แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ - ตอนที่ 14 ระหว่างเราสองในช่วงสนธยา โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ

รายละเอียด

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

ผู้แต่ง

almoseve

เรื่องย่อ

 

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

เรื่อง : almoseve

ออกแบบปก : zeizen

หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุ แพรไหม ต้องย้ายมาเรียนที่ โรงเรียนสุริยานนท์ โรงเรียนเก่าแก่กลางชนบทที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน และกฎประหลาดที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

เมื่อเหตุการณ์ลึกลับเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับความลับที่ถูกฝังมานาน แพรไหมจึงตัดสินใจค้นหาความจริง... โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวที่เข้าใกล้คำตอบ กำลังพาเธอเข้าใกล้ความสยองที่ไม่มีทางหันหลังกลับได้


เพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา

งานเขียนชิ้นนี้เป็น 1 ใน 50 เรื่องจากโครงการ TK WRITER BOOTCAMP 2025*

อัพตอนใหม่ทุกวันเวลา 21:00น. ตลอดเดือน ก.ค. 2026**

*เนื้อหาทั้งหมดที่ได้อ่าน ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการบรรณาธิกร

** กำหนดการติดเหรียญจะเริ่มหลังปล่อยตอนสุดท้ายจบ 1 สัปดาห์ และสำหรับฉบับ eBook รวมถึงรูปเล่มจะมีการแจ้งอีกครั้งในภายหลัง


ช่องทางการติดตามและพูดคุยกับนักเขียน

Facebook Page : Almoseve

Instagram : by.almoseve

Twitter or X : almoseve

แท็กนิยาย #เทอมสยองโรงเรียนมรณะ แวะมาเล่นแท็กพร้อมคุยกับนักเขียนได้เลยนะครับ

ขอฝากงานเขียนชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของนักเขียนหน้าใหม่คนนี้ด้วยครับ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรื่องราวของเด็กหญิง แพรไหม และการสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนใหม่แห่งนี้ครับ

สารบัญ

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 1 แพรไหม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 2 โรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 3 แก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับหลังเลิกเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 4 ประวัติโรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 5 โซนหนังสือหวงห้ามสำหรับบุคลากร,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 6 สวนหย่อมหลังโรงเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 7 ยามสนธยาของเหล่าเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 8 เริ่มแบ่งกลุ่ม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 9 ห้องเรียนดนตรีสากลเก่า,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 10 ทิพย์และนัท,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 11 ใบหม่อน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 12 เมฆหมอกเริ่มคล้อยต่ำ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 13 สนามบาสยามตะวันคล้อย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 14 ระหว่างเราสองในช่วงสนธยา,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 15 ลางร้ายเริ่มปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 16 เด็กสาวในคำทำนาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 17 ห้วงคำนึงของเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 18 ลางร้ายเริ่มคืบคลาน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 19 พิธีกรรมแฝงรอยเลือด,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 20 ก่อนตะวันจะลาลับ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 21 รุ่งอรุณอันมัวหมอง,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 22 ความจริงใกล้ปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 23 เมฆหมอกเริ่มจางหาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 24 ความจริงที่ปลายอุโมงค์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 25 [จบ] รุ่งอรุณมาเยือน

เนื้อหา

ตอนที่ 14 ระหว่างเราสองในช่วงสนธยา

หากการเดินไกลคือการลิ้มรสความสุขระหว่างทาง สิ่งที่แพรไหมรู้สึกตอนนี้คงเป็นความรู้สึกโหวงอย่างน่าประหลาด เด็กสาวที่เดินข้างเธอไม่พูดไม่จาอะไร กลับเดินนิ่งเงียบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

นับตั้งแต่ทั้งคู่แยกจากเพื่อนๆ ที่หน้าโรงเรียนสุริยานนท์ น้ำฝนก็เปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นดั่งดอกทานตะวันเลือนหายไปจากใบหน้านั้น สิ่งเดียวที่ยังหลงเหลือมีเพียงใบหน้าของเด็กสาวอมทุกข์ ที่เหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า และพร้อมจะแตกสลายลงได้ทุกเมื่อ

แพรไหมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ ปกติน้ำฝนคือคนที่เธอรู้สึกสบายใจด้วยทุกครั้งที่ได้ใกล้ ออร่าสุดสว่างที่เด็กสาวด้านข้างเคยปล่อยออกมา มักทำให้ผู้คนรอบข้างอบอุ่นหัวใจเสมอ

แต่วันนี้มันกลับต่างออกไป ไม่มีออร่าใดๆ ออกมาจากตัวเด็กสาว มีเพียงความเงียบงัน ที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ในขณะนี้ แสงไฟจากบ้านเรือนสองข้างทางยังคอยส่องสว่างอยู่เป็นระยะ เธอเหลือบมองหญิงสาว ขอบตาของน้ำฝนเผยให้เห็นร่องรอยของการบอบซ้ำซึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก 

แพรไหมไม่รู้ว่าน้ำฝนร้องไห้ไปนานแค่ไหนในช่วงที่ตนสลบไป แต่สิ่งหนึ่งที่เธอตอบกับตัวเองได้ในตอนนี้ คือเธอจะไม่ยอมให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองเป็นแบบนี้ต่อไป เธอหยุดเดินก่อนจะเริ่มบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบ

“เอ้อ… เรื่องในห้องดนตรีเก่าวันนี้น่ะ”

เสียงของแพรไหมดึงสติน้ำฝน เธอหยุดนิ่ง ก่อนจะหันมาทางแพรไหมด้วยรอยยิ้มอย่างฝืน ๆ

“อื้อ ทำไมเหรอ”

“เราสงสารใบหม่อนมากเลย เธอไม่ได้ผิดอะไร แค่เป็นเหยื่อให้กับคนอื่นเท่านั้น ที่สำคัญ ยังมีคนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับครูเขาอีก…”

แพรไหมพูดออกไป เพื่อหวังให้น้ำฝนตอบอะไรบางอย่างกลับมา เด็กสาวตรงหน้ากลับนิ่งเงียบ ใบหน้าและแววตาเศร้าหมองกลับมาอีกครั้ง แพรไหมอึดอัดใจ เธอไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรเพื่อให้เพื่อนสาวของเธอดีขึ้น

“ตอนที่แพรไหมสลบไป เราเป็นห่วงแกมากเลยนะ” เด็กสาวตรงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาแพรไหมในระยะเกือบจะประชิดกัน

“เราคิดว่าเราต้องเสียแกไปแล้วอะ แกสลบไปนานมาก เราเรียกเท่าไหร่แกก็ไม่ตื่นมาสักที เราไม่รู้จะต้องทำยังไงอะ เราบอกแกว่าเราจะปกป้องแก แต่สุดท้ายเราก็ไม่สามารถทำได้…” น้ำตาของเด็กสาวค่อยๆ ไหลทะลักเหมือนเขื่อนที่มีน้ำเอ่อล้น แพรไหมตกใจ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอจึงตัดสินใจดึงน้ำฝนเข้ามากอด ก่อนจะค่อยๆ ลูบหัวน้ำฝนอย่างเบามือ

“โอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะ แกทำดีแล้ว เราก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ไง” แพรไหมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอเพียงหวังให้เด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดเธอรู้สึกดีขึ้นบ้าง สักนิดก็ยังดี

“เราขอโทษแพรไหม เราขอโทษที่พาแกไปเสี่ยงอันตราย เราขอโทษ…”

เด็กสาวพร่ำบอกแพรไหมอยู่อย่างนั้น เธอเองก็ทำได้เพียงลูบหัวและปลอบโยน โดยหวังให้น้ำฝนเลิกร้องไห้โดยเร็วไว

เสียงจักจั่นเริ่มร้องออกมาจากทุ่งนาสองข้างทาง ก่อนจะค่อยๆ ดังขึ้นจากฝูงแมลงต่างๆ บรรยากาศรอบข้างเริ่มเข้าที่เข้าทาง เด็กสาวในอ้อมกอดหยุดร้องไห้แล้ว เหลือเพียงเสียงสะอื้นเล็กน้อยเท่านั้น แพรไหมค่อยๆ คลายกอดออก เช็ดน้ำตาให้น้ำฝน ก่อนที่จะดึงมือเด็กสาวมาจับไว้ และเริ่มออกเดินอีกครั้ง

“แพรไหมรู้ไหม ว่าแกเหมือนน้องสาวเรามากเลยนะ” น้ำฝนพูดไปก็สะอื้นไป สีหน้าดูดีขึ้น

“เหรอ ทำไมอะ เพราะเราดูไม่โต?” แพรไหมถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย เธอเพิ่งรู้ว่าเพื่อนสาวคนสนิทของเธอมีน้องสาวด้วย

“ก็ไม่เชิงหรอก แค่แกดูปกป้องตัวเองไม่ได้ วันแรกที่เราเจอแก แกก็ดูเป็นคนอมทุกข์ ถึงแกจะเป็นคนสวย แต่แววตาแกกลับเศร้ามากๆ มันเศร้าจนกลบความสวยของแกไปจนหมดเลยอะ” น้ำฝนพูดเสริม

“ทำไมเราจะปกป้องตัวเองไม่ได้ เราเก่งจะตาย” แพรไหมแย้ง เธอมั่นใจว่าหากเกิดอะไรขึ้น เธอก็พร้อมยกหมัดขึ้นสู้เหมือนกัน

“จ้า แกเก่งที่สุดเลยยย” น้ำฝนย้อนกลับ

“ตอนเราเป็นเด็ก เราเคยมีน้องสาวคนหนึ่ง น้องสาวเราตัวเล็กๆ เป็นเด็กเงียบๆ ไม่ค่อยพูด…” น้ำฝนเว้นน้ำเสียง เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าตั้งใจฟัง เธอจึงเล่าต่อ

“มีอยู่วันหนึ่งเราพาน้องสาวของเราไปเดินเล่นที่คลองด้านหลังหมู่บ้าน ระหว่างที่กำลังเล่นกัน อยู่ๆ น้องสาวของเราก็เผลอลื่นแล้วไหลลงคลองไป สมัยนั้นน้ำในคลองลึกมากเลย เราเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น ไม่รู้จะทำยังไง อยากจะโดดลงไป ก็กลัวว่าจะไม่รอดอีกคน เราพยายามเรียกผู้ใหญ่แถวนั้นให้มาช่วยแล้ว แต่ไม่รู้คนอื่นๆ หายไปไหนหมด…” น้ำตาของเด็กสาวค่อยๆ ไหลอีกครั้ง

“แล้วสุดท้ายน้องสาวของเราก็ไม่รอด พ่อแม่เราบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก แต่ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเรา ถ้าเราไม่พาน้องเราไปเล่นที่นั่น ป่านนี้น้องสาวเราก็คงโตมาเป็นเด็กที่สดใสร่าเริง เป็นเด็กที่น่ารักเหมือนกับแก”

น้ำฝนหยุดเดิน พยายามเช็ดน้ำตา แพรไหมเดินเข้าไปใกล้น้ำฝน ก่อนจะดึงเด็กสาวมากอดไว้อีกครั้ง

“แกพยายามเต็มที่แล้ว ไม่เป็นไรนะ แกพยายามเต็มที่แล้ว” แพรไหมปลอบโยนน้ำฝนอย่างอ่อนโยน เธอเข้าใจว่าการสูญเสียมันยากที่จะก้าวข้ามผ่านไปได้ ไม่ว่าอย่างไร มันก็เหลือรอยแผลเล็ก ๆ ไว้ในใจอยู่ดี

“ตัวแกในตอนเด็กพยายามเต็มที่แล้ว แกที่โตมาเป็นคนที่แข็งแรง เป็นคนที่เข้มแข็ง และพร้อมปกป้องเพื่อนทุกคนแบบที่แกเป็นอยู่ ตัวแกในตอนเด็กจะต้องรู้สึกขอบคุณที่แกเป็นแบบนี้แน่นอน รวมถึงน้องสาวแกด้วย เราเชื่อว่าหากน้องสาวแกยังอยู่ น้องแกก็จะต้องภูมิใจที่แกโตมาอย่างดีแน่นอน”

น้ำฝนร้องไห้อีกครั้ง รอบนี้แพรไหมไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ปล่อยให้เด็กสาวร้องไห้ในอ้อมอกของเธออยู่แบบนั้น

ท้องฟ้าวันนี้มืดค่ำกว่าที่เคย ทั้งสองเดินตรงมาเรื่อย ๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ลำธารเล็ก ๆ จนใกล้จะถึงจุดหมายที่ทั้งสองต้องแยกจากกัน

“ว่าแต่… แกบอกว่าเราเหมือนน้องสาวแกเหรอ” แพรไหมพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

“อื้อ ทุกครั้งที่เรามองแก เรารู้สึกเหมือนแกเป็นน้องสาวน่ะ”

“แล้ว… ถ้าเราไม่อยากเป็นแค่น้องสาว เราเป็นอย่างอื่นได้อีกเปล่า” แพรไหมพูดพร้อมกับบีบมือที่จับน้ำฝนเบา ๆ

ทั้งสองมองตากัน ใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าค่อย ๆ แดงขึ้น มวลบรรยากาศความเศร้าค่อย ๆ หายไป และถูกแทนที่เข้ามาด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่คุ้นเคย ทั้งสองมองหน้ากันพร้อมกับยิ้ม สายตาทั้งสองผสานกัน

“เหรอ… แล้วถ้าไม่เป็นน้องสาว อยากเป็นอะไรล่ะ?” น้ำฝนถามขึ้น

“อืมมม เป็นอะไรได้บ้างอะ” เด็กสาวถามพลางหยอกล้อ

“ก็เป็นเพื่อนไง!” น้ำฝนพูดพร้อมปล่อยมือแพรไหม

แพรไหมกอดอก พร้อมส่งเสียงเชอะออกมาเบา ๆ ก่อนที่น้ำฝนจะหัวเราะลั่นออกมา และพาให้เธอหัวเราะตามไปด้วย เด็กสาวทั้งสองหัวเราะอยู่แบบนั้นสักพัก จนกระทั่งอยู่ ๆ น้ำฝนก็นิ่งเงียบไปอีกครั้ง

“เป็นอะไรหรือเปล่า” แพรไหมถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

เด็กสาวตรงหน้าเธออยู่ ๆ ก็ทำสีหน้าจริงจัง คิ้วขมวดยุ่งเหยิงเหมือนกับกำลังใช้ความคิดบางอย่าง เธอมองเหม่อออกไปที่ขอบฟ้าไกลแสนไกล ก่อนจะหันกลับมา พร้อมกับพูดบางอย่างที่ทำให้แพรไหมสงสัย

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ได้โปรด… ห้ามไปที่อาคารเรียนเก่าที่ถูกปิดตายโดยเด็ดขาด” เด็กสาวตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

แพรไหมไม่เคยเห็นสีหน้าที่จริงจังขนาดนี้ของเพื่อนสาวตรงหน้ามาก่อน วันนี้เป็นวันที่น้ำฝนทำตัวได้แปลกที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักมา มีทั้งด้านที่อ่อนโยน ด้านที่อ่อนแอ ด้านที่โกรธ แล้วก็ด้านที่จริงจัง เด็กสาวตรงหน้าทำให้เธอประหลาดใจได้อย่างไม่หยุดหย่อน ไม่เว้นแม้แต่คำพูดล่าสุดที่เพิ่งได้รับมา

ในขณะที่แพรไหมกำลังจะเอื้อนเอ่ยเพื่อถามหาเหตุผล เด็กสาวตรงหน้าก็เดินจากไปไกลกว่าที่เธอจะเรียกแล้ว ภาพของเด็กสาวตรงหน้าที่เดินจากไป ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันอ้างว้าง และเสียงแมลงต่างๆ พลันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก