เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา
รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญเสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา
เท้าความนวนิยาย
เรื่อง ปิ่นลดา
คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม
แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น
แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป
ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...
นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...
คำเตือน
เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่
หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
แว่วพาขวัญ
ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม
เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘
© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น
เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม
ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม
เสียงลมพัดแผ่นเบาพร้อมกับเสียงคลื่นทะเลกระทบชายฝั่ง หญิงสาวในชุดสบายๆ แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา นั่งบนเก้าอี้สีขาวริมสระว่ายน้ำในเขตรั้วโรงแรมหรูหนึ่งในเครือของบริษัท P.J.P. Group เสียงดัง “กรุ๊งกริ๊ง..” เป็นจังหวะตามการกระดิกเท้าอย่างสบายใจของหญิงสาว
“เอาล่ะ...” หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ และยกมือขึ้นเหล่าผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างกรูเข้ามาจัดระเบียบความเรียบร้อยตามหน้าที่ของตน ก่อนเธอจะเดินเข้าไปภายในโรงแรมหรู เมื่อบานประตูเปิดออก เหล่าพนักงานยืนต้อนรับเรียงรายเป็นแถวยาวพร้อมกับเสียงดังกึกก้อง
“ยินดีต้อนรับครับท่านประธานพาขวัญ” เสียงดังกล่าวเป็นที่สนใจของเหล่าบรรดานักข่าวที่ต่างสาดแสงแฟลชมายัง พาขวัญ เสียงย้ำเท้าพร้อมกับเสียงกระพรวนที่สั่นไหวตามจังหวะก้าวเดิน มุ่งหน้าไปยังแท่นเวทีเล็กๆ ที่จัดเตรียมไว้ บนแท่นพิธีนั้นมีชายสูงวัยยืนรออยู่แล้ว
“ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการผู้ที่จะมารับช่วงต่อ ในการดูแลจัดการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ในเครือบริษัท P.J.P.Group ของกระผมอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนั้นคือ พาขวัญ ปริญรัตน หนึ่งในหลานสาวของตระกูลปริญรัตน” สิ้นเสียงกล่าวการมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เสียงปรบมือดังขึ้นสนั่นภายในห้องโถงโรงแรม ในวันนี้ เหล่าบรรดาแขกรับเชิญมาในงานต่างเข้ามาร่วมยินดีกับพาขวัญ หลายสิบคน
“เป็นยังไงบ้างประธานสาวเหนื่อยไหม...” รอยยิ้มอันสดใสมาพร้อมกับเสียงที่น่ารัก
“พี่ลดา...อย่าแซวขวัญสิคะ” พาขวัญ แสดงอาการเขินอายเล็กน้อยกับคำพูดของลดา ที่เปรียบดั่งพี่สาวอันเป็นที่รักของตน ลดายิ้มกลับก่อนที่จะหันหลังเดินไปหาพัฒ คู่หมั้นของตน เมื่อลดาหันหลังให้พาขวัญ ปิ่นปักผมที่ประดับอัญมณีทับทิมส่องประกายสดใสสวยงาม พาขวัญ มองไปยังทับทิมเม็ดนั้นทำให้ตนตระหนักถึง อัญมณีที่อยู่บนกระพรวนบนข้อเท้าซ้ายของตนที่สีสันแตกต่างจากของพี่สาวของตนเป็นอย่างมาก สีเขียวของมรกตเม็ดนั้นนับวันต่างดูหม่นหมองขึ้นทุกวัน
“เป็นอะไรไหมลูก...” เสียงป้าจี๊ดที่ยืนอยู่ข้างๆ ในขณะนี้ ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงหลานสาวของตน
“ขวัญสบายดีจ้าว(คะ)...ป้าจี๊ด” พาขวัญตอบกลับป้าของตน
งานเลี้ยงต้อนรับประธานบริษัทคนใหม่ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ในขณะเดียวกันพาขวัญที่กำลังพูดคุยกับเหล่าบรรดานักธุรกิจ และนักลงทุนที่เข้ามาแสดงความยินดีอยู่นั้นเอง เสียงบางอย่างดังขึ้น “กรุ๊งกริ๊ง...กรุ๊งกริ๊ง...” เสียงที่ตนคุ้นเคยดังขึ้น แต่ต้องหยุดฉะงัก เพราะว่าตนยังไม่ได้ขยับเท้าเพื่อให้เกิดเสียง พาขวัญสอดส่องสายตาไปรอบๆ แต่แล้วสายตาต้องหยุดลงที่การแสดงฟ้อนรำบริเวณเวที ที่กำลังแสดงอยู่ มองผ่านเหล่าช่างฟ้อนที่กำลังทำการแสดงนั้นปรากฏ หญิงสาวสวมสไบสีดำปักลายสีทอง ยืนอยู่ด้านในสุดหน้าตาที่ดูเศร้า ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลัง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองพาขวัญ สายตาจ้องมองจากความเศร้ากับเปลี่ยนเป็นความอาฆาตรจ้องมองมาที่พาขวัญ พร้อมกับปากที่ทำท่าขมุบขมิบที่จับใจความไม่ได้ ก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวพาขวัญจะหยุดนิ่ง รอบข้างมืดลงสีสันภายในงานเหลือเพียงสีขาวและดำเท่านั้น มีเพียงพาขวัญ และหญิงสาวผู้นั้นที่ไม่ได้หยุดตามสิ่งรอบๆ ตัว
“ข้าเจอเจ้าแล้ว...” เสียงหญิงสาวที่ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของหญิงสาวก้องกังวานไปทั่วพื้นที่ที่หยุดนิ่ง
“คุณเป็นใคร...” พาขวัญถามออกไปด้วยท่าทีที่สงบดังเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนเจอ
“…” แต่คำถามที่พาขวัญถามออกไปไร้ซึ่งคำตอบกว่าจะรู้สึกตัว เสียงกระพรวนข้อเท้าของหญิงสาวสไบสีดำได้ดังขึ้น ก่อนที่จะมาหยุดประชิดตรงหน้ามีเพียงลมหายใจที่กระทบกันเพียงเท่านั้น มือเรียวเล็กที่สวมเครื่องเล็บ ลูบไร้ไปตามใบหน้าของพาขวัญ พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกไปถึงปลายใบหู ฟันที่แหลมคมออกมาจากริมฝีปาก
“ไม่นานหรอก...อีกไม่นานหรอก…” เสียงหัวเราะอันหน้ากลัวดังขึ้นอีกครั้ง พาขวัญใจเต้นสั่นรัวไม่เป็นจังหวะก่อนที่แสงสีแดง และแสงสีขาวสว่างขึ้นทะลุผ่านสิ่งที่หยุดนิ่งเหล่านั้น เสียง “กรี๊ด!!!” ของหญิงสาวสไบดำดังขึ้น ตามมาด้วยภาพที่มีเพียงสีดำและขาว ค่อยๆกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เสียงส้นสูงที่รีบร้อนเข้ามาหาพาขวัญที่กำลังยืนไร้สติอยู่เพียงลำพัง
“น้องขวัญ...น้องขวัญ” ด้วยเสียงเรียกได้คืนสติพาขวัญให้ตื่นขึ้นภาพตรงหน้าที่เห็นหลังจากที่ได้สติกลับคืนมาเป็นลดาที่จับใบหน้าของตนเบาๆ เพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา...เหงื่อไหล่ผ่านลงมาเป็นสาย เสียงลมหายใจหอบเบาออกมาจากพาขวัญ
“ขวัญดีขึ้นแล้วคะ...พี่ลดา” แววตาที่ดูเลือนรางไร้สติกลับมาส่องประกายอีกครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นสายตาบรรดาญาติๆ ของตนที่มองมาด้วยความเป็นห่วงมองมายังพาขวัญ ขัดกับงานเลี้ยงที่กำลังดำเนินไปรอบๆ บริเวณ เพราะเรื่องราวประหลาดนี้มีเพียงญาติและคนใกละชิดเท่านั้นที่รู้ถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายใต้ชื่อตระกูล ‘ปริญรัตน’ แห่งนี้
“ขวัญ...หลานเอากระพรวนนั้นมาจากไหน...” เสียงธราเทพ ผู้เป็นตาของตนพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ พาขวัญแปลกใจในคำพูด ก่อนจะรู้สึกตัวมือซ้ายของตนมีบางสิ่งที่ตนเองถืออยู่ หัวใจพาขวัญกลับมาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง เพราะสิ่งที่อยู่ในมือคือกระพรวนอีกวงที่มีอัญมณีมรกต เช่นเดียวกับของตน...และ...เป็นอันเดียวกันที่อยู่บนข้อเท้าขวาของหญิงสาวที่สวมสไบสีดำ...