เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ - ตอนที่ ๖ ๖ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ โดย แมวสลิดศรีสยาม @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เสียงแว่วคลอยตามลม จะหวนสู่เพลาแห่งโชคชะตา

ผู้แต่ง

แมวสลิดศรีสยาม

เรื่องย่อ

เท้าความนวนิยาย

เรื่อง ปิ่นลดา

 

คำสาปร้ายจากอัญมณีในป่าที่ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลได้นำกลับมาจากป่าลึกครั้งที่ได้รับว่าจ้างให้ติดตามคณะสำรวจเข้าไปยังป่าที่มีขุมสมบัติโบราณมากจะจินตนาการได้นั้น ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ตนได้รับกล่องไม้โบราณภายใน ได้บรรจุอัญมณีหลากสีส่องประกายอันสวยงาม 

แต่ทว่าในความวิจิตงดงามนั้นเองกลับแฝงไปด้วยคำสาปร้ายที่จะคอยทำร้ายผู้ที่ได้ครอบครอง ด้วยความผิดพลาดของ ธราเทพ ในอดีตที่ตนไม่ได้ตะหนักถึงคำสาปที่ติดมากับอัญมณีด้วยนั้น ธราเทพ ได้ทำเครื่องประดับตามความถนัดของตน แบ่งออกเป็นเจ็ดชนิดภายในตัวเรือนเครื่องประดับ ธราเทพได้ฝังอัญมณีคำสาปร้ายเอาไว้ เนื่องด้วย ณ ตอนนั้นตนคิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่า และได้มอบให้เหล่าลูกๆ ของตนเพื่อเป็นของขวัญแต่งงานที่ตนจะให้เหล่าลูกๆ ได้ในขณะนั้น

 แต่แล้วคำสาปก็ได้เริ่มสัมแดงฤทธิ์ หลังจากที่เหล่าลูกๆ ของตนได้รับของขวัญจากผู้เป็นพ่อในพิธีแต่งงาน และได้แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน ทำให้ธราเทพ ไม่ได้รับรู้ถึงคำสาปร้ายที่เริ่มทำลายลูกของตนเองทีละนิด จนกระทั่งใช้เวลาหลายสิบปีที่ผู้เป็นพ่อถึงจะรับรู้ความผิดพลาดที่ได้ทำลงไป 

ธราเทพ ได้มอบหมายให้หลานข้างกายอย่าง คิรัน ลูกชายของลูกคนสุดท้อง ออกตาหาเหล่าครอบครัวของลูกสาวทั้งหก ของตนที่แยกย้ายในที่ต่างกัน ด้วยความหวังที่ว่าเหตุการณ์จะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ จนในที่สุดก็ได้พบกับหนึ่งในลูกสาวของตน นั้นคือ “ทิมพิกา” ที่ได้ย้ายขึ้นมาเชียงรายตามผู้เป็นสามีของตน กว่าที่คิรันจะพบ ก็สายเกินไป ทิมพิกา ได้มอบ ปิ่นปักผมที่มีอัญมณีทับทิมสีแดงสด ให้กับ “ลดา” ลูกสาวอันเป็นที่รักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้คำสาปได้ผูกมัดกับ ลดา ผู้เป็นลูกสาวของตน และโชคชะตาได้ชี้นำให้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างของความลับของอัญมณีเหล่านั้น...

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ เป็นเนื้อหาที่สองในนิยายทั้งเจ็ดเรื่อง เรื่องราวจะเล่าถึงหญิงสาวนามว่าพาขวัญ ที่ได้รับกระพรวนที่ฝังอัญมณีมรกต ที่ได้รับสืบทอดมาจากมลิกา แม่ของตนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเรื่องราวกับต้องเข้าไปพัวพันกับความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ จ้าวมรกต...

 

*สามารถอ่านฟรี ตั้งแต่ตอนที่ ๑ ถึงตอนที่ ๓๙* 

*ตอนจบ สงวนราคา ๕ เหรียญทอง* 

 

- ทั้งนี้เราขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจในนิยายของเรา -

คำเตือน

 

เนื้อหาภายในนิยายเกิดจากจินตนาของผู้เขียนมิได้อ้างอิงถึงบุคคลภายนอกแต่อย่างใดชื่อตัวละคร และสถานที่

หากพาดพิงหรือกล่าวถึงต่อบุคคลในชีวิตจริงทางทีมงานขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

แว่วพาขวัญ

ผู้เขียน : แมวสลิดศรีสยาม

เผยแพร่ครั้งแรก : พฤษจิกายน ๒๕๖๘

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.๒๕๕๘ 

ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น

 

เรียบเรียง : แมวสลิดศรีสยาม

ออกแบบปก : แมวสลิดศรีสยาม  รูปเล่ม : แมวสลิดศรีสยาม

 

สารบัญ

นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-บทนำ บทนำ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑ ๑,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๒ ๒,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๓ ๓ ,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๔ ๔,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๕ ๕,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๖ ๖,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๗ ๗,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๘ ๘,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๙ ๙,นิยายชุด ปริญธิดา เรื่อง แว่วพาขวัญ-ตอนที่ ๑๐ ๑๐

เนื้อหา

ตอนที่ ๖ ๖

 

 

 

 

“กรุ๊งกริ๊ง” พาขวัญลืมตาตื่นขึ้นจากเสียงกระดิ่งที่ดังขึ้น และทั้งสองคนก็เหมือนจะได้ยินเสียงกระพรวนที่ดังปลุกทั้งสาม เนื่องด้วยในขณะนี้รถตู้ที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ได้เดินทางมาถึงจุดหมายที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ โรงแรมมณีมงคล ณ จังหวัด อยุธยา เมื่อมาถึงพาขวัญต้องตะลึงในสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ที่ดูยิ่งใหญ่และอลังการเป็นอย่างมาก เสียงประตูรถเปิดออกพบชายท่าทางสุขุมคนหนึ่งที่รอต้อนรับ...

“ยินดีต้อนรับคณะจาก P.J.P. Group ทุกท่านครับ” น้ำเสียงที่สุภาพ แต่ท่าทางที่เย็นชากลับแสดงออกมาอย่างชัดเจน...ไม่ใช่แค่ผู้จัดการ แต่สีหน้าที่เป็นกังวลของเหล่าพนักงานที่ทั้งสามเดินผ่านอย่างเห็นได้ชัดกับคณะทุนใหม่ที่มาถึง แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายในตัวอาคาร...

“โห...” เสียงเมฆาอุทานขึ้น กับภาพตรงหน้าที่ทางโรงแรม ตกแต่งด้วยบานกระจกนับร้อยประดับประดาตามผนังที่ดูกว้างใหญ่ ถึงกับต้องส่ายหน้าเบา ๆ...

“มีกระจกแบบนี้กี่บานกันครับเนี่ย...” เมฆาแอบยิงคำถามไป

“ประมาณสามร้อยกว่าบานครับ...เราใช้ตกแต่งเป็นจุดเด่นของเราเลยครับ...” ผู้จัดการตอบกลับเมฆา ตามด้วยเสียงถอนหายใจของเมฆาที่ดังอยู่ข้าง ๆ พาขวัญ

“สู้ ๆ นะคะ” พาขวัญพูดกับเมฆาเบา ๆ แต่ได้รับเพียงยิ้มแห้ง ๆ จากเมฆาเท่านั้น ในขณะที่ผู้จัดการแนะนำส่วนต่าง ๆ ของโรงแรมอยู่นั้น แจสเปอร์ ที่เห็นสีหน้าและการแสดงออกของพนักงานที่พากันมาดูด้วยท่าทีไม่สบายใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นแจสเปอร์ ได้เดินเข้าไปพูดคุย หลังจากนั้นไม่นานนักท่าทีของเหล่าพนักงานต่างมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมา...พาขวัญมองอย่างนั้นได้แอบยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

“คุณพาขวัญครับ” แต่เสียงของผู้จัดการได้เรียกสติพาขวัญกลับมา...

“สักครู่เราจะให้พนักงานนำไปยังห้องพักครับ...เดินทางมาเหนื่อย ๆ จะได้พักผ่อนให้หายเหนื่อย...” 

ไม่นานนักหลังจากแยกตัวกับผู้จัดการ พนักงานสาวได้เดินนำทั้งสามไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องพัก เมื่อเดินผ่านห้องหนึ่ง สร้อยเฉลวของเมฆา สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง...

“พลังโกเมน...ปะปนอยู่กับพลังของวิญญาณครับ คุณพาขวัญ” 

“คุณพาขวัญต้องระวังตัวน่ะครับ...วิญญาณรอบนี้ไม่ได้ปลดผนึกง่ายเหมือนกับม่านแก้วนะครับ” 

“ได้ค่ะคุณเมฆา ขวัญจะระวังนะคะ...” ก่อนที่พาขวัญ และเมฆา จะแยกย้ายเข้าห้อง เหลือเพียงแจสเปอร์ที่ยังคุยกับพนักงานอยู่ข้างล่างเคาน์เตอร์

ภายในห้องสุดหรูกับบรรยากาศด้านนอกที่มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน แสงที่กระทบแม่น้ำทำให้พาขวัญ รู้สึกสงบลืมเรื่องราวที่วุ่นวายไปได้ชั่วขณะ เมื่อเทียบกับบรรยากาศภายในห้องที่พบว่า ตามพนังตกแต่งไปด้วยกระจกหรูราคาแพง หากเป็นเวลาปกติก็อาจจะดูสวยงามเหมาะกับบรรยากาศข้างนอก แต่ทว่า ในขณะนี้ตนรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามีสายตาจ้องมองเล็ดรอดออกมาทางกระจกแต่ละบานที่แทบจะหลีกหนีไม่ได้

เมื่อพาขวัญเดินเข้ามาภายในห้องหลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศด้านนอก เมื่อหันกลับมาด้านใน สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดนั้นก็คือ กระจกบานใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ข้างหน้าต่าง พาขวัญหยุดเดินประจันหน้ากับกระจกบานนั้นเหมือนโดนมนต์สะกดบางอย่างให้ตนทำเช่นนั้น...หากแต่ว่า ณ เวลานี้เงาที่สะท้อนเป็นร่างของตนจริง แต่เงา ยิ้มออกมาและจ้องมองมาที่พาขวัญ แสงสีดำสนิทพุ่งออกมาจากกระจกทั่วทั้งห้อง...

“เจ้าเชื่อใจได้อย่างนั้นหรือ...คนที่มีนามว่าแจสเปอร์?  นางเพียงหลอกใช้เจ้าเท่านั้น นางไม่ได้รักเจ้า...”

“จงระวังไว้...ผู้ทรยศอยู่ข้างๆ รอบๆตัวเจ้าแล้ว!!!” เสียงกระซิบจากวิญญาณร้าย ทำให้พาขวัญตกอยู่ในภวังค์คำลวงเหล่านั้น ภาพที่วาดขึ้นมาใหม่ภายในความคิดของพาขวัญเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันอัญมณีมรกตบนตัวกระพรวน ได้เปร่งแสงสั่นไหวอย่างรุนแรงจากความผันผวนทางอารมณ์ของพาขวัญในขณะนี้...

เสียงเปิดประตูดังลั่นทีละบานใกล้เข้ามาในห้องที่พาขวัญอยู่ในขณะนี้ เสียงดัง “ปัง!!!” ทีละบาน จนในที่สุดเสียงประตูบานสุดท้ายดังขึ้น ก่อนที่จะมีมือปิดตาพาขวัญและดึงตนเข้าสู่อ้อมกอด...

“ท่านประธาน...อย่าเชื่อสิ่งที่มันบอก...ท่านต้อง...เชื่อในตัวดิฉันคนเดียวเท่านั้น!” เสียงกระซิบของหญิงสาวที่ทำให้พาขวัญใจเต้นรัวดังขึ้น พร้อมกับอ้อมกอดของแจสเปอร์ที่ปกป้องตนจากสิ่งชั่วร้ายในขณะนี้

พลังภายในตัวของแจสเปอร์คอยสกัดพลังงานด้านลบเหล่านั้น ใช้เวลาสักพักจนในที่สุดพลังงานของวิญญาณจากผนึกที่สอง ได้จางหายไป พร้อมกับรอยร้าวในกระจกชัดขึ้นเป็นทางยาว

“ท่านประธานไม่เป็นอะไรนะคะ...” แจสเปอร์ถามออกไป

“เอ่อ...ท่านประธานคะ” 

“...”

“ท่านประธานคะ...ปล่อยได้แล้วคะ...” แจสเปอร์กล่าว ขณะที่ตบไหล่เบาของพาขวัญที่กอดตนไว้แน่น

“อุ้ย...ขอโทษค่ะ...พอดีว่าขวัญกลัวเลยกอดแน่นไปหน่อย...” พาขวัญหัวเราะเบาๆ เมฆารีบวิ่งเข้ามาเมื่อสัมผัสพลังงานได้ แต่เมื่อเห็นทั้งสองก็โล่งใจได้ทันทีว่าพลังงานนั้นหายไปแล้ว

“ผมว่าแบบนี้ไม่ดีแล้วนะครับ...ดูเหมือนวิญญาณจะใช้กระจกทุกบานเป็นสื่อได้หมดเลย...”

“เราต้องตามหา กระจกแห่งความลวง ผนึกที่สองให้ได้เร็วที่สุด...” เมฆากล่าวในขณะที่เหนื่อยหอบหลังจากรีบวิ่งมายังที่เกิดเหตุ

“ผมว่ากระจกบานนั้นต้องอยู่ในห้องโถงกระจกที่เราผ่านมาตอนเช้าแน่ๆ ครับ...” 

ไม่นานหลังจากที่เมฆาพูดเสร็จ...เสียงเพลงดังขึ้นไปทั่วทั้งห้องพักที่ทั้งสามอยู่ในตอนนี้เมื่อตั้งใจฟังเสียงเพลงเศร้าที่บรรเลงอยู่ พร้อมกับแสงสีเขียวจากอัญมณีส่องสว่างขึ้น ทั้งสามคนมั่นใจแล้วว่าเสียงได้ดังออกมาจากกระจกแต่ละบาน...แต่ก่อนที่จะหายตกใจนั้นเปลวไฟสีดำเผาไหม้บนโต๊ะเครื่องแป้งที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ปรากฏจดหมายเก่า ๆ หนึ่งฉบับ...ทั้งสามต่างมองหน้ากัน  ก่อนที่พาขวัญจะเดินไปหยิบและเปิดอ่านข้อความภายในจดหมาย...

“คืนนี้ ณ ห้องโถงกระจก...ข้าจะให้เจ้าได้เผชิญหน้ากับความจริง...ว่าใครคือคนทรยศที่แท้จริง”