คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2 - ตอนที่ 13 ความจริงถูกเปิดเผย โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2 โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 2

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

หลังจากที่หลี่อี้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้อย่างฉิวเฉียด หลี่อี้ก็ถูกคุณนายเมิ่งสั่งให้มาอยู่ที่โรงน้ำชาแห่งนี้ แม้จะไม่ยินยอม แต่คงต้องยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้

หลี่อี้ต้องมาทำงานหลังเที่ยงคืน และนั่น ทำให้หลี่อี้ได้เห็นร่างจริงของเสี่ยวมู่จื่อ แมวดำตัวน้อยที่ตำหนิหลี่อี้จนหน้าชาเมื่อคราวก่อน รวมถึงความตื่นตา ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Threads : mungkorn_kevinth

Twitter : Kevinth_M

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 1 ความตื่นตาหลังเที่ยงคืน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 2 สนามประลองจำเป็น,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 3 การดูแลนายคือหน้าที่ของฉัน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 4 เยว่หมิงชาง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 5 ผู้ตายปริศนาข้างแม่น้ำอู๋เจียง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 6 ทำตามสัญญา,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 7 คลี่คลายวิญญาณกั๋วอันเฉิง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 8 เรื่องที่เธออยากรู้,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 9 คุณน้าเมิ่งกับพ่อที่แท้จริง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 10 ชาเลือดมังกรเยียวยาหลิงเซียง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 11 ความลับในใจของเสี่ยวมู่จื่อและทู่เอ๋อเสิน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 12 ข้าก็แค่อยากเจอคนที่ข้ารัก,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 13 ความจริงถูกเปิดเผย,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 14 ข้าไม่เคยรักเจ้ากระต่ายตัวนี้,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 15 สละชีวิตเพื่อแทนคุณ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 16 ความรู้สึกผิดที่พยายามซุกซ่อน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 17 การเคลื่อนตัวของโรงน้ำชาหลังเที่ยงคืน (จบเล่ม 2)

เนื้อหา

ตอนที่ 13 ความจริงถูกเปิดเผย

ตอนที่ 13

ความจริงถูกเปิดเผย

 

หวังซูรวบรวมพลังทั้งหมดเท่าที่มี ผลักร่างของหมิงชางที่พยายามจับตัวของตัวเองเอาไว้ ก่อนที่จะผลักร่างของกระต่ายหนุ่มให้ห่างออกไปด้วยพลังวิญญาณอย่างสุดกำลัง เหตุผลเพราะทั้งสองมีพลังวิญญาณที่ไล่เลี่ยกัน หากฝ่ายใดออมมือ ก็จะเสียเปรียบอีกฝ่ายในทันที

ทั้งสองต่อสู้กันอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนซึ่งอยู่สูงที่สุดในจำนวนหลายตึงแถวนั้น ในช่วงเวลาที่ใกล้ค่ำเต็มที จนลืมไปว่าตอนนี้หลี่อี้กำลังรอหวังซูกลับบ้านอยู่ที่หน้าอาคารเรียน

“ทำไมถึงตอนนี้แล้วยังไม่ลงมานะ ไหนบอกว่าจะขึ้นไปคุยธุระกับอาจารย์เสินกวงแป๊บเดียวไง นี่นานมากแล้วนะ มัวแต่ทำอะไรอยู่กันแน่นะ”

เมื่อเวลาเริ่มจะล่วงเลย หลี่อี้จึงเดินตามวังสู้ขึ้นไปบนตึกหากแต่ว่าเมื่อเดินไปที่ห้องทำงานของอาจารย์เสินกวง กลับไม่พบใครเลยแม้แต่เงา นั่นทำให้หลี่อี้รู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น

“ไม่อยู่งั้นเหรอ หายไปไหนกันแน่นะ จริงสิเรามี GPS ของหวังซูอยู่นี่นา…”

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่อี้จึงทำการเปิดแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับการติดตามตัวของหวังซูขึ้นมา ด้วยความที่ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันมาก หลี่อี้และหวังซูจึงได้แลกอีเมลกันเอาไว้และสมัครลงไปในแอป เพื่อที่จะได้ติดตามตัวกันเอาไว้ยามคับขัน และถึงเวลานี้ ก็ดูเหมือนว่าหลี่อี้จะเห็นถึงความจำเป็นที่หวังซูบังคับให้ตัวเองต้องทำในวันนั้นเสียแล้ว

หลี่อี้เริ่มดูพิกัดของหวังซู แล้วเดินตามขึ้นไปข้างบนทีละชั้น แต่ที่แปลกก็คือ พิกัดของหวังซูนั้น ดูเหมือนว่าจะแกว่งไปมาจนดูผิดสังเกต ราวกับว่าร่างของหวังซูกำลังโดนอะไรบางอย่างเหวี่ยงไปมาอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“นี่ที่แอปมันเสียหรือเปล่านะ ทำไมหวังซูถึงได้เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเป็นสิบเมตรขนาดนั้นนะ อย่างกับว่ากำลังโดนใครจับทุ่มอยู่อย่างนั้นแหละ”

ในเวลานี้ ทั้งหวังซูและเยว่หมิงชาง ก็ผลัดกันจับร่างของแต่ละฝ่ายทุ่มลงบนพื้นของดาดฟ้า เพื่อหวังให้อีกฝ่ายอ่อนกำลังลง ปีศาจค้างคาวและกระต่ายสัตว์เทพกำลังต่อสู้กันอย่างสุดแรงจนลืมสังเกตไปว่า ตอนนี้…กำลังมีใครบางคนเปิดประตูของชั้นดาดฟ้าแล้วเดินออกมายังจุดที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กัน

.

.

ร่างของหวังซูถูกเหวี่ยงจนครูดพื้นไปเป็นแนวยาว แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูดาดฟ้าที่หลี่อี้ยืนอยู่อย่างพอดิบพอดี หวังซูพยายามยันร่างกายขึ้นมา แล้วหันมองก็ยังเท้าทั้งสองที่รู้สึกคุ้นตา และเมื่อเงยหน้าขึ้น…

“หลี่อี้!!!”

หลี่อี้ยืนตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่ได้เห็น เพราะไม่เคยคิดว่าเพื่อนที่ตัวเองรู้จักมาหลายปี แท้จริงแล้วจะเป็นสิ่งอื่นที่ต่างไปจากตน

“หลี่อี้ นายฟังฉันก่อน ฉันอธิบายได้”

“นี่นาย เป็นตัวอะไรกันแน่ ทำไมนายถึงมีปีกค้างคาวนั่น แล้วอาจารย์เสิ่นล่ะ จริง ๆ แล้วพวกนายทั้งสองไม่ใช่มนุษย์ใช่มั้ย?”

หลี่อี้พยายามตั้งสติแล้วถามคนตรงหน้าที่ตอนนี้เปลี่ยนกลับมาเป็นร่างของเด็กนักเรียนหนุ่มธรรมดา ไม่ต่างจากอาจารย์เสิ่น ที่เปลี่ยนใบหน้าจากกระต่ายสีขาวกลับมาเป็นหนุ่มรูปงาม ที่มีอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า หากแต่ไม่ใช่ใบหน้าเดิมของอาจารย์เสิ่นที่หลี่อี้รู้จัก

ชายหนุ่มรูปงามราวกับภาพวาดในชุดจีนฮั่นฟูสีขาวนวลผมยาวลงไปถึงกลางหลังเดินถือพัดเดินเข้ามาหาหลี่อี้และหวังซูที่กำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่ราวกับโดนตรึงเอาไว้ แล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กลายเป็นยุคปัจจุบันพร้อมทั้งทรงผมที่ดูทันสมัยขึ้นกว่าเมื่อครู่

“ฉันบอกแล้วไง ว่าอย่ามาเสียเวลาทะเลาะกันแบบนี้ เป็นไงล่ะความลับเรื่องที่นายเป็นปีศาจถูกจับได้ซะแล้ว ฉันถือว่าฉันได้เตือนนายไปแล้วนะ แต่ช่วยไม่ได้ ก็นายดื้อรั้นเองนี่นา…”

“เงียบไปเลยเจ้ากระต่ายโสโครก ข้าไม่อยากพูดกับเจ้า!!!”

“แรงไปหรือเปล่าเนี่ย นี่เจ้าเรียกข้าว่ากระต่ายโสโครกเลยหรือ ข้าเสียใจนะ เจ้าไม่เห็นหรือไง ว่าข้าน่ะคือสัตว์เทพกระต่ายผู้หล่อเหลาอยู่บนดวงจันทร์เชียวนะ มาเรียกข้าเช่นนี้ได้ยังไงกัน…”

“กลับไปเดี๋ยวนี้ ข้าไม่มีเวลาที่จะคุยกับเจ้า…”

หวังซูมีท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสิ่งที่ตัวเองกลัวและปกปิดมานานถูกเปิดเผย ในหัวพยายามคิดหาคำมาอธิบายให้กับหลี่อี้ที่ยังคงยืนรอฟังคำตอบอยู่ตรงหน้า

“ก็ได้ ๆ ข้ากลับก็ได้…หลี่อี้ เจ้าอย่าโกรธหวังซูเลยนะ เขาไม่ได้คิดจะทำร้ายเจ้าหรอกเขาเป็นคนดีนะ…”

“หยุดพูดได้แล้ว กลับไปเดี๋ยวนี้!!!”

“อะไรกัน นี่ข้าอุตส่าห์ช่วยเจ้าพูดแท้ ๆ เลยนะ แต่เอาเถอะ เช่นนั้นข้าไปก่อนล่ะนะ ค่อย ๆ คุยกันล่ะ”

เยว่หมิงชางกางพัดในมือออก แล้วก็เกิดแสงสีขาวนวลเจือประกายวิบวับขึ้นราวกับหมอกควันที่ตัวของกระต่ายขาว แล้วไม่นาน บริเวณนั้นก็กลับคืนสู่สภาพเดิมพร้อมกับเยว่หมิงชางที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย

.

.

“ฉันขอโทษ ที่ฉันปกปิดความจริงเรื่องนี้เอาไว้ไม่ยอมบอกนายทั้งที่ฉันควรจะบอกนายตั้งแต่แรก…” เมื่อทุกอย่างเงียบลง และหวังซูแน่ใจว่าจะไม่มีใครมาขัดอารมณ์อีก หวังซูจึงเริ่มพูดขึ้น

“ตอนนั้นที่เรารู้จักกันนายยังเด็กมาก ฉันกลัวว่านายจะกลัวในสิ่งที่ฉันเป็น ฉันก็เลยปลอมเป็นเด็กอายุเท่านายและเลือกที่จะเติบโตมาพร้อมนายน่ะ จนถึงตอนนี้ฉันก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ฉันจะต้องบอกนายเรื่องนี้ จนกระทั่ง…”

“กระทั่งอะไร?”

“จนกระทั่งนายรู้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์นั่นแหละ ฉันก็เริ่มคิด ว่าฉันจะบอกนายเรื่องนี้ดีมั้ย แต่ตอนแรกฉันก็กะว่าจะบอกนายอยู่แล้วจริง ๆ นะ แต่ฉันแค่ไม่คิดว่าจะด้วยวิธีนี้ก็เท่านั้น…”

หลี่อี้นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วไม่นานใบหน้าที่เคร่งขรึมก็แย้มยิ้มออกมาจนความรู้สึกที่มืดมนกลับสว่างไสวขึ้นทันตา พาให้หวังซูโล่งอกขึ้นมาทันที

“เอาน่า ถึงยังไงนายก็ยังเป็นเพื่อนของฉันอยู่ดีนั่นแหละ นายคิดว่าฉันจะกลัวนายงั้นเหรอ บ้าน่า มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกันล่ะ ก็จริงอย่างที่นายพูด ตั้งแต่ที่ฉันรู้ถึงการมีอยู่ของเทพเซียนแล้วก็ปีศาจพวกนั้น ฉันก็ไม่กลัวอะไรแบบนั้นแล้วแหละ ยิ่งตอนนี้ฉันมีคุณน้าเป็นถึงคุณนายเมิ่งเลยนะ”

“จริงเหรอ นี่นาย…ไม่ได้โกรธฉันจริง ๆ ใช่มั้ย?”

“จริงสิ เรื่องแค่นี้เอง ถ้าฉันยังโกรธนายก็คงจะไร้สาระเต็มที”

“ฉันขอบใจนะ ที่นายไม่ว่าอะไรฉันนะ เห้อออ อึดอัดจะแย่…ฉันคิดว่านายจะไม่เข้าใจฉันซะแล้ว ได้ยินแบบนี้ฉันก็ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย” หวังซูผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกสบายใจและโล่งอก

“เข้าใจสิ ตอนนี้ฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือไง ถ้าฉันโกรธนาย ป่านนี้ฉันคงจะเดินหนีจากนายไปแล้ว นายเป็นเพื่อนฉันนะ ต่อให้นายเป็นปีศาจค้างคาวก็เถอะ แล้วยังไงล่ะ นายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ฉันเคยเห็นในทีวีซะหน่อย ถึงยังไง เราก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ”

“นายคิดงั้นจริงเหรอ?”

“จริงสิ ฉันจะโกหกนายไปทำไมล่ะ ว่าแต่…อาจารย์เสิ่นนั่นน่ะ ตกลงว่าเขาเป็นใครกันแน่”

หลังจากที่ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ หวังซูก็เล่าทุกอย่างให้หลี่อี้ฟังไปตลอดทาง จนตอนนี้เสิ่นกวงเยว่หรืออันที่จริงก็คือเยว่หมิงชางนั้น ต้องกลายเป็นหัวข้อสนทนาแสนสนุกไปเสียอย่างนั้น

“นี่นายพูดจริงเหรอเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ ตลกชะมัด ใครจะคิดนะ ว่าคนที่ดูจริงจังเคร่งขรึมอย่างอาจารย์เสิ่นนั้นน่ะ จะเป็นนักรักที่น่าสงสารไปได้ เอ่อไม่สิ ต่อไปฉันคงต้องเรียกเขาว่าเยว่หมิงชางแล้วสินะ พ่อกระต่ายบนดวงจันทร์ นักรักที่ยอมฝืนกฎสวรรค์ละเลยหน้าที่เพื่อลงมาตามหารักแท้ ฮ่า ๆ ๆ แล้วที่สำคัญ หลายพันปีก่อนเยว่หมิงชางคนนี้ ยังเคยเป็นเพื่อนรักของนายด้วย”

“นี่นายน่ะ เบาลงหน่อยเถอะ ไอ้เจ้านั่นอาจจะกำลังแอบฟังเราสองคนพูดกันอยู่ก็ได้นะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ก็มันตลกนี่นา…ว่าแต่ ทำไมนายสองคนถึงได้แตกหักกันล่ะ?”

“เรื่องนั้นช่างเถอะ ดึกมากแล้ว รีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวทู่เอ๋อเสินจะหาว่าฉันพานายเถลไถลพานจะเล่นงานฉันเสียเปล่า”

“เอาน่า วันนี้เป็นวันหยุดของฉัน ฉันไม่ต้องทำงานหรอก แถมพรุ่งนี้ยังเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย ฉันกลับดึกได้สบายมาก…”

.

.