คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด
เรื่องย่อ เล่ม 2
นามปากกา : Kevinth M. PoTae
วาดปก : WALAN
.
หลังจากที่หลี่อี้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้อย่างฉิวเฉียด หลี่อี้ก็ถูกคุณนายเมิ่งสั่งให้มาอยู่ที่โรงน้ำชาแห่งนี้ แม้จะไม่ยินยอม แต่คงต้องยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้
หลี่อี้ต้องมาทำงานหลังเที่ยงคืน และนั่น ทำให้หลี่อี้ได้เห็นร่างจริงของเสี่ยวมู่จื่อ แมวดำตัวน้อยที่ตำหนิหลี่อี้จนหน้าชาเมื่อคราวก่อน รวมถึงความตื่นตา ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^
Threads : mungkorn_kevinth
Twitter : Kevinth_M
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 17
การเคลื่อนตัวของโรงน้ำชาหลังเที่ยงคืน
“ข้ารู้ ว่าเจ้ารู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาก เสี่ยวมู่จื่อ แม้จะไม่ได้โดดเด่นในโรงน้ำชาแห่งนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนรักของเจ้ามาตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มได้รับตำแหน่งเป็นเทพใหม่ ๆ ข้าเข้าใจ หากเจ้าจะรู้สึกแย่กับเหตุการณ์นี้บ้าง”
“หลิงเซียงคงเล่าเรื่องพวกนี้ให้เจ้าฟังสินะ…”
“อย่าไปว่านางเลย หลิงเซียงน่ะเป็นห่วงเจ้าจริง ๆ นะ แม้ว่าจะดูเหมือนผิดหวังกับเจ้าในเรื่องนี้ แต่ลึก ๆ แล้วก็ไม่อาจทิ้งเจ้าให้อยู่ลำพังได้ ช่วงเวลากลางวันที่เขาไม่อยู่ เขาจึงฝากให้ข้าช่วยดูแลเจ้ายังไงล่ะ”
“เจ้าไม่ต้องมายุ่งกับข้า นี่ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า ข้าไม่ใช่คนที่ไม่รู้ประสาอะไร เรื่องแค่นี้ข้าดูแลตัวเองได้ คงไม่ต้องมารบกวนกึ่งเทพกึ่งปีศาจเช่นเจ้าหรอก”
“วันนี้ข้าจะไม่โกรธที่เจ้าเรียกข้าเช่นนี้ก็แล้วกัน ก็จริงของเจ้า ถึงครึ่งหนึ่งของข้าจะเป็นเทพ แต่อีกครึ่งก็คือปีศาจ แต่เจ้าช่วยฟังที่ข้าพูดสักหน่อยไม่ได้หรือ อย่างน้อยข้าจะได้วางใจ ไม่ว่าเจ้าจะตอบรับข้าหรือไม่ แต่ข้าก็จะได้กลับไปยังดวงจันทร์ได้อย่างสบายใจ”
“เช่นนั้นเจ้าก็จงพูดมา พูดจบแล้วก็จงกลับไปเสีย…”
ทู่เอ๋อเสินหันกลับมามองหน้าคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้ามากที่สุดในสามภพนี้ แล้วจ้องมองด้วยสายตาที่ไร้รักอย่างถึงที่สุด หมิงชางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้วจึงไม่ได้คาดหวังอะไร อย่างน้อยสิ่งที่จะพูดออกไปในคราวนี้ ก็ยังได้ชื่อว่าพูดออกไป จะได้สบายใจกว่าการที่ไม่ได้คิดทำอะไรเลย
“...ข้า คิดถึงเจ้า ตั้งแต่คราวแรกที่เราสองคนได้เจอหน้ากัน หัวใจของข้าก็กลายเป็นของเจ้าไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น หากแต่ยามที่เราได้เจอกันนั้น มันกลับเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เรื่องนั้นข้ารู้ดี ดังนั้นข้าจึงมีทั้งความคิดถึง และความรู้สึกผิดอยู่ในคราวเดียวกัน สามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา สองเรื่องนี้มันรบกวนหัวใจของข้ามาโดยตลอด ข้าก็ได้แต่หวัง ว่าสักวันข้าจะได้บอกกับเจ้า…”
ไม่เคยมีครั้งไหน ที่ทู่เอ๋อจะเงียบสงบได้เท่ากับคราวนี้มาก่อนเลยในชีวิต จากชายหนุ่มที่หลงรักท่านผู้ตรวจการ สู่เทพกระต่ายที่ได้รับการสักการะจากชาว LGBTQ จนถึงทุกวันนี้ จึงนิสัยใจคอที่ชัดเจนต่อความรู้สึกของตัวเองมาโดยตลอด จนถึงวินาทีนี้ที่สีหน้าของทู่เอ๋อเสินก็ยิ่งดูเงียบสงบเกินไปจนน่าขนลุก
“พูดจบแล้วใช่หรือไม่?”
“ใช่…ข้าพูดจบแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้มีใจให้กับข้าเลยแม้แต่น้อย ในใจของเจ้ายังคงเป็นผู้ตรวจการคนนั้น ที่มาเกิดเป็นหนุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นในอีกร้อยปีต่อมา จนมาถึงตอนนี้ซึ่งก็คือเจ้าหนุ่มนั่น…”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าพูดเรื่องนี้ อย่ามายุ่งเรื่องที่เป็นส่วนตัวของข้าอีกหลังจากนี้ และถ้าทำได้ ก็ขอให้เจ้าช่วยออกไปให้ห่างจากตัวข้า ยิ่งไกลยิ่งดี เพราะข้าไม่อยากจะเสียคนที่ข้ารักผู้นี้ไปอีก…”
“ทู่เอ๋อ…”
“ข้าบอกให้เจ้าออกไปให้ห่างข้ายังไงล่ะ ไม่ได้ยินหรือไง?”
ในขณะที่เยว่หมิงชางพยายามจะคว้าตัวของทู่เอ๋อเสินเอาไว้ เพราะตอนนี้ จะด้วยเพราะรังเกียจหรืออะไรก็ช่าง ทู่เอ๋อเสินกำลังจะถอยออกไปจนใกล้จะตกลงไปเบื้องล่างอีกครั้ง
หากแต่ทู่เอ๋อเสินกลับคิดว่าเยว่หมิงชางกำลังจะคุกคามตน และละเมิดข้อห้าม จึงปัดมือของเยว่หมิงชางทิ้งไปแล้วหลบเลี่ยงไปอีกทาง นั่นจึงส่งผลให้เยว่หมิงชางกลายเป็นคนที่ตกลงไปข้างล่างเสียเอง…
“หมิงชาง!!!…”
ทู่เอ๋อเสินรีบกระโจนเข้าไปหา แล้วคว้าเอาร่างของเยว่หมิงชางเอาไว้ได้ทันท่วงที เพียงแต่กระต่ายน้อยอย่างทู่เอ๋อเสินนั้นมีรูปร่างที่บอบบางและอ่อนกำลังเกินกว่าที่จะดึงร่างของกระต่ายหนุ่มร่างใหญ่อย่างชายชาตรีเช่นนั้นได้ไหว จนตอนนี้ แม้แต่ตัวของทู่เอ๋อเสินเอง ก็ใกล้จะร่วงลงไปด้วยอีกคนเต็มที
“จับข้าไว้ อย่าปล่อยมือนะ…”
“ทู่เอ๋อ ปล่อยข้าเถอะ ข้าไม่เป็นไรหรอก ความสูงแค่นี้ข้าเอาตัวรอดได้ หากเจ้าไม่ยอมปล่อยเจ้าจะพลอยเจ็บตัวไปด้วยนะ”
“ถึงความสูงจะเท่านี้ แต่ข้าไม่อยากติดค้างเจ้า ข้าไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนทำให้เจ้าเจ็บตัว คนอื่นจะว่าเอาได้ว่าข้าจงใจแก้แค้นเจ้า แล้วภาพพจน์ของข้าจะเป็นอย่างไร?”
กระต่ายขาวนึกขบขันในความคิดของทู่เอ๋อเสิน จึงพยายามดึงร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่ดูเหมือนว่าสิ่งรอบตัวจะไม่ค่อยเป็นใจมากนัก เมื่อกระเบื้องผืนที่เยว่หมิงชางคว้าไว้หมายจะเป็นที่ยึดกลับหลุดออก…
“ว้ากกกกกก”
.
.
“ทู่เอ๋อ…หมิงชาง!!!”
เมื่อร่างของทั้งสองกำลังร่วงหล่นลงมาจากหลังคานั้น หลิงเซียงและหวังซูที่กำลังเดินเข้ามาที่สวนหลังโรงน้ำชาเห็นเข้าอย่างพอดิบพอดี
แม้ความสูงมันจะไม่มากนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมนั่นก็คือ โรงน้ำชาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากมนตร์คาถาของคุณนายเมิ่ง ภายนอกอาจจะมีความสูงแค่หกเมตร หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว มันมีความสูงชนิดยากจะคาดเดา
หากอยู่ในช่วงเวลาที่ประตูมิติกำลังเปิดออกหลังเที่ยงคืน ในอีกโลกหนึ่ง ด้วยความสูงขนาดนี้ มันสามารถทำให้ร่างของทั้งสองแหลกเหลวได้ในพริบตาเมื่อตกลงไป
หลิงเซียงและหวังซูรีบกางปีกแล้วบินขึ้นไปเพื่อรับร่างของทั้งสองเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แม้ว่าความจริงแล้ว ทั้งสองจะสามารถเหาะเหินเดินลมขี่เมฆได้อยู่แล้ว แต่ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ตั้งตัวเช่นนี้ ก็ยากที่จะทรงตัวได้เช่นกัน
ผีเสื้อสาวรีบเข้าไปคว้าร่างของทู่เอ๋อเสินเอาไว้ ส่วนหวังซูก็รีบคว้าร่างของเยว่หมิงชางเอาไว้ได้ ทันเวลาก่อนที่ทั้งสองจะลงถึงพื้นด้วยความปลอดภัย
“นี่พวกเจ้าเล่นอะไรกัน ทำไมถึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ได้?”
หวังซูที่มาช่วยงานที่โรงน้ำชาชั่วคราวพูดตำหนิขึ้นด้วยความโมโหไปชั่วขณะ เพราะรู้จักนิสัยเอาแต่ใจของทู่เอ๋อเสิน และรู้จักความเซ้าซี้ของเยว่หมิงชางซึ่งเป็นอดีตเพื่อนรักของตนดี
“ก็แค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ ดีนะที่พวกเจ้าเข้ามาช่วยเอาไว้ทัน ไม่อย่างนั้น บนดวงจันทร์อาจจะต้องเสียกระต่ายหนุ่มรูปงามเช่นข้าไปแล้ว”
“จนถึงตอนนี้เจ้ายังจะมาล้อเล่นอีกหรือ เจ้าอย่าลืมสิ ว่าเรื่องที่เจ้าหนีลงมาโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นนอกจากพวกเราแล้วก็ยังไม่มีใครรู้ หากเจ้าได้รับบาดเจ็บ พลังวิญญาณที่เจ้าฝากเอาไว้บนนั้นเพื่อลวงตาเอาไว้ ก็จะอ่อนลงเพื่อกลับมารักษาตัวของเจ้า ถึงตอนนั้น มีหรือที่เทพธิดาฉางเอ๋อจะไม่รับรู้ได้น่ะ”
.
.
“เจ้าว่าอย่างไรนะ หวังซู?” ในช่วงที่ทุกคนกำลังชุลมุน ไม่มีใครคาดคิด ว่าคุณนายเมิ่งที่ความจริงแล้วควรจะกลับมาที่โรงน้ำชาแห่งนี้ในอีกหกวันข้างหน้า กลับมาปรากฏตัวเร็วกว่ากำหนดเสียได้
“ท่านยาย…” เยว่หมิงชางหันไปยังเสียงของหญิงที่ทรงอำนาจแล้วก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม
“อยู่ที่นี่เรียกข้าว่าคุณนายเมิ่ง”
“ครับท่าน…คุณนายเมิ่ง”
“นี่เจ้าลงมาจากสวรรค์โดยที่ฉางเอ๋อไม่รู้อย่างนั้นหรือ แล้วคนที่อยู่บนนั้นล่ะ”
“นั่นคือร่างจำแลงของข้าเองครับ ข้าแยกร่างลงมาเพราะ…”
“เพราะอะไร?”
“ข้า…เพราะ…คือเพราะว่า…เป็นเรื่องส่วนตัวน่ะครับ”
“เรื่องส่วนตัวเช่นนั้นหรือ นี่เจ้าอย่าบอกนะ ว่าเรื่องส่วนตัวที่เจ้าว่า…คือทู่เอ๋อน่ะ?”
“ค…ครับท่านเทพ”
“ไร้สาระเสียจริง หากฉางเอ๋อรู้เรื่องนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า”
“ข้ารู้ดีครับ แต่ข้า…”
.
.
“นายหญิงครับ เรื่องนั้นข้าว่าเอาไว้ก่อนเถิด ตอนนี้เรื่องที่สำคัญกว่าคือเรื่องของเสี่ยวมู่นะครับ”
เมื่อเห็นท่าจะไม่ดี ทู่เอ๋อจึงรีบออกตัวช่วยเยว่หมิงชางที่กำลังจะจนมุม ก่อนที่จะถูกสั่งลงโทษไป และหากเรื่องนี้รู้ถึงหูของเทพธิดาฉางเอ๋อ เยว่หมิงชางคงจะแหลกเหลวเป็นแน่ ถึงตอนนั้น…กระต่ายบนดวงจันทร์คงต้องเปลี่ยนเป็นคนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะผูกพันกับใครหลายคนเสียจริงนะ ครั้งก่อนก็หลี่อี้ คราวนี้ก็เยว่หมิงชาง คนของข้านี่ช่างโฉมงามดีแท้ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ เจ้าบอกข้ามา ว่าเรื่องของเสี่ยวมู่เจ้าหมายความว่าอย่างไร แล้วตอนนี้…เสี่ยวมู่จื่ออยู่ที่ไหน?”
.
.
จบเล่ม 2