เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ - ตอนที่ ๘ ๘ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

ผู้แต่ง

แมวสลิดศรีสยาม

เรื่องย่อ

เท้าความนวนิยาย

เรื่อง ปิ่นลดา

 

คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม 

แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น

 แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป 

ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...

 

*สามารถอ่านฟรี ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๙* 

*ตอนจบ สงวนราคา ๕ เหรียญทอง* 

 

- ทั้งนี้เราขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจในนิยายของเรา -

คำเตือน

 

เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่

หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

แว่วพาขวัญ

ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม

เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘ 

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

 

เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม

ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม  รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม

 

สารบัญ

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-บทนำ บทนำ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑ ๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๒ ๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๓ ๓ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๔ ๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๕ ๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๖ ๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๗ ๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๘ ๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๙ ๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๐ ๑๐

เนื้อหา

ตอนที่ ๘ ๘

 

 

 

 

สายลมชื้นจากแม่น้ำโขงพัดพากลิ่นดินและสายน้ำเข้ามาปะทะใบหน้า แต่สำหรับ พาขวัญ เธอกลับไม่ได้รู้สึกถึงความสดชื่นเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าตอนนี้ พาขวัญ ได้มาถึงโรงแรม วารีพฤกษา เป็นรีสอร์ตหรูที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพันธุ์ไม้เขียวขจีในจังหวัดหนองคาย สถาปัตยกรรมไม้สักทองผสมผสานกับงานเบญจรงค์ดูวิจิตรบรรจง แต่ลึก ๆ และตนกลับมีความกังวลอย่างบอกไม่ถูก

“ท่านประธานคะ สีหน้าท่านดูไม่สู้ดีเลย ตั้งแต่ออกมาจากมณีมงคล ท่านยังไม่ได้พักผ่อนเต็มอิ่มเลยนะ” แจสเปอร์ เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอาทรขณะที่ยื่นแก้วน้ำอัญชันมะนาวเย็นฉ่ำให้ 

“ขอบคุณค่ะ” พาขวัญรับแก้วมา แต่กลับจ้องมองปลายนิ้วของแจสเปอร์แทน 

“คุณแจสเปอร์... รู้สึกไหมคะ? ที่นี่มันต่างจากที่อื่น มันไม่ได้เย็นยะเยือกเหมือนตอนเจอคุณหญิงเพรงนภาก่อนหน้า แต่มัน... รู้สึกร้อนรุ่ม อยู่ตลอดเวลาเลย...” แจสเปอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีเข้มของเธอมองสำรวจไปรอบ ๆ ล็อบบี้ที่พนักงานเดินกันขวักไขว่ 

“คงเป็นพลังของผนึก ความโลภค่ะท่านประธาน... ความริษยา ของเพรงนภา มันทำให้คนตาบอด แต่ความโลภมันทำให้คนตายใจ ที่นี่ถูกสร้างขึ้นบนความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด และดูเหมือนว่า ‘เขา’ กำลังรอเราอยู่นะคะ...” เมฆา เดินเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าทุกวัน 

“คุณพาขวัญครับ ผมเช็กประวัติโรงแรมนี้อย่างละเอียดแล้ว ก่อนที่เครือ P.J.P. จะเข้าซื้อที่นี่ ที่ดินผืนนี้เคยเป็นของ พ่อเลี้ยงหมื่นภพ มหาเศรษฐีค้าไม้ที่ถูกผนึกหลายร้อยปีจริง ๆ ครับ ทั้งที่จะตายยังมาหวงสมบัติที่นี้อีก...” เสียงถอนหายใจยาวออกมาจากเมฆา

“พ่อเลี้ยงหมื่นภพ...” พาขวัญพึมพำ 

“ชื่อนี้ฟังดูทรงอำนาจจังเลยนะคะ”

“และอันตรายมากครับ” เมฆาเสริม 

“เพราะผนึกดวงที่สามที่ซ่อนอยู่ที่นี่ คือ โถเบญจรงค์สีเลือด ว่ากันว่ามันถูกย้อมด้วยหยดเลือดสุดท้ายของเขาเพื่อสาปแช่งใครก็ตามที่โลภอยากได้สมบัติของเขา...ผมคิดว่าพ่อเลี้ยงหมื่นภพคงมาแทนที่วิญญาณที่อยู่ผนึกเป็นตัวตายตัวแทนไปแล้วครับ...”

ทีมงานเดินมุ่งหน้าไปยังอาคารประชุมกระจกที่ตั้งยื่นออกไปในแม่น้ำ ที่นั่นมีการประชุมบอร์ดบริหารรายย่อยเพื่อสรุปงบประมาณการรีโนเวทครั้งใหญ่ เมื่อพาขวัญก้าวเท้าเข้าไปในห้อง กลิ่นคาวสนิมจาง ๆ ก็แตะจมูกเธอทันที

บนหิ้งไม้สักหลังเก้าอี้ประธาน มี โถเบญจรงค์สีดำ ลายกนกสีทองวางเด่นอยู่ มันดูสวยงามแต่กลับมีรัศมีสีแดงหม่นแผ่ออกมา

“ฉันบอกแล้วไงว่าโปรเจกต์นี้ฉันต้องเป็นคนคุม!” เสียงตะโกนของกรรมการชายคนหนึ่งดังขึ้นจนพาขวัญสะดุ้ง เขาทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น แววตาที่เคยสุภาพกลับกลายเป็นความกราดเกรี้ยว 

“คุณจะบ้าหรือไง? งบประมาณส่วนนี้มันต้องเป็นของฝ่ายจัดซื้อของผมสิ!” กรรมการอีกคนสวนกลับ พร้อมกับลุกขึ้นชี้หน้า 

“หยุดเดี๋ยวนี้ค่ะทุกคน!” พาขวัญพยายามห้าม “เรามาที่นี่เพื่อคุยเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว!”

หากแต่เวลานี้ไม่มีใครฟังเธอ... บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มบิดเบี้ยว แสงไฟกระพริบถี่ ๆ ภาพสะท้อนในกระจกห้องประชุมเห็นเป็นร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเพื่อนบ้านโบราณผสมล้านนา ยืนเหยียบอยู่บนโต๊ะประชุม พาขวัญตกใจจนถอยหลัง แต่หากทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ กับบังพาขวัญไว้และยืนประจันหน้ากับวิญญาณสีดำตรงหน้า ร่างที่ปรากฏนั้นคือ พ่อเลี้ยงหมื่นภพ ที่กำลังแสยะยิ้ม มองดูมนุษย์เข่นฆ่ากันด้วยความบันเทิง

“เจ้าเห็นไหม... พาขวัญ...” เสียงทุ้มแหบพร่าดังแว่วเข้ามาในหูของเธอคนเดียว 

“มนุษย์พวกนี้มันโง่เขลา... แต่เจ้าต่างออกไป เจ้ายิ่งใหญ่กว่า... เจ้าครอบครอง P.J.P. ทั้งหมดได้เพียงคนเดียว... แค่กำจัดพวกมันทิ้งเสีย...”  

“ไม่... ไม่ต้องการแบบนั้น!” พาขวัญกุมขมับ เธอรู้สึกถึงความอยากเอาชนะที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล 

ทันใดนั้น กรรมการคนแรกก็คว้าแจกันดอกไม้ฟาดลงบนโต๊ะจนแตกกระจาย แล้วหยิบเศษแก้วแหลมคมพุ่งเข้าใส่ลำคอของเพื่อนร่วมงาน! 

“ตายซะ! แกจะไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว!”

“กรี๊ดดดด!” พนักงานสาวในห้องร้องลั่นเมื่อเลือดสด ๆ สาดกระเซ็นลงบนเอกสารสัญญาสีขาวสะอาด กลิ่นคาวเลือดกระตุ้นให้พ่อเลี้ยงหมื่นภพหัวเราะร่า 

“พาขวัญ! อย่ามอง!” แจสเปอร์พุ่งเข้ามากอดพาขวัญจากด้านหลัง มือของเธอปิดตาพาขวัญไว้เพื่อไม่ให้เห็นภาพสยองขวัญตรงหน้า 

“อย่าให้ความโลภของมันมาควบคุมคุณ! ท่านประธานไม่ใช่คนแบบนั้น!” แจสเปอร์กระซิบข้างหู

“แจสเปอร์... ฉัน... ฉันเจ็บหัวใจไปหมดเลย เหมือนมีใครเอาไฟมาเผาข้างใน” พาขวัญสะอื้น ร่างกายสั่นเทิ้ม แจสเปอร์กัดริมฝีปาก เธอรู้ดีว่าต้องใช้พลังมากกว่าเดิมเพื่อปกป้องพาขวัญ

“เมฆา! กันคนออกไป! ดิฉันจะจัดการเอง!” แจสเปอร์หลับตาลง แสงมรกตสว่างวาบขึ้นจากปลายนิ้วของเธอที่แตะลงบนหลังมือของพาขวัญ “นางม่านแก้ว! คุณหญิงเพรงนภา! ในฐานะบริวารแห่งจ้าวมรกต จงออกมาปกป้องเจ้านายของพวกเจ้า!” สิ้นเสียงอันไพเราะนั้น แสงสีเขียวสองสายพุ่งออกจากกระพรวนที่ข้อเท้าซ้ายของพาขวัญ

นางม่านแก้ว ปรากฏกายขึ้นในชุดฟ้อนรำสีนวล เธอเริ่มร่ายรำกลางอากาศ ละอองแสงสีเงินโปรยปรายลงมาดับไฟแห่งความบ้าคลั่งในใจของผู้บริหารเหล่านั้น ทำให้พวกเขาชะงักและทรุดลงกับพื้นด้วยความงุนงง

คุณหญิงเพรงนภา ปรากฏขึ้นในมาดนางพญา เธอถือกระจกทองเหลืองโบราณ ด้วยพลังของตน กระจกรอบสะท้อนภาพความอัปลักษณ์ของพ่อเลี้ยงหมื่นภพกลับไปหาตัวเขาเอง

“เจ้าพ่อค้าผู้ต่ำต้อย... ความโลภของเจ้ามันน่าสมเพชยิ่งนัก!” พ่อเลี้ยงหมื่นภพคำรามด้วยความโกรธเมื่อถูกวิญญาณสตรีสองตนกดดัน

“พวกเจ้า! วิญญาณทรยศ! ไปรับใช้นังเด็กคนนี้ทำไม!”

“เพราะนางมีสิ่งที่เจ้าไม่มี... นั่นคือหัวใจที่รู้จักพอ!” เพรงนภาประกาศลั่น

“พาขวัญ... ตอนนี้เลยค่ะ” แจสเปอร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงอ่อนโยนลงแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว 

“เดินไปที่โถนั่น... ใช้กระพรวนมรกตสยบความโลภของเขาซะ ดิฉันจะอยู่ข้างหลังท่านเสมอ” พาขวัญลืมตาขึ้น ความกลัวในใจหายไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแจสเปอร์ เธอเดินผ่านกองเลือดและเศษแก้วด้วยฝีเท้าที่มั่นคง เมื่อถึงหน้าโถเบญจรงค์สีเลือด เธอเอื้อมมือไปแตะที่ลวดลายกนกนั้น

“พ่อเลี้ยงหมื่นภพ... ความมั่งคั่งที่สร้างบนความตายไม่มีวันยั่งยืน... จงไปสู่สุขคติและทิ้งความแค้นนี้ไว้เถิด” 

กริ๊ง...

เสียงกระพรวนมรกตดังไปทั่วทั้งห้องราวกับเสียงระฆังกังวาล แสงมรกตสาดจ้าไปทั่วห้อง ดูดซับเอาควันดำและเลือดที่เปื้อนอยู่บนโถหายวับไป โถเบญจรงค์สีดำสนิทค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตใสสะอาด ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองธาตุซึมเข้าสู่กระพรวนที่ข้อเท้าของพาขวัญ

ห้องประชุมกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง...

พาขวัญทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยอ่อน แจสเปอร์รีบเข้าไปรับร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดงที่สะท้อนจากผิวน้ำโขง บรรยากาศหยุดลงพร้อมกับสายตาที่มองเข้าไปของกันและกัน...พาขวัญดั่งอยู่ในภวังค์ที่ไม่อาจจะขัดขืนได้

“ขอบคุณนะคะแจสเปอร์... ถ้าไม่มีเธอ ขวัญคง...” พาขวัญพึมพำ มือของเธอเผลอไปสัมผัสใบหน้าของแจสเปอร์อย่างแผ่วเบา แจสเปอร์ยิ้มละไม เป็นรอยยิ้มที่พาขวัญไม่เคยเห็นมาก่อน มันช่างดูละมุนและเต็มไปด้วยความหมาย 

“หน้าที่ของดิฉันคือการดูแลท่านประธานค่ะ... แต่ตอนนี้ ดิฉันอยากมากกว่าหน้าที่ซะแล้วสิคะ” พาขวัญหน้าแดงซ่านด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ มันหอมหวานกว่าความสำเร็จใด ๆ ที่เธอเคยได้รับมา

“อะแฮ่ม...จะอยู่แบบนั้นอีกนานไหมครับ” ทั้งคู่ตกใจเสียงจากเมฆาที่ดังขึ้น ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์ เมฆาที่เดินไปตรวจสอบความเรียบร้อยรอบห้องก็กลับเข้ามาพร้อมใบหน้าประหลาดใจ

“คุณพาขวัญครับ คุณแจสเปอร์ครับ... มีเรื่องแปลกมากเกิดขึ้น” เมฆาส่งโทรศัพท์ที่เปิดข้อความกลุ่มของ P.J.P. ให้ดู 

“คุณคิรัน คุณลดา และคุณพัฒ ส่งข้อความมาบอกว่า... ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเข้าตรวจสอบโรงแรมในเครืออีก 9 แห่งที่เหลือ และพบว่าผนึกที่ 4 ถึง 12 ถูกปลดออกทั้งหมดแล้วครับ!” พาขวัญนิ่งอึ้ง 

“อะไรนะ? ใครเป็นคนทำ? ในเมื่อพวกเรายังอยู่ที่นี่อยู่เลย...” 

“คุณคิรันบอกว่า... ‘ไม่ต้องห่วงนะน้องสาว พี่ชายคนนี้ไม่อยากให้เธอเหนื่อยเกินไป อะไรที่พี่จัดการได้ พี่จะจัดการให้หมด’... ดูเหมือนทีมของคุณคิรันจะลงมือเก็บกวาดผนึกที่เหลือด้วยตัวเองครับ เพื่อให้เรามุ่งหน้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายได้เร็วขึ้น” แจสเปอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาแฝงความสงสัยแต่ก็เบาใจลง 

“คุณคิรัน... เขาดูจะใส่ใจท่านประธานมากกว่าที่ดิฉันคิดนะคะ” พาขวัญยิ้มกว้างเป็นครั้งแรก 

“พี่คิรันน่ะ ถึงจะดูเข้มงวดแต่เขาก็รักครอบครัวที่สุด... ดีจังเลยนะคะ คุณแจสเปอร์ เราจะได้มีเวลาพักผ่อนกันบ้าง” แจสเปอร์มองลึกเข้าไปในดวงตาพาขวัญ 

“พักผ่อน... หรือว่าอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?”

“ฉันอยากไป... เมืองลับแล” พาขวัญเอ่ยชื่อสถานที่ที่เคยได้ยินจากตำนาน แจสเปอร์ และเมฆาตกใจในคำพูดที่ออกมาจากพาขวัญ

“เห็นว่าที่นั่นสวยงามและสงบ... เธอจะไปกับฉันไหม?” แจสเปอร์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า 

“ถ้าท่านต้องการ... ดิฉันจะตามท่านไปทุกที่ค่ะ”