แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ - ตอนที่ 25 [จบ] รุ่งอรุณมาเยือน โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ

รายละเอียด

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

ผู้แต่ง

almoseve

เรื่องย่อ

 

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

เรื่อง : almoseve

ออกแบบปก : zeizen

หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุ แพรไหม ต้องย้ายมาเรียนที่ โรงเรียนสุริยานนท์ โรงเรียนเก่าแก่กลางชนบทที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน และกฎประหลาดที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

เมื่อเหตุการณ์ลึกลับเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับความลับที่ถูกฝังมานาน แพรไหมจึงตัดสินใจค้นหาความจริง... โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวที่เข้าใกล้คำตอบ กำลังพาเธอเข้าใกล้ความสยองที่ไม่มีทางหันหลังกลับได้


เพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา

งานเขียนชิ้นนี้เป็น 1 ใน 50 เรื่องจากโครงการ TK WRITER BOOTCAMP 2025*

อัพตอนใหม่ทุกวันเวลา 21:00น. ตลอดเดือน ก.ค. 2026**

*เนื้อหาทั้งหมดที่ได้อ่าน ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการบรรณาธิกร

** กำหนดการติดเหรียญจะเริ่มหลังปล่อยตอนสุดท้ายจบ 1 สัปดาห์ และสำหรับฉบับ eBook รวมถึงรูปเล่มจะมีการแจ้งอีกครั้งในภายหลัง


ช่องทางการติดตามและพูดคุยกับนักเขียน

Facebook Page : Almoseve

Instagram : by.almoseve

Twitter or X : almoseve

แท็กนิยาย #เทอมสยองโรงเรียนมรณะ แวะมาเล่นแท็กพร้อมคุยกับนักเขียนได้เลยนะครับ

ขอฝากงานเขียนชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของนักเขียนหน้าใหม่คนนี้ด้วยครับ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรื่องราวของเด็กหญิง แพรไหม และการสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนใหม่แห่งนี้ครับ

สารบัญ

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 1 แพรไหม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 2 โรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 3 แก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับหลังเลิกเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 4 ประวัติโรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 5 โซนหนังสือหวงห้ามสำหรับบุคลากร,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 6 สวนหย่อมหลังโรงเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 7 ยามสนธยาของเหล่าเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 8 เริ่มแบ่งกลุ่ม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 9 ห้องเรียนดนตรีสากลเก่า,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 10 ทิพย์และนัท,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 11 ใบหม่อน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 12 เมฆหมอกเริ่มคล้อยต่ำ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 13 สนามบาสยามตะวันคล้อย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 14 ระหว่างเราสองในช่วงสนธยา,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 15 ลางร้ายเริ่มปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 16 เด็กสาวในคำทำนาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 17 ห้วงคำนึงของเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 18 ลางร้ายเริ่มคืบคลาน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 19 พิธีกรรมแฝงรอยเลือด,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 20 ก่อนตะวันจะลาลับ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 21 รุ่งอรุณอันมัวหมอง,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 22 ความจริงใกล้ปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 23 เมฆหมอกเริ่มจางหาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 24 ความจริงที่ปลายอุโมงค์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 25 [จบ] รุ่งอรุณมาเยือน

เนื้อหา

ตอนที่ 25 [จบ] รุ่งอรุณมาเยือน

อากาศเย็นเริ่มเข้ามาแทนที่ ไอน้ำเกาะจนหน้าต่างกลายเป็นฝ้า เด็กสาวกำลังพับผ้าห่มและวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเดินมาที่กระจกและเปิดออก สูดหายใจเข้าสุดปอดและค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา เด็กสาวแหงนมองต้นไม้บริเวณบ้าน สีเขียวทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย

ก่อนที่สายตาจะไปจับจ้องเข้ากับเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่กำลังวิ่งและโบกมือให้กับเธอ ผมของเธอปลิวสยายเป็นประกายระยิบระยับ รอยยิ้มแสนสดใสที่หันมาทางเธอ ช่างสดใสแสบตาจนแทบจะแข่งกับแสงจ้าจากดวงตะวัน ยิ่งมองก็ยิ่งเคลิ้ม ก่อนที่เธอจะได้สติและรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลาเคารพธงชาติแล้ว

นี่เป็นเดือนที่หกของแพรไหมตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนสุริยานนท์ สี่เดือนถัดมาจากวันที่เกิดเรื่อง บรรยากาศในโรงเรียนกลับมาเป็นปกติตามเดิม นักเรียนต่างนั่งเรียนกันด้วยความเงียบเชียบ ทุกคนต่างแยกย้ายและอยู่ในที่ของใครของมัน เฉกเช่นเดียวกับวันแรกที่เธอเข้ามาเรียน

แพรไหมเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นปกติของโรงเรียนแห่งนี้ ทุกคนต่างขนานนามให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอาคารเรียนเก่าว่า วันแห่งความวิปโยค ทุกคนได้พบเด็กหนุ่มนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องนั้น พร้อมด้วยก้อนเนื้อที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดไหน ตามมาด้วยการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของผู้อำนวยการ 

ตำรวจเข้ามาสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบแต่ความว่างเปล่า หลักฐานต่างๆ ไม่สามารถอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แรงจูงใจของคนร้ายก็ไม่ชัดเจน จากเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องฉาวภายในโรงเรียน ที่นักเรียนทุกคนต่างพูดถึง ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไป จนเหมือนเป็นเพียงหนึ่งในตำนานเรื่องสยองขวัญของโรงเรียนเท่านั้น

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนสุริยานนท์ยิ่งใหญ่นัก เธอคิดว่าดวงวิญญาณที่เสียในสถานที่แห่งนี้คงไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ง่ายๆ เด็กสาวไม่รู้จะทำอย่างไร เธอและน้ำฝนยังคงหมั่นทำบุญให้กับใบหม่อนอยู่เสมอ คนร้ายตัวจริงก็ได้รับผลกรรมของสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เด็กสาวทั้งสองก็หวังแต่วิญญาณของเด็กสาวจะไปสู่สุคติและได้เกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีเสียที

ยามเย็นของโรงเรียนสุริยานนท์ยังคงเงียบเหงาเช่นเดิม นักเรียนทุกคนต่างพากันรีบกลับบ้านเช่นเคย แพรไหมเข้าใจดีว่าสิ่งนี้คงไม่เปลี่ยนไปในเร็ววัน เพราะความกลัวคือสิ่งที่ถูกปลูกฝังให้กับเหล่าผู้คนในสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว พวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกแบบนี้ต่อไป จนกว่าวันหนึ่งที่ตำนานและเรื่องเล่าจะค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา เมื่อนั้นโรงเรียนสุริยานนท์ก็คงจะกลับมาสดใส และเป็นปกติจริงๆ เสียที

หลังจากการขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการของครูคนใหม่ อาคารเรียนต่างๆ ก็เริ่มได้รับการดูแลรักษา

จากการสืบสวนในภายหลัง จึงได้ข้อมูลมาว่าผู้อำนวยการคนเก่าฮุบเงินในส่วนนี้ไปใช้จ่ายส่วนตนจนหมด จึงไม่มีเงินมาบำรุงโรงเรียนอย่างที่มันควรจะเป็น

เด็กสาวเดินมาตามทางเดินภายในโรงเรียน ก่อนจะหยุดนั่งและลงที่สวนหย่อมใกล้กับสถานที่เกิดเหตุในคืนนั้น รูปของเด็กหนุ่มที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของเธอถูกวางอยู่หน้าอาคารเรียนเก่า เธอมองดูภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เสียงอันสดใสจะดังขึ้นข้างๆ

“แพรไหม มานั่งทำอะไรตรงนี้” เด็กสาวเจ้าของรอยยิ้มอันสดใสดั่งดอกทางตะวันทักขึ้น

“อ้าวน้ำฝน ยังไม่กลับบ้านเหรอ” แพรไหมหันมอง

เด็กสาวที่สภาพสุดโทรมจากการถูกลักซ่อนตัว บัดนี้ได้กลับมาเป็นเด็กสาวที่สวย สดใส และน่ารักเหมือนเคยแล้ว ออร่าแห่งความสุขแผ่กว้างจนมาถึงแพรไหมอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะนั่งลงข้างๆ

“ยังอะ เราเดินหาแกอยู่ ว่าจะบอกว่ากลับพร้อมกันไหม” น้ำฝนตอบกลับ

แพรไหมหันมายิ้มให้ ตรงหน้าของพวกเธอทั้งสอง นักเรียนบางคนเดินเอาดอกไม้มาวางไว้ที่ใต้รูปของเด็กหนุ่ม บางคนเดินมาร้องไห้ต่อหน้ารูป

“แทนมันก็ฮอตเหมือนกันนะเนี่ย” แพรไหมพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“แกไม่รู้เหรอ จริงๆ แทนมันฮอตมากเลยนะ” น้ำฝนหันมาตอบ

แพรไหมทำหน้าสงสัย เธอจะรู้ได้ยังไงในเมื่อวันๆ ทุกคนก็ต่างอยู่กันแต่กับตัวเอง ไม่มีใครเดินมาหวีดความหล่อของแทนให้เธอได้เห็นด้วยซ้ำ ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสอง แพรไหมเหลือบมองเด็กสาว สีหน้าที่สดใสนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าอีกครั้ง เด็กสาวตรงหน้ายังคงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นอยู่

“แกว่าเราทำถูกต้องจริงๆ ไหมอะ” น้ำฝนปริปากพูดอีกครั้งหลังจากนิ่งเงียบไป

แพรไหมถอนหายใจ ความถูกต้องคืออะไรกันนะ เธอคิด… ผู้อำนวยการที่อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง แต่โดนแรงแค้นและความโลภเข้าครอบงำ หรือแม้แต่เทียนที่อยากจะชุบชีวิตคุณแม่ที่เสียไป จนยอมแลกชีวิตและทุกสิ่งทั้งหมด

หลังจากเหตุการณ์นั้น น้ำฝนจึงได้เล่าเรื่องราวตอนเด็กของแทนให้เธอฟัง เธอรู้สึกสงสารแทนอย่างจับใจ แพรไหมรู้สึกโชคดีที่อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ตัวเองโดดเดี่ยวไม่เหลือใคร ก็ยังมีคุณยายที่แสนดีอยู่ข้างๆ หญิงชราที่คอยถามไถ่ว่าเย็นนี้เธออยากกินอะไร พร้อมด้วยเหล่าเพื่อนๆ ในแก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับ ที่ในเวลานี้ต่างแยกย้ายกันไปแล้ว หลังการเสียชีวิตของแทน และเหตุการณ์ทั้งหมดจบลง แก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับก็ได้เวลายุติบทบาท ไม่มีอะไรให้พวกเธอต้องสืบอีก

“ได้เวลาสิ้นสุดกิจกรรมหลังเลิกเรียนแล้วนะ” น้ำฝนพูดขึ้นในวันสุดท้ายของแก๊งสืบสวน

“ขอบคุณทุกคนมากนะ ที่มาใช้เวลาด้วยกัน เป็นเวลาสั้นๆ ที่มีความสุขมากๆ” นัทพูดขึ้น

ทิพย์ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยืนน้ำตาซึม สะอื้นอยู่ข้างๆ นัท ทั้งหมดเดินเข้ามากอดทิพย์ไว้ ช่วงเวลาที่สนุกและลุ้นระทึกสิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้พวกเธอต่างต้องก้าวไปข้างหน้าในเส้นทางของตัวเอง

“แพรไหม เธอได้ยินเราไหมเนี่ย” น้ำฝนเรียกแพรไหม เธอสะดุ้งเพราะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันสุดท้ายของแก๊งสืบสวน แพรไหมเอาหน้าเข้ามาใกล้เธอ แววตายังคงฉายแววความเศร้าออกมา แพรไหมครุ่นคิด ก่อนจะเอื้อมไปจับมือน้ำฝน

“ไม่มีสิ่งที่ถูกหรือผิดหรอก มีแค่เราพร้อมจะยอมรับสิ่งที่เราเลือกได้ไหมก็เท่านั้น…” แพรไหมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

เธอไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ ในเมื่อทุกคนต่างมีเหตุผลให้กับการกระทำของตัวเอง บางอย่างก็ทำไปเพราะความเป็นห่วง แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด บางอย่างก็ทำไปเพราะความพลาดพลั้ง เพียงเพราะอยากให้หลายๆ สิ่งดีขึ้น

ทุกคนต่างพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้องในแบบที่ตัวเองเลือกจะเชื่อ เราต่างไม่มีวันรู้ ว่าสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ของการเลือกของเรามันจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ไม่ว่ายังไง หากเรากล้าที่จะลุกมายอมรับในผลลัพธ์ที่ตามมา ไม่ว่าการเลือกของเรามันจะถูกหรือผิด เราก็จะไม่เสียใจที่ได้เลือกทำลงไป

แพรไหมแอบมองหน้าเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เธออีกครั้ง ใบหน้าเศร้าสร้อยค่อยๆ หายไป อย่างน้อยก็ยังไม่ทั้งหมด แต่ก็เริ่มกลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวผู้เป็นดั่งดอกตะวัน ผู้ซึ่งเปล่งประกายออร่าอันอบอุ่นออกมาให้กับคนรอบข้างได้เสมอหันมายิ้มให้เธอ บรรยากาศรอบตัวเริ่มอบอุ่นขึ้น ทั้งสองยิ้มให้กัน

“ขอบคุณที่แกช่วยรักษาชีวิตเราไว้นะ คุณพี่สาว” แพรไหมพูดขึ้น

เด็กสาวตรงหน้าหัวเราะออกมา เธอขำให้กับแพรไหมที่พูดขอบคุณเธอมาเป็นร้อยๆ ครั้งจนเธอเริ่มเอียนแล้ว

“รู้แล้วน่า แกขอบคุณเราเยอะมากแล้วนะ” น้ำฝนพูดตอบ พลางเอื้อมมือไปลูบหัวแพรไหม อยู่ๆ ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งก็ซ้อนทับแพรไหมขึ้นมา เด็กสาวที่เธอไม่ได้เห็นมานาน คนที่เธอเคยรู้สึกผิดจนยากจะลบเลือน

ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกแล้วนะพี่ ใช้ชีวิตให้มีความสุขแทนหนูด้วยนะ

อยู่ๆ เสียงของเด็กสาวคนนั้นก็ดังขึ้นในโสตประสาตของน้ำฝน ก่อนที่ภาพน้องสาวเธอจะค่อยๆ เลือนหายไป เด็กสาวตรงหน้าที่บัดนี้เปลี่ยนทรงผมเป็นผมสั้นกำลังจ้องมองเธออยู่

เธอลูบหัวเด็กสาวตรงหน้าอย่างเบามือ

“แล้วถ้าไม่เป็นพี่สาว เป็นอย่างอื่นได้ไหม”

น้ำฝนพูดขึ้น แพรไหมรู้สึกใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่เด็กสาวจะเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ แพรไหมหลับตาพริ้ม ก่อนที่สัมผัสนุ่มๆ จะเกิดขึ้นที่บริเวณแก้มขวาของเธอ แพรไหมลืมตาขึ้น เด็กสาวตรงหน้าลุกขึ้นยืน

“วันนี้เอาไปแค่นี้ก่อนละกันเนอะ” น้ำฝนพูดขึ้น ก่อนจะยื่นมือให้กับเด็กสาว

แพรไหมยื่นมือให้น้ำฝน ก่อนจะยันตัวลุกขึ้น ทั้งสองเดินจับมือกันออกไปทางหน้าโรงเรียน แสงแดดยามเย็นค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นชมพูหวานฉ่ำ เด็กทั้งสองยิ้มและหัวเราะให้แก่กัน ความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ในรูปแบบใหม่ที่อบอุ่นใจกว่าที่เคย

“เออ มีร้านคาเฟ่มาเปิดใหม่ด้วยอะ ไปกินกันไหม” น้ำฝนพูดขึ้น

“อื้อ เอาสิ ตั้งแต่มาอยู่นี่ไม่ได้กินของหวานเลยอะ”

“กินเยอะๆ ระวังอ้วนน๊า” น้ำฝนพูดเย้าแหย่

“อ้วนแล้วรักไหมล่ะ”

ทั้งสองเดินจับมือและหัวเราะไปกับเรื่องต่างๆ ที่ในชีวิต ออร่าแห่งความสุขแผ่ขยายออกมาจากทั้งสอง ความเศร้ายังคงอยู่ภายในจิตใจของเด็กทั้งคู่ และไม่อาจลบเลือนได้ในเร็ววัน แต่หากพวกเธอมีกันและกันแบบนี้ต่อไป สักวันสะเก็ดแผลที่ยังไม่หายดี คงหลุดลอกออก เหลือไว้แต่เพียงแผลเป็น ที่รอให้กาลเวลาช่วยทำให้ลบเลือนไป

จบ