หลังฟื้นจากความตาย พบว่าตนเองเข้ามาอยู่ในร่างฮูหยินเสี่ยวเฟยภรรยาเอกสกุลจ้าว ที่มีนิสัยร้ายกาจ ทุกคนในจวนรวมถึงสามีสุดแสนจะรังเกียจ!!
เกิดใหม่,ย้อนยุค,จีน,ข้ามเวลา,จีนโบราณ,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ข้าเหรอภรรยาตัวร้ายหลังฟื้นจากความตาย พบว่าตนเองเข้ามาอยู่ในร่างฮูหยินเสี่ยวเฟยภรรยาเอกสกุลจ้าว ที่มีนิสัยร้ายกาจ ทุกคนในจวนรวมถึงสามีสุดแสนจะรังเกียจ!!
ข้าเหรอภรรยาตัวร้าย
จื่อหลาน...หญิงสาววัยยี่สิบปี ฟื้นตื่นจากความตาย แล้วพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของฮูหยินเสี่ยวเฟย ภรรยาเอกแสนร้ายกาจของสกุลจ้าว ที่ถูกสามีรังเกียจ ทำทุกทางเพื่อส่งนางคืนให้กับวังหลวง แล้วตัดสัมพันธ์ไม่ขอยุ่งเกี่ยว
ทว่า...เมื่อรู้ความจริง ฮูหยินเสี่ยวเฟยไม่รู้สึกรู้สา ซ้ำยินดีให้เขาพากลับวังหลวง เพื่อตัดขาดการเป็นสามีภรรยา
-------------------------------------
“ข้ากับเจ้า ยังต้องทนอยู่ด้วยกันอีกพักใหญ่ จนกว่าบิดาของเจ้าจะเสร็จศึกกลับมา ถึงตอนนั้น ฮ่องเต้จะทรงอนุญาตให้ข้าพาเจ้ากลับเข้าวังหลวง เราสองคนจะได้ตัดขาดสัมพันธ์กันเสียที” เขาพูดจบก็เบี่ยงตัวเดินจากไป ก่อนฝีเท้าของหญิงสาวจะเดินจ้ำอ้าวตามมาด้วยความแปลกใจ
“ไหงเป็นงี้ คนไม่ได้รักกัน ก็ต้องเลิกกันสิ บังคับให้อยู่ด้วยกันทำไม” นางเผลอพูดคำปัจจุบันไปหลายประโยค ทว่าเขาที่ฟังรู้เรื่องกลับตวัดตัว หันกลับมาคว้าแขนภรรยาเอกของตัวเองไว้
“ถ้าจะพูดถึงเรื่องถูกบังคับ ข้าต่างหากที่ถูกเจ้าบังคับให้แต่งงาน ข้อนี้เจ้าควรรู้แต่แรกว่าข้าไม่ได้รักเจ้าแม้แต่น้อย แต่เพราะความอยากเอาชนะของเจ้า ทุกอย่างจึงเป็นเช่นนี้ ข้าต้องสูญเสียลูกเมียก็เพราะเจ้า ใช่ว่าข้าอยากทนทรมานเห็นหน้าเจ้าทุกวัน ใจจริงข้าอยากฆ่าเจ้าวันละหลาย ๆ หนให้สมกับสิ่งที่เจ้าทำ เสี่ยวเฟย!”
ไรท์ติดเหรียญใน plotteller ด้วยนะคะ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกอ่าน E-book ใน MEB
ตอนพิเศษมีเฉพาะใน E-book เท่านั้นนะคะ
“เปล่า แค่มองว่านางตั้งใจจริงหรือไม่ก็เท่านั้น”
“ฮูหยินตั้งใจมากขอรับ” เขาพยักหน้ารับเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็ดี”
“นายท่านขอรับ”
“มีอะไรรึ”
“เมื่อครู่ข้าผ่านไปที่โรงครัว แอบได้ยินเหลียนต้า กับชิงเหอ คิดทำสิ่งมิควรขอรับ” เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เจ้าได้ยินสิ่งใด”
“พวกนางบอกว่า หากมีโอกาสทำอาหารให้ฮูหยินกิน พวกนางจะเป็นผู้ลงมือใส่พิษลงไปในอาหาร เพื่อล้างแค้นแทนแม่นางเซียนเยว่และลูกในครรภ์ขอรับ” สีหน้าของโม่โฉวเปลี่ยนไปในฉับพลัน
“สิ่งที่เสี่ยวเฟยเคยทำ ยากจะมีผู้ใดให้อภัยได้ หากเป็นเมื่อก่อน ข้าจะไม่ห้ามเหลียนต้ากับชิงเหอ” พูดจบโม่โฉวก็หันไปยังร่างของหญิงสาวที่นั่งเขียนวรรณกรรมอยู่ที่สระน้ำ รับรู้ถึงความบริสุทธิ์ของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง
“แต่ตอนนี้เสี่ยวเฟย ไม่ใช่เสี่ยวเฟยคนเก่าอีกต่อไป ด้วยพิษยาในครั้งนั้น ทำให้นางไม่รู้ว่าเคยทำสิ่งใดมาบ้าง เช่นนั้นนางย่อมบริสุทธิ์ ตอนนี้ข้าเข้าใจเหตุผลของมู่เลี่ยนแล้ว ว่าทำไมถึงได้ให้เสี่ยวเฟยปิดบังความจริง เจ่าเจาเจ้ารีบถ่ายทอดคำสั่งข้า ว่าห้ามเหลียนต้ากับชิงเหอ ทำร้ายและเข้าใกล้เสี่ยวเฟยเป็นอันขาด และหากพวกนางฝ่าฝืนคำสั่ง จะลงโทษอย่างหนัก” เป็นครั้งแรกที่โม่โฉวตัดสินใจปกป้องภรรยา ก่อนเจ่าเจาจะน้อมรับคำสั่ง แล้วเดินจากไปทำตามหน้าที่
สายลมอ่อนพัดโชยมาปะทะกายเป็นระยะ นางเขียนวรรณกรรมมาได้สักระยะ จึงยกมือขึ้นเท้าคาง พลางใช้มือเคาะโต๊ะเบา ๆ เพื่อคิดเรื่องราวต่าง ๆ
“ไม่ไหวแล้ว สมองข้าอ่อนล้าเต็มที” ว่าแล้วหญิงสาวก็บิดตัวไปมาเพื่อผ่อนคลาย ก่อนจะหันไปเห็นเหล้าที่วางอยู่ข้างกาย แล้วยิ้มบางเบาออกมา
“วันนี้ข้าต้องรู้ให้ได้ ว่าเจ้ามีสิ่งใดทุกข์ใจแล้วไม่ยอมบอก” พูดจบ เสี่ยวเฟยหยิบเหล้า แล้วเดินหาเจ่าเจาไปทั่วบริเวณ ไม่นานนักร่างของชายหนุ่มก็เดินกลับมาจากครัว แล้วน้อมกายลงเล็กน้อย
“ฮูหยินจะไปที่ใดขอรับ” หญิงสาวส่ายศีรษะ
“มาหาเจ้านั่นแหละ” พูดจบนางก็ทิ้งตัวลงนั่งยังพื้นหญ้าเขียวขจี พลันตบพื้นสองสามครั้ง แล้วเรียกให้เจ่าเจานั่งด้านข้าง แม้เขาจะตกใจในตอนแรก แต่เมื่อเห็นไหเหล้าที่นางถือมาก็เข้าใจความหมาย
“ข้าไปตลาด นึกถึงเจ้าก็เลยซื้อมาฝาก” เจ่าเจาที่ชื่นชอบสุราเป็นทุนเดิมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนเสี่ยวเฟยจะเปิดผ้าคลุมปากไหออก แล้วเทเหล้าใส่จอกยื่นให้อีกฝ่ายอย่างไม่ถือตัว
“รับไปสิ” ชายหนุ่มค่อย ๆ เอื้อมรับเหล้าที่หญิงสาวยื่นให้แล้วกระดกกิน พร้อมรอยยิ้มของเสี่ยวเฟยจะเผยออกมา นางค่อย ๆ เทเหล้าลงใส่จอกของนาง แล้วกระดกดื่มตามด้วยเช่นกัน ก่อนเจ่าเจาจะเบิกตากว้าง
“ฮูหยิน ท่านดื่มเหล้าด้วยเหรอขอรับ” เขาถาม ก่อนนางจะพยักหน้า
“เจ้าไม่รู้อะไร ข้าน่ะชอบกินเวลามีเรื่องกลุ้มใจ”
“ท่านมีเรื่องกลุ้มใจด้วยงั้นเหรอ” เสี่ยวเฟยก้มหน้าลงแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
“ทุกคนล้วนต้องมีเรื่องกลุ้มใจด้วยกันทั้งนั้น ข้าเองก็เช่นกัน” เสี่ยวเฟยพูดพลางเทเหล้าใส่จอกของเจ่าเจา แล้วใส่จอกตัวเองไป พร้อมสายลมพัดโชยมาเป็นระยะ ๆ ฝูงนกบินผ่านไปทำให้เสี่ยวเฟยยิ้มกว้าง
“เจ่าเจา เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเมื่อก่อน ข้าชอบมองฝูงนกเสมอ ๆ ใคร ๆ ต่างก็ว่าข้าบ้า ที่อิจฉาพวกมันเวลาบินผ่าน” เจ่าเจากระดกเหล้าในมือแล้วเอ่ยถามอีกฝ่าย
“แล้วเหตุใด ฮูหยินถึงอิจฉาพวกมัน” เสี่ยวเฟยยิ้ม
“เพราะพวกมันมีครอบครัว เวลาออกหาอาหารก็ไปเป็นฝูง พอกลับรังก็กลับเป็นฝูง ไม่โดดเดี่ยวเช่นช้า” จื่อหลานในร่างเสี่ยวเฟยที่เป็นเพียงเด็กกำพร้า ถูกพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่แบเบาะ ไม่เคยรับรู้ความอบอุ่นนี้จากที่ใด
“ฮูหยินพูดราวกับว่าท่านไม่มีพ่อแม่ ทั้งที่ตระกูลของท่านสูงส่งเพียงนั้น” เจ่าเจาพูดแล้วกระดกเหล้าไปเรื่อย ๆ ก่อนเสี่ยวเฟยจะได้สติแล้วยิ้ม
“สงสัยข้าจะเขียนวรรณกรรมมากเกินไป เจ้าอย่าถือสาสิ่งที่ข้าพูดเลย เอาจอกของเจ้ามา” พูดจบ หญิงสาวก็รินเหล้าใส่จอก หวังให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้เขาคลายความลับออกมา
เวลาผ่านไปไม่นาน หลังจากชายหนุ่มกระดกเหล้าในมือจอกแล้วจอกเล่า เสี่ยวเฟยเห็นว่าอีกฝ่ายมึนเมาได้ที่ จึงเม้มปาก แล้วหลอกถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เวลานี้ ไม่มีนายไม่มีบ่าว หลายวันมานี้ ข้าเห็นเจ้าคล้ายมีเรื่องทุกข์ใจ พอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าทุกข์ใจสิ่งใด” เจ่าเจาที่เริ่มมึนเมา ค่อย ๆ เผยความรู้สึกตัวเองออกมาทีละนิดอย่างไม่รู้ตัว
“ตอนนี้แม่ของข้าชรามากแล้ว อยู่ที่เรือนเพียงผู้เดียว เจ็บป่วยบ่อยครั้ง แต่ไม่ยอมกินยา นางบอกว่าอยากตายเร็ว ๆ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระของข้า ทำอย่างไรก็เปลี่ยนความคิดนางไม่ได้” เจ่าเจาพูดพลางกระดกเหล้าในมือ พร้อมใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่ต่างจากเสี่ยวเฟยที่พยายามสะบัดใบหน้าไปมาเพื่อเรียกสติตัวเอง เพราะเริ่มมึนเมามากแล้วเช่นกัน
“แล้วเหตุใด เจ้าไม่พานางมาอยู่ด้วย ที่จวนก็ออกจะกว้างขวาง” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ แล้วพูดขึ้น
“นายท่านเคยอนุญาตให้ข้าพานางมาอยู่ด้วย แต่ฮูหยินลองเดาสิ ว่านางตอบข้าเช่นไร” เสี่ยวเฟยส่ายศีรษะเพราะไม่อยากใช้ความคิด
ไรท์ติดเหรียญใน plotteller ด้วยนะคะ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกอ่าน E-book ใน MEB
ตอนพิเศษมีเฉพาะใน E-book เท่านั้นนะคะ