จากเด็กหนุ่มสุดอ่อนแอ กลายเป็นผู้ครอบครองเทคโนโลยีปริศนา จนกลายเป็นเครื่องจักรสังหารสุดแกร่งระดับพระเจ้า!!
แอคชั่น,ชาย-หญิง,ไทย,สะท้อนปัญหาสังคม,เกิดใหม่,พล็อตสร้างกระแส,ดราม่า,แฟนตาซี,สืบสวนสอบสวน,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,นิยายสนุก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Cyber Mania ไซเบอร์มือสังหารจากเด็กหนุ่มสุดอ่อนแอ กลายเป็นผู้ครอบครองเทคโนโลยีปริศนา จนกลายเป็นเครื่องจักรสังหารสุดแกร่งระดับพระเจ้า!!
การจากไปอย่างเป็นปริศนาของ ‘เรน่า’ ทำให้ชีวิตสองพ่อลูกอย่าง ‘แม็กซ์’ และ ‘เอ็กซ์’ ไขว่เขว้จนจำเป็นต้องกลับไปขายอาวุธเถื่อนในวงการใต้ดินเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ แต่แล้วได้ถูก ‘คองเคอร์’ ราชามาเฟียหักหลังและฆ่าแม็กซ์ต่อหน้าลูกชาย และจับเอ็กซ์มาฝึกฝนให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร หารู้ไม่ว่าลึกๆ แล้วเอ็กซ์กำลังวางแผนล้างบางโลกใต้ดินด้วยตัวคนเดียว ในเวลาต่อมาเอ็กซ์พลาดท่าให้กับศัตรูจากภารกิจช่วยเหลือ ‘จีน่า’ บุตรสาวคนเดียวของคองเคอร์ ราชามาเฟียใต้ดินจึงตบรางวัลโดยดัดแปลงร่างกายเอ็กซ์กับ ‘เลเวลอัพ’ เทคโนโลยีปริศนา จนเขาได้รับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดและเรียกตัวเองว่า ‘Cyber Mania’ ระหว่างนั้นเขารอคอยอย่างใจเย็นเพื่อพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด
ไม่มีบทเพลงไหนบรรเลงไพเราะไปกว่า ‘บีโธเฟ่น ซิมโฟนี่ หมายเลขเก้า’ ซึ่งเต็มไปด้วยความก้าวร้าว แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นในแต่ละท่วงทำนอง การเปิดคลอเบาๆ ภายในห้องประชุมทำให้สร้างบรรยากาศอันแปลกใหม่ได้อีกแบบ
บอร์ดบริหารจำนวนสิบคนนั่งล้อมโต๊ะกลมทำจากหินอ่อนเทียมด้วยความเคร่งขรึม มีเอกสารจำนวนมากจัดเป็นระเบียบอยู่ตรงหน้า พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกับมัน กลับเป็นชายหนุ่มสวมสูทสีดำนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงสูงกว่าตัวเองที่หัวโต๊ะหน้านิ่วครุ่นคิดอย่างหนัก เขานั่งจ้องโฮโลแกรมข้อมูลการประชุมพลางเขย่าขาข้างขวาเล็กน้อย
บรรยากาศภายในห้องนั้นเงียบและอึดอัดมาเกือบชั่วโมงแล้ว
“สรุปก็คือ เดือนนี้บริษัทของเรามีรายได้ลดลง 0.1%” เขาเงยหน้าขึ้นมองทุกคนในที่ประชุมด้วยสายตาอันเฉียบคมประหนึ่งเหยี่ยวพร้อมตะปบเหยื่อ แล้วยกมือขึ้นปาดเส้นผมดำขลับให้เรียบไปด้านหลัง “สาเหตุเกิดมาจากอะไรครับ? แทนที่บริษัทของเราจะเติบโตไปได้มากกว่านี้ กลับกลายเป็นว่าถอยหลังลงคลองแบบนี้งั้นเหรอ?”
ชายในสูทสีดำพ่นลมหายใจแรงอย่างหงุดหงิด
“นี่พวกคุณทำผมผิดหวังมากเลยนะ”
บอร์ดบริหารหลายคนก้มหน้าลง เพราะรู้ว่าตัวเองไม่สามารถบริหารจัดการให้ดีกว่านี้ ดนตรีบรรเลงไปถึงท่อนคอรัส ทำให้บรรยากาศภายในยิ่งร้อนรุ่มกว่าเดิม
“ท่านประธาน เมก้า ไดฟเวอร์ พั้งค์” หนึ่งในนั้นยกมือขึ้นด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ “ผมมีไอเดียในการเพิ่มยอดขายมาเสนอครับ”
“เยี่ยมยอดไปเลย” เมก้าเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างโล่งอก พร้อมผายมือเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย “เชิญเสนอมาได้เลยครับคุณฟิล”
“ขออนุญาตครับ” คุณฟิลลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางมั่นใจ “เราต้องเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังพัฒนาของเราให้เร็วที่สุด ในตอนนี้กำลังฮือฮาและเป็นกระแสวิพากย์วิจารณ์ของเหล่า ‘ครีเอเตอร์’ และ ‘วอร์ชเชอร์’ มากมาย ผมคิดว่า…”
“น่าผิดหวังจริงๆ” เมก้าพูดแทรกขึ้นพร้อมสายตาอันเบื่อหน่าย “เอาเงินไปแล้วอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก”
ไม่กี่อึดใจ หน้าจอโฮโลแกรมสมาร์ทคอนแทกปรากฎขึ้นตรงหน้าคุณฟิล ชายหนุ่มเบิกตาโตด้วยความช็อกสุดขีด กว่าเขาจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นระดับผู้บริหารได้ ต้องอดทนเสียสละมากมายขนาดไหน วันนี้เขากลับถูกเฉดหัวไล่เพราะไอเดียอันไม่ได้ความ
“ทะ…ท่านประธาน! ผมขอโอกาสอีกสักครั้งเถอะครับ! ผมมีครอบครัว มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบดูแล จะไล่ผมออกแบบนี้ไม่ได้นะครับ” คุณฟิลวิ่งพรวดไปคุกเข่าต่อหน้าประธานบริษัทหนุ่มผู้ซึ่งไม่สนใจอีกฝ่ายอยู่แล้ว ยิ่งทำตัวแบบนี้จะยิ่งทำให้เมก้ายิ่งมองอย่างดูหมิ่นลงไปอีก “ผมขอร้อง…ได้โปรดเถอะครับท่านประธาน จะให้ผมเลียรองเท้าตรงนี้ ตอนนี้เลยก็ได้ครับ!!”
ช่างไร้ศักดิ์ศรีจริงๆ
“เฮ่ยๆ เห็นผมเป็นอะไรกัน มาเฟียใต้ดินหรือไง? โทษทีนะ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น” เมก้าเอ่ยโดยไม่มองหน้า “การที่คุณมาคุกเข่าก้มหัวกันแบบนี้ถือว่าคุณทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นคนไปแล้ว บริษัทของเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างแรก แต่คุณกลับละเลยไปเสียเอง เท่ากับว่าคุณไม่มีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งบอร์ดบริหารของเราได้อีก ขอให้คุณโชคดีกับงานใหม่ครับ”
โฮโลแกรมสมาร์ทคอนแท็กเด้งขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาเม็ดเล็กหยดทะลุผ่านมันไป
เขาหมดหนทางแล้ว
บอร์ดบริหารคนอื่นต่างมองฟิลด้วยความละเหี่ยใจ
โลกของการแข่งขัน ใครกล้าเสนอไอเดียอันไม่เป็นที่น่าพอใจแก่ผู้บังคับบัญชา สมควรโดนสะท้อนกลับอย่างเจ็บปวด!!
“เซ็นเสีย แล้วไสหัวออกไป” ประธานบริษัทหนุ่มเอ่ยเพียงแค่นั้น
เอกสารโฮโลแกรมสว่างไสวอยู่ตรงหน้า มีช่องว่างสำหรับเซ็นชื่อ คุณฟิลจำใจตวัดลายเซ็นด้วยท่าทางหวาดหวั่น
เขาไม่ได้หวาดกลัวต่อระบบหรือสถาบัน แต่กลัวว่าครอบครัวและตัวเองจะไม่มีกินในสักวัน เขารู้ว่าเม็ดเงินจากการขายหุ้นในมือนั้นสามารถต่อชีวิตได้ไม่นาน ท้ายที่สุดแล้วเขาจะหมดตัว หากไม่สามารถหางานใหม่ทัน
หลังจากประทับลายนิ้วเมื่อ โฮโลแกรมอีกกรอบโชว์ตัวเลขจำนวนกว่าร้อยล้านบิทถูกโอนเข้ามายังบัญชีวอลเล็ต
“ลาก่อนฟิล” เมก้าพูดด้วยน้ำเสียงอันเรียบนิ่ง
“ลาก่อน ท่านประธาน เมก้า ไดฟ์เวอร์ พั้งค์” ชายหนุ่มก้มหน้ามองพื้นก่อนเดินออกจากห้องโดยแอบชูนิ้วกลางไพล่มือซ่อนไว้ด้านหลัง
บรรยากาศภายในห้องประชุมผ่อนคลายลงเล็กน้อย บอร์ดบริหารที่เหลือต่างพุ่งความสนใจไปยังเก้าอี้อันว่างเปล่าราวเป็นสิ่งเตือนใจไม่ให้ล้ำเส้นอย่างคุณฟิล
“ถ้าไม่มีใครเสนอ ผมเสนอเอง” เมก้าโน้มตัวลงท้าวแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ เป็นเสียงเหล็กหนักๆ กระทบเบาๆ “เราจะแก้ไขปัญหาเรื่อง 0.1% ด้วยการขายหุ่นยนต์เอไอแบบใช้แล้วทิ้ง นั่นหมายความว่าเราจะอุดรูสายชาร์ต จากนั้นปล่อยให้ใช้พลังงานจนหมด เพียงแค่นั้นลูกค้าก็จะซื้อตัวใหม่ในทันที ใครมีความเห็นอย่างอื่นไหม?”
ไม่กี่อึดใจ ชายร่างเล็กศีรษะล้านผิวเข้มยกมือขึ้น
“ด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน หากเราจะผลิตสินค้าตัวนี้ เราจะต้องเพิ่ม Cost ด้วยหรือเปล่าครับ?”
“เราจะเพิ่มในส่วนของกระบวนการผลิต แต่วัตถุดิบนั้นเราจะใช้ชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านคิวซีมาใช้แทน” เมก้าตอบพร้อมรอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยม “เราจะประหยัดต้นทุนไปได้อีกมากแล้วเราจะขายในราคาประหยัดเพื่อให้ชนชั้นล่างสามารถเข้าถึงได้ง่าย -0.1% จะกลายเป็น +10% มีใครจะคัดค้านไหมครับ?”
เมื่อยิงคำถามเสี่ยงตายออกไป จึงไม่มีบอร์ดบริหารคนไหนกล้ายกมือ แม้จะมีคำคัดค้านอื้ออึงในหัวเต็มไปหมด เพื่อการงานและอนาคตของแต่ละคน จึงฉลาดกว่าหากไม่แสดงออกชัดเจนเกินไป
“ในเมื่อเสียงเป็นเอกฉันท์ ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ครับ” เมก้ากล่าวปิดท้าย ดนตรีหยุดบรรเลง ทุกคนออกจากห้องประชุมด้วยอุปกรณ์วาร์ป
เมก้าวาร์ปกลับมายังห้องประธานอันกว้างขวาง โต๊ะทำงานขนาดใหญ่มีจอโฮโลแกรมเปิดอยู่ มีป้ายชื่อโฮโลแกรมเขียนไว้หน้าโต๊ะทำงานว่า ‘เมก้า ไดฟ์เวอร์ พั้งค์ ตำแหน่ง ประธานบริษัท’ เปิดโชว์เด่นอยู่ ด้านหลังเป็นหน้าต่างกระจกกันกระสุนเลเซอร์ขนาดมหึมา สามารถมองลงไปเห็นเมืองไนท์แมร์ได้หมดราวกับเป็นพระเจ้าผู้เฝ้ามองความเป็นไปของเหล่ามนุษย์อันต่ำต้อย
เสียงใครบางคนวาร์ปเข้ามาในห้องประธานดังขึ้น เมื่อเมก้าหันกลับไปจึงเจอเข้ากับชายสวมชุดสูทสีขาว ใบหน้าแสดงถึงความรู้สึกเซ็งอย่างเห็นได้ชัด
“ใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีเลยนะครับ” ชายในชุดสูทสีดำผู้มีใบหน้าเหมือนกับชายในชุดสูทสีขาวเอ่ย “เมก้า ไดฟ์เวอร์ พั้งค์ตัวจริง”
“มาเติมคำว่าตัวจริงลงท้ายแบบนี้คิดจะมาแทนที่ผมหรือยังไง? เจ้าด็อพเพิลเก็งเกอร์ [1] งี่เง่า” น้ำเสียงเมก้าในสูทสีขาวฟังดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“เงินในบัญชีบริษัทของเราไม่ได้ลดลงไปเลยนะ แสดงว่าการเจรจาล้มเหลวอย่างนั้นสิ” เมก้าในสูทสีดำเอ่ยแฝงไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย
“จะพูดอย่างนั้นก็ถูก” เมก้าตัวจริงเดินไปนั่งเก้าอี้ประธานพลางเอนหลังจนศีรษะเงยขนานกับเพดาน “รอบนี้ชักจะไม่หมูเท่าไหร่ ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น พิษของมันจะยิ่งทำร้ายมนุษย์มากขึ้น ส่วนตัวเลขที่หายไป 0.1% นั้นมาจากฉันเองนี่แหละ ฟิลเป็นคนดีแต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เท่าไหร่ ให้ออกไปมันก็ดีกับบริษัท”
“เป็นด็อพเพิลเก็งเกอร์ก็ดีแบบนี้ล่ะนะ ความคิดของเราเชื่อมต่อกันราวกับเป็นคนๆ เดียว” เมก้าสูทสีดำแสยะยิ้ม “อย่างว่าเถอะ เรื่องของแม็กซ์เป็นสิ่งที่เราจะต้องใส่ใจ คดีผ่านๆ มาเราสามารถรับมือได้หมด เราต้องส่งคนไปเจรจาอีกรอบหรือไม่ก็เก็บมันไปเสียเลย ยังไงเขาก็เป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ในสังคมไม่ได้มีบทบาทอะไรสูงส่งนัก หายไปคนเดียวก็ไม่มีใครสังเกตหรอก”
“ฉันควรส่งคนไปเจรจาอีกรอบแทนการปลิดชีพอย่างไร้ค่า” เมก้าตัวจริงบอก “อยากจะให้เป็นเรื่องอีกหรือไง?”
“เงินเราก็มี ปิดข่าวไปก็หมดเรื่อง” เมก้าด็อพเพิลเก็งเกอร์สูทสีดำพูดง่ายๆ
“อย่ามาโง่หน่อยเลย เราสองคนเป็นผู้ปราดเปรื่องที่สุดในเมืองไนท์แมร์ แผนการของเราต้องไม่ตื้นเขินจนเกินไป เราต้องรอบคอบทุกฝีก้าว” เมก้าตัวจริงลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนเดินอ้อมไปด้านหลังของตัวด็อพเพิลเก็งเกอร์ จากนั้นไม่กี่อึดใจ เมก้าด็อพเพิลเก็งเกอร์หยุดนิ่งลงราวกับแบตเตอรี่หมด “นายทำงานหนักเกินไปแล้ว เดี๋ยวสั่งคนเอาไปชาร์จแบตฯ ให้ก็แล้วกัน”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ท่านประธานคะ ถึงเวลาสำหรับการเดินทางไปเมืองใต้ดินแล้วค่ะ” เสียงของเลขาสาวแสนสวยดังมาจากหลังประตู
“โอเค” เมก้ายกร่างแข็งทื่อของด็อพเพิลเก็งเกอร์วางไว้บนโซฟาก่อนบ่นกับตัวเอง “ไม่คิดจะให้พักหายใจกันเลยหรือยังไงกันนะ”
-------------------------------------------
To Be Continue Ep.4
[1] ด็อพเพิลเก็งเกอร์ คือ ปรากฏการณ์ที่มนุษย์คนหนึ่งปรากฎตัวเพิ่มขึ้นจากอีกร่างหนึ่งในเวลาเดียวกันแต่ต่างสถานที่ ซึ่งจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกับร่างต้นราวกับเป็นฝาแฝด จุดสังเกตในการแยกแยะได้คือ ด็อพเพิลเก็งเกอร์นั้นไม่มีเงาทอดและไม่มีภาพสะท้อนในกระจกหรือผิวน้ำ เป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย