาลงนอน ไม่นานนักในห้วงนิมิตประหลาด เธอเห็นสถานีรถไฟเก่าคร่ำครึแห่งหนึ่งที่ป้ายสถานีถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนอ่านชื่อเกือบไม่ออก ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างรีบเร่ง มีเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางผู้คนที่วุ่นวายรอบ ๆ ในมือของเธอมีสร้อยคอรูปดอกไม้ ใจกลางของจี้ดอกไม้นั้น ปรากฏ อัญมณีแซฟไฟร์สีชมพู ที่เปล่งแสงนวลตา

พลังของหญิงสาวนั้นช่างน่าอัศจรรย์ เธอสามารถมองเห็น 'ด้ายแดง' ที่ผูกโยงหัวใจของผู้คน เธอใช้พลังคิวปิดนั้นช่วยปรับความเข้าใจให้คู่รักหลายคู่กลับมาครองรักกันอีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าใจหายคือ ทันทีที่เธอช่วยใครเสร็จ คนเหล่านั้นจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น

แม้แต่ในฝัน พาขวัญพยายามจะวิ่งเข้าไปหา แต่ร่างของหญิงสาวก็จะเลือนลางลงทุกครั้งที่ความทรงจำของคนรอบข้างหายไป

"คุณ... คุณช่วยฉันด้วยที่นี่คือ 'สถานีรถไฟนี้จะมุ่งหน้าไปเมืองลับแล' ...ฉันต้องใช้พลังนี้เชื่อมด้ายแดงไปเรื่อย ๆ เพื่อประคองไม่ให้ตัวฉันจางหายไปจนหมด... มีบางอย่างกำลังตามล่าฉันอยู่... ช่วยฉันด้วย..." พาขวัญสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับคราบน้ำตา เธอจำได้แม่นยำ 

"สถานีลับแล... อุตรดิตถ์!" ภาพจำสุดท้ายก่อนที่จะตื่น สายตาพาขวัญได้เหลือบไปเห็นป้ายสถานี ก่อนที่จะตื่นขึ้น

เช้ามืดวันต่อมา พี่น้อง P.J.P. ทุกคนรวมตัวกันประชุมเคร่งเครียด พาขวัญเล่าเรื่องนิมิตเด็กสาวในชุดสีชมพูและสถานีรถไฟลับแลให้ทุกคนฟัง คิรันฟังจบก็ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าและเคร่งขรึม

"ขวัญ... เด็กสาวที่น้องเห็น คือ 'บุปผา'ญาติผู้น้องคนเดียวของเราที่หายตัวไปพร้อมอัญมณีสีชมพูประจำตระกูล" พาขวัญเบิกตากว้าง 

"บุปผา... งั้นเหรอคะ?"

"ใช่" คิรันพยักหน้า 

"พลังคิวปิดของเธอเป็นพรที่แลกด้วยคำสาป ยิ่งเธอช่วยให้คนรักกันมากเท่าไหร่ ผู้คนจะยิ่งลืมเธอ และเธอก็จะยิ่งลืมตัวเอง แต่จากที่ขวัญบอก การที่เธอยังพยายามใช้พลังอยู่ นั่นแปลว่าเธอกำลังใช้พลังนั้นเพื่อ 'ยับยั้ง' ไม่ให้ตัวตนหายไปอย่างสมบูรณ์ เพื่อรอให้พวกเราไปช่วย และดูเหมือนว่าเธอกำลังปกป้องปริศนาบางอย่างจากเงามืดที่ตามล่าเธออยู่" พัฒพยักหน้าพลางเช็กข้อมูลในฐานระบบตำรวจ

"สถานีที่ขวัญเห็น พี่ตรวจสอบแล้วครับ มันคือสถานีหยุดรถไฟสายเก่าในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งปัจจุบันได้ปิดทำการไปแล้วครับ พี่จะประสานงานท้องถิ่นเพื่อเปิดทางให้เราตรวจสอบได้สะดวกนะครับ" พาขวัญหันไปสบตาแจสเปอร์ด้วยความมุ่งมั่น

"เราจะไปที่นั่นกันค่ะ...“