แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ - ตอนที่ 20 ก่อนตะวันจะลาลับ โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ

รายละเอียด

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

ผู้แต่ง

almoseve

เรื่องย่อ

 

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

เรื่อง : almoseve

ออกแบบปก : zeizen

หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุ แพรไหม ต้องย้ายมาเรียนที่ โรงเรียนสุริยานนท์ โรงเรียนเก่าแก่กลางชนบทที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน และกฎประหลาดที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

เมื่อเหตุการณ์ลึกลับเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับความลับที่ถูกฝังมานาน แพรไหมจึงตัดสินใจค้นหาความจริง... โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวที่เข้าใกล้คำตอบ กำลังพาเธอเข้าใกล้ความสยองที่ไม่มีทางหันหลังกลับได้


เพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา

งานเขียนชิ้นนี้เป็น 1 ใน 50 เรื่องจากโครงการ TK WRITER BOOTCAMP 2025*

อัพตอนใหม่ทุกวันเวลา 21:00น. ตลอดเดือน ก.ค. 2026**

*เนื้อหาทั้งหมดที่ได้อ่าน ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการบรรณาธิกร

** กำหนดการติดเหรียญจะเริ่มหลังปล่อยตอนสุดท้ายจบ 1 สัปดาห์ และสำหรับฉบับ eBook รวมถึงรูปเล่มจะมีการแจ้งอีกครั้งในภายหลัง


ช่องทางการติดตามและพูดคุยกับนักเขียน

Facebook Page : Almoseve

Instagram : by.almoseve

Twitter or X : almoseve

แท็กนิยาย #เทอมสยองโรงเรียนมรณะ แวะมาเล่นแท็กพร้อมคุยกับนักเขียนได้เลยนะครับ

ขอฝากงานเขียนชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของนักเขียนหน้าใหม่คนนี้ด้วยครับ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรื่องราวของเด็กหญิง แพรไหม และการสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนใหม่แห่งนี้ครับ

สารบัญ

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 1 แพรไหม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 2 โรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 3 แก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับหลังเลิกเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 4 ประวัติโรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 5 โซนหนังสือหวงห้ามสำหรับบุคลากร,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 6 สวนหย่อมหลังโรงเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 7 ยามสนธยาของเหล่าเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 8 เริ่มแบ่งกลุ่ม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 9 ห้องเรียนดนตรีสากลเก่า,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 10 ทิพย์และนัท,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 11 ใบหม่อน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 12 เมฆหมอกเริ่มคล้อยต่ำ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 13 สนามบาสยามตะวันคล้อย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 14 ระหว่างเราสองในช่วงสนธยา,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 15 ลางร้ายเริ่มปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 16 เด็กสาวในคำทำนาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 17 ห้วงคำนึงของเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 18 ลางร้ายเริ่มคืบคลาน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 19 พิธีกรรมแฝงรอยเลือด,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 20 ก่อนตะวันจะลาลับ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 21 รุ่งอรุณอันมัวหมอง,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 22 ความจริงใกล้ปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 23 เมฆหมอกเริ่มจางหาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 24 ความจริงที่ปลายอุโมงค์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 25 [จบ] รุ่งอรุณมาเยือน

เนื้อหา

ตอนที่ 20 ก่อนตะวันจะลาลับ

แก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับโบกมือลาก่อนจะแยกย้ายกันกลับ เป็นวันแรกที่เด็กหนุ่มผู้ซึ่งชักชวนให้แพรไหมเข้าสู่แก๊งเลือกที่จะเดินกลับบ้านด้วย ดวงตะวันยามเย็นค่อยๆ คล้อยต่ำลง แสงสีส้มที่สะท้อนกับแอ่งน้ำสองข้างทาง ทำให้เกิดความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

นับตั้งแต่น้ำฝนหายตัวไป นี่เป็นวันแรกที่แพรไหมมีเพื่อนเดินกลับบ้านด้วย ทั้งสองเดินขนาบข้างกันไปเรื่อยๆ มีเพียงความเงียบเท่านั้น ที่แทรกกลางระหว่างทั้งคู่ ไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมา แพรไหมแอบมองแทนเป็นระยะ เหมือนแทนจะรู้ตัวว่าแพรไหมแอบมอง เขาจึงหันมามองเธอตรงๆ ก่อนจะยิ้มให้

“มีอะไรหรือเปล่า แพรไหม” เด็กหนุ่มทักขึ้น

แพรไหมหันขวับหลบหน้า ก่อนจะพยายามคิดว่าจะพูดอะไรดี เพื่อเป็นการแก้เขินที่ตนแอบมองเขาอยู่ตั้งนาน

“เราเป็นห่วงน้ำฝนจังเลย” แพรไหมพูดขึ้น

“เราก็เป็นห่วงน้ำฝนเหมือนกัน” แทนพูดพร้อมกับมองเหม่อขึ้นไปบนฟ้า

“ไม่รู้น้ำฝนเล่าให้แพรไหมฟังยัง ว่าเราก็ไม่ได้โตที่นี่เหมือนกับแพรไหมเลย”

แทนหันกลับมามองแพรไหมอีกครั้ง เด็กสาวพยักหน้า

“พ่อกับแม่เราเขาหย่ากันน่ะ พ่อมีครอบครัวใหม่ แม่เลยตัดสินใจกลับบ้านเกิด…” แทนพูดขึ้น

เด็กสาวตั้งใจฟัง นับเป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มเปิดใจเล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอฟัง

“ช่วงแรกที่เราย้ายกลับมาที่นี่ เราก็ยังปรับตัวไม่ค่อยได้หรอก ก็ได้น้ำฝนเนี่ยแหละ ที่เป็นเพื่อนเล่นกับเรา สมัยเด็กน้ำฝนไม่ได้กล้าแกร่งแบบตอนนี้หรอกนะ ออกจะเป็นคนขี้แยด้วยซ้ำ ชวนเล่นที่โลดโผนนิดหน่อยก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งละ ชวนไปไหนทำอะไรก็ไม่กล้าไปหมด นึกย้อนกลับไปก็ตลกดีนะ...”

แทนพูดพลางหัวเราะ แพรไหมนึกถึงครั้งล่าสุดที่น้ำฝนร้องไห้ภายในอ้อมกอดของเธอ ทุกวันนี้เด็กสาวคนนั้นก็ยังคงเป็นเด็กขี้แยเหมือนเดิม

“ตอนแรกที่เราเห็นแพรไหม เรานึกถึงตัวเองนะ” แทนพูดขึ้น

เด็กสาวตรงทำหน้าสีหน้าสงสัยอย่างชัดเจน เขายิ้มและพูดต่อ

“เราสัมผัสได้ถึงแววตาของคนที่สูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากๆ บางสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีก…”

แพรไหมก้มหน้า นึกถึงตัวเองในช่วงเวลานั้น เธอที่เพิ่งสูญเสียคนที่รักและสถานที่อันเป็นสุข ถึงแม้การที่ได้พบกับคุณยายจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่นั่นก็ไม่อาจเทียบกับการได้ใช้ชีวิตในอ้อมอกของคนที่เธอรักได้

เด็กสาวรู้สึกเสียใจอยู่เสมอ ที่ในสมัยที่พวกท่านอยู่ เธอไม่ยอมใช้เวลาอยู่กับพวกท่านอย่างเต็มที่ แต่จะให้พูดอย่างนั้นทั้งหมดก็คงไม่ถูกนัก เพราะพ่อและแม่ของแพรไหมก็ค่อนข้างยุ่งเอามากๆ เสียจนแทบไม่อยู่บ้านเช่นกัน เด็กสาวไม่ได้รู้สึกขาดความรัก เธอแค่มีเพื่อนเป็นหนังสือในวันที่โดดเดี่ยว แต่เมื่อใดที่พ่อแม่ของเธอมีเวลาให้ เธอก็มักจะได้รับความรู้สึกอย่างท่วมท้นกลับคืนเช่นกัน

“เหมือนกับเราในช่วงหนึ่งเลย…”

คำพูดของแทนดึงสติแพรไหมกลับมาอีกครั้ง

“เราถึงไม่อยากให้แพรไหมต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวยังไงล่ะ เธอไม่ควรเศร้าเพียงลำพัง ไม่ว่าจะทั้งก่อนหน้านี้ ตอนนี้ หรือในอนาคตก็ตาม การเศร้าเพียงลำพังมันอ้างว้างมากนะ สมัยเด็กๆ ตอนที่แม่เราเสีย เราก็เลือกจะอยู่กับความเศร้าเพียงลำพัง โดยคิดแค่ว่าไม่อยากเป็นภาระให้กับคนรอบข้าง…” เด็กหนุ่มพูด พร้อมกับยิ้มให้กับเธอ

แพรไหมสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มที่เจ็บปวด เธอไม่รู้เรื่องในอดีตของเด็กหนุ่มมากนัก แต่รอยยิ้มที่เธอมองเห็นตอนนี้ มันเป็นรอยยิ้มที่พยายามฝืนยิ้มอย่างชัดเจน

“ถ้ายิ้มไม่ไหว ไม่ต้องฝืนยิ้มก็ได้นะ” แพรไหมพูดขึ้น ก่อนที่เธอจะคิดได้ว่าคำพูดของเธอมันรุนแรงไปหรือเปล่า เด็กชายหัวเราะเบาๆ

“ก็จริงๆ เราเป็นห่วงน้ำฝนอะ ตอนที่เราก่อตั้งแก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับขึ้น เราไม่ได้คิดว่าทุกอย่างจะมาไกลขนาดนี้เลยนะ เราแค่กะให้ทุกคนได้มาสนุก มาจอยด้วยกันแค่นั้นเอง…” แทนถอนหายใจ

“ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าน้ำฝนจะมาหายตัวไป”

ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองอีกครั้ง แพรไหมมองไปรอบๆ ต้นข้าวสองข้างทางเริ่มสูงขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เธอมาถึงที่นี่ ก็ผ่านเวลามาเกือบจะสองเดือนแล้ว ไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์มากมายจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้ ความปกติเพียงอย่างเดียวที่ชักจูงให้เธออยากไปโรงเรียน คือการที่เธอจะได้ไปพบเพื่อนๆ ของเธอ และได้ใช้เวลาร่วมกันเหมือนที่เกิดขึ้นตลอดมา

ตอนนี้ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว เสียงแมลงต่างๆ ค่อยๆ ดังขึ้นห้อมล้อมพวกเขา อีกเพียงไม่กี่เมตร ทั้งสองก็จะถึงจุดหมายที่ต้องแยกจากกัน

“ว่าแต่… แพรไหมรู้สึกยังไงบ้าง ที่ได้มาใช้เวลาอยู่กับพวกเรา”

“ก็… ชอบสิ ไม่อย่างนั้นจะอยู่ด้วยมานานขนาดนี้เหรอ”

แทนหัวเราะให้กับคำตอบของแพรไหม

“ก็ไม่รู้ไง เผื่อแกแบบจำใจอยู่”

“ไม่หรอก เราชอบเพื่อนๆ ทุกคนนะ ทุกคนเป็นเพื่อนกลุ่มแรกในชีวิตของเราเลย” แพรไหมพูดพร้อมรอยยิ้ม แสงสีนวลสาดส่องมากระทบเข้ากับใบหน้าของเด็กสาว เผยให้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจ

“แปลว่าเราคิดไม่ผิดสินะ ที่ตัดสินใจเอากระดาษโน้ตไปใส่ไว้” แทนเกาหัวด้วยความเขินๆ

“นายเป็นคนเก่งนะแทน อ่านคนเป็น วางแผนเก่ง เป็นที่พึ่งให้กับเพื่อนๆ ในกลุ่มได้เสมอ”

แทนหันขวับมาหาแพรไหม ทำหน้าเหวอ

“อะไรกันเนี่ย อยู่ๆ ก็มาชมเฉยเลย” แทนหน้าเริ่มแดง

“เอ้า! ก็นายเป็นคนเก่งจริงๆ นี่นา เราดีใจนะ ที่นายก่อตั้งแก๊งนี้ขึ้นมา ชีวิตในโรงเรียนของเราสนุกขึ้นเยอะเลย” แพรไหมพูดพร้อมรอยยิ้ม เด็กหนุ่มยิ้มตอบ

บัดนี้ตรงหน้าของทั้งสองคือต้นโพธ์ของหมู่บ้าน เด็กสาวเตรียมแยกย้ายกับแทน บรรยากาศกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แพรไหมแอบมองแทน สีหน้าของเขาเริ่มกลับเข้าสู่ความเศร้าอีกครั้ง เด็กสาวไม่คิดจะถามถึงเรื่องในอดีตหากเจ้าตัวไม่ได้คิดจะเล่า เหมือนกับที่ไม่มีใครถามเธอถึงเรื่องก่อนจะย้ายมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้

การถามเรื่องราวที่บางคนพยายามปกปิดไว้ ก็เหมือนกับการพยายามแกะสะเก็ดแผล หากรีบแกะจนเกินไป แผลที่ยังไม่หายดีก็จะกลายเป็นแผลเป็น และหากแผลเป็นนั้นมันสลักลงไปในหัวใจ คงยากที่จะทำให้หายได้

แพรไหมยกมือขึ้นโบกมือ เป็นสัญญาณของการร่ำลา เด็กชายหันมามอง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พวกเราจะต้องหาตัวน้ำฝนให้เจอให้ได้!”

เธอไม่แน่ใจว่านี่เป็นคำบอกกล่าวเฉยๆ หรือเป็นคำปฏิญาณที่เขามีในฐานะหัวหน้าแก๊งสืบสวน หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข แพรไหมก็ต้องกลับมาพบความเป็นจริงที่รออยู่ เรื่องราวในตอนนี้มันหนักอึ้งเกินไป เธอไม่รู้จะไปตามหาตัวน้ำฝนที่ไหน และไม่รู้ด้วยว่าจะหยุดยั้งพิธีกรรมแฝงรอยเลือดได้อย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างมันหนักเกินไป กว่าที่ตัวเธอในวันนี้จะแบกรับไหว

เด็กสาวพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง

หวังว่าพรุ่งนี้น้ำฝนจะกลับมานะ

แพรไหมได้แต่คิดอยู่ภายในใจ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเหม่อมองรอบข้าง

ชีวิตที่ไม่มีแก มันเหงาจริงๆ ว่ะ