คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2 - ตอนที่ 12 ข้าก็แค่อยากเจอคนที่ข้ารัก โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2 โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 2

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

หลังจากที่หลี่อี้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้อย่างฉิวเฉียด หลี่อี้ก็ถูกคุณนายเมิ่งสั่งให้มาอยู่ที่โรงน้ำชาแห่งนี้ แม้จะไม่ยินยอม แต่คงต้องยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้

หลี่อี้ต้องมาทำงานหลังเที่ยงคืน และนั่น ทำให้หลี่อี้ได้เห็นร่างจริงของเสี่ยวมู่จื่อ แมวดำตัวน้อยที่ตำหนิหลี่อี้จนหน้าชาเมื่อคราวก่อน รวมถึงความตื่นตา ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Threads : mungkorn_kevinth

Twitter : Kevinth_M

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 1 ความตื่นตาหลังเที่ยงคืน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 2 สนามประลองจำเป็น,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 3 การดูแลนายคือหน้าที่ของฉัน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 4 เยว่หมิงชาง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 5 ผู้ตายปริศนาข้างแม่น้ำอู๋เจียง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 6 ทำตามสัญญา,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 7 คลี่คลายวิญญาณกั๋วอันเฉิง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 8 เรื่องที่เธออยากรู้,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 9 คุณน้าเมิ่งกับพ่อที่แท้จริง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 10 ชาเลือดมังกรเยียวยาหลิงเซียง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 11 ความลับในใจของเสี่ยวมู่จื่อและทู่เอ๋อเสิน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 12 ข้าก็แค่อยากเจอคนที่ข้ารัก,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 13 ความจริงถูกเปิดเผย,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 14 ข้าไม่เคยรักเจ้ากระต่ายตัวนี้,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 15 สละชีวิตเพื่อแทนคุณ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 16 ความรู้สึกผิดที่พยายามซุกซ่อน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 17 การเคลื่อนตัวของโรงน้ำชาหลังเที่ยงคืน (จบเล่ม 2)

เนื้อหา

ตอนที่ 12 ข้าก็แค่อยากเจอคนที่ข้ารัก

ตอนที่ 12

ข้าก็แค่อยากเจอคนที่ข้ารัก

 

“นี่เจ้าแน่ใจแล้วหรือ ที่จะทำเช่นนี้ แล้วเยว่หมิงชางเล่าเจ้าจะทำอย่างไร?”

“ใครจะสนเจ้ากระต่ายใจดำตัวนั้นกัน…อีกอย่าง ข้าไม่ได้รักเขาสักหน่อย คนที่ข้ารัก มีเพียงหลี่อี้คนเดียวเท่านั้น”

“แต่เขารักเจ้านะ เจ้ากับเยว่หมิงชางไม่เจอกันมาเกือบสองร้อยปีแล้ว เรื่องราวคราวนั้นเยว่หมิงชางก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย เจ้าจะไม่ให้อภัยเขาเสียหน่อยหรือ?”

พูดถึงตรงนี้ ทู่เอ๋อเสินกลับไม่พูดอะไรออกมา สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความโกรธและความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ไม่อาจช่วยเหลือคนที่ตัวเองรักเอาไว้ได้ เพราะการตายของคนรักคนล่าสุดของทู่เอ๋อเสินในคราวนั้น เจ้ากระต่ายบนดวงจันทร์ผู้นั้นก็มีส่วน

“ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะปักใจรักเพียงแค่ท่านผู้ตรวจการ แต่เจ้าอย่าลืมสิว่าเขาคือคนที่สั่งประหารเจ้านะ จนถึงตอนนี้ ชื่อแซ่ที่แท้จริงคืออะไรเจ้าเองก็ยังไม่รู้ เพราะตอนนั้นเจ้าจำเขาได้เพียงแค่ท่านผู้ตรวจการสวินอันเท่านั้น”

“แต่การที่วันนี้ ข้าได้มาเจอเขาอีกครั้ง มันย่อมแปลว่าเราทั้งสองต่างก็มีวาสนาต่อกันไม่ใช่หรือ? ช่างเถอะ เอาเป็นว่า เจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าจะไปเอาชาเลือดมังกรเข้ามาให้เจ้า”

พูดจบ ทู่เอ๋อเสินก็เดินออกไปจากห้องนั้นในทันที โดยไม่ยอมตอบคำถามที่หลิงเซียงยังคงถามค้างคาเอาไว้

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ทู่เอ๋อเสินเองก็ยังไม่ค่อยจะแน่ใจสักเท่าไร ว่าเพราะเหตุใด อยู่ ๆ ตนถึงได้มีความรู้สึกเช่นนี้กับหลี่อี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรื่องแบบนั้นมันไม่เคยมีวี่แววมาก่อนเลยสักนิด

ความรู้สึกประหลาดที่มันค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นระหว่างทู่เอ๋อเสินและหลี่อี้นั้น มันยิ่งทำให้ทู่เอ๋อเสินยิ่งแน่ใจ ว่าหลี่อี้นั้น แท้จริงแล้วคือท่านผู้ตรวจการในคราวนั้นนั่นเอง

.

.

เย็นวันนั้น

“เจ้านี่นะ แค่ชั่วข้ามคืนเจ้าก็เอาเรื่องที่ฉันเล่าให้เธอฟังไปพูดกับทู่เอ๋อเสียแล้ว…นี่ฉันจะเชื่ออะไรเธอได้กันบ้างล่ะเนี่ย”

หลิงเซียงพูดตำหนิหลี่อี้ทันทีที่หลี่อี้กลับมาจากมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก แม้จะเป็นคำตำหนิแต่หลี่อี้ก็เห็นถึงความขบขันที่ปะปนอยู่ในน้ำเสียงนั้น

“แหะ ๆ ก็ผมเป็นห่วงพี่หลิงเซียงนี่ครับ แล้วอีกอย่าง ทู่เกอก็เป็นเพื่อนของพี่หลิงเซียงไม่ใช่หรือครับ อย่างน้อยถ้าเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่หลิงเซียง เขาก็จะได้ช่วยป้องกันได้ยังไงล่ะครับ”

“โถ…แต่มันน่าขายหน้าจะตาย ยอมเอาชีวิตไปแลกกับชานมไข่มุกเนี่ยนะ รู้ถึงไหนก็อายไปถึงนั่น”

“ฮ่า ๆ ๆ แต่พี่ก็ยังทำไม่ใช่เหรอครับ แหม ใครจะคิด ว่าปีศาจที่อายุหลายพันปีสองตน ต่อสู้กันแทบตายแค่เพื่อชานมไข่มุกแก้วเดียวเนี่ยนะ เรื่องนี้ ท่าทางว่าจะเป็นเรื่องให้ผมได้เล่าต่อไปอีกหลายปีเลยล่ะครับ เอ้…หวังซูยังไม่รู้เรื่องนี้เลยนี่นา ผมคงจะต้องไปเล่าให้หวังซูฟังซะแล้วล่ะครับ…”

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ เจ้านี่นะ พอเห็นว่าข้าใจดีหน่อยก็เอาใหญ่เลยนะ เดี๋ยวเถอะช่างพูดแบบนี้สักวันฉันจะจับเธอกินเป็นอาหารซะเลย”

“พี่หลิงเซียงไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ ผมรู้ว่าพี่หลิงเซียงน่ะทั้งสวยทั้งใจดี ต่อให้เป็นปีศาจก็ไม่ได้ดุร้ายอย่างคนอื่น ผมรู้ว่าพี่หลิงเซียงไม่มีทางกลืนกินวิญญาณของใคร เพียงเพื่อเพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวเองหรอกใช่มั้ยล่ะครับ…”

“นี่เธอกำลังชม…กำลังถาม…หรือว่ากำลังหลอกด่าฉันกันแน่นะ?”

“ฮ่า ๆ ๆ ถามนี่แหละครับ อ้อ…ว่าแต่ที่นี่นอกจากเป็นโรงน้ำชาแล้วยังเป็นโรงเตี๊ยมด้วยเหรอครับ?”

“อันที่จริงก็ใช่นะ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะพักที่นี่ได้ ว่าแต่เธอถามทำไมล่ะ?”

“เปล่าหรอกครับ ผมจำได้ว่าตอนที่พี่หลิงเซียงได้รับบาดเจ็บมา ทู่เกอก็ดูจะเป็นห่วงพี่หลิงเซียงมากเลยนะครับ แถมห้องก็มีอยู่ราวกับว่ามันถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วอย่างนั้นล่ะครับ ผมก็เลยคิดเอาว่า หรือจริง ๆ แล้ว ที่นี่จะเป็นโรงเตี๊ยมที่ให้เหล่าเทพเซียนแล้วก็ปีศาจมาพักค้างคืนกันแบบนี้น่ะครับ”

.

.

“พวกเราน่ะ ไม่มีใครนอนกันหรอก หากจะพักก็แค่มาพักเพื่อรักษาตัวเท่านั้น” ในขณะที่ทั้งสองคนคุยกันอยู่ ทู่เอ๋อก็เดินเข้ามาพร้อมกับชาเลือดมังกรแก้วที่สองสำหรับวันนี้

“ที่นี่ภายนอกดูเหมือนกับร้านขายน้ำชาธรรมดา แต่หากเข้ามาข้างใน ในช่วงเวลาที่ประตูมิติเปิดออก คนที่อยู่ด้านในก็จะเห็นว่าที่นี่แท้จริงแล้วคือโรงเตี๊ยม ที่มักจะมีเหล่าปีศาจ และเทพเซียนสัญจรมาพักหลบภัยกันอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะ เหล่าเทพเซียนที่ถูกทำร้าย หรือไปมีเรื่องกับใครมาอย่างหลิงเซียง เธออยู่ที่นี่มาก็นาน ไม่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างเลยหรือไง?”

“จริงหรือครับ แต่ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นคนที่มาพักที่นี่เลยล่ะครับ?”

“ก็ตอนนี้ยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรงน่ะสิ ไม่มีใครหาเรื่องอย่างยัยหลิงเซียงคนนี้หรอก ถึงภายนอกจะดูดีขึ้นมากแล้ว แต่ความจริง…หากออกไปรักษาตัวเองข้างนอก หลิงเซียงก็อาจจะไม่รอดจากการถูกตามล่าก็เป็นได้”

“แล้วมาอยู่ที่นี่ ปีศาจพวกนั้นจะไม่ตามมางั้นเหรอครับ ในเมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนประตูมิติก็จะเปิดออกแล้วนี่ครับ?”

“การมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ จะได้รับการคุ้มครองจากคุณนายเมิ่ง และเหล่าเซียนปราบมาร ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือเซียนทั่วไปที่มีความสามารถด้านการต่อสู้ ที่คุณนายเมิ่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลนั่นแหละ สำหรับที่นี่ก็คือข้า…หวังปว๋อและเป่าเหลียน”

“แต่ว่าทั้งสองเป็นเซียนที่อยู่ในการดูแลของเจ้าแม่หวังหมู่นี่ครับ แล้วทำไม ถึงมาเป็นเซียนปราบมารที่นี่ได้กันล่ะครับ?”

“เซียนทุกตนล้วนแต่มีอิสระ แต่ต้องกลับไปทำหน้าที่เมื่อถึงเวลา ดังนั้น ในวันที่ไม่มีงานฉลอง ทั้งสองคนก็จะมาอยู่ที่นี่และอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์เป็นหลักยังไงล่ะ”

.

.

ณ ดาดฟ้าของตึกเรียน

“เจ้าเรียกข้ามาหาที่นี่ มีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าอย่างนั้นหรือ?”

“เจ้าบอกข้ามาเสียดี ๆ ว่าเจ้ามาที่นี่ทำไมกัน เหตุใดจึงไม่ทำหน้าที่ของตัวเองบนดวงจันทร์ไปเล่า?”

“ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ไยจึงยังต้องมาถามข้าอีกเล่า ว่าแต่เจ้าเถอะ ครั้งที่แล้วก็เหมือนว่าเจ้าจะวางใจไปแล้วนี่นา แล้วทำไมอยู่ ๆ เจ้าถึงต้องมาระแวงข้าอีกเล่า?”

“ข้าไม่มีทางวางใจเจ้า คนที่ฆ่าคนที่ข้ารักถึงสองคราวข้าจะยอมได้อย่างไร”

“ดูเหมือนว่าเจ้ากับทู่เอ๋อจะมีอะไรที่คล้ายกันหลายอย่างนะ ทั้งเรื่องของศัตรู และความรัก”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของเจ้า เจ้าว่ามา ว่าประสงค์ที่เจ้ามาที่นี่นั้น แท้จริงแล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่”

“ข้าเพียงแต่ลงมาหาคนรักของข้าก็เท่านั้น ไม่มีเรื่องอื่น”

“ท่านเทพธิดาฉางเอ๋อรู้เรื่องนี้หรือยัง?”

“ยัง…”

“เช่นนั้นก็หมายความว่าเจ้าหนีลงมาสินะ ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับท่านเทพ ข้าต้องให้แน่ใจว่าหลี่อี้จะปลอดภัยจากเจ้า เช่นนั้นหากเจ้ายังอยู่ที่นี่ ข้าไม่วางใจ”

หวังซูกำลังจะทะยานตัวเองขึ้นไปกลางอากาศเพื่อตรงไปยังบ้านในโลกมนุษย์ของฉางเอ๋อ หากแต่หมิงชางกลับกระชากร่างนั้นลงมาเสียก่อน

“นี่เจ้าคิดจะทำอะไรหมิงชาง?”

“ข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าคนรักของเจ้าจะปลอดภัย ข้าเพียงแค่อยากเจอคนที่ข้ารักเท่านั้น เหตุใดเจ้าถึงไม่เข้าใจ?”

“หากเจ้าอยากเจอเขา เหตุใดเจ้าจึงไม่ไปหา จะทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้ไปทำไมกัน พฤติกรรมขอเจ้าไม่บริสุทธิ์ จะให้ข้าวางใจได้หรือ?”

“แต่การลงมาครั้งนี้ ข้าไม่ได้รับอนุญาตจากท่านเทพ หากเจ้าไปฟ้อง ข้าจะไม่โดนกักขังเช่นนั้นหรือ ไหนจะท่านเทพเอ้อหลางอีก เจ้าอย่าลืมสิ ว่าข้ามีฐานะเป็นสัตว์เทพ มีหน้าที่ดูแลดวงจันทร์ยามที่ท่านเทพไม่อยู่ หากข้าละเลย ข้าจะได้รับโทษ”

“เช่นนั้นเจ้าก็จงกลับไป อย่ากลับลงมาที่นี่อีก”

“เจ้านี่ทำไมถึงเข้าใจอะไรยากนักนะ เจ้าเคยเป็นสหายของข้า ไยจึงไม่เข้าใจข้า”

“ก็แค่เคยเป็น ข้าไม่เคยเป็นเพื่อนกับเจ้าตั้งแต่ที่เจ้าฆ่าหลี่อี้ในคราวนั้นแล้ว และยิ่งเพราะข้าเคยเป็นเพื่อนกับเจ้า ข้าจึงรู้ดี ว่านอกจากเรื่องความรักที่เจ้ายอมฝ่าฝืนแล้ว เรื่องอื่น เจ้าไม่เคยผ่อนปรน เจ้าก็เหมือนนักบวชผู้นั้นที่มองแค่หลี่อี้เป็นปีศาจ ไม่เคยแยกแยะถูกผิด”

“แต่ครั้งนั้นหลี่อี้ทำให้คนตายนะ ไม่สิ ถ้าจะให้ถูกต้องพูดว่า ครั้งนั้นหูเสินเยาจวิน เป็นคนฆ่าชาวบ้านให้ตายทั้งหมู่บ้าน ข้าในฐานะของสัตว์เทพปราบปีศาจที่รับมอบหมายจากเทพธิดาฉางเอ๋อ ข้าจะละเลยได้อย่างไร”

“ข้าไม่สน หลี่อี้ตายเพราะเจ้าถึงสองครั้งสองคราว ข้าจะไม่มีทางให้เป็นครั้งที่สามเป็นอันขาด”

.

.