คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2 - ตอนที่ 15 สละชีวิตเพื่อแทนคุณ โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2 โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

คืนแรกของการได้ทำงานกะหลังเที่ยงคืน มันทำให้หลี่อี้ได้เห็นว่า โลกที่อยู่อีกฝั่งของคู่ขนานคือสิ่งใด

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 2

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

หลังจากที่หลี่อี้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาได้อย่างฉิวเฉียด หลี่อี้ก็ถูกคุณนายเมิ่งสั่งให้มาอยู่ที่โรงน้ำชาแห่งนี้ แม้จะไม่ยินยอม แต่คงต้องยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้

หลี่อี้ต้องมาทำงานหลังเที่ยงคืน และนั่น ทำให้หลี่อี้ได้เห็นร่างจริงของเสี่ยวมู่จื่อ แมวดำตัวน้อยที่ตำหนิหลี่อี้จนหน้าชาเมื่อคราวก่อน รวมถึงความตื่นตา ที่หลี่อี้ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Threads : mungkorn_kevinth

Twitter : Kevinth_M

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 1 ความตื่นตาหลังเที่ยงคืน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 2 สนามประลองจำเป็น,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 3 การดูแลนายคือหน้าที่ของฉัน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 4 เยว่หมิงชาง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 5 ผู้ตายปริศนาข้างแม่น้ำอู๋เจียง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 6 ทำตามสัญญา,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 7 คลี่คลายวิญญาณกั๋วอันเฉิง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 8 เรื่องที่เธออยากรู้,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 9 คุณน้าเมิ่งกับพ่อที่แท้จริง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 10 ชาเลือดมังกรเยียวยาหลิงเซียง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 11 ความลับในใจของเสี่ยวมู่จื่อและทู่เอ๋อเสิน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 12 ข้าก็แค่อยากเจอคนที่ข้ารัก,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 13 ความจริงถูกเปิดเผย,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 14 ข้าไม่เคยรักเจ้ากระต่ายตัวนี้,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 15 สละชีวิตเพื่อแทนคุณ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 16 ความรู้สึกผิดที่พยายามซุกซ่อน,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 2-ตอนที่ 17 การเคลื่อนตัวของโรงน้ำชาหลังเที่ยงคืน (จบเล่ม 2)

เนื้อหา

ตอนที่ 15 สละชีวิตเพื่อแทนคุณ

ตอนที่ 15

สละชีวิตเพื่อแทนคุณ

 

“เดี๋ยวสิทู่เอ๋อ เจ้าฟังข้าก่อน”

เมื่อเห็นว่าทู่เอ๋อเสินกำลังจะเดินออกไป เยว่หมิงชางก็รีบเดินตามไปแล้วคว้าแขนเอาไว้ เพื่อหวังจะรั้งทู่เอ๋อเอาไว้ให้ฟังในสิ่งที่ตนพยายามจะอธิบาย

“ปล่อยข้า…”

“เจ้าฟังข้าก่อน ข้าชอบเจ้าจริง ๆ นะ เจ้าจะไม่ยอมให้โอกาสข้าสักหน่อยหรือ?”

“ข้าไม่มีทางชอบคนที่ทำให้คนรักของข้าต้องตายหรอกนะ”

“เรื่องนั้นใครก็รู้ว่าข้าไม่ตั้งใจ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร อีกอย่าง คนที่เจ้ารัก เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าคิดอย่างไรกับเขา ยิ่งตอนนี้เขามาเกิดใหม่แล้ว เขาจำเจ้าในอดีตไม่ได้ด้วยซ้ำ ครั้งแรกเขาก็สั่งประหารเจ้า ครั้งสองผิดเพราะข้าไม่ระวัง แต่ตอนนี้เขาก็ลืมเจ้าไปแล้ว ครั้งนี้เจ้าจะทำอย่างไร?”

“เรื่องนั้น เจ้าไม่ต้องมายุ่ง นี่มันเรื่องของข้า…”

คำพูดแข็งกร้าวจริงจังแต่ก็แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่อ้างว้างจนยากจะปิดบัง ไม่ใช่แค่เยว่หมิงชางที่เห็นสายตาคู่นั้น แม้แต่หลิงเซียงและหวังซูเองก็ยังมองออก ว่าตอนนี้ทู่เอ๋อเสินรู้สึกสับสนแค่ไหน

“ข้าบอกให้เจ้า…ปล่อยข้า…เดี๋ยวนี้!!!”

“ไม่ ต่อให้วันนี้เจ้าฆ่าข้า ข้าก็ยอม…”

“เช่นนั้นก็ตามขอ….”

ไม่มีใครคาดคิด ทู่เอ๋อเสินปลดปล่อยความโกรธออกมาทั้งหมดเท่าที่มีจนร่างกายยามนี้ลุกเป็นไฟ สายตาเคร่งขรึมอ่อนโยนกลับโชติช่วงขึ้นจนกลายเป็นสีแดงเพลิงดูน่ากลัว มือเรียวสวยก่อนหน้านี้กลายเป็นมือกระต่าย หากแต่กลับหนาใหญ่ทั้งเล็บที่งอกยาวออกมาจนสามารถทำให้หมาป่าตัวใหญ่หัวขาดได้จากการตบฝ่ามือแค่ครั้งเดียว

ด้วยตบะของเยว่หมิงชางนั้นสามารถต่อสู้กลับคืนได้อย่างไม่ยากเย็น หากแต่เยว่หมิงชางกลับยอมปล่อยให้ร่างของตนลอยขึ้นไปเหนือพื้นจนทุกคนตะลึง เพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นทู่เอ๋อเสินโกรธและน่ากลัวมากเท่าครั้งนี้มาก่อน จนแม้แต่หลี่อี้และหลิงเซียงที่หยอกล้อกับทู่เอ๋ออยู่ทุกวันยังไม่กล้าที่จะเข้าไปห้ามปรามในคราวนี้

“ในเมื่อเจ้าพูดเองว่าเจ้าสามารถมอบชีวิตให้ข้าได้ เช่นนั้นข้าก็จะขอรับมันไว้ก็แล้วกัน…”

“อย่านะ!!!”

เมื่อกรงเล็บของกระต่ายผู้กราดเกรี้ยวกางออกอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะจ้วงทะลวงลงไปที่หน้าท้องของกระต่ายหนุ่มผู้นั้น เสี่ยวมู่จื่อที่เฝ้ามองสถานการณ์ในร่างของแมวน้อยอยู่นาน ก็รีบทะยานร่างของตัวเองออกไปขวางเอาไว้ในทันที

ร่างของแมวสีดำกลายเป็นชายหนุ่มร่างบอบบางอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดเข้าไปรับกรงเล็บยาวนั้นแทนเยว่หมิงชางอย่างไม่รอช้า ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างตะลึงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และยิ่งไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดเสี่ยวมู่จื่อถึงได้กระทำการบุ่มบ่ามไม่คิดถึงชีวิตตัวเองแบบนั้น

จนเมื่อทู่เอ๋อเสินได้สติ ทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะสายไปเสียแล้ว ร่างของแนวหนุ่มเสี่ยวมู่จื่อทรุดลงไปนั่งอยู่กับพื้นด้วยความพังพาบ เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากหน้าท้องตามร่องรอยที่เล็บแหลมยาวครึ่งฟุตนั้นจ้วงเข้ามาอย่างไม่คิดจะยั้งมือ

เสี่ยวมู่!!! นี่นายทำอะไรลงไปเนี่ย!!!”

ทู่เอ๋อกลับคืนสู่ร่างเดิมแล้วย่อตัวลงรับร่างของเสี่ยวมู่เอาไว้ โดยมีเยว่หมิงชางประคองด้านหลังเอาไว้ในอ้อมอก ในเวลากลางวัน เสี่ยวมู่จื่อมีพลังที่เบาบางอยู่แล้ว เมื่อถูกทำร้ายเข้าอย่างจังแบบนี้ นั่นยิ่งทำให้แก่นพลังเสียหายไปอย่างช่วยไม่ได้

“ทำไมเจ้าต้องทำแบบนี้ด้วย เจ้าเข้ามารับกรงเล็บนั่นแทนข้าทำไม ข้ามีตบะพันปี แค่กรงเล็บของทู่เอ๋ออย่างไรก็ทำให้ข้าบาดเจ็บได้ไม่มากนัก แต่กับเจ้า…”

“เรื่องนั้นข้ารู้ แต่เพื่อท่านแล้ว ข้ายินดีที่จะทำ อย่างน้อยก็เพื่อที่จะแทนคุณที่ท่านเคยช่วยข้าไว้เมื่อสามร้อยปีก่อนยังไงล่ะ”

“แทนคุณงั้นเหรอ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

ไม่ทันที่ทุกคนจะได้รับคำตอบ แมวหนุ่มเสี่ยวมู่ก็กลับคืนสู่ร่างของแมวดำตัวน้อยดังเดิม ก่อนที่จะหมดสติไปในที่สุด

.

.

เมื่อเริ่มเห็นท่าจะไม่ดี ทู่เอ๋อเสินจึงรีบปิดร้านในทันที แล้วร่างของเสี่ยวมู่จื่อก็ถูกนำเข้าไปในห้องด้านหลัง

ทุกคนในนั้นยกเว้นหลี่อี้ ช่วยกันปล่อยพลังวิญญาณออกมาเพื่อผสานรอยกรีดนั้นให้กลับดังเดิม แต่กลับไม่เป็นผล เลือดหยุดไหลแล้ว หากแต่เสี่ยวมู่จื่อกลับยังคงไร้ซึ่งลมหายใจ

“นี่เราจะทำยังไงกันดี หากคุณนายเมิ่งรู้ว่าพวกเราก่อเรื่องจนทำให้เสี่ยวมู่ตายไปเช่นนี้ คงจะแย่แน่ ๆ”

“นี่เจ้ายังห่วงเรื่องนั้นอีกหรือ เสี่ยวมู่กำลังจะตาย แต่เจ้ากลับกลัวว่าจะโดนคุณนายเมิ่งตำหนิอย่างนั้นหรือ?”

หลิงเซียงที่ปกติดูสดใส ตำหนิทู่เอ๋อด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความผิดหวังในเพื่อนของตนผู้นี้ ด้วยใจคิดว่าทู่เอ๋อคงจะห่วงตัวเองเสียจนไม่คิดถึงชีวิตน้อย ๆ ที่แน่นิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างเสี่ยวมู่จื่อ

“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่ข้าหมายถึงว่าสิ่งที่ข้าและเจ้ากระต่ายบ้านี่ทำมันไร้สาระเสียจนทำให้หนึ่งชีวิตต้องมาสังเวย ข้าจะทำอย่างไร ในเวลานี้ ต่อให้ข้ารู้สึกผิดแค่ไหนก็คงไม่อาจนำพาเสี่ยวมู่ให้กลับมาที่นี่ได้อีกแล้ว”

“ข้าเองก็มีส่วนผิด หากแต่ก่อนที่เสี่ยวมู่จะสิ้นสติไป คำพูดนั้นของเสี่ยวมู่ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ ไม่ว่าข้าจะคิดอย่างไร ข้าก็ยังคิดไม่ออก ว่าข้าไปมีบุญคุณอะไรตั้งแต่ตอนไหน…”

.

.

“แล้วหลังจากนี้เราจะทำยังไงกันดีครับ ตอนนี้คุณน้าเมิ่งก็ไม่อยู่ที่นี่เสียด้วย ผมว่า ถ้าหากคุณน้าเมิ่งอยู่ จะต้องมีหนทางแก้ไขเรื่องนี้แน่เลยครับ”

“จริงด้วย คุณนายเมิ่งคือเทพที่ดูแลเหล่าวิญญาณที่กำลังจะมาเกิด หากเป็นคุณนายเมิ่งจะต้องมีวิธีแก้ไขเรื่องนี้แน่ ๆ ครับ” หวังซูและหลี่อี้ สองเพื่อนสนิทออกความเห็นไปในทางเดียวกัน

หากแต่เวลานี้ คุณนายเมิ่งไปทำหน้าที่ของตนอยู่ที่สะพานน่ายเหอ เนื่องจากช่วงนี้มีวิญญาณหลายดวงที่ชำระความเสร็จแล้ว จึงถูกปล่อยออกมาเพื่อเตรียมตัวมาเกิดที่โลกมนุษย์แห่งนี้พร้อมกันทีเดียวหลายล้านดวง หากจะอาศัยเซียนน้อยที่คอยช่วยงาน อาจจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้เมื่อเกิดจลาจล

“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เราเก็บร่างของเสี่ยวมู่เอาไว้ที่นี่ก่อน ระหว่างนี้ก็ใช้พลังวิญญาณหล่อเลี้ยงร่างของเสี่ยวมู่เอาไว้ไม่ให้เสียหาย คุณนายเมิ่งกลับมาเมื่อใด เราจะได้ขอให้คุณนายเมิ่งช่วยอีกที” หลิงเซียงแนะนำ

“งั้นก็ดี เอาอย่างที่หลิงเซียงว่านี่แหละ เพราะถึงยังไง ต่อให้เรามีพลังมากแค่ไหน เราก็ไม่อาจที่จะคืนชีพให้กับเสี่ยวมู่จื่อได้อยู่แล้ว อีกเจ็ดวันคุณนายเมิ่งถึงจะกลับมา ตอนนั้นก็ค่อยว่ากันก็แล้วกัน”

ทู่เอ๋อเห็นด้วยกับสิ่งที่หลิงเซียงพูด ทุกคนก็เช่นกัน และเมื่อเป็นดังนั้น ร่างของเสี่ยวมู่จื่อที่ตอนนี้อยู่ในร่างของแมวดำนั้น ก็ถูกวางเอาไว้บนผ้าสีขาวและถูกครอบเอาไว้ด้วยม่านพลังที่ทู่เอ๋อเสินสร้างขึ้น

ภายในนั้นมีแสงวูบวาบสวยงามเป็นประกายอันเกิดจากพลังวิญญาณที่ทุกคนสละออกไปคนละนิดละหน่อย เพื่อคงสภาพร่างกายนั้นไม่ให้เน่าเสีย จนกว่าจะถึงในอีกเจ็ดวันข้างหน้า

.

.