เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ - ตอนที่ ๑๓ ๑๓ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ครอบครัว,หญิง-หญิง,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ระทึกขวัญ,ครอบครัว,หญิง-หญิง

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

ผู้แต่ง

แมวสลิดศรีสยาม

เรื่องย่อ

เท้าความนวนิยาย

เรื่อง ปิ่นลดา

 

คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม 

แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น

 แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป 

ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...

 

*สามารถอ่านฟรี ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๙* 

*ตอนจบ สงวนราคา ๕ เหรียญทอง* 

 

- ทั้งนี้เราขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจในนิยายของเรา -

คำเตือน

 

เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่

หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

แว่วพาขวัญ

ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม

เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘ 

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

 

เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม

ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม  รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม

 

สารบัญ

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-บทนำ บทนำ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑ ๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๒ ๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๓ ๓ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๔ ๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๕ ๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๖ ๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๗ ๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๘ ๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๙ ๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๐ ๑๐,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๑ ๑๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๒ ๑๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๓ ๑๓,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๔ ๑๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๕ ๑๕

เนื้อหา

ตอนที่ ๑๓ ๑๓

๑๓

 

 

 

 

ฝีเท้าวิ่งผ่านทางที่มืดมิด แสงรำไร ปลายทางอุโมงค์ได้สาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย ร่างหญิงสาวตัวบางร่างเล็กกำลังวิ่งหนีบางอย่างอยู่มุ่งหน้าสู่ปลายทางของอุโมงค์

“วิ่งไปขวัญ... ไปช่วยน้อง...” ก่อนที่จะถึงปลายทางเงามืดสีเขียวดูน่ากลัว จำแลงเป็นกลุ่มควันเข้าปกคลุมไปทั่วจนมองไม่เห็นสิ่งใดอีก...

พาขวัญตกใจตื่นบนที่นอน ทั่วร่างอาบไปด้วยเหงื่อจากความกลัวจากฝัน พาขวัญกวาดสายตาไปรอบ ๆ กับพบว่าตนนอนอยู่ในโรงแรมไพรพนา โรงแรมที่ต้องตามหาผนึกชิ้นที่สิบสี่ เมื่อมองไปที่นาฬิกาข้างโต๊ะ กับเป็นเวลาห้านาฬิกาพอดี

“ฝันอะไรเนี่ยไอ้ขวัญ...” พาขวัญถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำ เนื่องด้วยวันนี้ได้มีนัดกับพี่พี่ ทั้งคิรัน ลดา และพัฒ เพื่อใช้เวลาในแบบฉบับครอบครัวในการผจญภัยในป่าที่เป็นที่นิยมของทางโรงแรม ในจังหวัดพังงา พร้อมด้วย แจสเปอร์ และเมฆา ที่ดูเหมือนจะถูกแจสเปอร์ดึงมาอีกทีด้วยสีหน้าที่ไม่มีอารมณ์ร่วมมากนัก

“ครับ... ผมไปแล้วครับ...” เสียงเมฆาเดินผ่านพาขวัญไป แต่พาขวัญ ต้องหลบทางให้เนื่องด้วยฝูงชนที่เดินผ่านนับสิบคนได้ แต่... พาขวัญต้องตะงิดใจ ว่าคณะที่ตนเองมาเป็นการส่วนตัวไม่กี่คนเพียงเท่านั้น เมื่อมองตามไปยังทางที่เมฆายืนอยู่ ก็ต้องตกใจอีกครั้งเป็นภาพกลุ่มคนที่ดูกลมกลืนไปในอากาศ เมื่อขยี้ตาด้วยความตกใจก็ไม่เห็นอะไรอีก...

“น้องขวัญเป็นอะไรหรือเปล่า...” เสียงเล็ก ๆ ทักมาด้วยความสดใส เมื่อพาขวัญหันไปมองตามเสียง ก็พบกับลดาที่เดินตัวเบามาทักน้องสาวตน ปล่อยให้พัฒ รับหน้าที่แบกของเต็มรูปแบบจนตัวงอ

 “เออ... ขวัญสบายดีค่ะพี่ลดา... ขวัญพร้อมมาก” พาขวัญยิ้มแห้งให้พัฒอย่างรู้ชะตากรรมในทันที

คณะเดินป่าพร้อมออกเดินทางโดยมี พรานป่านำทางหนึ่งท่าน พร้อมลูกมืออีกสองสามคน มุ่งตรงเข้าไปด้านในใจกลางป่า ห่างจากตัวโรงแรม หลายสิบกิโล เพื่อเป็นการสำรวจเพิ่มเติมในการเปิดจุดท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้นสำหรับใช้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวของโรงแรมไพรพนา หลังจาก P.J.P.Group ได้ซื้อกิจการต่อ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...

“ใกล้ถึงแล้วครับทุกท่าน...” พรานวัยกลางคนได้บอกกับลูกคณะ เมื่อเห็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ข้างหน้า

“น้ำตกตามหมายแรกเรามาถึงกันแล้วครับ” พาขวัญได้ยินที่พรานบอก ทำให้มีกำลังใจมากยิ่งขึ้นถึงแม้ทางที่กำลังเดินจะเป็นทางชันก็ตาม... 

“เร็ว ๆ คุณใกล้ถึงแล้ว...” ลดาที่วิ่งนำขึ้นไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า แต่พาขวัญกลับเห็นว่าลดาแอบใช้พลังของอัญมณีทับทิม เพิ่มพลังร่างกายของตน

“พี่ลดาขี้โกง...” ก่อนที่พาขวัญจะออกวิ่งตาลดาไปติด ๆ จนเสียงกระพรวนสั่นตามจังหวะเท้า...

“ตามมาสิน้องขวัญ...” เสียงหัวเราะคณะดังไปทั้งป่าด้วยความสุข...

เสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังสนั่นไปทั่วหุบเขา “น้ำตกไร้ชื่อ” ลึกเข้าไปในผืนป่าดิบชื้นของจังหวัดพังงา คือจุดหมายแรกในการสำรวจของเหล่าสมาชิก ความเหนื่อยล้าจากการเดินเท้ากว่าสามสิบกิโลเมตร มลายหายไปเมื่อเห็นสายน้ำสีน้ำเงินมรกตตรงหน้า 

“สวยมากเลยค่ะ...ทุกคน” พาขวัญบอกเหล่าพี่พี่ที่ตามหลังมาติด ๆ ก่อนจะวิ่งไปทางน้ำตกพร้อมกับลดา เสียงเล่นน้ำอย่างสนุกสนานของสองสาวดังมาแต่ไกลจนทำให้คิรันอดเป็นห่วงน้องสาวของตนไม่ได้

“อย่าไปตรงกลางนะ น้ำตกยังไม่ได้สำรวจเลยนะ...” คิรันตะโกนบอกน้อง ๆ ของตนทันทีเมื่อเดินพ้นเนินเขา 

“บริเวณตรงนั้นสามารถตั้งแคมป์ได้ปลอดภัยที่สุดครับ” นายพรานผู้นำทางชี้ไปยังบริเวณลานกว้างที่เป็นเนินสูงมาเล็กน้อย ห่างจากตัวน้ำตก และทางน้ำไหลไม่กี่เมตร

เหล่าชายฉกรรจ์ในกลุ่มไม่รอช้ารีบ ติดตั้งอุปกรณ์ ที่นอนอย่างแข็งขัน ปล่อยให้เหล่าสาว ๆ เล่นกันอย่างสบายใจโดยมีแจสเปอร์นั่งดูอยู่ห่าง ๆ ในขณะที่ทุกคนในคณะต่างให้ความสนใจกิจกรรมของตน พรานและลูกหาบที่ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อประสงค์ในการสำรวจรอยเท้าสัตว์ และระบบนิเวศ เพื่อความปลอดภัยนั้นเอง 

“พี่ ๆ ดูนั้นสิเหมือนถ้ำเลย” หนึ่งในลูกหาบชี้ไปทางน้ำตก

“ถ้ำอะไรเอ็ง...” เมื่อพรานมองตามมือที่ชี้ไปของลูกน้องตน...พรานใช้สายตาเพ่งเล็งครู่ใหญ่ ก็พบว่าด้านหลังของน้ำตก ปรากฏเป็นถ้ำ ไม่รอช้าทั้งสามคนเดินมุ่งหน้าเรียบชายป่าไปยังหลังน้ำตกโดยที่กลุ่มของพาขวัญ ไม่ทันได้รู้สึกตัว แต่สิ่งใดกันที่จะสามารถรอดพ้นสายตาของจ้าวแห่งผืนป่าอย่างแจสเปอร์ไปได้ เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น แจสเปอร์ชูมือขึ้นชี้ไปทางอัญมณีบนกระพรวนของพาขวัญที่กำลังสวมไว้ที่ข้อเท้า และเล่นน้ำอยู่กับลดา แสงสีเขียวส่องสว่างขึ้นใต้น้ำ ก่อนที่จะมีร่างของชายหนุ่มสองร่างปรากฏด้านในป่ามืดทึบด้านหลังของแจสเปอร์

“ไปดูให้ข้าหน่อย...” เสียงแจสเปอร์ออกคำสั่งอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงตอบรับ “ขอรับ” ขุนวรเดช และหลวงพิชัย สองดวงวิญญาณบริวารหนุ่มน้อมรับคำสั่ง และก้าวถอยหลังหายไปในความมืดมิด...

กลุ่มของนายพรานเดินเรียบเชิงหินจนเข้ามายังถ้ำด้านหลังน้ำตกสำเร็จ และได้เริ่มสำรวจภายในถ้ำ เสียงน้ำหยดซึมเข้ามาตามทาง ความชื้นเริ่มก่อตัวเป็นตะไคร่น้ำเกาะตามผนังถ้ำ เมื่อพรานเดินเข้าไปไม่กี่นาทีกับพบว่าด้านหน้าปรากฏเป็นทางตันหากแต่แสงก่อนพระอาทิตย์ยามเย็นรอดผ่านปากถ้ำด้านบนหลายเมตรลงมา

เมื่อนายพรานมองตามแสงดังกล่าวจนสายตาจับลงบนพื้นกับพบว่าด้านหน้าเป็นแท่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่ด้านหน้า และด้านบนมีกล่องถูกวางจนตะไคร้เริ่มเกาะ ทำให้สันนิษว่ากล่องใบนั้นวางอยู่มาหลายร้อยปีแล้วอย่างแน่นอน

“พวกมึงกลับ...อย่าไปยุ่งกับกล่องนั้นนะเว้ย...” สิ้นสุดเสียงของพราน...แต่...

“อะไรนะพี่...” เสียงของหนึ่งในลูกน้องดังขึ้นพร้อมกับเสียง “แกร็ก!!!” กล่องที่วางไว้ได้ถูกเปิดออกแล้ว...