ในสงครามที่ศาสนจักรสั่งการและนรกเฝ้ามอง อาร์กัส ไคล์ บุตรชายคนโตแห่งตระกูลใหญ่ผู้ไร้การเหลียวแล ต้องเดินบนเส้นบางระหว่างหน้าที่กับความจริง เมื่อศรัทธาชี้นำเขาไปสู่บางสิ่ง—ที่อาจช่วยมวลมนุษย์ให้รอด…หรือพามันสู่จุดจบ
ไซไฟ,แฟนตาซี,แอคชั่น,สงคราม,ดาร์ค,แฟนตาซี,สงครามครูเสด,สงคราม,การเมือง,ไซไฟ,ไซไฟ + ระทึกขวัญ (Science Fiction+Thriller),ไซไฟแฟนตาซี,ไซไฟ-แฟนตาซี,ปีศาจ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Forever Crusade ศาสนสงครามในสงครามที่ศาสนจักรสั่งการและนรกเฝ้ามอง อาร์กัส ไคล์ บุตรชายคนโตแห่งตระกูลใหญ่ผู้ไร้การเหลียวแล ต้องเดินบนเส้นบางระหว่างหน้าที่กับความจริง เมื่อศรัทธาชี้นำเขาไปสู่บางสิ่ง—ที่อาจช่วยมวลมนุษย์ให้รอด…หรือพามันสู่จุดจบ
บทปฐมกาลแห่งผู้รอด ฉบับตีพิมพ์ที่ 211
มีคำกล่าวขานว่า—สักวันหนึ่งมนุษยชาติจะพินาศด้วยน้ำมือของพวกเขาเอง
นั่นคือถ้อยคำที่บรรพชนผู้หลงผิดเคยยึดถือ…จนกระทั่ง การมาถึงของพวกมัน
บันทึกใน คัมภีร์ปฐมกาลเก่า เล่าว่าในห้วงเวลาที่เหล่าผู้บูชาสิ่งลวงหลอกเรียกว่า ปี ค.ศ. 1800ทวีปศักดิ์สิทธิ์ถูกเผาผลาญด้วยไฟสงคราม—สงครามที่มนุษย์เชื่อผิด ๆ ว่าเป็น “น้ำพระทัยขององค์ผู้โป้ปดเดิม”
ความหลงงมงายเหล่านั้น แม้เราต่างรู้ดีว่าล้วนเหลวไหลทว่าผลร้ายนั้น จริงแท้ยิ่งกว่าเลือดที่แห้งกรังอยู่บนผืนแผ่นดิน
เพราะเมื่อโลหิตมนุษย์รินหลั่งไม่หยุด…เมื่อเสียงร่ำไห้ของวิญญาณร่วงหล่นสู่ขุมนรกนับศตวรรษสิ่งเหล่านั้น ได้แปรเปลี่ยนเป็นอำนาจให้พวกมันปกครองเหนือโลกกายภาพ
และเมื่อเหล่าสานุศิษย์แห่งความโสมมขานรับเป็นหนึ่งเดียว—ประตูสู่นรกก็เปิดออก
กองทัพทั้งเจ็ดย่างกรายขึ้นจากขุมนรกไร้การแจ้งเตือนไร้ผู้ส่งสารทั้งสี่ไร้เสียงแตรสังข์ไร้ “การเสด็จมา” ของเทพเจ้าจอมลวง
มีเพียง ความเงียบงันตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของโลกทั้งใบ
แม้มนุษย์หลายคราพยายามตีโต้กลับแต่สุดท้ายก็จำต้องถอยร่นหอบซากความหวังลงไปซ่อนตัวในโลกเบื้องล่างปล่อยให้พื้นผิวกลายเป็นสนามเด็กเล่นของปีศาจอยู่นับร้อยปี
ทว่า—มนุษย์ไม่เคยรอดมาเพียงด้วยความฉลาดหรือความโหดร้ายหากแต่เพราะ สัญชาตญาณการอยู่รอดซึ่งถูกประทับไว้ในโลหิตของเราแต่กำเนิด
เมื่อการทะเลาะวิวาทแปรเปลี่ยนเป็นความร่วมมือวิทยาการก็ผลิบานดั่งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ
และแล้ว มันก็ถูกค้นพบ—โอริคัลคุมแร่โลหะศักดิ์สิทธิ์ อาพิษร้ายต่อเหล่าปีศาจซ่อนตัวอยู่ในโพรงลึกของโลกเบื้องล่างโดยชายผู้หนึ่ง…ผู้ซึ่งโลกต่อมาเรียกขานว่าพระมหาจักรพรรดิแห่งมวลมนุษยชาติ
พระองค์เสด็จมาพร้อมเหล่าผู้ติดตามอัศวินผู้ไถ่บาป—เทวทูตสงครามซึ่งร่างกายและโลหิตถูกชุบด้วยโอริคัลคุมเพื่อเป็นคมดาบแห่งพระหัตถ์
และเมื่อดาบศักดิ์สิทธิ์ถูกชูขึ้นสงครามครูเซดครั้งใหม่ก็ถือกำเนิด
แม้พระองค์จะตีโต้จนทวงคืนแผ่นทวีปยูเรเซียได้กว่าครึ่งแต่ศัตรูนั้นมากล้นเกินกำลังพลอัศวินผู้ไถ่บาปมีจำนวนเพียงหยิบมือไม่พอจะกวาดล้างคลื่นปีศาจที่ไม่รู้จบสิ้น
“พวกเราสูญเสียมามากเกินไป…”
นั่นคือดำรัสซึ่งถูกจารลงกลางหัวใจจักรวรรดิและด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงยอมสละพระวรกายเป็น ป้อมปราการท้ายสุดเพื่อถ่วงเวลาให้มนุษยชาติหลบหนีผ่านเส้นทางพลังงานโกลาหลที่ฉีกกาลอวกาศออกเป็นรอยแยกสู่ดินแดนใหม่
เส้นทางแสวงบุญนั้น ให้คุณและให้โทษผู้ที่อ่อนแอแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายอันน่าเวทนาแต่ผู้ที่เข้มแข็ง—กลับได้รับพรจากพระองค์ให้ควบคุมพลังโกลาหลและผันมันให้กลายเป็น พลังจิต
และประจักษ์ชัดแล้วว่ามนุษยชาติรอดพ้นการล่มสลายเพราะ การเสียสละเพียงหนึ่งเดียวของพระองค์
ดังนั้น—เราชาวจักรวรรดิฮิลเลริออสจึงขอสาบานด้วยโลหิตและลมหายใจว่า
สักวันหนึ่ง พระองค์จะเสด็จกลับมาและจะทรงนำพาพวกเรายาตราทัพกลับไปทวงคืนมาตุภูมิในนามแห่งพระมหาจักรพรรดิและจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์อันเป็นนิรันดร์ของพระองค์
ย่อหน้าหนึ่งจากบันทึกส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสันตปาปาแห่งศาสนจักรมนุษย์
หมายเหตุผู้เขียน
นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัล มิได้เกี่ยวข้องหรือได้รับอนุญาตจากแฟรนไชส์/จักรวาลใดโดยตรง
แต่ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากงานแนว dark sci-fi / สงครามศรัทธา / สมรภูมิสนามเพลาะ ในวรรณกรรมร่วมสมัยหลายเรื่อง
ทั้งหมดในเรื่อง — ตัวละคร เหตุการณ์ และชื่อดวงดาว — ถูกแต่งขึ้นใหม่เพื่อเล่าเรื่องราวของจักรวรรดิและศาสนจักรในแบบของผู้เขียนเอง
ผนวก A อัปเดตประจำวันที่ 5.1.26
นิยายเรื่องนี้เป็นไซไฟแฟนตาซี ที่มีธีมโลกอยู่ในยุคอณาคต จะไม่ใช่แนวไซไฟจ๋า ๆ ที่เน้นเทคโนโลยีกลไกเป็นหลัก แต่จะเล่นเรื่องราวของ มนุษย์ และความเป็นมนุษย์มากกว่า พล็อตเรื่องมีการวางเอาไว้จนจบแล้วเพราะงั้นมั่นใจว่าจะไม่หายไม่ดอง และจะอัปเดตทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละสองตอน ไม่เกินช่วง 18.00-19.30น. ตามเวลาประเทศไทยของ วันเสาร์และอาทิตย์
ช่วงองค์หนึ่งจะเป็นการปูซะส่วนใหญ่ จึงอาจเต็มไปด้วยเรื่องน่าเบื่อค่อนข้างมาก และศัพท์เฉพาะที่ทั้งแต่งขึ้นและยืมมาค่อนข้างเยอะ แต่สัญญาว่าไรท์จะทำหมวดคำอภิธานศัพท์ ฉบับภาษามนุษย์เข้าใจให้แน่นอนครับ
และขอบคุณทุกท่านที่แค่ผ่านเข้ามาแวะเวียนและเข้ามาอ่านเอาไว้ ณ ที่นี่
Spoiled Lotus
นิ้วมือเรียวบางของสตรีนางหนึ่งจรดลงบนปุ่มบังคับสีดำสนิท เบื้องหน้า เครื่องจักรโบราณกางแขนกลข้างหนึ่งจับเข็มหมุดโลหะ จ่อปลายค้างอยู่เหนือแท่นหมุนสัมฤทธิ์
เมื่อเข็มค่อย ๆ ลดระดับลงทีละเส้นผม—หนึ่งรอยกระเพื่อมก็สั่นไหวขึ้นบนผิวโลหะ
เสียงกรนแกรนแห่งกาลเวลาเริ่มขานรับ…
กริ๊ง… กรืด… กรืด…
บันทึกวารสารจักรวรรดิ ตีพิมพ์ ศักราชมนุษย์ ปีที่ 10040
ข้าจะบันทึกเรื่องราวนี้… ในฐานะประจักษ์พยานผู้ตื่นรู้ด้วยพระประสงค์แห่งองค์จักรพรรดิ ต่อความเปลี่ยนผันที่มนุษยชาตินำพา เพื่อรอรับการมาของพระองค์
เป็นเวลายาวนานกว่าหลายชั่วอายุคน ที่บรรพบุรุษของพวกเรา 'อันนำโดยที่ปรึกษาคนสนิทขององค์จักรพรรดิ' เอาชนะอำนาจเหนือกาลอวกาศอันโกลาหลแห่ง เส้นทางแสวงบุญ
อันเป็นหนทางเดียวกันที่องค์พระจักรพรรดิทรงชี้ทางรอดให้แก่เหล่าผู้ลี้ภัยของพระองค์ สู่บ้านหลังใหม่บนดวงดาว ซึ่งต่อมานามของมันจะถูกตั้งขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ ฮิลเรลิออส
ดาวดวงนั้นมีนามว่า โพรมีธีอุส ดวงดาวที่สภาพไม่ต่างไปจากมาตุภูมิเดิมของเผ่าพันธุ์ อันอบอุ่นด้วยแสงจากดวงสุริยะใหม่ซึ่งมันโคจรรอบ พร้อมเพรียงด้วยพี่น้องร่วมระบบดาวอีกสองดวง
และตามบันทึกฉบับปรับปรุงได้เล่าไว้อย่างกระจ่างชัดและถูกต้องแล้วว่า เมื่ออาณานิคมแห่งใหม่งอกเงยขึ้น พร้อมเทวะ–วิทยาการแห่งศาสตร์ชีวิตและวิญญาณที่เพียบพร้อม ความตายก็หาได้จำเป็นต้องเดินทางสู่นรกภูมิอีกต่อไป
หากแต่ถูกผนวกเข้าในกระบวนการ
“พิธีกรรมเก็บเกี่ยว”
อันดึงฉุดวิญญาณของผู้ศรัทธาให้หลุดพ้นจากเขี้ยวเล็บปีศาจ แล้วกักเก็บไว้ในเครื่องจักรลักษณะคล้ายดวงจันทร์
ให้คงสภาพเสถียรนิรันดร์ เพื่อให้ประสงค์ของบรรพบุรุษเหล่านั้นยังคงเป็นพลังงานและเชื้อไฟ
ได้รับใช้จักรวรรดิสืบไปในรูปแบบพลังงานบริสุทธิ์ซึ่งหล่อเลี้ยงเป็นเชื้อเพลิงในจักรวรรดิ ตามที่จิตศรัทธาของพวกเขาปรารถนาเช่นเดียวกับที่สักวันหนึ่ง...ข้าเองก็จักต้องตามพวกเขาไป
ความเชื่อเดิม และศาสนาเก่าผู้บูชาสิ่งลวงหลอก ถูกลบเลือนหาย
แทนที่ความเชื่อเก่าด้วยสุรเสียงอันจริงแท้ที่เอ่ยขานถึงมหาบุรุษผู้ชี้นำแห่งผองเรา พร้อมทั้งยก “ท่านที่ปรึกษา” ผู้สามารถสดับซึ่งการรู้แจ้งจากองค์พระจักรพรรดิ ให้ทรงนั่งแท่นเบื้องซ้าย และทำหน้าที่ว่าการแทนพระองค์
และเมื่อนั้นเอง นาม ฮิลเรลิออส ก็กลายเป็นทั้งชื่อของศานา และชื่อของจักรวรรดิใหม่ไปพร้อม ๆ กัน
ในปีศักราชปัจจุบัน จักรวรรดิมนุษย์ยังคงถูกชี้นำอย่าง “ถูกต้อง” โดยสภาขุนนาง และองค์พระสันตะปาปา ผู้ทรงนำพาความก้าวหน้าและความแข็งแกร่ง ไปเผชิญหน้ากับเหล่าสิ่งโสมมชั่วร้ายของปีศาจ ที่ยังคงติดตามมารังควานเผ่าพันธุ์ของเราไม่รู้สิ้น
เอกสารที่ระบุถึง “การกลับมาของพวกมัน” สูญหายไป พร้อมกับการแตกดับของดาว โอลด์แวน IV เมื่อคราวหายนะ การบุกระลอกที่ห้า
ทว่า—ด้วยกองทัพแห่งผู้ศรัทธาจากทั้งหนึ่งแสนดวงดาว การต้านทานและการตีโต้กลับในสงครามศักดิ์สิทธิ์ ที่ปะทุโหมขึ้นตามแนวรบไม่รู้จบ ก็ยังคงดำเนินอยู่มาจนถึงบัดนี้
และด้วยขุมกำลังที่ฝ่ายวิทยาการของผองเราได้สร้างขึ้น จากต้นแบบของเหล่าผู้ติดตามทั้งเจ็ดขององค์จักรพรรดิ—เหล่าอัศวินผู้ไถ่บาปทั้งเจ็ดภาคี—พวกเขาก็ยังคงกรำศึกมาแล้วหลายชั่วอายุคน…
พวกเขาคือค้อนศักดิ์สิทธิ์ ที่ประหัตประหารศัตรูในนามแห่งองค์พระจักรพรรดิ
และแร่โลหะโอริคัลคุมสังเคราะห์ ซึ่งมนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้เองนั้น ก็ได้ทำให้ชะตากรรมของสงคราม เริ่มตกกลับมาอยู่ในมือของมวลมนุษยชาติอีกครา
กรืด กรืด กรืด....
เสียงกดย้ำลงบนปุ่มบันทึก ก่อนที่แขนกลนั้นจะยกเข็มจดขึ้น
ร่างเพรียวบางใต้ผ้าคลุมเนื้อดีจากดาวหัตถกรรมกรรมจะลุกขึ้นเต็มความสูง ดวงตาสีทองประกายของนางทอดมองออกไปไกลยังมหาทะเลดาราเบื้องหน้าผ่านช่องมองเห็นของนาวาเหล็กซึ่งลอยลำอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว