อิงฟ้า เป็นนักเขียนที่ซ่อนรักแรกไว้ในนิยาย เจ้าขุน เป็นนักแสดงที่ซ่อนตัวตนไว้ในคอมเมนต์ เมื่อแฟนคลับลับ ๆ คนนั้น กลับกลายเป็นคนเดียวที่รู้จักหัวใจเธอดีที่สุด คำถามหนึ่งในงานจับมือนักเขียน อาจเปลี่ยนทั้งชีวิต… และตอนจบของนิยายเล่มนี้
รัก,ชาย-หญิง,ชาย-ชาย,ไทย,หญิง-หญิง,พล็อตสร้างกระแส,LGBTQIA+,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
My Only You ซ่อนรักไว้ในตัวอักษรอิงฟ้า เป็นนักเขียนที่ซ่อนรักแรกไว้ในนิยาย เจ้าขุน เป็นนักแสดงที่ซ่อนตัวตนไว้ในคอมเมนต์ เมื่อแฟนคลับลับ ๆ คนนั้น กลับกลายเป็นคนเดียวที่รู้จักหัวใจเธอดีที่สุด คำถามหนึ่งในงานจับมือนักเขียน อาจเปลี่ยนทั้งชีวิต… และตอนจบของนิยายเล่มนี้
อิงฟ้า ไม่เคยคิดว่านิยายที่เธอเขียน
จะถูกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยใครบางคน
ที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตน
ไม่เคยเรียกร้อง
และไม่เคยหายไป
เจ้าขุน นักแสดงที่ทั้งประเทศรู้จัก
เลือกเป็นเพียง “แฟนคลับนิรนาม”
ของนักเขียนที่เคยเป็นรักแรกในชีวิตจริง
จนวันที่ทั้งสองกลับมาเจอกันอีกครั้ง
ในฐานะนักเขียนกับผู้อ่าน
พร้อมคำถามง่าย ๆ
ที่ซ่อนความรู้สึกไว้มากกว่าทั้งนิยาย
เขาว่ากันว่านักเขียนมักซ่อนรักแรกไว้ในงานเขียน
แล้วถ้ารักแรกคนนั้น…
เป็นคนอ่านทุกบรรทัดมาตลอดล่ะ?
บทที่ 18
18
หลังจากงานบวงสรวงจบลง ก็ต่อด้วยงานเวิร์นช็อปเสื้อผ้านักแสดงต่อ ถ่ายโปสเตอร์โปรโมทซีรีส์ ออกให้แฟนคลับได้ติดตามต่อ พร้อมกับถ่าย Teaser สั้นๆของเนื้อเรื่องทั้งหมดของทุกคู่ที่จะออกมาให้แฟนคลับได้ดูเป็นน้ำจิ้นเรียนน้ำย่อยแฟนคลับ
“น้องอิงฟ้ากับคุณเจ้าขุนช่วยขยับเข้าใกล้กันอีกนิดได้หรือเปล่าครับ”
“ดีมากประมาณนั้นและครับ ต่อไปช่วยมองตกันให้หวานกว่านี้หน่อยนะครับ”
ตากล้องประจำกองถ่ายเอ่ยปากบอกกับฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม ฉันกับพี่เจ้าขุนพยักหน้ารับคำเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆทำตามที่ตากล้องบอก แต่จะทำยังไงให้ไม่เขินสายตาของพี่เจ้าขุนที่ส่งมาฉันเพียงแค่ไม่กี่วินาทีฉันก็เป็นฝ่ายหลบสายตาพี่เจ้าขุนก่อน แก้มของฉันขึ้นเป็นสีแดงละลื่น >////< ไปถึงใบหูเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากพี่เจ้าขุนได้ไม่ใช้น้อย ในจังหวะที่ฉันจะผลักออกจากพี่เจ้าขุนอยู่ดีเสียงของตากล้องที่เห็นเหตุการณ์ก็เอ่ยปากบอกฉันกลับ่เจ้าขุนขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อนครับ ค้างเอาไว้ในท่านั้นก่อนนะครับ”
“ดีครับ”
“ดีมากกำลังสวยเลย”
“เยี่ยมเลยครับ”
สิ้นประโยคดังกล่าวของตากล้องเสียงกดถ่ายก็ดังขึ้นก่อนที่ตากล้องจะเอ่ยปากบอกกับพวกฉันขึ้นมา
“ได้แล้ว”
“แยกย้าย ส่วนของคุณเจ้าขุนกับน้องอิงฟ้าเสร็จแล้วนะครับ”
“คู่ต่อไปเตรียมสแตนบายนะครับหน้าฟิล์ม”
สิ้นประโยคดังกล่าวของตากล้องฉันกับพี่เจ้าขุนก็ผลักตัวออกจากกันก่อนฉันกับพี่เจ้าขุนจะแยกย้ายกันไปเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัวของนักแสดงทันที ก่อนที่ฉันจะขอตัวกลับก่อน เพราะมีงานต่อหลังจากนี้ งานที่นักเขียนอย่างชั้นถูกเชิญให้ไปร่วมแบบช่วยไม่ได้ ฉันให้พี่อิงดาวแต่งหน้าเพิ่มให้ฉันนิดหน่อยก่อนที่ฉันจะขอตัวออกจากห้องแต่งตัวไปโบยรถหน้าสตูดิโอ ไปงานหนังสือต่อ
งานหนังสือ
“น้องอิงฟ้า มาแล้วเหรอค่ะ”
“เชิญที่ห้องรับรองเลยค่ะใกล้จะได้เวลาแล้ว”
“ต้องคุยรายละเอียนเพิ่มเติมนิดหน่อยค่ะ”
เสียงพี่ณรินทร์เอ่ยบอกกับฉันขึ้นมาพร้อมกับเดินนำฉันเข้าไปที่ห้องรับรองก่อนที่พวกฉันจะเริ่มคุยรายละเอียนเพิ่มเติมของงานหนังสือที่กำลังจะเริ่มขึ้น หลังจากคุยรายละเอียนกันเสร็จ
พี่ณรินทร์ก็พาฉันมาประจำที่นั่งของตัวเองพร้อมรอยยิ้ม เอ่ยปากบอกกับฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
“มาทำให้งานหนังสือครั้งแรกของพวกเราให้ดีที่สุดเลยนะคะ นักอ่านที่น่ารักของน้องอิงฟ้ารอที่จะเจอน้องอิงฟ้านักเขียนคนโปรดของพวกเขาอยู่”
สิ้นประโยคดังกล่าวของพี่ณรินทร์ฉันพยักหน้ายิ้มรับให้กับ
พี่ณรินทร์เล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่นั่งของตัวเองที่คนจัดงานหนังสือเตรียมเอาไว้ให้เตรียมตัวสักพักก็ถึงเวลาที่เปิดให้นักอ่านทุกคนที่มารอเจอฉันเข้ามาทักทายพูดคุยกับฉันพร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีครับน้องอิงฟ้า พี่ติดตามน้องอิงฟ้ามาตั้งแต่แรกเลยนะครับ ทันบล็อกที่น้องอิงฟ้าเขียน นิยายพี่ก็ตามไปอ่านมาหมด ต่อนี้น้องอิงฟ้าก็กำลังจะมีซีรีส์ จะรอติดตามนะครับ”
เสียงนักอ่านคนแรกที่เข้ามาคุยกับฉันเอ่ยปากบอกกับฉันขึ้นมาฉันยิ้มเขินเล็กน้อยให้กับนักอ่านคนนั่นก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากบอกกับนักอ่านขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณนะคะ หลังจากนี้ก็ฝากติดตามผลงานอื่นๆด้วย ทั้งงานเขียนและงานแสดงอีเว้นท์ต่างๆก็ด้วยนะคะ”
สิ้นประโยคดังกล่าวนักอ่านคนนั้นพยักหน้ารับคำยิ้มดีใจก่อนจะเดินออกจากแถวไปหลังจากเสียงประกาศหมดเวลาของสตาฟฟ์ที่ดังขึ้นเปลี่ยนให้นักอ่านคนต่อไปเข้ามาคุยกับฉันบ้าง คนแล้วคนเล่าจนถึงคนสุดท้าย ก่อนที่งานจับมือจะจบลง ฉันก็เตรียมจะกลับคอนโด้ แต่ก่อนที่ฉันจะได้เดินออกจากห้องอยู่ดีพี่ณรินทร์ก็ร้องเรียกฉันไว้ก่อน
“น้องอิงฟ้า รีบกลับหรือเปล่าค่ะ มีคนมาติดต่อขอซื้อนิยายของน้องอิงฟ้าไปทำซีรีส์ค่ะ”
“นิยายของฟ้าเหรอค่ะ”
สิ้นประโยคดังกล่าวของฉัน พี่ณรินทร์ พยักหน้ารับคำเล็กน้อยก่อนที่ พี่ณรินทร์ จะยิ้มรับให้กับฉันเล็กน้อย ก่อนที่ พี่ณรินทร์ จะเอ่ยปากบอกฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
“ใช้ค่ะ แต่ช่วงนี้พี่เห็นฟ้ายุ่งๆเลยยังไม่ได้บอกนะคะ”
“ทั้งเรื่องงานเขียนและงานซีรีส์ วันนี้พี่เห็นว่าฟ้าจะมางานหนังสือวันนี้พอดี เลยถือโอกาสนัดคุณปีเตอร์มาคุยเรื่อง นิยายของฟ้าที่เขาอย่างซื้อลิขสิทธิ์ไปทำซีรีส์”
สิ้นประโยคดังกล่าวของ พี่ณรินทร์ ฉันพยักหน้ารับคำให้กับพี่ณรินทร์เล็กน้อย ก่อนที่ฉันจะเอื้อมมือไปผลักประตูห้องรับรองที่คุณปีเตอร์อยู่ให้เปิดออก ก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากทักทายคนที่อยู่ในห้องขึ้นมาอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ คุณปีเตอร์ ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ”
สิ้นประโยคดังกล่าวของฉัน คนที่อยู่ในห้องหันมามองฉันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยิ้มให้ฉันบางเบาส่ายหัวตอบกลับฉันขึ้นมาเป็นเชิญบอกว่าไม่เป็นอะไร ก่อนที่คนที่อยู่ในห้องจะส่งมือหนามาให้ฉันจับ ฉันยิ้มรับบางเบาก่อนที่ฉันจะส่งมือของตัวเองไปจับกับมือหนาของคุณปีเตอร์
“เป็นเกียรติ ที่ได้พบกับคุณ”
“นิยายที่คุณเขียนดีมาก จะเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ถ้าผมขอซื้อนิยายของคุณไปทำซีรีส์”
สิ้นประโยคของคุณปีเตอร์ ฉันพยักหน้ารับคำเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากถามย้ำคำขอของคุณปีเตอร์
“เรื่องนั้น ฉันไม่มีปัญหาค่ะ”
“แต่คุณแน่ใจเหรอค่ะ ว่าจะเอานิยายฉันไปทำบทซีรีส์จริงๆ คนที่เขียนดีกว่าฉันก็มี”
“ถ้าผมไม่แน่ใจผมไม่ยืนอยู่ตรงนี้หลอกครับ”
“จนมั่นใจเถอะ ว่านิยายที่คุณเขียนนั้นดีจริงๆ”
“อนุญาตให้ผมเอาไปทำบทซีรีส์เถอะครับ”
สิ้นประโยคดังกล่าวของคุณปีเตอร์ ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจาก พี่ณรินทร์เล็กน้อย ก่อนที่พี่ณรินทร์ จะเดินมาจับที่ไหล่ของฉันพายักหน้าให้กับฉันเล็กน้อยเป็นการให้กำลังใจฉัน ฉันยิ้มรับให้กับพี่ณรินทร์ เล็กน้อยก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากอนุญาตให้คุณปีเตอร์เอานิยายของฉันไปแปลเป็นบทซีรีส์
“ถ้าคุณคิดว่ามันดีจริงๆ ฉันต้องขอบคุณมากๆ”
“เชิญคุณเอานิยายของฉันไปทำบทซีรีส์เถอะค่ะ”
สิ้นประโยคดังกล่าวของฉันคุณปีเตอร์ยิ้มขอบคุณให้ฉันเล็กน้อยก่อนที่ฉันกับคุณปีเตอร์จะทำสัญญาซื้อขายนิยายกันเพื่อเอาไปทำบทซีรีส์ทำตามความต้องการของคุณปีเตอร์ที่อย่างเอานิยายของฉันไปทำบทซีรีส์
หลังจากทำสัญญาซื้อขายกันเสร็จฉันกับคุณปีเตอร์ก็นัดกันทานข้าวอีกทีภายหลัง หลังจากนี้
หลายวันถัดมาหลังจากวันนั้น
ห้องเวิร์นช็อป
“พี่ฟ้า ยินดีด้วยนะคะ ได้ข่าวว่านิยายของได้ทำเป็นซีรีส์”
เสียงหวานของยัยเอมิเอ่ยปากถามฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม ฉันเงยหน้าขึ้นมองยัยเอมิเล็กน้อยก่อนเอ่ยถามยัยเอมิขึ้นมา
“ข่าวไว้ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ว่าแต่เธอรู้ได้ไง”
“เรื่องนี้ฉันยังไม่ได้บอกใครเลยนะ นอกจากพี่ณรินทร์ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้น”
“วงในค่ะ บังเอิญว่าฉันรู้จักคนวงในที่ทำงานที่สำนักพิมพ์พี่”
“วงในเหรอ”
“แล้วเธอได้บอกใครไปหรือยัง”
ฉันเอ่ยถามยัยเอมิขึ้นมาอย่างตั้งคำถามก่อนที่ยัยเอมิยิ้มรับยกมือขึ้นจุ๊ฟที่ปากของฉันเอ่ยปากตอบคำถามฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม อย่างมีลับลมคมใน
“วางใจเถอะค่ะ เรื่องนี้นอกจากฉันแล้วยังไม่ใครที่รู้ ท่านประธานเองก็ยังไม่รู้”
สิ้นประโยคดังกล่าวของฉัน ฉันถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างโล่งอก ก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากบอกกับยัยเอมิขึ้นมา
“แล้วไปอย่าเพิ่งหลุดปากบอกใครไปและกัน โดยเฉพาะกับท่านประธานของพวกเธอ โอเคไหม”
“ค่ะ แต่พี่จะเก็บไปอีกนานแค่ไหนค่ะ ฉันกลัวว่าท่านประธานจะเหนื่อยที่จะรอพี่เอานะคะ พี่อิงฟ้า”
ยัยเอมิเอ่ยปากเตือนฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มก่อนที่ยัยเอมิจะย่อตัวนั่งลงข้างๆฉันในห้องเวิร์นช็อป
“ก็รู้อยู่หลอก แต่ว่านะ…”
“ยังไงก็อยากจะมั่นใจให้มากกว่านี้ก่อน”
“เพื่อที่ฉันจะได้ก้าวเท้าไม่ยืนข้างๆพี่เจ้าขุนอย่างมั่นใจ”
“งั้นเหรอค่ะ”
“แต่ฉันดูแล้ว ท่านประธานเข้าคงไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหลอกมั้งค่ะ เพราะยังไงท่านประธานก็เลือกพี่ตั้งแต่แรกนี้น้า”
“พี่ข้ามขั้นมาไกลได้ขนาดนี้ พี่ควรมั่นใจในตัวเองได้แล้วนะคะ พี่อิงฟ้า อย่างปล่อยให้ท่านประธานรอนานไปกว่านี้เลยนะคะ”
เสียงหวานของยัยเอมิเอ่ยเตือนสติฉันขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะเอ็นหลังของเธอพิงกับกระจกห้องเวิร์นช็อป
ฉันถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากพูดขอบคุณยัยเอมิขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเอ็นหลังผิงกับกระจกห้องเวิร์นช็อปเช่นเดียวกับยัยเอมิ
“ขอบคุณ
เธอมากนะเอมิ ฉันเข้าใจแล้ว”
“แต่เธอไม่ต้องเป็นห่วงหลอกนะ”
“อีกแค่นิดเดียว”