หญิงสาวชนชั้นสูงยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก เพื่อเลี้ยงดูลูกของคนรักที่ได้จากไป ยี่สิบปีต่อมาพวกเขาได้โอกาสให้กลับมารักกัน

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me) - บทที่ 13 หม่อมคนแรก โดย LiLi Lee @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,หญิง-หญิง,ชาย-หญิง,ข้ามเวลา,ไทย,แต่งงาน,ท้อง,ทหาร,พีเรียดไทย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,หญิง-หญิง,ชาย-หญิง,ข้ามเวลา,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แต่งงาน,ท้อง,ทหาร,พีเรียดไทย,ดราม่า

รายละเอียด

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me) โดย LiLi Lee @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หญิงสาวชนชั้นสูงยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก เพื่อเลี้ยงดูลูกของคนรักที่ได้จากไป ยี่สิบปีต่อมาพวกเขาได้โอกาสให้กลับมารักกัน

ผู้แต่ง

LiLi Lee

เรื่องย่อ


 

เรื่องย่อ

หญิงสาวชนชั้นสูงยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก เพื่อเลี้ยงดูลูกของคนรักที่ได้จากไป ยี่สิบปีต่อมาพวกเขาได้โอกาสให้กลับมารักกัน

 

ตัวละคร

พลตรี หม่อมเจ้าสาทิสยา ไวทย์เวธน์ทิวากร / แม่วาด

สถานะ : คนรักของคุณจันทร์ และเป็นแม่ของจรณ์จิณณ์

 

หม่อมเจ้าจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ / จันทรารัตน์ กวินกานต์ / หม่อมจันทรารัตน์ ไวทย์เวธน์ทิวากร ณ อยุธยา

สถานะ : คนรักของแม่วาด แม่เลี้ยงของจรณ์จิณณ์ ภรรยาในนามของชรัน

 

พันโทชรัน กวินกานต์

สถานะ : พ่อของจรณ์จิณณ์ สามีของแม่วาด คุณจันทร์ วิมล

 

นักเรียนนายร้อยปัณณ์จรณ์ กวินกานต์

สถานะ : ลูกชายของชรันและแม่วาด

 

นักเรียนนายร้อยปัณณ์จิณณ์ กวินกานต์

สถานะ : ลูกชายของชรันและแม่วาด

 

วิมลตรา ดารารายณ์

สถานะ : ภรรยารองของชรัน

 

ชิรินตรา กวินกานต์

สถานะ : ลูกสาวของชรันกับภรรยารอง

 

รินจายา เปรมวาณิชย์

สถานะ : เพื่อนแม่วาดกับคุณจันทร์

 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทวินปัณณ์ปริชญ์ปัถย์

สถานะ : เสด็จพ่อของคุณจันทร์

 

หม่อมเจ้าศิวากร ชิญชาญ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์

สถานะ : ท่านแม่ของคุณจันทร์และชายาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทวินปัณณ์ปริชญ์ปัถย์

 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปันภาพร ไวทย์เวธน์ทิวากร

สถานะ : เสด็จป้าของพลตรีหม่อมเจ้าสาทิสยา

****เพื่อให้อ่านได้อย่างอรรถรสขอให้นักอ่านแวะเข้ามาอ่านครงนี้เล็กน้อยนะคะ****

 

1.คุณจันทร์เป็นหม่อมเจ้าหญิง แต่ในเรื่องจะเรียกว่าคุณจันทร์เพราะว่าคุณจันทร์ได้สละยศเป็นสามัญชนแต่งงานกับชรันและตอนแต่งงานกับหม่อมเจ้าสาทิสยา (หรือแม่วาด) ก็แต่งตอนเป็นสามัญชน ดังนั้นจึงเรียกคุณจันทร์ค่ะ

2.คุณจันทร์อนุญาตให้แม่วาดเรียกคุณจันทร์ด้วยคำปกติได้ เพราะทั้งสองเป็นคนรักกัน

3.ทุกอย่างในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเพียงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับเป็นจริงใดๆ โปรดอ่านเพื่อความเพลิดเพลินและใช้วิจารณญาณ

 

สวัสดีจ้านักอ่านทุกคนนนน ไรท์ขอฝากนิยายเรื่องเรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านักคนด้วยน้าาาา

เพลลิสต์เพลงมาฝากจ้า ทุกคนสามารถเข้าไปฝันเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้นะคะ

https://open.spotify.com/playlist/2FsZanXiU18yXisLHv58WG?si=48c563e9601d4084

 

ผังตัวละคร


 


 

 

 

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราด้วยน้าาา

 

 

เรื่องย่อ : เอมมาริน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของโซเรลถูกลูกหลงโดนยิงจะกลุ่มผู้ประท้วงวิญญาณของเธอล่องลอยเข้าสู่ร่างของเอราเบล ลี ลูกสาวของตระกูลลีที่มีความใกล้ชิดทางสายเลือดกับราชวงศ์ โชคชะตาของเธอคือการชดใช้ไม่ว่าเธอจะอยู่สูงเพียงใด เธอต้องพบกับการสูญเสียพลัดพรากเฉกเช่นเดียวกันกับคนรักของเธอ

 

 

 

เรื่องย่อ : เลขาท่านผู้นำอย่างเอบิซาถูกจับให้มาแต่งงานกับผู้ปกครองเผ่างูในป่าลึกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าบรรพชนจากการบูชาหญิงสาวเพื่อให้กำเนิดทายาทรุ่นต่อไปของอาวคลาส วาดิม เธียร์

 

 


 

เรื่องย่อ : ไม่ใช่แนวเกิดใหม่…แต่เป็นการทำงานรอนรกว่าง! ไป๋เหลียงคือหญิงสาวที่เข้าไปอยู่ในร่างของฮุุ่ยเจิน ผู้เป็นคุณนายใหญ่ตระกูลเหว่ย

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 0 บทนำ,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 1 เมื่อแรกพบเจอ,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 2 เมื่อเราใจตรงกัน,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 3 เจ็บปวด,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 4 ข้อตกลง,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 5 เริ่มต้นที่จุดสิ้นสุด 1/2,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 6 เริ่มต้นที่จุดสิ้นสุด 2/2,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 7 ไปเที่ยวอยุธยา,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 8 กลับวัง,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 9 ไปเที่ยวภูเก็ต,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 10 เรียบง่ายแต่สุขใจ,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 11 พ่อแม่,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 12 ความจริงมองอยู่ที่คนมอง,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 13 หม่อมคนแรก,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 14 วันหมั้น,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-E-book เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)

เนื้อหา

บทที่ 13 หม่อมคนแรก

บทที่ 13

หม่อมคนแรก

 

วังทิวากร

คุณจันทร์เป็นผู้หญิงที่สวยทุกกระเบียดนิ้วและสง่างามอยู่เสมอ หลังเรากลับมาจากภูเก็ต คุณจันทร์ได้ตอบตกลงคำขอแต่งงานเรียบร้อยแล้ว กว่าจะกล่อมคุณจันทร์ให้มาอยู่ที่วังได้มันช่างยากเย็น

แม้คุณจันทร์จะรักเขาแต่เธอเป็นคนติดบ้านมาก สำหรับเขาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นของคุณจันทร์ มีบ้างที่ความคิดในยุคพวกเรามีอิทธิพลมากกว่าแนวคิดความเชื่อในปัจจุบัน ความเขินอายในเรื่องการอยู่ก่อนแต่งยังอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แต่ความอยากอยู่ด้วยกันมีมากกว่า

ความจริงแล้วเราก็แก่กันทั้งคู่ คงไม่จำเป็นต้องสนใจสายตาใครหรอก คงจะมีคนเก่าคนแก่ของที่นี่กระมังที่ยังคงหัวโบราณอยู่ (แม่วาด....แม่ก็หัวโบราณเหมือนกัน -_-)

“สนนี่หม่อมเจ้าจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ หรือคุณจันทร์คนรักของฉันเอง...”

คุณจันทร์สะกิดให้แม่วาดพูดใหม่เดี๋ยวจะมีการเข้าใจผิดเพราะตอนนี้เธอไม่ใช่หม่อมเจ้าแล้ว

“อะแฮ่ม! ตอนนี้เป็นเพียงจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ ยังไงฝากดูแลคุณจันทร์สักครู่นะเดี๋ยวฉันมา”

สนที่เห็นท่านชายพาหญิงคนรักของท่านมาที่วัง ก็ค่อนข้างตกใจพอควรเพราะคิดว่าจะเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่พอรู้ว่ามีศักดิ์เสมอท่านชายของเธอก็รู้สึกโล่งใจ ทว่ายังมีความสงสัยว่ามันหมายความว่าอย่างไรว่าเป็นเพียงจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ หรือว่าสิ่งเธอกังวลในตอนนั้นจะเป็นเรื่องจริงที่ว่าเป็นหญิงสาวผ่านการแต่งงานมาแล้ว

“ฉันผ่านการแต่งงานมาก่อน....กับพันเอกชรัน กวินกานต์ ส่วนตอนนี้หย่าแล้ว ฉันเห็นข้าหลวงสนทำหน้าสงสัยคิดว่าคงจะเป็นเรื่องนี้ท่านชายบอกว่าสนเป็นคนดูแลเขามาตลอด สนคงเป็นคนสำคัญมากสำหรับท่านชายเป็นแน่...ฉันพอจะทำให้สนหายกังวลได้หรือไม่”

เมื่อเห็นท่าทีของข้าหลวงนามว่าสน มีหรือจะไม่รู้ว่าคิดเช่นไรอยู่ อย่าลืมว่าก่อนเธอจะแต่งงานก็เคยเป็นเจ้าเช่นเดียวกัน จะมิเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้เยี่ยงไรกัน

สนมองท่าทางที่ดูสบายๆ แต่ให้บรรยายที่สูงศักดิ์เหมือนเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดกำลังจิบชาไปด้วยไขข้อสงสัยของเธอไปด้วย เธอรู้สึกว่าหม่อมเจ้าจันทร์ผู้นี้เป็นคนไม่เหมือนหม่อมเจ้าคนอื่น...การที่เธอบอกเล่าเรื่องราวของตนเองอย่างไม่ทุกข์ร้อนราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดา

การที่หญิงสูงศักดิ์ยอมลดฐานะไปแต่งกับสามัญเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ไหนจะเรื่องหย่าร้างอีก เพราะการเกิดเรื่องเช่นนั้นมันเป็นเหมือนการประกาศว่าตัวเองบกพร่อง หญิงสาวหลายคนไม่ยอมออกจากฐานะนี้ก็เพราะไม่ต้องการให้ใครมาลบหลู่เกียรติของพวกเธอ

แต่หม่อมเจ้าท่านหาเป็นเช่นนั้นไม่...ท่านยอมรับออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยไม่ได้ดูทุกข์...หรือเรื่องที่ท่านชายบอกจะเป็นจริง! ที่ว่าพวกท่านรักกันมานาน เธอพยายามเค้นสองรื้อฟื้นความทรงจำว่ามันเคยมีเรื่องนี้หรือไม่

...เธอนึกออกแล้ว! หม่อมเจ้าที่ยอมลดฐานะไปแต่งกับสามัญชนสามีของเพื่อนสนิทที่ได้ตายจากไป ครอบครัวสามัญชนอาจหาญประทานขอท่านหญิงจากจากพระองค์ท่าน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการที่เสด็จพ่อของท่านตอบตกลง!

หม่อมเจ้าคนนั้นคือหม่อมเจ้าจันทร์หรอกหรือ!

พอความจริงเข้ามาปรากฏในหัวใจของเธอ ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมากลางใจคือเธอปวดใจแทนทั้งสอง รักกันอยู่ดีๆ มีเหตุต้องมีอะไรเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน ทั้งเศร้าใจทั้งสงสารด้วยเห็นใจทั้งคู่ กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่ายเลย ท่านชายที่เอาชีวิตไปทิ้งชายแดนตลอดหลายปีเพราะเหตุผลนี่เองหรือ ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายกับพวกท่านขนาดนี้ ทำไมถึงทำกันขนาดนี้

“โถ่ ท่านหญิง...คุณจันทร์เหนื่อยมากเลยใช่ไหมคะ? กว่าจะมีวันนี้ได้มันไม่ง่ายเลย...”

คุณจันทร์นิ่งไปครู่นิ่งก่อนจะจับอารมณ์ของสนได้ว่ากำลังสื่ออะไร

“ใช่เลยสน...กว่าจะมีวันนี้ได้...ไม่ง่ายเลยสน ไม่ง่ายเลย...” มันเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นเข้ามาราวกับมันไปสะกิดใจสะกิดต่อมน้ำตาของเธอให้มีน้ำเอ่อคลอที่ดวงตา สนเอื้อมมือมาจับมือของเธอราวกับจะบอกว่ามันผ่านไปแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้พวกเราทำสำเร็จแล้ว

เธอเอื้อมไปกุมมือสนเพื่อบอก ‘ขอบคุณนะ’ และสบตาเพื่อให้รู้ว่าเธอดีใจมาก ที่มีคนเข้าใจเราสองคน แม้จะมีเหตุผลมากมายที่บอกไม่ได้ก็ตามที เราไม่จำเป็นต้องสนวิธีการก็ได้นะ...สนใจแค่ผลลัพธ์ก็พอ เพราะบางทีไม่ได้มีใครเข้าใจการเดินทางของพวกเรา

“คุยอะไรกันหรือคุณจันทร์ สน” แม่วาดเดินเข้ามาและตรงเข้ามานั่งข้างเธอ

“สนถามว่าเราเจอกันได้ยังไง แล้วท่านล่ะไปไหนมา”

“ฉันเอาของไปเก็บ แล้วก็จัดเตรียมอะไรมาเพื่อคุณจันทร์นิดหน่อย” เธอเห็นข้าหลวงของวังถือขนมเข้ามา ไม่ต้องบอกเพียงดูก็รู้ทันทีว่าสิ่งใดที่แม่เตรียมให้

“สน ไปเรียกทุกคนมาให้หมดฉันมีเรื่องจะบอกทุกคน”

“เพคะท่านชาย”

ไม่นานข้าหลวงหลายคนทยอยเข้ามาอยู่ในห้องโถง ระหว่างนี้แม่วาดก็คอยป้อนขนมที่เธอชอบกินให้กินระหว่างรอข้าหลวง

ข้าหลวงบางคนถึงกับตกใจ เพราะไม่เคยเห็นท่านชายทำอะไรแบบนี้ ไหนจะผู้หญิงที่พวกเขาสงสัยว่าเป็นใครอีก แต่พอบางคนที่คืนสติไวก็กลับมาเข้าที่ของตนเองและรอดูว่าท่านชายทรงจะประกาศอะไร

“ทุกคนมาครบแล้วใช่ไหม ฉันจะแนะนำผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ฉัน ท่านหญิงชื่อจันทร์ จันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ คุณจันทร์เป็นคนรักของฉันและเป็นคนที่ฉันกำลังจะแต่งงานด้วย เราสองคนตกลงกันแล้วว่าจะแต่งกันแบบเรียบง่ายไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย เพราะเราทั้งคู่ก็แก่กันมากแล้วไม่อยากจะทำเรื่องที่ต้องปวดเมื่อยตัว ตั้งแต่วันนี้ไปคุณจันทร์จะย้ายเข้ามาอยู่ที่วังทิวากรอย่างเป็นทางการ ยังไงฝากจัดห้องให้คุณจันทร์ด้วยนะ”

ข้าหลวงต่างตกตะลึงทว่าบางคนก็คาดการณ์ไว้บ้างแล้วหลังจากเห็นท่าทีของท่านชายในสถานการณ์แบบนี้ มีหลากหลายอารมณ์ ทั้งตกใจ ดีใจ ขบขัน สงสัย กังขา แต่ทุกคนเลือกที่จะเงียบไว้ แต่ก็คงมีบางคนที่ปากยื่นปากยาวไม่จบไม่สิ้น

“เพคะท่านชาย”

 

วันต่อมา

วันนี้อากาศดีมากๆ และเป็นวันที่ดีด้วยเช่นกันเนื่องจากเราสองคนไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ตอนนี้เราก็เป็นคู่สมรสคู่ชีวิตทางกฎหมายเสียที เป็นอีกหนึ่งวันที่เราสองคนมีความสุขมากๆ

“คิดอะไรอยู่หรือคุณจันทร์” แม่วาดถามคุณจันทร์ขณะเธอจดจ้องมองใบทะเบียนสมรสหมาดๆ ของเราทั้งคู่

“คิดถึงเมื่อก่อนน่ะ คนที่ไม่ได้โชคดีเหมือนกับเรา พวกเขาคงเป็นดั่งเราแบบในอดีต”

“ใช่คุณจันทร์ การต้องมาแอบคบแอบซ่อนความสัมพันธ์คงเป็นเรื่องที่ทรมานใจมาก กฎหมายก็ไม่ได้ซัปพอร์ตพวกเขาอีก แม้ตอนนี้จะมีการเปิดเผยได้อย่างอิสระแต่กฎหมายไม่ได้ให้อิสระแก่พวกเรา” ประเด็นพวกนี้ทำใจของหลายคนเจ็บปวดไม่น้อย “เรากลับกันเถอะ”

 

เมื่อกลับถึงวังบรรยากาศดูแปลกไป ทุกอย่างปกติแต่ความรู้สึกที่รับรู้กลับไม่ปกติ พวกเธอระแวดระวังมองซ้ายขวาว่ามีสิ่งใดผิดแผกแปลกไปขณะเดินเข้าตัววัง

“ท่านชาย” ข้าหลวงสนมีท่าทีตื่นตระหนก

“ท่าทางดูรีบร้อนนะสน มีอะไรหรือ”

“เอ่อ คือว่า... สมเด็จท่านมาเพคะ”

ทั้งเธอและแม่วาดต่างนิ่งงันเลยทีเดียว เนื่องจากท่านชายอายุหกสิบปีแล้ว ต้องยอมรับว่าแก่ขนาดนี้แล้วยังมีญาติผู้ใหญ่เหลืออยู่อีกหรือ ตำแหน่งสมเด็จนี่มันน่าจะหมดไปแล้วนะ...ไม่น่าจะมีใครที่ตำแหน่งสูงขนาดนี้และอยู่ถึงขนาดนี้หรอก

ทั้งคู่ต่างพยายามนึกว่าเป็นใคร ยังมีใครเหลืออยู่บ้างที่จะมากพอที่เป็นญาติผู้ใหญ่ได้ เราสบตากันเหมือนกำลังสื่อถึงกันว่าถ้าเข้าไปตอนนี้น่าจะรู้เลยว่าใคร พวกเราต่างพากันเดินเข้าไปในห้องรับรองที่จัดไว้ให้แก่คนในครอบครัวเท่านั้น การที่สนพาสมเด็จท่านไปในนั้นก็แปลว่าท่านเป็นคนใกล้ตัวมากๆ

พอเข้ามาถึงภายในเธอเห็นหญิงชราคนหนึ่งแต่งกายอย่างเรียบง่าย ผิวพรรณสีหน้ายังดูสดชื่นแจ่มใสไม่เหมือนคนมีอายุมากเลยสักนิด

“มากันแล้วหรือ เข้ามาใกล้ๆ”

พอเห็นหน้าแบบใกล้ๆ เธอจำได้ทันทีว่าท่านคือใครและท่านเองน่าจะจำฉันได้เช่นกัน ท่านคือน้องสาวของทวดของหม่อมเจ้าสาทิสยา เหมือนท่านจะเป็นลูกหลงนับว่าเป็นญาติจริงๆ เลยทีเดียว

เธอกับท่านมีโอกาสเจอกันตามงานการกุศลของกองทัพ แต่ไม่เคยสนทนากันแบบใกล้ๆ เช่นนี้มาก่อน ท่านทรงครองตัวเป็นโสดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรและไม่มีครอบครัวที่ไหนนอกจากหม่อมเจ้าสาทิสยา

แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงที่มีความคิดความอ่านเหมือนนักเรียนนอก จึงไม่คิดจะลงหลักปักฐานกับใคร เมื่อตอนที่ท่านอายุสิบขวบทรงเป็นคนเลี้ยงหม่อมเจ้าสาทิสยา เวลาล่วงผ่านไปมีพระชนมพรรษามากขึ้นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่สมเด็จท่านจึงแยกออกไปใช้ชีวิตสงบๆ แบบที่ท่านชอบ

กระนั้นก็มีใครบางคนในวังแห่งนี้นำเรื่องของเราสองคนไปเรียนสมเด็จท่าน พลันใช้สายตาสังเกตก็ดูว่าจะมีข้าหลวงอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ได้เข้ามาที่นี่ด้วย จะเป็นใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มนี้หรือเปล่านะที่นำเรื่องไปรายงาน พวกนี้ชอบหาเรื่องเดือดร้อนใส่คนอื่นจริงๆ

“เธอคือหม่อมเจ้า จันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ ใช่หรือไม่”

ข้าหลวงหลายคนที่มีไหวพริบฉลาดหลักแหลมทำงานเป็นมานานหลายปีคงเคยได้ยินราชสกุลปัณณ์ปริชญ์ปัถย์อย่างแน่นอน และยิ่งข่าวลือตอนที่คุณจันทร์แต่งงานกับสามัญชนแล้วล่ะก็ไม่มีใครลืมจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์คนนี้ได้แน่นอน

เรื่องของเจ้านายใช่ว่าพวกเขาจะเข้าไปสอดได้ถึงแม้ว่าจะเกิดความสงสัยเพียงใด แต่ก็รู้ว่าควรเก็บงำความสงสัยใคร่รู้ของตนเองและควรอยู่เฉยๆ ไม่มีทางที่ผู้เป็นนายอย่างท่านชายจะทำอะไรเป็นการลบหลู่เกียรติของตนอย่างแน่นอน

การที่ท่านชายจะสมรสกับหม่อมเจ้าจันทร์มิใช่เรื่องที่ไม่สมควรเสียหน่อย แต่คนที่ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวกลับปิดหูปิดตาปากยื่นปากยาวหวังดีกับคนอื่นเขาไปทั่วกำลังนั่งหมอบตกตะลึงกับยศหม่อมเจ้าที่เพิ่งได้ยินของคุณจันทร์ ด้วยไม่เคยรู้เลยว่าว่าหญิงสาวผู้นี้ผู้ที่ท่านชายพาเข้ามาโดยไม่คำนึงถึงพิธีรีตองใดจะเป็นสาวจากชนชั้นสูง ไม่เห็นท่านชายเคยบอก แล้วทำไมท่านชายต้องบอกล่ะ?

ถ้าคนเราสามารถวิเคราะห์ได้อีกสักนิดจะรู้ว่านามสกุลแบบนี้ต้องมียศหม่อมเจ้าอยู่แล้ว ถ้าไม่มีก็แปลว่าต้องเป็นคนรุ่นหลาน แต่แน่นอนว่าราชกุลปัณณ์ปริชญ์ปัถย์มีลูกสาวเพียงคนเดียวจะเอาหญิงสาวที่ไหนมาเป็นหลานสาว

ดังนั้นหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเป็นพระธิดาของพระองค์เจ้าทวินปัณณ์ปริชญ์ปัถย์กับหม่อมเจ้าศิวากรชิญชาญปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ อย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าทำไมถึงไม่มียศให้เรียกขานล่ะ นอกจากเสียจาก...แต่งงานใช้นามสกุลสามี...

แต่การกลับมาใช้นามสกุลเก่านั่นก็แปลว่าเป็นหญิงสาวที่ผ่านการหย่าร้าง เรื่องแบบนี้ข้าหลวงบางคนก็คิดได้ตั้งแต่เมื่อวานมีแต่พวกไม่รู้ความเท่านั้นแหล่ะที่ยังเขลา

“สนให้ทุกคนออกไปก่อน ฉันจะคุยกับทั้งสองตามลำพัง”

ตอนนี้เราสองคนคือได้แต่นิ่งเพราะไม่รู้ว่าสมเด็จท่านจะทรงตรัสถามอะไร

“ไปรักชอบพอกันได้อย่างไร”

เป็นคำถามที่เธอเองก็ไม่สามารถที่จะตอบได้เช่นกันเพราะเธอไม่ได้รู้ประวัติของหม่อมเจ้าสาทิสยามากกว่าคนภายนอกรู้ จะให้ตอบแบบที่เป็นตัวของเราสองคนก็ยิ่งคิดหนักด้วยไม่รู้ว่าท่านจะถามอย่างไรต่อ ขณะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดแม่วาดจึงชิงตอบคำถามก่อน

“เจอกันเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นคุณจันทร์สมรสเสียแล้วเลยไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แต่พอคุณจันทร์หย่า จึงสานสัมพันธ์กระหม่อม”

สมเด็จท่านก็ถามกลับ “ที่ว่าไอ้นานน่ะ เมื่อไหร่?”

แม่วาดเล่าถึงเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนทั้งหมด และนั่นจึงทำให้สมเด็จเข้าใจว่าที่ตนคิดไปเองนั้นว่าท่านชายไม่ยอมแต่งงานจนถึงตอนนี้เป็นเพราะรักคุณจันทร์ พานทำให้สงสารทั้งคู่แทนที่จะได้มีความสุขกันกลายเป็นว่าเป็นทุกข์ตลอดยี่สิบปี สมเด็จท่านก็พอรู้เรื่องราวคุณจันทร์มาบ้างว่าสามีเก่าเจ้าชู้เพียงใดและยิ่งเป็นคนต่ำศักดิ์ด้วยแล้วทั้งชีวิตคงอยู่กับความเสื่อมเสียเกียรติจึงพูดไปว่า

“ถ้าพ่อของเธอไม่ยกเธอให้ไอ้พวกต่ำศักดิ์นั่น ป่านนี้พวกเธอทั้งคู่คงได้แต่งงานกันแล้ว พฤติกรรมของสามีเก่าเธอหาดีไม่ได้ ไม่รู้ว่าพระองค์เจ้าทวินทรงเห็นดีอะไรในตัวชายคนนั้น ถึงยกเธอให้มัน...แต่ก็เอาเถอะ” สมเด็จท่านถอนหายใจอย่างปลงๆ ก่อนว่าต่อ “อย่างน้อยพวกเธอคงพูดคุยกันแล้ว หากฉันจะไม่อนุญาตก็กะไรอยู่ ฉันจะเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวให้เองคุณจันทร์ พระองค์เจ้าทวินกับท่านหญิงศิวากรทรงทราบเรื่องของทั้งสองหรือเปล่า...” สมเด็จถอนหายใจเพราะเห็นจากสีหน้าทั้งคู่แล้วแสดงว่ายังไม่ทราบ

“ฉันจะไปสู่ขอคุณจันทร์ให้แล้วกัน”สมเด็จท่านพูดทิ้งท้ายก่อนจากไปกับแม่วาดว่า “ท่านชาย ความแก่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะละเมิดกฎที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ยิ่งแก่ยิ่งต้องเป็นตัวอย่าง... เข้าใจหรือไม่” ท่านกำชับด้วยเสียงเน้นเข้มให้คนทั้งสองจดจำสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตคู่

“แล้ววันนี้ไปไหนกันมา”

เราสองคนมองหน้ากันพร้อมตอบพร้อมกัน

“ไปจดทะเบียนสมรสกันเพคะ / พะยะค่ะ”

ออกห่างจากบทสนาอันแสนกดดันได้ไม่เท่าไรก็กลับมาสู่ความกดดันดังเดิม สักพักท่านพลันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ทว่าพวกเราใจเร็วด่วนได้สวนทางกับอายุอานาม

“เอาเถอะยังไงพวกเธอก็โตเป็นผู้ใหญ่ แก่จนจะลงโลงกันอยู่แล้ว ทำในสิ่งที่มีความสุขเถอะ แล้วอย่าลืมพาท่านหญิงจันทร์ไปเลือกแหวนหมั้นด้วยล่ะท่านชาย”

“ทราบแล้วกระหม่อม”

 

 

ตอนนี้เราสองคนอยู่กันที่ห้องเก็บสมบัติมาช่วยกันรื้อหาแหวนว่าแบบใดที่จะเหมาะเป็นแหวนหมั้นของเราสองคน ซึ่งตอนนี้หากันมานานพอสมควรแต่ไม่มีวงแหวนไหนที่ถูกใจ

มิใช่ไม่สวยไม่หรูหราแต่เพราะหรูหราและมีมูลค่ามากเกินไป อีกอย่างของพวกนี้ไม่ใช่ของของเราเลยไม่กล้าแตะต้องสักเท่าไร เราทั้งสองจึงตกลงคุยกันว่าจะเอาวงที่ดูเรียบๆ ใส่ได้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

“คุณจันทร์วงนี้เป็นอย่างไร”

แม่วาดยื่นแหวนวงที่ดูเกลี้ยงเกลาเป็นสีทองแวววาวมีพลอยเก้าสีประดับฝั่งอยู่ทางด้านในและไม่ได้มีเพียงแค่วงเดียวแต่ยังมีเป็นคู่

“ฉันเอาแหวนสองอันนี้แหล่ะท่านชาย”

ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ในการหยิบยืมของคนอื่นดังนั้นขอเรียบๆ แบบนี้สบายใจกว่า เธอไม่ชอบความหวือหวา เลิศเลอ ชีวิตอันหรูหรามันแสนเหนื่อยสำหรับเธอ ตอนจากนี้อยากชีวิตอย่างไม่กังวลสิ่งใดหรือเศร้ากับสิ่งใดแล้ว แม่วาดเองดูชอบแหวนคู่นี้เช่นกัน

“ฉันชอบมันเหมือนคุณจันทร์เช่นกัน”