แพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?
สืบสวนสอบสวน,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,พารานอมอล,ไทย,สืบสวนสอบสวน,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เทอมสยอง โรงเรียนมรณะแพรไหม ได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่อันแปลกประหลาด การชักชวนเข้ากลุ่มหลังเลิกเรียน ตำนานลี้ลับ เรื่องสยองขวัญ และความลับดำมืดที่ถูกซุกซ่อนไว้ของโรงเรียนแห่งนี้ ความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ ?
เทอมสยอง โรงเรียนมรณะ
เรื่อง : almoseve
ออกแบบปก : zeizen
หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุ แพรไหม ต้องย้ายมาเรียนที่ โรงเรียนสุริยานนท์ โรงเรียนเก่าแก่กลางชนบทที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน และกฎประหลาดที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
เมื่อเหตุการณ์ลึกลับเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับความลับที่ถูกฝังมานาน แพรไหมจึงตัดสินใจค้นหาความจริง... โดยไม่รู้เลยว่าทุกก้าวที่เข้าใกล้คำตอบ กำลังพาเธอเข้าใกล้ความสยองที่ไม่มีทางหันหลังกลับได้
เพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา
งานเขียนชิ้นนี้เป็น 1 ใน 50 เรื่องจากโครงการ TK WRITER BOOTCAMP 2025*
อัพตอนใหม่ทุกวันเวลา 21:00น. ตลอดเดือน ก.ค. 2026**
*เนื้อหาทั้งหมดที่ได้อ่าน ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการบรรณาธิกร
** กำหนดการติดเหรียญจะเริ่มหลังปล่อยตอนสุดท้ายจบ 1 สัปดาห์ และสำหรับฉบับ eBook รวมถึงรูปเล่มจะมีการแจ้งอีกครั้งในภายหลัง
ช่องทางการติดตามและพูดคุยกับนักเขียน
Facebook Page : Almoseve
Instagram : by.almoseve
Twitter or X : almoseve
แท็กนิยาย #เทอมสยองโรงเรียนมรณะ แวะมาเล่นแท็กพร้อมคุยกับนักเขียนได้เลยนะครับ
ขอฝากงานเขียนชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของนักเขียนหน้าใหม่คนนี้ด้วยครับ
หวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับเรื่องราวของเด็กหญิง แพรไหม และการสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนใหม่แห่งนี้ครับ
“กูต้องปรบมือให้พวกมึงจริงๆ ว่ะ เหล่าแก๊งสืบสวนเรื่องลึกลับ”
เด็กหนุ่มที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่แล้วพูดขึ้น น้ำเสียงที่คุ้นชินแต่ก็เหมือนไม่คุ้นชินดังขึ้น แพรไหมรู้สึกตกใจที่เห็นแทนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอพยายามสะกดอาการตกใจไว้
“แทน นี่มันเรื่องอะไรกันอะ” ทิพย์ตะโกนถามเด็กหนุ่ม
“กูไม่ใช่แทน” เด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนจะหันมามองที่ทุกคนทีละคนทีละคน
“เอาล่ะ… พวกมึงคงจะสงสัยกันว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร กูจะบอกพวกมึงให้เอาบุญละกัน ศพที่พวกมึงเห็นอะของปลอม เป็นเพียงแค่ชิ้นไม้ที่ใช้อวิชชาพรางตาเท่านั้น ปกติมันก็ใช้ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่หรอก แต่เพราะพื้นที่ของโรงเรียนสุริยานนท์ วิชานี้มันเลยใช้ได้อย่างง่ายดาย แถมทุกคนที่ได้เห็นต่างก็เชื่ออย่างสนิทใจเลยว่านั่นคือแทน” เด็กหนุ่มพูดไปพลางหัวเราะไป
ถึงแม้รูปร่างและหน้าตาจะเหมือนแทน แต่วิธีการพูดและน้ำเสียงกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นอะแทน”
แพรไหมพูดขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่ม ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะห่างเพียงคืบเดียว
“ชิ… กูบอกว่ากูไม่ใช่แทนไง ยัยเด็กโง่” แทนหรือบางสิ่งในร่างแทนกล่าวกับเด็กสาวด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“แทนที่พวกมึงรู้จักกันอะหลับอยู่ในนี้ และมันจะไม่มีทางได้ออกมาข้างนอกอีก ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้แทนนะ พวกมึงไม่มีทางสืบมาได้จนถึงตรงนี้หรอก กูเห็นว่ามันบ่นเหงาๆ อยากมีเพื่อน กูถึงได้ให้มันทำไอ้แก๊งสืบสวนบ้าบอนี่ ไม่นึกว่าจะถึงขนาดเอาเอกสารเรื่องพิธีกรรมแฝงรอยเลือดไปซ่อนไว้ด้วย…”
เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้น ก่อนจะต่อยเข้าที่หน้าของตัวเอง ทั้งหมดมองเขาด้วยสีหน้างุนงงพร้อมความวิตกกังวล ไม่มีเข้าใครเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ แล้วถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่แทน คนที่พูดอยู่ตอนนี้คือใครกัน เหมือนความคิดของทุกคนส่งถึงเด็กหนุ่มตรงหน้าผ่านสีหน้า
“กูคือเทียน พี่ชายฝาแฝดของไอ้แทนมัน” เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้น
“หมายความว่าไงอะ เราไม่เข้าใจ แทนนายเป็นอะไรไปกันแน่”
แพรไหมขัดขึ้น นั่นทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้ารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
“โอ๊ยยย จะโง่ไปถึงไหนเนี่ย อีแพรไหม เนี่ยนะเด็กสาวที่ไอ้แทนชอบนักชอบหนา โง่ขนาดนี้ยังจะชอบลงได้อีกเนาะ” แทนพูดตะคอกใส่แพรไหม เธอถอยหลังด้วยความกลัว “กูคืออีกบุคลิกที่ไอ้แทน เพื่อนที่ขี้ขลาดของพวกมึงสร้างขึ้นยังไงล่ะ แม่งกระจอกมากเลยพวกมึงรู้ปะ ตอนที่มันรู้ว่ามีพิธีแฝงรอยเลือดที่จะช่วยให้สามารถชุบชีวิตคนที่ตายได้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันกลับไม่กล้าที่จะทำเว้ย คือแบบ…. ปากบอกว่าตัวเองรักแม่แบบนั้นรักแม่แบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าทำทุกวิธี...”
เทียนพูดด้วยน้ำเสียงแดกดัน ก่อนจะชี้ไปยังผู้อำนวยการที่ตอนนี้นั่งลงอย่างสบายใจเฉิบ
“กูถึงต้องให้ผู้อำนวยการ หลานของผู้อำนวยการคนแรกของโรงเรียนสุริยานนท์ช่วยยังไงล่ะ”
“ถูกต้องเลยครับคุณลูกค้า” ชายวัยกลางคนพูดแทรกขึ้น
น้ำฝนที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อยๆ พาตัวเองเดินตรงมาหาทั้งสอง
“หรือว่าที่แกทำทั้งหมดนี่ก็เพราะ…” น้ำฝนพยายามพูดโดยออกเสียงให้ดังที่สุด สภาพของเธอในตอนนี้อ่อนแรงเต็มที
“ถูกต้อง ตามนั้นแหละน้ำฝน” เทียมพูดพลางมองเด็กสาวด้วยหางตา
“เอาล่ะ กูจะบอกสิ่งสุดท้ายที่พวกมึงอาจจะเข้าใจผิดให้ฟังนะ” คำพูดของเด็กหนุ่มดึงสติทุกคนให้กลับมาสนใจที่เสียงของเขา
“เลือดที่มีมูลค่ามากไม่ได้หมายถึงจำนวนเลือดที่ต้องใช้ในพิธี หากแต่หมายถึงเลือดของคนที่มีคุณค่าต่อบุคคลอื่น ยิ่งบุคคลนั้นมีค่ามากเพียงใด ก็ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น แถมถ้ายิ่งเป็นคนที่คิดว่าตัวเองพิเศษ เลือดนั้นก็จะยิ่งใช้งานได้ดียิ่งขึ้น” เทียนเดินวนรอบตัวแพรไหม
“เอ้อ… ไอ้เรื่องเด็กสาวในคำทำนายอะไรนั่นอะ ของปลอมนะ มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรกแล้วล่ะ” เทียนพูดขึ้น แพรไหมนิ่งเงียบ “กูแค่แต่งเรื่องสนุกๆ ขึ้นมา แล้วทำไว้เป็นเบาะแสเพื่อแกล้งไอ้แทนเท่านั้น แต่มันดันคิดเป็นจริงเป็นจัง เอาไปบอกพวกมึงเฉยเลย”
เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดพลางหัวเราะด้วยความสะใจ แพรไหมรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นในหัวใจ ถึงแม้เธอจะรู้สึกเครียดที่กลายเป็นคนในคำทำนาย แต่ความรู้สึกว่าตนเองพิเศษก็ทำให้เธอดีใจอย่างที่เทียนว่าจริงๆ
“เราคุยกันแค่นี้ก็พอแล้วมั้งครับคุณเทียน”
ผู้อำนวยการที่นั่งเงียบพูดขึ้นเพื่อขัดบทสนทนา
“เดี๋ยวมันจะเกินเวลาน่ะครับ” เขาพูดเสริมด้วยท่าทางนอบน้อม
เด็กหนุ่มหันมองเทียนที่ปักทิ้งไว้ ไส้เทียนละลายจนใกล้หมด
“เหตุผลที่กูต้อนรับพวกมึงเข้ามาเนี่ย เพราะพิธีกรรมนี้ต้องการอีกหนึ่งชีวิตที่มีค่ามากพอ คนที่มีเลือดที่มีมูลค่ามากพอ…”
เด็กหนุ่มไล่สายตามองทีละคนทีละคน ตั้งแต่นัทที่นอนหมอบที่พื้น สีหน้าซีดเซียวจากความเจ็บปวด ทิพย์ที่อุ้มนัทไว้บนตัก เรื่อยมาจนถึงน้ำฝนที่นั่งกองอยู่ที่พื้น และแพรไหม นักเรียนสาวคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ เทียนจ้องมองไปที่เด็กสาว ตัดสลับกับน้ำฝน ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา เด็กหนุ่มไม่รีรอรีบพุ่งตรงเข้าหาแพรไหม เด็กสาวไม่ทันระวังตัวล้มลงทันที
แพรไหมพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากเทียนที่กำลังบีบคอเธออยู่ แต่แรงของเด็กสาวก็ไม่อาจสู้แรงกายของเด็กหนุ่มได้ แพรไหมพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต เด็กหนุ่มบีบคอเธอแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้ายัยนี่มันมีค่ากับมึงขนาดนั้น งั้นกูก็คงต้องขอฆ่ามันทิ้งแล้วล่ะ” เทียนหันไปทางน้ำฝน
หญิงสาวพยายามอ้าปากเพื่อบอกให้เทียนหยุด เธอพยายามคลานมาหาเทียนที่กำลังกดแพรไหมอยู่ที่พื้น หน้าเด็กสาวเริ่มเปลี่ยนสี แพรไหมพยายามดึงมือของแทนออก แต่เหมือนแรงทั้งหมดที่เธอมีจะส่งไปไม่ถึง ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะทำสำเร็จ อยู่ๆ เด็กหนุ่มก็ค่อยๆ คลายมือออก แพรไหมสำลัก และพยายามหายใจ เด็กหนุ่มผละตัวออกจากเธอ เด็กสาวพยายามยันตัวลุกนั่ง ก่อนจะเห็นว่าที่ท้องของเด็กหนุ่มค่อยๆ มีของเหลวสีแดงข้นไหลซึมออกมา แพรไหมหันมองไปทางน้ำฝน น้ำฝนนอนหายใจรวยริน มือทั้งสองเปื้อนเลือด
น้ำฝนใช้แรงกายทั้งหมดที่เหลืออยู่น้อยนิด หยิบเอาเศษกระจกแทงเข้าไปที่ท้องของเทียนอย่างสุดแรง ก่อนที่จะรู้สึกหน้ามืดและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก เด็กหนุ่มกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลนองออกมาเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อย ๆ แน่นิ่งไป
ชายวัยกลางคนที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ ไม่เป็นดั่งที่ตนวางแผนไว้ อีกเพียงไม่กี่วินาทีก็จะเที่ยงคืน ซึ่งจะครบเวลาที่ต้องทำพิธีให้สำเร็จ ผู้อำนวยการรีบหยิบมีดที่อยู่ใกล้มือออกมา ก่อนจะพุ่งตรงเข้าหาแพรไหมอย่างสุดแรง ทันใดนั้นเขาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งจนล้มลง มีดสั้นกระเด็นออกไปไกลขึ้น ชายวัยกลางคนรีบลุกขึ้นและมองไปทางบางสิ่งที่ เท้าของนัทที่ยื่นออกมากั้นไว้พร้อมกับเด็กหนุ่มที่ชูนิ้วกลางตรงมายังผู้อำนวยการ ชายวัยกลางคนรีบตาลีตาเหลือกควานหาอาวุธ ก่อนที่แสงสว่างในห้องจะค่อยๆ ดับลง เปลวเทียนตอนนี้มอดไหม้จนหมดแล้ว
เวลาเที่ยงคืนมาเยือนในที่สุด ชายวัยกลางคนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อยๆ ลอยขึ้นในอากาศ บิดเบี้ยวและหักงออย่างไม่เป็นธรรมชาติ ดวงตาและอวัยวะภายในหลุดร่วงลงมา ทิพย์ถึงกับร้องกรี๊ดด้วยความหวาดกลัว นัทจึงเอามือของตนปิดตาเด็กสาวเอาไว้
หากทำไม่สำเร็จภายในช่วงเวลา ผู้ทำพิธีจะต้องพบเจอกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
แพรไหมนึกถึงข้อมูลที่ได้อ่านในเอกสาร ความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสคงไม่มากพอกับสิ่งที่ผู้อำนวยการทำลงไปสินะ เด็กสาวมองภาพสยองขวัญตรงหน้า พิธีกรรมอาถรรพ์สิ้นสุดลงแล้ว เด็กสาวค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปพยุงน้ำฝน นัทที่อาการเริ่มดีขึ้น ค่อย ๆ พยุงตัวเองยืนขึ้น เด็ก ๆ ทั้งหมดพยุงกันและกัน ก่อนจะเดินไปหาร่างของเด็กหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่
ทุกคนได้แต่มองร่างนั้นด้วยความเศร้าสร้อย ทั้งสามต้องเห็นเพื่อนสนิทในกลุ่มเสียชีวิตถึงสองครั้ง มวลความเศร้าเข้ามาแทนที่ ลมเย็นที่ไหลเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก ช่วยพากลิ่นคาวเลือดให้ไม่แน่นหนาจนเกินไป ทั้งหมดค่อยๆ ก้าวเดินออกจากห้องนี้อย่างช้าๆ ได้แต่หวังว่าหากพวกเขาหลับลงไปในคืนนี้ เรื่องทั้งหมดนี้คงเป็นเพียงฝันร้ายที่ยาวนานเท่านั้น