แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ - ตอนที่ 6 สวนหย่อมหลังโรงเรียน โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ

รายละเอียด

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ โดย almoseve @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?

ผู้แต่ง

almoseve

เรื่องย่อ

 

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ

เรื่อง : almoseve

ออกแบบปก : zeizen

หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุ แพรไหม ต้องย้ายมาเรียนที่ โรงเรียนสุริยานนท์ โรงเรียนเก่าแก่กลางชนบทที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน และกฎประหลาดที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม

เมื่อเหตุการณ์ลึกลับเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับความลับที่ถูกฝังมานาน แพรไหมจึงตัดสินใจค้นหาความจริง... โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวที่เข้าใกล้คำตอบ กำลังพาเธอเข้าใกล้ความสยองที่ไม่มีทางหันหลังกลับได้


เพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา

งานเขียนชิ้นนี้เป็น 1 ใน 50 เรื่องจากโครงการ TK WRITER BOOTCAMP 2025*

อัพตอนใหม่ทุกวันเวลา 21:00น. ตลอดเดือน ก.ค. 2026**

*เนื้อหาทั้งหมดที่ได้อ่าน ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการบรรณาธิกร

** กำหนดการติดเหรียญจะเริ่มหลังปล่อยตอนสุดท้ายจบ 1 สัปดาห์ และสำหรับฉบับ eBook รวมถึงรูปเล่มจะมีการแจ้งอีกครั้งในภายหลัง


ช่องทางการติดตามและพูดคุยกับนักเขียน

Facebook Page : Almoseve

Instagram : by.almoseve

Twitter or X : almoseve

แท็กนิยาย #เทอมสยองโรงเรียนมรณะ แวะมาเล่นแท็กพร้อมคุยกับนักเขียนได้เลยนะครับ

ขอฝากงานเขียนชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของนักเขียนหน้าใหม่คนนี้ด้วยครับ

หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรื่องราวของเด็กหญิง แพรไหม และการสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนใหม่แห่งนี้ครับ

สารบัญ

เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 1 แพรไหม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 2 โรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 3 แก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับหลังเลิกเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 4 ประวัติโรงเรียนสุริยานนท์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 5 โซนหนังสือหวงห้ามสำหรับบุคลากร,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 6 สวนหย่อมหลังโรงเรียน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 7 ยามสนธยาของเหล่าเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 8 เริ่มแบ่งกลุ่ม,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 9 ห้องเรียนดนตรีสากลเก่า,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 10 ทิพย์และนัท,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 11 ใบหม่อน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 12 เมฆหมอกเริ่มคล้อยต่ำ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 13 สนามบาสยามตะวันคล้อย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 14 ระหว่างเราสองในช่วงสนธยา,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 15 ลางร้ายเริ่มปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 16 เด็กสาวในคำทำนาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 17 ห้วงคำนึงของเด็กสาว,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 18 ลางร้ายเริ่มคืบคลาน,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 19 พิธีกรรมแฝงรอยเลือด,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 20 ก่อนตะวันจะลาลับ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 21 รุ่งอรุณอันมัวหมอง,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 22 ความจริงใกล้ปรากฏ,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 23 เมฆหมอกเริ่มจางหาย,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 24 ความจริงที่ปลายอุโมงค์,เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ-ตอนที่ 25 [จบ] รุ่งอรุณมาเยือน

เนื้อหา

ตอนที่ 6 สวนหย่อมหลังโรงเรียน

เย็นวันต่อมา สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะตัวเดิมเพื่อหารือว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดี เพราะตอนนี้หลักฐานในมือที่มีอยู่ก็เยอะขึ้นจากเดิมแล้ว ทั้งคำบอกเล่าเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ประวัติของโรงเรียนที่ถูกซุกซ่อนไว้ อย่างการที่โรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างทับพื้นที่ที่เคยใช้เป็นลานประหารและป่าช้าเก่า ที่เมื่อทุกคนคิดถึงเรื่องราวที่ถูกเขียนไว้ ก็รู้สึกตัวอยู่ไม่สุขสักเท่าไหร่นัก

“งั้นพวกเราไปสืบตามสถานที่ต่างๆ พวกนั้นไหม” แทนเป็นคนแรกที่เสนอประเด็นนี้เข้าที่ประชุม

ทั้งหมดนิ่งคิดสักครู่ ก่อนที่น้ำฝนจะพูดขึ้นต่อ

“ก็ดีนะ เราเห็นด้วย ไปด้วยกันอุ่นใจกว่า” น้ำฝนหันมาทางแพรไหม เพื่อเป็นการส่งภาษากายถามว่า แล้วเธอล่ะคิดเห็นอย่างไร

แพรไหมพยักหน้าเห็นด้วย เช่นเดียวกับคนที่เหลือ ทั้งหมดจึงลุกขึ้นและเดินออกจากห้องสมุดไป

สถานที่แรกที่ทุกคนตัดสินใจเลือกมา คือสวนหย่อมหลังโรงเรียน แสงแดดยามโพล้เพล้มาพร้อมลมเย็น ที่ชวนให้รู้สึกสบายตัวแต่กลับไม่ทำให้รู้สึกสบายใจนัก เพราะพวกเธอกำลังมาสืบเรื่องเรื่องลึกลับที่เคยเป็นคดีอุกอาจในอดีต โดยหวังว่าอาจหลงเหลือเบาะแสบางอย่างอยู่ที่นี่

สวนหย่อมหลังโรงเรียนเต็มไปด้วยเศษใบไม้สีเหลืองเข้ม ต้นไม้ต่างๆ ถูกทิ้งไว้ให้รกรุงรังและไม่ได้รับการตัดแต่งให้เรียบร้อยเหมือนกับโรงเรียนในเมืองกรุง ทั้งหมดเดินจนมาหยุดอยู่ที่เป้าหมายในการสืบสวน มองดูความว่างเปล่าเบื้องหน้าและมองหน้ากันอย่างงงๆ ว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี เราจะเริ่มกันตรงไหน ก่อนที่น้ำฝนจะยกข้อมูลที่ตนได้อ่านไว้ในสมุดเมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง

“จากการสืบสวนและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เป็นไปได้ว่าเด็กสาวคนดังกล่าวที่พบเจอกับฆาตกรโดยบังเอิญที่ห้องน้ำหญิง ได้พยายามวิ่งหนีฆาตกรอย่างสุดความสามารถ จนกระทั่งมาโดนฆาตกรจับตัวได้ที่สวนหย่อมแห่งนี้และโดนแทงเข้าที่อกหลายแผลจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

นายตำรวจสองคนที่มาถึงที่เกิดเหตุไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตของนักเรียนสาวไว้ได้ พวกเขาพยายามที่จะจับเป็นผู้ต้องหาอย่างสุดความสามารถ แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากฆาตกรตัดสินใจปาดคอตัวเองและเสียชีวิตตามเด็กสาวไป…” น้ำฝนพูดพร้อมชี้นิ้วไปตรงต้นไม้เล็กๆ ในสวนหย่อม

“เราว่าน่าจะตรงนั้นนะ” ทุกคนมองตามนิ้วมือของน้ำฝน ก่อนจะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพราะเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มันคงไม่ใช่ภาพที่น่าดูเท่าไรนัก

“จากคำให้การของเพื่อนๆ เธอ ได้บอกเอาไว้ว่า เธอมักจะบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างลงในสมุดเล่มหนึ่ง ซึ่งมันได้หายไปจากศพของเธอ” น้ำฝนกล่าวประโยคปิดท้าย เนื้อหาทั้งหมดที่เธอได้อ่านมาจากสมุดสีฟ้าซีดเมื่อวาน

“เราว่าเธอคงไม่ได้บันทึกเหตุการณ์ที่ตัวเองโดนฆ่าหรอก” นัทพูดขึ้น

“อันนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วแหละ ไม่ต้องบอกก็รู้ย่ะ” ทิพย์เสริม

ทุกคนหัวเราะให้กับบทสนทนาของคู่นี้ ที่ดูเข้ากันแบบสุดๆ

“เราเชื่อว่าอาจมีเบาะแสบางอย่างที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกเล่มนั้น” แทนกล่าวขึ้นมาจากความเงียบ

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่แทนจะบอกให้ทุกคนแยกย้ายเพื่อแบ่งกันไปหามุมต่างๆ ของสวนหย่อม แพรไหมเดินเข้ามาข้างในลึกสุด เธอคุ้ยดูตามซอกต้นไม้ต่างๆ เท่าที่จะสามารถทำได้ พยายามจินตนาการว่าหากเธอเป็นเหยื่อ ในช่วงเวลานั้นเธอจะเลือกเข้ามาหลบตรงไหนบ้าง

ก่อนเดินตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งบริเวณไม้พุ่มที่ไม่ได้รับการตัดแต่งอย่างที่ควรจะเป็น โซนดอกไม้นานาชนิดที่เหยื่ออาจวิ่งผ่าน แต่เธอก็ไม่พบอะไรเลยสักอย่าง ทันใดนั้นอยู่ๆ แพรไหมก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายมาจากทางด้านหน้า

“เห้ย พวกเธอมาทำอะไรที่นี่ นี่มันเลิกเรียนแล้ว ทำไมไม่กลับบ้าน!”

เสียงตะโกนของผู้ชายดังขึ้น แพรไหมเห็นเค้าโครงร่างไกลๆ เป็นชายวัยกลางคนตัวใหญ่ ที่ใส่ชุดสีกากี เหล่าสมาชิกชมรมต่างวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง บ้างก็วิ่งออกจากสวนหย่อมไป บ้างก็วิ่งอ้อมไปอีกทาง แพรไหมไม่รู้จะหลบตรงไหนดี จึงหลบข้างพุ่มไม้ที่ไม่ได้รับการตัดแต่งนั่น เธอพยายามทำให้ตัวเองเล็กที่สุดและเนียนไปกับต้นไม้

ชายวัยกลางคนกำลังเดินตรงมาทางแพรไหม เด็กสาวตื่นตระหนก มื้อไม้สั่นด้วยความกลัวว่าจะโดนจับได้ เธอไม่อยากมีปัญหาที่โรงเรียนเพราะไม่อยากให้เรื่องไปถึงคุณยายผู้แสนดีของเธอ หญิงชราเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นดั่งญาติคนสุดท้าย

ในจังหวะที่แพรไหมกำลังสั่นกลัวนั้น ก็มีมือของใครคนหนึ่งพุ่งมาจับแขนเธอ เธอลืมตามองด้วยความตกใจ เห็นเป็นเด็กหนุ่มที่เธอคุ้นหน้าเป็นอย่างดี ใบหน้ารูปไข่ที่มาพร้อมกับผิวสีขาวเปร่งประกาย และผมรองทรงสูงที่เข้ากันเป็นอย่างดี หากเด็กชายคนนี้อยู่ในเมืองหลวง หรือในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนปกติทั่วไป จะต้องเป็นเด็กป๊อปคนหนึ่งอย่างแน่นอน

แทนจับมือซ้ายแพรไหมไว้ ก่อนจะใช้มือขวาลูบหัวแพรไหมอย่างเบามือ เธอสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน ทั้งจากการสัมผัสและรอยยิ้มที่เขามอบให้ ชายวันกลางคนกำลังจะมาถึงตัวพวกเขา ทันใดนั้นเหมือนสวรรค์เป็นใจ เสียงปริศนาดังขึ้น ดึงดูดความสนใจของชายวัยกลางคน

“คุณ มาช่วยผมเอารถออกหน่อย” เสียงของบุรุษลึกลับโพล่งขึ้น

“ได้ครับ ผู้อำนวยการ” ชายวัยกลางคนในชุดสีกากี วิ่งห่างออกไปจนลับสายตา

ผู้อำนวยการที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน มาได้ถูกเวลาพอดี ทั้งสองพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกัน แทนสังเกตว่ามือซ้ายของเขายังคงจับแพรไหมอยู่ เขาคลายมือออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะนั่งลงข้างๆ

“พวกเรารอดแล้วเนอะ ร้อยวันพันปี ไม่เคยเห็นยามทำงานเลย” แทนยิ้มให้กับแพรไหม ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขามีเหงื่อเกาะอยู่ ผลจากการที่วิ่งหนีอย่างร้อนรนเมื่อสักครู่ ทำให้ตอนนี้เขานั่งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ซึ่งเธอเองก็ไม่ต่างกันนัก

“อื้ม” แพรไหมตอบรับ ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน

มีสิ่งหนึ่งที่แพรไหมอยากจะถามแทนมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีโอกาส นับตั้งแต่วันแรกที่เธอได้รู้จักแทน เขาดูเป็นคนอ่อนโยน เป็นมิตร และดูเป็นที่พึ่งให้กับเพื่อนๆ ทุกคน ในขณะเดียวกัน เขาก็ดูเป็นคนฉลาดที่มองเห็นจุดเด่นของสมาชิกคนอื่นๆ ถึงเลือกชวนแต่ละคนเข้ามา แต่เธอมองไม่เห็นว่าตัวเองมีอะไรดี ที่ทำให้แทนถึงเลือกชวนเธอมาร่วมแก๊ง

“แทน เราถามไรหน่อยดิ”

“ได้สิ อยากถามอะไรล่ะ” แทนตอบรับ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อที่อยู่บนหน้า

“ทำไมนายถึงชวนเรามาเข้าแก๊งเหรอ”

“วันแรกที่เธอแนะนำตัวหน้าชั้น เราเห็นว่าแววตาของเธอมันเศร้ามากเลย เราไม่รู้หรอกว่าเธอเศร้าเรื่องอะไร แต่แววตาของเธอมันเศร้าออกมาจากข้างใน เหมือนเธอเพิ่งผ่านการสูญเสียที่ไม่อาจหวนคืนมาได้…” แทนตอบแพรไหมพร้อมยิ้มเล็กๆ ให้

แพรไหมนิ่งเงียบ ถูกต้องถามที่แทนพูดทุกประการ ถึงแม้เธอจะไม่ได้ฟูมฟายเหมือนช่วงแรกแล้ว แต่มันก็ยังคงอยู่ในใจเธอเสมอ เธอคิดถึงพ่อและแม่ คิดถึงช่วงเวลาอันมีค่าเหล่านั้น ช่วงเวลาที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้อีกแล้ว พร้อมหน้าอกที่หนักอึ้งเพราะไม่อาจได้เอ่ยคำว่ารักกับท่าน แทนที่เห็นแพรไหมทำหน้าเศร้าอีกครั้ง จึงลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา แพรไหมมองหน้าแทน ทั้งสองสบตากัน

“เราคงจะไม่ถามเธอหรอกนะ ว่าเธอเศร้าเรื่องอะไร เราเชื่อว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง หากวันนี้เธอยังก้าวข้ามมันไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเลย เพียงแต่สิ่งเดียวที่เราอยากบอกให้เธอรู้ก็คือ เธอไม่จำเป็นต้องเศร้าเพียงลำพังนะ พวกเราทุกคนจะอยู่ตรงนี้ข้างๆ เธอ เพื่อรอวันที่เธอพร้อมและก้าวข้ามมันไปได้”

แทนลดมือลงจากหัวของแพรไหม ก่อนจะยื่นมือให้กับเธอ อยู่ๆ น้ำตาของแพรไหมก็ไหลซึมออกมาจากตาทั้งสองข้าง เธอค่อยๆ ยื่นมือขวาให้กับแทน ก่อนจะดันตัวเองลุกขึ้น แทนลูบหัวแพรไหมเบาๆ อีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะเดินตรงออกจากสวนหย่อมแห่งนี้

ใบไม้ปลิวไสวไปตามแรงลม ดวงตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าตอนนี้เปลี่ยนจากสีส้มเข้มเป็นสีชมพูอ่อน พร้อมกับความรู้สึกภายในใจของแพรไหมที่เบาบางลง

เธอไม่จำเป็นต้องเศร้าเพียงลำพังนะ

ประโยคของแทนยังคงอยู่ในใจเธอ ก่อนที่ทั้งสองจะมาพบกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่ยืนรออยู่ที่ทางออก