หญิงสาวชนชั้นสูงยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก เพื่อเลี้ยงดูลูกของคนรักที่ได้จากไป ยี่สิบปีต่อมาพวกเขาได้โอกาสให้กลับมารักกัน

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me) - บทที่ 10 เรียบง่ายแต่สุขใจ โดย LiLi Lee @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,หญิง-หญิง,ชาย-หญิง,ข้ามเวลา,ไทย,แต่งงาน,ท้อง,ทหาร,พีเรียดไทย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,หญิง-หญิง,ชาย-หญิง,ข้ามเวลา,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แต่งงาน,ท้อง,ทหาร,พีเรียดไทย,ดราม่า

รายละเอียด

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me) โดย LiLi Lee @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หญิงสาวชนชั้นสูงยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก เพื่อเลี้ยงดูลูกของคนรักที่ได้จากไป ยี่สิบปีต่อมาพวกเขาได้โอกาสให้กลับมารักกัน

ผู้แต่ง

LiLi Lee

เรื่องย่อ


 

เรื่องย่อ

หญิงสาวชนชั้นสูงยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก เพื่อเลี้ยงดูลูกของคนรักที่ได้จากไป ยี่สิบปีต่อมาพวกเขาได้โอกาสให้กลับมารักกัน

 

ตัวละคร

พลตรี หม่อมเจ้าสาทิสยา ไวทย์เวธน์ทิวากร / แม่วาด

สถานะ : คนรักของคุณจันทร์ และเป็นแม่ของจรณ์จิณณ์

 

หม่อมเจ้าจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ / จันทรารัตน์ กวินกานต์ / หม่อมจันทรารัตน์ ไวทย์เวธน์ทิวากร ณ อยุธยา

สถานะ : คนรักของแม่วาด แม่เลี้ยงของจรณ์จิณณ์ ภรรยาในนามของชรัน

 

พันโทชรัน กวินกานต์

สถานะ : พ่อของจรณ์จิณณ์ สามีของแม่วาด คุณจันทร์ วิมล

 

นักเรียนนายร้อยปัณณ์จรณ์ กวินกานต์

สถานะ : ลูกชายของชรันและแม่วาด

 

นักเรียนนายร้อยปัณณ์จิณณ์ กวินกานต์

สถานะ : ลูกชายของชรันและแม่วาด

 

วิมลตรา ดารารายณ์

สถานะ : ภรรยารองของชรัน

 

ชิรินตรา กวินกานต์

สถานะ : ลูกสาวของชรันกับภรรยารอง

 

รินจายา เปรมวาณิชย์

สถานะ : เพื่อนแม่วาดกับคุณจันทร์

 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทวินปัณณ์ปริชญ์ปัถย์

สถานะ : เสด็จพ่อของคุณจันทร์

 

หม่อมเจ้าศิวากร ชิญชาญ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์

สถานะ : ท่านแม่ของคุณจันทร์และชายาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทวินปัณณ์ปริชญ์ปัถย์

 

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปันภาพร ไวทย์เวธน์ทิวากร

สถานะ : เสด็จป้าของพลตรีหม่อมเจ้าสาทิสยา

****เพื่อให้อ่านได้อย่างอรรถรสขอให้นักอ่านแวะเข้ามาอ่านครงนี้เล็กน้อยนะคะ****

 

1.คุณจันทร์เป็นหม่อมเจ้าหญิง แต่ในเรื่องจะเรียกว่าคุณจันทร์เพราะว่าคุณจันทร์ได้สละยศเป็นสามัญชนแต่งงานกับชรันและตอนแต่งงานกับหม่อมเจ้าสาทิสยา (หรือแม่วาด) ก็แต่งตอนเป็นสามัญชน ดังนั้นจึงเรียกคุณจันทร์ค่ะ

2.คุณจันทร์อนุญาตให้แม่วาดเรียกคุณจันทร์ด้วยคำปกติได้ เพราะทั้งสองเป็นคนรักกัน

3.ทุกอย่างในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเพียงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับเป็นจริงใดๆ โปรดอ่านเพื่อความเพลิดเพลินและใช้วิจารณญาณ

 

สวัสดีจ้านักอ่านทุกคนนนน ไรท์ขอฝากนิยายเรื่องเรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านักคนด้วยน้าาาา

เพลลิสต์เพลงมาฝากจ้า ทุกคนสามารถเข้าไปฝันเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้นะคะ

https://open.spotify.com/playlist/2FsZanXiU18yXisLHv58WG?si=48c563e9601d4084

 

ผังตัวละคร


 


 

 

 

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของเราด้วยน้าาา

 

 

เรื่องย่อ : เอมมาริน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของโซเรลถูกลูกหลงโดนยิงจะกลุ่มผู้ประท้วงวิญญาณของเธอล่องลอยเข้าสู่ร่างของเอราเบล ลี ลูกสาวของตระกูลลีที่มีความใกล้ชิดทางสายเลือดกับราชวงศ์ โชคชะตาของเธอคือการชดใช้ไม่ว่าเธอจะอยู่สูงเพียงใด เธอต้องพบกับการสูญเสียพลัดพรากเฉกเช่นเดียวกันกับคนรักของเธอ

 

 

 

เรื่องย่อ : เลขาท่านผู้นำอย่างเอบิซาถูกจับให้มาแต่งงานกับผู้ปกครองเผ่างูในป่าลึกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าบรรพชนจากการบูชาหญิงสาวเพื่อให้กำเนิดทายาทรุ่นต่อไปของอาวคลาส วาดิม เธียร์

 

 


 

เรื่องย่อ : ไม่ใช่แนวเกิดใหม่…แต่เป็นการทำงานรอนรกว่าง! ไป๋เหลียงคือหญิงสาวที่เข้าไปอยู่ในร่างของฮุุ่ยเจิน ผู้เป็นคุณนายใหญ่ตระกูลเหว่ย

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 0 บทนำ,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 1 เมื่อแรกพบเจอ,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 2 เมื่อเราใจตรงกัน,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 3 เจ็บปวด,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 4 ข้อตกลง,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 5 เริ่มต้นที่จุดสิ้นสุด 1/2,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 6 เริ่มต้นที่จุดสิ้นสุด 2/2,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 7 ไปเที่ยวอยุธยา,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 8 กลับวัง,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 9 ไปเที่ยวภูเก็ต,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 10 เรียบง่ายแต่สุขใจ,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 11 พ่อแม่,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 12 ความจริงมองอยู่ที่คนมอง,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 13 หม่อมคนแรก,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-บทที่ 14 วันหมั้น,เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)-E-book เรามาแต่งงานกันเถอะคุณจันทร์ (your majesty Marry Me)

เนื้อหา

บทที่ 10 เรียบง่ายแต่สุขใจ

 

บทที่ 10

เรียบง่ายแต่สุขใจ

 

ภูเก็ตมีที่เที่ยวมากมายทั้งในทางธรรมชาติและในเชิงวัฒนธรรม ทำให้เราสองคนตัดสินใจอยู่ต่อหลังจากกลับมาจากเกาะเฮแล้ว ทุกเช้าที่อยู่ที่นี่เราสองคนจะพากันนั่งมอ’ไซค์ไปจับจ่ายของซื้ออาหารเช้ากัน โดยมีคุณจันทร์เป็นคนขับเหมือนเดิม

คุณจันทร์เป็นคนชอบทานปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้มาก แต่ก็มีอาหารอันหนึ่งที่คนเธอชอบกินและขอให้เขาเป็นคนทำให้เป็นเมนูเดียวที่คุณจันทร์ชอบกิ นแต่คนอื่นไม่รู้นอกจากเขา นั่นคือเมนูต้มจับฉ่ายและวันนี้เขาจะทำให้เธอทาน

“ท่านชาย กระหม่อมขอทูลถามสักหน่อยได้ไหมพะยะค่ะ”

“มีอะไรเหรอพัน”

“ท่านชายกับคุณจันทร์ทรงเหมือนคู่ชีวิตที่รักกันมานานจนแก่เฒ่าเลยพะยะค่ะ จากที่กระหม่อมได้ฟังเรื่องราวจากข้าหลวงสนมาแล้ว พอจะบอกกระผมสักนิดได้ไหมกระหม่อม ว่าคุณจันทร์เป็นใคร”

แม่วาดนิ่งไปสักพัก เขารู้ดีว่าธรรมเนียมของคนชั้นสูงจะไม่หาคู่ครองที่ไม่เพียบพร้อม เพราะเขาก็เคยโดน...มาจากเสด็จพระองค์ท่านเสด็จพ่อของคุณจันทร์ จึงเข้าใจความเป็นห่วงของข้าหลวงทุกคน

“คุณจันทร์หรือ...ท่านคือหม่อมเจ้าจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์ ปัจจุบันเป็นเพียงจันทรารัตน์ ปัณณ์ปริชญ์ปัถย์แล้วล่ะพัน ฉันน่ะ...รักท่านหมดทั้งดวงใจ รักมานาน รักมาแสนนาน ไม่คิดว่าเราจะมีโอกาสได้กลับมารักกันเลยพัน” พูดไปแม่วาดก็จิบชาไทยที่ชอบขึ้นมาจิบ

พันที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจแล้วโล่งใจที่ซึ่งอย่างน้อยคนที่ท่านรักมาจากฐานันดรเดียวกัน แม้เท่าที่ฟังก็พอเดาได้ว่าหม่อมเจ้าจันทร์คงจะผ่านการแต่งงานมาแล้ว นี่แปลว่าท่านชายแอบรักข้างเดียว ทำให้ปัจจุบันไม่มีใครก็เพราะอย่างนี้หรอกหรือ เขาเริ่มรู้สึกเห็นใจท่านจริงๆ อะไรที่ทำให้พวกท่านไม่ได้คู่กันนะ แต่ก็ดีที่บั้นปลายชีวิตของท่านได้สมหวังกับคนที่รักมันช่างเป็นการรอคอยที่คุ้มค่าจริงๆ อย่างน้อยท่านชายผู้ทรงเข้มแข็งก็มักมีมุมที่โดดเดี่ยวและเหงา

ท่านไม่ได้ไร้หัวใจแบบที่ใครเขาพูดกันท่านแค่ยกใจให้กับใครคนหนึ่งไปแล้วต่างหาก

“หลายวันมานี่กระผมเห็นท่านทั้งสองใช้เวลาด้วยกัน มันทำให้กระผมรู้ว่าท่านมีความสุขมาก ท่านทำเพื่อแผ่นดินมามากแล้ว...ถึงคราวที่ท่านชายควรหันกลับมาใส่ใจกับความสุขของตนเองนะพะยะค่ะ คุณจันทร์เป็นคนที่สวยสง่า ใครอยู่ด้วยก็รู้สึกถึงโลกที่สดใส ที่ผ่านมาท่านชายไม่เคยมีเรื่องชู้สาว ไม่เคยยุ่งกับเรื่องในครัว แต่พอเป็นคุณจันทร์ท่านชายกลับเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้คุณจันทร์ อย่าหาว่ากระผมสอดเลยนะพะยะค่ะ ในเมื่อคุณจันทร์คือคนที่ท่านรักมากรักมาตลอด ทำไมไม่ใช้เวลาที่เหลือของชีวิตด้วยกันล่ะกระหม่อม”

แม่วาดเงยหน้าถามถึงสิ่งที่พันกำลังสื่อ “พันหมายถึงอะไร?”

“ทำไมไม่ขอคุณจันทร์แต่งงานล่ะกระหม่อม ท่านควรจะทรงประกาศให้โลกรู้ว่าท่านรักคุณจันทร์เพียงใด มันจะดีกว่าไหมพะยะค่ะ ถ้าเราสามารถแสดงออกมาได้โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ”

แม่วาดนิ่งไปสักพัก ด้วยไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเพราะในสมัยของเราก็ไม่ได้มีการยอมรับเรื่องนี้มากนัก แค่คิดว่าจะสามารถใช้ชีวิตด้วยกันยังไม่ได้เลย คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องแต่งงานเพราะเธอก็แทบไม่กล้าฝันด้วยซ้ำ แต่ยุคสมัยปัจจุบันนี้ ในร่างกายนี้มันทำให้เธอมีความหวัง หวังว่าเราจะเป็นคู่สมรสกันจริงๆ เหมือนกับคนอื่นๆ

เธอจมอยู่ในความคิดนานพอสมควรโดยไม่รู้ว่าพันเดินออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าใด

 

 

ยามค่ำ

“แม่วาดทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่นอน”

“อ้อ ฉันนั่งคิดอะไรเพลินๆ น่ะคุณจันทร์ แล้วคุณจันทร์นอนไม่หลับหรือ”

“ก็นิดหน่อย ฉันเห็นแม่วาดยังไม่เข้านอน เป็นห่วงเลยออกมาดูเสียหน่อย” คุณจันทร์นั่งลงเก้าอี้โยกข้างๆ เอนหลังลงเบาๆ

“มีอะไรกวนใจแม่หรือ มีอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้หรือไม่แม่” แม่วาดมีท่าทีลังเลจะพูดออกไปแต่ก็เลือกที่จะพูดออกไป

“เรามาอยู่ด้วยกันดีไหมคุณจันทร์” แม่วาดหันหน้ามาพูดกับคุณจันทร์

และเธอตอบกลับไปว่า “เราก็อยู่ด้วยกันแล้วนี่ไง”

แม่วาดเขินเพราะเขาไม่เคยขอใครแต่งงานมาก่อนนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขากำลังขอคุณจันทร์แต่งงาน แม่วาดได้เงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างจริงจังก่อนจะตัดสินใจพูดทุกอย่างที่รู้สึกให้เธอฟัง

“ฉันหมายถึง…อยากให้เราเป็นคนๆ เดียวกัน...อยากใช้สิ่งของร่วมกัน...อยากใส่แหวนข้างเดียวกัน...อยากให้ดีเอ็นเอของเราหลอมรวมกัน ฉันอยากให้แม่เป็นของฉันดั่งที่ฉันเป็นของแม่มาตลอด” แม่วาดลูบไล้ไปที่นิ้วมือ โดยเฉพาะนิ้วนางข้างซ้ายของคุณจันทร์อย่างอ้อยอิ่งแบบเบาๆ กดหนักๆ เพื่อบอกถึงความรู้สึกต้องการส่งถึงเจ้าของนิ้วมือ

อารมณ์ซ่าบซ่านแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจของคุณจันทร์พานเอาขนลุกขนเกลียวไปทั้งตัว สายตานั่นกำลังจะลูบไล้เธอในจินตนาการ

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจของเธอดังมาก

“เสียงหัวใจของแม่ดังออกมาราวกับกลองสะบัดชัย อย่าปฏิเสธฉันเลยหนา” คราวนี้เป็นแม่วาดที่ก้มลงไปจุมพิตหลังฝ่ามือของคุณจันทร์ จูบเน้นย้ำๆ จากนั้นจึงช้อนส่ายตาขึ้น ถ้าคุณจันทร์เป็นดั่งนางบุษบาแม่วาดก็คงเป็นดั่งองค์ระเด่นมนตรีที่มักจะล่อหลอกนางบุษบาให้ตกเป็นของตนกระมัง

คุณจันทร์ได้แต่เก๊กเข้มขรึมพยายามเรียกสติกลับมาให้โดยทันด่วน

“หนาแม่ เป็นของฉันเถิดหนา” คุณจันทร์ต้องรีบเอ่ยขัดแม่วาดเพราะไม่อย่างนั้นสติของเธอจะเตลิดเปิดเปิงมากกว่านี้

“โถ่ แม่จินตะหราของฉัน มีอะไรที่ฉันจะให้แม่ไม่ได้ คำขอของแม่มีสักครั้งไหมที่ฉันปฏิเสธ ฉันและแม่ต่างก็รอเวลานี้กันมานานไม่ใช่หรือ ตอนแรกฉันก็คิดว่าฉันจะเป็นคนขอแม่ แต่ก็ถูกนางจินตะหราของฉันขอแต่งตัดหน้าเสียเอง”

“ฉันไม่ใช่คนขี้อายอย่างที่แม่จันทร์เข้าใจหรอกนะ” คุณจันทร์เอียงหูฟังเผื่อว่าเธอจะเข้าใจอะไรผิด

“อย่างไรนะแม่?”

“คราแรกฉันเจอแต่หญิงสาวคนหนึ่ง สวยสะดุดตา ดูทันสมัยดีกรีนักเรียนนอก ท่าทางการสูบซิการ์ของเธอ ช่างเท่บาดใจฉันเหลือเกิน มือถือหนังสือ ปากคาบซิการ์ ผมที่เรียบแบน คิ้วที่หนาเฉียงเหมือนขุนนางตรงฉินสลักเข้าไปในหัวใจ ฉันน่ะหลงรักผู้หญิงคนนั้นน่ะมานานแล้ว หาทางทำทุกอย่างมากมายเพื่อยู่ใกล้ๆ ผู้หญิงคนนั้น แต่พอรู้จักตัวตนของเธอช่างสูงส่งเหลือเกิน ไม่รู้ว่าชาตินี้…ไม่สิ…ชาตินั้นจะมีโอกาสบ้างหรือไม่ แต่โลกก็ไม่ได้โหดร้ายเกินไป อย่างน้อยท่ามกลางอุปสรรคมากมาย ฉันและหญิงคนนั้นเรารักกัน

“จุ๊ๆ ๆ ๆ งั้นที่ผ่านมาก็เป็นแผนของแม่หมดเลยสินะ” คุณจันทร์ยู่ปากพูดด้วยท่าทางน่ารัก

“มีอะไรที่เพื่อคนรักเราจะทำไม่ได้ อาหารที่แม่ชอบฉันฝึกทำทุกวัน แล้วก็ใส่ใจเข้าไปทุกวัน หวังว่าเจ้าของหัวใจนี้จะตอบรับมันเสียที”

คุณจันทร์พูดสวนขึ้นทันที “เจ้าของหัวใจได้รับความรู้สึกนั้นไว้แล้วรับจนมันแน่นอกจะตายอยู่แล้ว ทั้งหลงใหล คลั่งไคล้ เคารพเทิดทูนดั่งของสูงศักดิ์เลยแม่สัตยาบรรณของฉัน” ทั้งคู่ผลัดกันหยอดเติมความหวานให้แก่กันไปมาส่งสายตาหวานเยิ้ม เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วที่พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันเพียงแค่สองคนถ้ามีใครเข้ามาอยู่ในวงสนทนานี้คงจะอกแตกตาย

“คุณจันทร์พูดอะไรเช่นนี้เล่า คนที่ควรจะพูดว่าเคารพ จงรักภักดีและซื่อสัตย์ ดั่งของสูงศักดิ์ควรจะเป็นฉันมากกว่าเสียกระมัง” คำพูดของแม่วาดทำเธอสะท้อนใจสะอึก จุกพูดไม่ออก มันเหมือนมีความรู้สึกแวบหนึ่งที่ทำให้เธอนึกถึงความเจ็บปวดของการเป็นคนชั้นสูงซึ่งเธอไม่เข้าใจความหมายของมัน เธอตอบแม่วาดออกไปอย่างทันควัน

“ไม่มีใครสูงศักดิ์กว่าใคร เราก็แค่เรา…แค่เราสองคน เราเป็นของกันและกันเสมอ”

ทั้งคู่มองตากันราวกับสื่อสารกันผ่านดวงตา คืนนี้เป็นค่ำคืนที่สวยงามในใจของพวกเขาทั้งสองคน ดวงจันทร์ซึ่งดวงดาวส่องแสงระยิบระยับเปล่งประกายเต็มที่ บนท้องฟ้าไม่มีเมฆคอยบดบังความสวยงามขณะที่มันกำลังฉายแสง ใจของพวกเขาก็ส่องสว่างดั่งดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟากฟ้า ทั้งคู่ต่างยิ้มต่างหัวเราะให้กัน พูดเรื่องราวต่างๆ ที่แต่ละคนได้ประสบพบเจอมา พวกเขาแลกเปลี่ยนมุมมองความคิด เพื่อหาสิ่งเติมเต็มให้แก่กันอยู่เรื่อยๆ

พันที่แอบดูอยู่ก็พลอยสุขใจไปกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น เขาดีใจเหลือเกินที่ได้ยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นภาพเหล่านี้ เขาไม่เคยเห็นท่านชายมีความสุขครั้งใดมากเท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว สงสัยว่าเมื่อตอนกลางวันที่เขาได้พูดแนะนำท่านชายไปคงจะสำเร็จ

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

วันนี้เราคุยกันว่าจะมาทานข้าวข้างนอกบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แน่นอนว่าคราวนี้เขาเป็นคนขับมอ’ไซค์ เนื่องจากวันนี้คุณจันทร์ใส่ชุดของชาวเปอรานากัน เขาจึงอาสาเป็นคนขับให้ คุณจันทร์ดูแลเขามาตลอดถึงคราวที่เขาจะเป็นคนดูแลท่านบ้างแล้ว เขาจับมือของคุณจันทร์มาสวมกอดเข้าที่เอวของเขาตลอดทางและไม่เคยปล่อยมือคู่นี้ มือคู่นี้ของคุณจันทร์มักอบอุ่นดั่งสหัสดง

เมื่อมาถึงตลาดพวกเราเดินเข้าไปในร้านที่ขายกาแฟโบราณ ในนั้นน่าจะมีน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ พวกเราสั่งอาหารมากมายในในเช้าวันนี้ นอกจากกาแฟของเขา มีโจ๊ก น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ เต๊ะตาลิก ข้าวต้ม นาซีเลอมัก ลักซา ซาเตเนื้อกระต่าย

“อัสซะลามุอะลัยกุม”

(assalamualaikum)

(สันติภาพจงมีแด่คุณ)

ระหว่างที่เรากำลังทานอาหารกัน มีชายชราเอ่ยทักเขาด้วยภาษามาเลย์ ชายคนนั้นน่าจะเป็นเจ้าของร้านแห่งนี้

“เซอลามัต ปาฆี”

(Selamat pagi)

(อรุณสวัสดิ์ครับ)

เหมือนเจ้าของร้านจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นสาวกของพระผู้เป็นเจ้า อัสซะลามุอะลัยกุม (assalamualaikum) เป็นคำทักทายสำหรับชาวมุสลิมกับชาวมุสลิม ซึ่งเราไม่ใช่ก็ต้องใช้ให้ถูกแค่นั้นเจ้าของร้านก็เข้าใจแล้ว

“Wah, awak nampak macam kami.”

(ว้าว คุณดูเหมือนพวกเรามากเลย)

“Terima kasih. Makanannya sangat sedap.”

(ขอบคุณครับ อาหารอร่อยมากครับ)

“Anda bercakap bahasa Melayu dengan baik.”

(คุณพูดมาลายูเก่งจังเลย)

“Ibu dan datuk saya berasal dari sini. Datuk mengajar saya supaya saya boleh bercakap.”

(แม่ของผมและก็คุณตาของผมเป็นคนที่นี่ครับ คุณปู่เป็นคนสอนผมก็เลยพูดได้ครับ)

“Sangat bagus. Adakah anda datang dengan isteri anda?”

แม่วาดหันไปมองคุณจันทร์ที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาเปล่งประกาย ขณะที่เขาจ้องตากับคุณจันทร์ก็พูดตอบกลับโดยไม่ได้หันไปมอง

(ดีๆ ๆ ๆ ๆ มากับเมียเหรอ)

“Ya, itu isteri saya. Kami datang untuk melancong bersama sebelum kami tidak mempunyai tenaga untuk melancong.”

(ใช่ครับ ภรรยาผมเอง เรามาเที่ยวกันก่อนจะไม่มีแรงเที่ยวครับ)

“Hahaha Anda seorang yang sangat menyayangi isteri anda, bukan?”

(ฮ่าๆ ๆ นายเป็นคนรักเมียมากเลยใช่ไหม)

“ya” แม่วาดตอบไม่ต้องคิด แต่คำตอบดันไปถูกใจเจ้าของร้านเสียอย่างนั้น

(ใช่ครับ)

“Wah, anda benar-benar lelaki yang hebat. Makanan ini percuma, saya merawatnya apabila saya membawanya pulang.”

(โอ้โฮ นายมันเป็นยอดบุรุษจริงๆ มื้อนี้กินฟรีไปเลยถือว่าฉันเลี้ยงถือว่าตอนรับกลับบ้าน)

เธอไม่รู้ว่าพวกเขาพูดอะไรกัน แต่เธอเพิ่งจะรู้วันนี้ว่าแม่วาดพูดมาลายูได้ นอกจากความน่ารักความอ่อนหวาน ใจเย็นดุจน้ำ มาวันนี้แม่วาดของเธอเท่มากๆ ตอนที่พูดมาลายูเสน่ห์ของแม่วาดเพิ่มพูนอย่างไม่หยุดยั้ง

เธอนั่งมองแม่วาดสนทนากับเจ้าของร้านอย่างเพลินๆ ชื่นชมความเท่นี้ในใจ เสียงแหบแห้งแน่น จังหวะลงจังหวะขึ้นของคำมันทำให้แม่วาดมีบุคลิกเป็นชายชาตรีจริงๆ ท่าทางประกอบการสนทนายิ่งมองยิ่งเคลิ้ม ข้าวอะไรไม่ทานมันแล้ว เธอจะนั่งชื่นชม ซึ่งโอกาสแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ

“คุณจันทร์ คุณจันทร์”

คนถูกเรียกชื่อกำลังชื่นชมความมีเสน่ห์ของแม่วาดอย่างเพลินเพลินถูกเรียกสติกลับมา

“อะอ่า มีอะไรหรือ” คุณจันทร์ตอบไปอย่างเก้อเขิน

“ไม่ทานข้าวหรือ”

“ทะ...ทาน” คุณจันทร์ยังไม่หยุดมองหน้าแม่วาดจนแม่วาดเลยแซว

“รอฉันป้อนหรือแม่” แม่วาดพูดเย้าแหย่คุณจันทร์ ไม่เพียงเอ่ยอย่างเดียวเท่านั้นยังทำจริงอีกด้วย

แม่วาดหยิบซาเตมาป้อนคุณจันทร์ถึงปากที่ดูท่าว่าตอนนี้เหมือนสติจะยังไม่กลับคืน จึงอ้าปากงับซาเตเข้าไปอย่างว่าง่าย ดวงตาจดจ้องแม่วาดไม่วางตา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกตัว นานๆ ทีจะเห็นคุณจันทร์เป็นเช่นนี้ เขาไม่คิดจะเอ่ยห้ามดอกเพราะเขาก็ชอบที่คุณจันทร์มองเขาด้วยสายตาหลงใหลเช่นนี้เหมือนกัน

“Isteri awak sudah terliur!!!”

(เมียนายน้ำลายหกแล้ว!!!)

เขาพยายามกลั้นหัวเราะอย่างหนักพร้อมหยิบกระดาษทิชชูเช็ดไปที่มุมปากของคุณจันทร์ แต่ดูเหมือนคุณจันทร์จะได้สติแล้วว่าตนเองเผลอทำอะไรลงไป

“ทำไมพ่อวาดไม่เตือนฉัน แล้วเมื่อกี้คุยอะไรกันหรือ” คุณจันทร์หันมาตำหนิแม่วาด

“เปล่าไม่มีอะไรหรอก เขาแค่บอกว่าคุณจันทร์น้ำลายหก”

“แน่นะ? แต่สายตาของเจ้าของร้านเขาล้อเลียนฉันนะพ่อ”

“เขาบอกว่า เมียนายน้ำลายหกแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว”

“แล้วไป?”

 เขาอยากจะพูดออกไปใจจะขาด ถ้าคุณจันทร์ไม่ถามซ้ำเขาคงหงุดหงิดอยู่ในใจคนเดียวแน่ ความอยากแกล้งคุณจันทร์ของเขามีมากกว่าอะไรทั้งหมดเมื่อได้เห็นท่าทีของอีกฝ่าย เขาคิดว่ามันคุ้มแล้ว

ดวงหน้าที่กดต่ำเหล่มองมาที่เขาด้วยสายตาตั้งคำถามจนตาแทบจะถลน มันตลกเสียจริงๆ พอคุณจันทร์เผลอเขาก้มหน้าเข้าไปจูบที่หน้าผาก

จุ๊บ!

“พ่อวาด!!!”

คุณจันทร์มาซ้ายมองขวาว่าในร้านมีคนอื่นนอกจากพวกเราอีกหรือไม่ ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาเอาเรื่องราวกับจดแค้นนี้ไว้รอเอาคืน ส่วนเขาก็ป้อนอาหารให้คุณจันทร์ทานเรื่อยๆ

เขานึกว่าทุกอย่างจะไม่มีอะไรแล้วทว่าคุณจันทร์จับล็อกใบหน้าของเขาแล้วใช้ปากที่มันเยิ้มพ่นจูบไปทั่วใบหน้าของเขา จนมันมีจุดหนึ่งเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องคือจมูกของคุณจันทร์เกยอยู่ที่ปากเขา ริมฝีปากของเราห่างกันไม่ถึงหนึ่งเซน แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีมันก็สามารถทำให้ใจพวกเราไม่สงบได้

“Benar-benar menyayangi satu sama lain!!!!!!!!! Keseluruhan kedai itu bukan hanya mereka berdua.”

(รักกันจริง!!!!! ทั้งร้านไม่ได้มีแค่พวกเธอแค่สองคนนะ)