ตลอดชีวิตของมาตามีแต่เรื่องผิดพลาดเหมือนเดินถนนผิดทางเมื่อได้ย้อนกลับมาใหม่เธอตั้งจิตว่าจะต้องไม่เดินทางเก่า
รัก,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ไทย,ครอบครัว,ย้อนเวลา,ย้อนเวลา #ยุค90,ย้อนกลับมา,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หลังจากที่ชลอให้ช่างมาติดหนวดกุ้งบนหลังคาบ้าน เด็กๆก็เห่อทีวีอยู่4วันแล้วทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติ
ส่วนมาตายิ่งไม่ต้องพูดถึงเธอมีมือถือในมิติที่สามารถดูหรือหาข้อมลูอะไรก็ได้ ไหนเลยจะมาสนใจทีวีที่วันหนึ่งเปิดได้ไม่กี่ช.มก็ปิดสถานี ส่วนยายดอกไม้ก็ดูแค่ช่วงข่าวพอจบข่าวก็ปิดเลิกสนใจรายการอื่น
วันนี้รดาไปสอบเข้าเรียนม.4โดยมีชลอเป็นคนพาบุตรสาวคนโตไป การสอบจะสอบรอบเช้าแล้วรู้ผลเลยและรอบบ่ายมีการจับฉลากเผื่อคนที่สอบไม่ได้
รดาสอบผ่านตั้งแต่รอบเช้าจึงทำเรื่องลงทะเบียนเรียนแล้วกลับบ้านเลยไม่ต้องลุ้นรอบบ่าย
พอใกล้ถึงวันเปิดเทอมชลอกับทิพย์ก็พาลูกมาซื้อชุดนักเรียนชลิตกับชีวินยังใส่ชุดเก่าได้ไม่ต้องซื้อส่วนรดากับมาตาได้ชุดนักเรียนกันไปคนละ2ชุด ได้ชุดนักเรียนกันแล้วรายการต่อไปคืออุปกรณ์การเรียนมาตามีแล้วไม่ต้องซื้อ ซื้อแต่หนังสือเรียน แต่เด็กน้อยก็ได้กระเป๋าลายการ์ตูนมา1ใบแถมร้านเขายังแถมกระติกใส่น้ำมาให้ด้วย ทิพย์ถามลูกๆว่าอยากซื้อกระเป๋านักเรียนใหม่มั้ยแต่ลูกๆก็ส่ายหน้าเพราะใบเดิมยังใช้ได้ดี
ในส่วนที่ทุกคนได้เหมือนกันคือรองเท้านักเรียนเพราะขนาดเท้าของเด็กวัยกำลังโต ทิพย์หมดเงินไปกับลูกๆไม่ใช่น้อย แต่คนเป็นแม่หาสนใจไม่ ทำงานหาเงินมาก็เพื่ออนาคตที่ดีของลูกและหลานสาว ตอนแรกทิพย์จะจ้างทางร้านปักชื่อแต่มาตาบอกไม่ต้องเดี๋ยวเธอปััักเองทิพย์ที่เคยเห็นฝีมือการปักผ้าของหลานเลยไม่คัดค้าน
รดากับมาตาจึงใช้เวลาว่างนั่งปักชื่อของตัวเอง
รดาเย็บกระเป๋าผ้าไว้ใส่ของไปเรียนแถมปักลายดอกไม้น่ารักมีชื่อตัวเองปักเป็นสัญลักษณ์
"น่ารักจังเลยลูก"ทิพย์พอเห็นก็เอ่ยชมลูกสาว
พอชาวบ้านรู้ว่ารดากับมาตาปักชื่อนักเรียนเป็นก็มาจ้างปักกันหลายจ้าว ร้านน้ำปั่นจึงเป็นหน้าที่ของ2หนุ่มไปแทน พอถึงเวลาเปิดเทอม4พี่น้องจึงมีเงินหยอดกระปุกจนเต็มทิพย์ต้องพาลูกๆไปเปิดบัญชีเงินฝากก่อนโรงเรียนเปิด มาตานั่งมองตัวเลขในบัญชีอย่างภูมิใจ
"เหม็นกลิ่นคนเห่อเงิน"ชีวินเห็นน้องสาวมองแต่ตัวเลขในสมุดก็อดแซวไม่ได้
"พี่วีน..นู่มีเงินตั้ง1,400แหน่เยอะมาก"เด็กหญิงพูดไปนิ้วน้อยๆก็จิ้มตัวเลขให้พี่ชายดูไป เงินนี้ร่วมเงินที่หาร4จากการขายน้ำปั่น2ปีขายชุดตอนงานวัดแล้วก็ค่าจ้างปักชื่อนักเรียนเธอหยอดกระปุกหมูอ้วนที่ชลอซื่อให้ตอนงานวัดแล้วหยอดใส่มาเลื่อยพอทุบกระปุกออกมาดูก็เห็นเหรียญเยอแยะพี่ๆทั้ง3ต้องช่วยน้องสาวนับพอรู้จำนวนเงินตัวเลขเจ้าคนน้องก็กรี้ดดีใจรั้นบ้านจนมาลาตกใจร้องออกมาเลยโดนคนเป็นยายดุไป1กรุบ
"รวยแบบนี้ก็เลี้ยงก๊วยเตี๋ยวพี่ได้นะสิ"พี่ชายคนที่สามยังคงแซวน้องสาวด้วยความหมั่นใส้
"พี่วินรวยกว่านู่ต้องเป็นคนเลี้ยงนู่สิ นู่เห็นนะพี่มีตั้งหลายพัน"กว่าเธอจะหาเงินมาถึง1,400ต้องใช้สมองน้อยๆคิดแล้วคิดอีกจะมาให้ควักออกเหรอไม่มีทางเด็กน้อยกอดสมุดธนาคารไว้แนบอก ผลสรุปค่าก๊วยเตี๋ยวที่2พี่น้องเถียงกันนายชลอต้องเป็นคนจ่ายตามระเบียบถึงยังไงเขาก็จะจ่ายอยู่แล้วเงินที่ลูกๆอุสาหามาได้ก็ให้เก็บไว้นั้นแหละ เขาทำใจที่ต้องเห็นลูกๆเสียเงินไม่ได้จริงๆ เย็นวันเดียวกันทิพย์ก็แวะร้านตัดผมเพราะต้องตัดผมทรงนักเรียนก่อนเปิดเทอม มาตาที่ตอนแรกดีใจเรื่องเงินก็ต้องมาร้องไห้เสียงดังรั้นร้านเพราะไม่ยอมตัดทรงบ๊อบสั้นเสมอติ่งหู เธออุสาภูมิในผมที่ยาวถึงหลังของตัวเอง(TДT)หัวจ๋าผมลาก่อน
เมื่อเปิดเรียนวันแรกทิพย์เป็นคนไปส่งมาตาเองมาตาเรียนโรงเรียนวัดในหมู่บ้านวันนี้วันแรกทิพย์ต้องเป็นคนพามาเพื่อส่งตัว เย็นนี่และวันต่อๆไปจะให้มาตานั่งซ้อนท้ายจักรยานมากับชีวินแทน
"พอมาตาไปโรงเรียนบ้านก็เหมือนเงียบลงไปเยอะนะ"เสียงยายดอกไม้พูดขึ้น
"ตอนอยู่บ้านก็อยากให้ไปโรงเรียนเร็วๆ แต่พอเจ้าตัวแสบไปเรียนจริงก็อดคิดถึงไม่ได้นะ"ทิพย์ที่ป้อนนมมาลาพูดไปก็ยิ้มไป ตอนเจ้าตัวอยู่พอเห็นเธอก็จะชอบมาออดอ้อนส่งเสียงจ้ะๆจ๋าๆตลอด
"ตอนนี้ก็มีเจ้ามาลามาแทนไงเดี๋ยวค่อยดูปีหน้าเหอะได้ปวดหัวกันทั้งบ้าน555"คนเป็นยายเอยแซวหลานสุดท้องด้วยความหมั่นเขี้ยว มาลาที่ไม่รู้ผู้เป็นยายพูดถึงตัวเองก็เอาแต่ดูดนมจนหมดขวด ทิพย์อยากป้อนกล้วยให้หลานสาวแต่เจ้าตัวแสบมาตากลับค้านหัวชนฝาบอกไม่ได้ ต้องให้น้องอายุ6เดือนก่อนถึงป้อนได้ เธอบอกเปิดอ่านเจอให้ในหนังสือพิมร้านยายจงตอนไปซื้อของกับชลอว่าการให้การป้อนอาหารเด็กอ่อนที่อายุยังไม่ถึง6เดือนอันตรายมาก
แม้ทิพย์จะสงสัยว่ามาตาอ่านหนังสือพิมออกได้ไงแต่ด้วยความรักหลานไม่อยากขัดใจจึงยังไม่ป้อนกล้วยให้มาลายังไงเจ้าตัวน้อยก็กินนมเก่งอยู่ดูสิตอนนี้ตัวกลมเป็นลูกหมูน้อยๆเชียว
ด้านมาตาที่ขนาดนี้กำลังเหมือนอยู่ในสนามรบเพราะเด็กที่ร้องไห้หาแม่บ้างหาย่าหายายบ้างจนมาตาหูอื้อไปหมด แต่จะให้หนีไปไหนก็ไม่ได้ต้องทนนั่งฟังจนหมดคาบเช้า จริงๆเด็กป.1ไม่ควรจะร้องแล้วมั้ยอ่ะเขามีแต่เด็กอนุบาลที่ร้องกัน อยากจิบ้า(T△T)
ขนาดที่มาตากำลังนั่งละบายสีตามที่ครูบอกก็มีเด็กน้อยมานั่งมองข้างๆ
"เธอชื่อไรอ่ะ..เราชื่อจ๋านะ"v(^o^)
"เราชื่อมาตา"พูดแล้วก็ก้มละบายสีต่อ
"เรานั่งด้วยได้มั้ย"f(^_^)
'เธอก็นั่งอยู่นี้ไงจะมาขอทำไม'มาตาได้แต่คิดแต่ก็พยักหน้าตอบไป บอกตามตรงเธอทำตัวไม่ถูกที่ต้องมาเล่นกับเด็กเล็กแถมสังคมในโรงเรียนเธอก็ไม่ได้มีความทรงจำที่ดี ถึงจะบอกกลับมาเริ่มต้นใหม่แต่มันก็แปลกๆไม่รู้ต้องเริ่มจากตรงไหน
"เราเคยเห็นเธอที่งานบ้านป้าบัวด้วยนะ"
มาตาฟังนิ่งๆแต่สักพักก็ตอบกลับไป
"เราไม่รู้จังใครในงานนะเลยนั่งอยู่กับแม่"
"ถึงว่า รู้งี่วันนั้นเราเดินไปหาก็ดี"พูดพร้อมพยักหน้าหงึดๆ
"ตอนเที่ยงเรากินข้าวด้วยกันมั้ย"จ๋าเอยชวนอีกฝ่ายคุย
"ได้"
พอรับปากไปเด็กหญิงจ๋าก็ยิ้มเต็มใบหน้าโชว์ฟันหลอ2ซีกบนอย่างไม่อาย
มาตาถึงนึกมาได้
'ฟันน้ำนมเธอก็ยังไม่หลุดนี้หน่า งั้นต่อไปเธอก็ต้องฟันหลอแบบยายเด็กจ๋านี้สิ'ไม่นะ!Σ( ̄□ ̄;)
และตลอดเช้าเด็กจ๋าก็เกาะมาตาไม่ยอมห่างไปไหน
ถึงเวลาพักเที่ยงชีวินก็เดินมาหาผู้เป็นน้องเพื่อพาไปกินข้าวด้วย
"นู่มีเพื่อนกินข้าวแล้วละพี่วิน..พี่ไปกินกับเพื่อนเหอะนะ"เด็กน้อยพูดให้พี่ชายสบายใจ
"อยู่ได้แนนะ"ปากเอยถามน้องสาวด้วยกลัวน้องจะแปลกที่ เช้านี้เขาเรียนไปก็ห่วงน้องไปกลัวน้องจะคิดถึงบ้านเพราะมาตาไม่เคยห่างแม่กับยายเลย เปิดเทอมวันแรกจะปรับตัวได้มั้ย แต่เห็นน้องสาวมีเพื่อนยื่นอยู่ข้างก็สบายใจหน่อยอย่างน้อยน้องสาวเขาก็มีเพื่อนแล้ว
"งั้นเดี๋ยวพี่ซื้อโค๊กเลี้ยงนะ ฉลองที่มาตาเรียนวันแรก"
"ขอบคุณค่ะ พี่วินใจดีที่สุด"คนเป็นน้องยกมือไหว้ขอบคุณแถมไม่ลืมประจบพี่ชายทิ้งท้าย แต่เด็กน้อยนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากพูดกับพี่ชาย
"พี่วินเลี้ยงจ๋าด้วยสิ จ๋าเป็นเพื่อนใหม่นู่"จะให้เธอคนเดียวกันก็แปลกเธอไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงกับการมีเพื่อนในวัยเรียน
"ได้ งั้นไปโรงอาหารกัน"ชีวินเต็มใจอยู่แล้วน้องสาวเขามีเพื่อนวัยเดียวกันเชียวนะ ปกติมาตาก็อยู่แต่กับคนโตตอนไปช่วยงานบุญต่างๆก็เลือกที่จะเกาะติดกับแม่เขาไม่ไปวิ่งเล่นกับเด็กวัยเดียวกันครั้งพอเห็นน้องสาวมีเพื่อนวัยเดียวกันชีวินจึงดีใจที่น้องก็ยอมมีเพื่อน