เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา
รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญเสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา
เท้าความนวนิยาย
เรื่อง ปิ่นลดา
คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม
แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น
แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป
ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...
นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...
คำเตือน
เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่
หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
แว่วพาขวัญ
ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม
เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘
© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น
เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม
ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม
พาขวัญตื่นขึ้นของเช้าตรู่ของวันใหม่ หลังจากร่างกายได้รับภาระจนเหนื่อยล้ามากเกินไป แต่ผลจากการดูดซับสิ่งเหนือธรรมชาติเข้ามาสู่ร่างกายยังส่งผลอยู่ พาขวัญยังรับรู้ถึงความเย็นเยือกที่สัมผัสได้เป็นครั้งคราว เมื่อพาขวัญกำลังจะก้าวลงจากเตียง ก็สัมผัสความเจ็บปวดที่ข้อเท้าซ้ายของตน สายตาก้มมองที่กระพรวนสวมอยู่แผลเหมือนไฟไหม้เล็กๆ ปรากฏขึ้นรอบๆ กระพรวนสัมผัส
“เจ็บจัง...” พาขวัญพยายามถอดกระพรวนออก...แต่ยังไม่ทันได้ถอดกระพรวนเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ตื่นหรือยังคะ...ท่านประธาน” เสียงแจสเปอร์ดังมาทางด้านหลังประตู
“ตื่นแล้วค่ะ...” เมื่อได้ยินเสียงตอบรับแจสเปอร์เปิดประตูเข้ามาในมือถือสำรับอาหารมาด้วย
“อาหารเช้าค่ะ...เอ่อ...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” แจสเปอร์ถามออกไปเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของพาขวัญไม่สู้ดีนัก
“ไม่เป็นอะไรคะ...ขวัญสบายดีค่ะ” แต่หากแจสเปอร์ยังคงมองไปที่มือของพาขวัญที่ลูบไปมาที่บริเวณขาซ้ายของตน แจสเปอร์วางสำรับอาหารลงที่โต๊ะข้างเตียง และก้มไปดูที่ขาพาขวัญ แจสเปอร์รับรู้ได้ทันทีว่าแผลนี้เกิดจากการผนึกวิญญาณของม่านแก้วที่ผ่านมา
“ทำแผลก่อนนะคะ...แล้วค่อยทานอาหารเช้า” พาขวัญไม่ทันได้ตอบรับ แจสเปอร์ได้เดินออกจากห้องไปหยิบกล่องพยาบาลเบื้องต้นที่จัดเตรียมไว้ภายในห้อง
แจสเปอร์ก้มลงถอดกระพรวนออกเบาๆ ก่อนเริ่มทำแผลอย่างเบามือที่สุด พาขวัญจ้องมองแผ่นหลังแจสเปอร์ที่กำลังตั้งใจทำแผลอยู่นั่นเอง ใบหน้าเริ่มมีสีแดงขึ้นมาเล็กน้อยกับใจที่เริ่มเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆ
“เจ็บแผลหรือคะ...ดิฉันเบามือแล้วนะคะ” แจสเปอร์แกล้งถามหยอกล้อกับอาการที่แสดงออกของพาขวัญ
“เจ็บ...เจ็บค่ะ” พาขวัญตกใจตอบออกไปด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ แจสเปอร์ยิ้มออกมาเล็กน้อยกับท่าทีของพาขวัญ
“นี้แกล้งขวัญหรือคะ...” พาขวัญหน้าบึ้งสะบัดหน้าไปทางอื่น แจสเปอร์ส่งยิ้มให้ปนหัวเราะเบาๆ
“ทานอาหารเช้า...แล้วนี้ก็ยาค่ะ...ทานด้วยนะคะ แล้วก็นอนพักผ่อนนะคะวันนี้” แจสเปอร์บอกพาขวัญที่มีท่าทีจะออกไปทำงานตามนิสัยที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ของพาขวัญ
“ค่ะ...รู้แล้วค่ะ...คุณเลขา” พาขวัญแอบยิ้มมุมปาก และเริ่มทานอาหารเช้าอย่างว่าง่าย ที่แจสเปอร์เตรียมไว้ให้...และได้นอนพักผ่อนหลังจากทานยาเรียบร้อยแล้ว หลังจากแจสเปอร์ทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้เดินออกจากห้องเพื่อทำรายงานส่งให้คิรัน ณ ห้องรับแขกภายในบริเวณห้องสวีทสุดหรูแห่งนี้
พาขวัญเผลองีบหลับจากฤทธิ์ของยาหลังอาหารและความเหนื่อยล้า แต่ทว่า...เมื่อลืมตาและเดินออกจากที่นอนเพื่อไปเข้าห้องน้ำนั่นเอง ขณะที่ยื่นมือเปิดประตูออก ภาพตรงหน้ากลับกลายเป็นสถานที่ไม่รู้จัก พื้นที่รอบๆ เป็นดั่งเมืองโบราณที่ดูสวยงามสว่างไสวด้วยแสงมรกต และทองคำที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์ระยิบระยับ
“เมืองลับแล...” พาขวัญเผลอพูดออกมา และสัมผัสได้ทันทีเมื่อเห็นสิ่งก่อสร้างสวยงามผิดจากโลกความเป็นจริงเช่นนี้ เมื่อเดินพ้นเนินบันไดสูงชัน สิ่งที่เห็นต้องตกตะลึงอีกครั้งกับภาพหญิงสาวผิวสีขาวผ่องเด่นสะดุจตา พร้อมกับผู้คนที่กำลังทำความเคารพอยู่รอบๆ แท่นพิธีบางอย่าง ที่หญิงสาวได้ยืนสง่าอยู่ด้านบนแท่นพิธีในชุดอาภรณ์สวยหรูแต่แล้วภาพก็ได้ตัดไปอย่างรวดเร็วจนพาขวัญไม่ทันได้ตั้งตัว
“กรี๊ด.....” เสียงกรี๊ดร้องดังขึ้นมาจากทางด้านหน้าของพาขวัญดังจนทำให้ได้สติกลับมา และแล้วภาพที่เห็นในขณะนี้คือหญิงสาวที่ถูกล่ามโซ่ตรวนอยู่ในห้องขังที่มืดมิด แต่สิ่งที่ทำให้พาขวัญจำได้คือกำไลที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาว
“ม่านแก้ว...” พาขวัญที่แอบดูอยู่ที่มุมมืดของห้องมองไปที่กำไลที่กำลังสะท้อนแสงกับเปลวไฟอันริบหรี่แต่พาขวัญต้องตั้งใจฟังอีกครั้งเมื่อมีผู้คนเดินเข้ามายังห้องที่ม่านแก้วถูกกักขังไว้
“ขอล่ะพี่อย่าทำข้าเลย...” เสียงม่านแก้วขอความเมตตาต่อเงากลุ่มคนที่เดินเข้ามา เสียงตอบกลับจากเหล่ากลุ่มคน แต่หากสิ่งที่ได้ยินพาขวัญกลับจับใจความไม่ได้...
“ทำไม!!!...จ้าวต้องทิ้งข้า...ข้าภักดีต่อท่าน...ทำไม...” ความโศกเศร้าของ ม่านแก้ว ส่งผลมายังพาขวัญ ทั้งอารมณ์และความรู้สึก พาขวัญรับรู้ได้แทบทั้งหมด โดยเฉพาะแผลที่ข้อเท้าซ้ายในตอนนี้ ตนรับรู้ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักหลังจากที่ม่านแก้ว โดนทรมาน จากกลุ่มคนที่ไม่หวังดีเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และได้นำกลับเข้ามายังห้องเดิม...
ภาพเปลี่ยนอีกครั้งสภาพม่านแก้วที่โดนทรมาน เพื่อเค้นเอาข้อมูลบางอย่างที่ได้นอนหายใจโรยรินอยู่บนพื้นและโดนล่ามโซ่ตรวนไว้ ในขณะนั้นเอง ชายปริศนาเดินเข้ามายังห้องกักขัง และได้ใช้บางอย่างแทงไปยังร่างม่านแก้วจนแน่นิ่งไป...และได้หลบหนีจากห้องขังอย่างปริศนา
แสงสีเขียวเริ่มพุ่งออกจากร่างของม่านแก้ว และโดนดูดซับเข้าไปในกำไลข้อมือ แสงโดนดูดเข้าไปในกำไลเรื่อยๆ ก่อนที่ภาพร่างของม่านแก้วจะ ปรากฏตัวยืนประชันหน้าพาขวัญ
“กรี๊...ด....” ก่อนพาขวัญจะส่งเสียง ม่านแก้วนำมือมาปิดปากของพาขวัญไว้ไม่ให้ส่งเสียง ราวกับปกป้องพาขวัญ จากบางสิ่งที่จะรับรู้ตัวตนของพาขวัญได้
“ออกไป!!!...ออกไปจากที่นี่...ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าจะถูกผนึกเหมือนกับข้า...หนีไปซะ!!!”
ในโลกความเป็นจริงร่างพาขวัญบิดไปมาด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียงนอน เหงื่อไหลอาบทั่วทั้งตัว และร้องด้วยความเจ็บปวด มือกอดรัดแขนตัวเอง เล็บนิ้วมือจิกลงที่แขนจนเลือดเริ่มไหลออกมา เป็นผลมาจากพลังคำสาปกำลังแสดงผล พร้อมกับอัญมณีมรกตที่พยายามต่อต้านคำสาป ส่องแสงประกายสีเขียว และสั่นอย่างรุนแรง สลับกับแสงสีดำของคำสาป ไปมา...
แจสเปอร์ที่กำลังทำงานเงียบๆ รับรู้ถึงพลังงานที่ผันผวนของพาขวัญจากอัญมณีมรกต รีบไปห้องพาขวัญอย่างเร่งรีบด้วยความเป็นห่วง...
“คุณพาขวัญ...พาขวัญ...” แจสเปอร์เข้ามาประชิดพาขวัญที่เตียงก่อนจะใช้มือสัมผัสหน้าผากของพาขวัญ ก่อนที่จะพยายามใช้พลังของตน แต่มันกลับยากนักเมื่อร่างที่อยู่เป็นร่างที่ควบคุมโดย อัญมณีนิลของคิรันเพียงเท่านั้น แต่ในที่สุดความพยายามก็ประสบผลสำเร็จ สามารถดึงสติพาขวัญออกจากห้วงแห่งความฝันได้ในที่สุดด้วยความทุลักทุเล
พาขวัญลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการหอบหนักและสับสน กับเหตุการณ์ที่ตนได้เห็นในฝัน และตอนนี้ใบหน้าแจสเปอร์ที่มองดูอาการข้างๆ ทำให้พาขวัญรับรู้ว่าตอนนี้ตนได้ตื่นขึ้นฝันแล้วจริงๆ
“คุณแจสเปอร์...”
“คุณทำอะไรขวัญคะ...หรือว่าคุณรู้ว่าขวัญ...” พาขวัญถามออกไปกับสถานการณ์ในตอนนี้ที่แจสเปอร์มีสีหน้าเป็นห่วงตน จนออกมาทางใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด...
“ดิฉันเป็นห่วงท่านประธานค่ะ...เห็นว่ามีไข้สูงและดิ้นไปมาทำให้เสียงกระพรวนดังไปจนถึงข้างนอกค่ะ ท่านประธาน” แจสเปอร์ใช้ความนิ่งของตนเลี่ยงการตอบคำถามของพาขวัญ
“ดิฉันไม่อยากเห็นท่านประธานเป็นแบบนี้อีกแล้ว...เราหยุดแค่นี้ดีกว่าไหมคะ...” แจสเปอร์นั่งข้างๆ ถามด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
“ขวัญสบายดีค่ะ...ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” พาขวัญยิ้มให้แจสเปอร์ที่แสดงความเป็นห่วงตน และใจแอบเต้นอย่างบอกไม่ถูกสำหรับตน...
หลายวันต่อมาหลังจากการพักฟื้นจนหายดีแล้ว ก่อนที่จะออกเดินทางพาขวัญและแจสเปอร์รวมถึงเมฆา ได้เดินตรวจสอบความเรียบร้อย จนกระทั่ง...ผู้บริหารระดับกลางและพนักงานเก่าแก่บางส่วนรวมตัวกันในห้องประชุม โดยมีสีหน้ากังวลและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดต่อการเข้าซื้อกิจการของ P.J.P. Group
“คุณพาขวัญ ประธานบริหารจาก P.J.P. Group มาแล้วครับ...” ผู้จัดการแจ้งให้เหล่าผู้บริหารและพนักงานของโรงแรมธาราฯ ที่อยู่ในห้องประชุมรู้จัก...ก่อนที่หนึ่งในผู้บริหารวัยกลางคนยืนขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ท่านประธานครับ! พวกเราในฐานะผู้บริหารที่นี่มีความผูกพันกับโรงแรมนี้มานานหลายสิบปี การที่ P.J.P. Group เข้ามาซื้อกิจการแบบนี้ พวกเราไม่แน่ใจว่าจะยังมีการจ้างงานและรักษาเอกลักษณ์ของล้านนาเอาไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายพวกเราจะถูกปลดออกและเปลี่ยนเป็นโรงแรมหรูที่ไร้วิญญาณไปครับ...” เสียงที่หนักแน่นกระแทกเสียงมาทางพาขวัญ แต่หากพาขวัญเป็นเพียงเด็กสาวที่ไม่ค่อยชอบการเผชิญหน้าแบบนี้สักเท่าไหร่จึงเกิดอาการกลัวแต่ยังต้องเก็บอาการจากสถานะของตนพาขวัญ สบตาผู้บริหารคนนั้นด้วยความจริงใจ และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นว่า...
"ดิฉันเข้าใจความกังวลของทุกท่านค่ะ และขอยืนยันว่าดิฉันมาที่นี่ในฐานะหลานสาวของตระกูลปริญรัตน และในฐานะคนที่รักและเคารพในวัฒนธรรมล้านนาอย่างแท้จริง..."
"โปรเจกต์ 'Emerald Trail' ของเราไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อ 'ทำลาย' แต่เป็นการ 'ยกระดับ' ธาราพันปี ให้กลับมารุ่งเรืองและเป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั่งเดิมไว้ให้มั่นคงที่สุด...ทุกคนในห้องนี้คือ กำลังหลัก ที่จะช่วยดิฉันรักษาจิตวิญญาณนั้นไว้ค่ะ"
"แต่นโยบายที่หลุดออกมา ดูเหมือนจะมีการลดจำนวนพนักงานถึง สามสิบเปอร์เซ็น และการเปลี่ยนโครงสร้างการให้บริการทั้งหมด!” หนึ่งในผู้บริหารพูดขึ้นพร้อมกับหยิบเอกสารเกี่ยวกับสัญญาการซื้อขายโดยมีนโยบายระบุอยู่ในนั้นด้วยขึ้นมาในขณะพูดในห้องประชุม...
“ท่านจะให้ความมั่นใจพวกเราได้อย่างไรครับ? ว่าจะเป็นไปตามที่ท่านพูด" แจสเปอร์ก้าวออกมาเล็กน้อยจากด้านหลังพาขวัญ ยิ้มอย่างสง่างามแต่สายตาคมกริบ พร้อมใช้ภาษาทางธุรกิจอย่างเฉียบขาด
"ขออนุญาตเสริมท่านประธานค่ะ ดิฉัน แจสเปอร์ ผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธาน การวิเคราะห์ตัวเลขล่าสุดระบุว่าการบริหารแบบเดิมสร้างภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็น"
"การปรับลดบุคลากร สามสิบเปอร์เซ็น ที่กล่าวถึง ไม่ใช่การปลดออก แต่เป็นการ โอนย้าย ไปยังโรงแรมในเครือที่กำลังขยายตัว เพื่อให้แต่ละคนได้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ศักยภาพของตนเองจะสร้างผลตอบแทนสูงสุด และโรงแรมแห่งนี้จะเหลือแต่ผู้ที่เชี่ยวชาญที่เข้าใจและสามารถให้บริการ ตามแบบสไตล์ล้านนาได้อย่างแท้จริงค่ะ" แจสเปอร์เน้นย้ำด้วยเสียงหนักแน่น พลางสบตาผู้บริหารอย่างไม่เกรงกลัว
"การเปลี่ยนแปลงนี้มีแต่จะทำให้ทุกท่าน ก้าวหน้า ไปพร้อมกับกลุ่ม P.J.P. Group ค่ะ ไม่มีใครถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน" เมฆา แทรกขึ้นมาอย่างสุภาพ โดยใช้ความรู้ด้านวัฒนธรรมที่ได้ศึกษามา เพื่อลดความตึงเครียด
"ผมขอเสริมในฐานะที่ปรึกษาด้านโบราณคดีและวัฒนธรรมนะครับ ที่ปรึกษาคิรันได้มอบหมายให้เราศึกษาประวัติศาสตร์ของโรงแรมอย่างละเอียด และท่านประธานของเรายืนยันแล้วว่าเราจะใช้ ช่างฝีมือและวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงโรงแรมให้คงความเป็นล้านนาที่แท้จริงเอาไว้ ท่านประธานพาขวัญรักและศรัทธาในมนต์เสน่ห์แห่งนี้จริงๆ ครับ" พาขวัญ เดินไปยืนตรงกลางห้องอย่างสง่าผ่าเผย
"ดิฉันขอให้ความเชื่อมั่นเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ ขอให้ทุกคนเปิดใจและร่วมมือกับดิฉัน เราคือ ครอบครัวใหม่ ที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน ใครมีข้อสงสัยใด ๆ อีก สามารถปรึกษาคุณแจสเปอร์และคุณเมฆาได้ตลอดเวลาค่ะ ขอบคุณค่ะ" ผู้บริหารที่โต้แย้งมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย พวกเขาเริ่มยอมรับในความเด็ดขาดและความจริงใจของประธานสาวรุ่นใหม่ การเข้าซื้อกิจการจึงเริ่มคลี่คลายอย่างราบรื่น
หลังจากสิ้นสุดการประชุม...ทั้งสามคนเตรียมตัวเก็บของเพื่อเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไปตามคำแนะนำของเมฆา
“ได้เวลาแล้วครับ...ผมสัมผัสได้ถึงชิ้นที่สองแล้วครับ...” เมฆาหลับตาลง โดยที่มือยังถือสร้อยเฉลวเอาไว้แน่น
“ชิ้นที่สองคือกระจก...ผมเห็นภาพเหมือนกระจกครับ...อยู่ที่อยุธยา...” เมฆาลืมตาขึ้น และมองไปที่พาขวัญที่ตั้งใจฟังตนอยู่
“แต่ผมขอเตือนคุณก่อนนะครับคุณพาขวัญ...วิญญาณดวงนี้ต่างจากม่านแก้วที่ยอมแต่โดยดี เพราะวิญญาณดวงนี้ผมสัมผัสได้ถึงความริษยาและเจ้าเล่ห์ เราสามคนอาจจะตกหลุมพรางง่ายๆ ก็ได้นะครับ...”
ณ โรงแรมมณีมงคล อยุธยา ชายที่คุ้นเคยกับแหวนลายอินทรีสวมเต็มนิ้วดั่งกรงเล็บ ที่ดวงตาฝั่งอัญมณีโกเมนสีแดงเข้มกำลังส่องสว่าง...และมือจับที่ศรีษะของวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ในกระจกเงา
“จงใช้ความอาฆาตของแก ทำลายประธานสาวคนนั้นซะ ก่อนที่พวกมันจะทำการรวบรวมได้สมบูรณ์...”
“ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าหายไปชั่วนิรันดร์ ไอ้พวกบริวาร...” เมื่อสิ้นสุดคำพูดดวงตาของวิญญาณที่ถูกผนึกมีสีแดงฉานส่องสว่างออกมาจากดวงตาของวิญญาณ...