ตลอดชีวิตของมาตามีแต่เรื่องผิดพลาดเหมือนเดินถนนผิดทางเมื่อได้ย้อนกลับมาใหม่เธอตั้งจิตว่าจะต้องไม่เดินทางเก่า
รัก,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ไทย,ครอบครัว,ย้อนเวลา,ย้อนเวลา #ยุค90,ย้อนกลับมา,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
วันแต่งทิพย์ก็เลี้ยงมาลาอยู่บ้านให้สมาชิกไปกินเลี้ยงส่วนยายดอกไม้ก็มาผูดแขนเจ้าบ่าวเจ้าสาว
วันนี้อำนวยก็มางานด้วยแต่เขานั่งอยู่อีกฝั่งของงานเขาเห็นบุตรสาวแต่ก็ไม่ได้คิดเข้าไปหาเพราะคิดว่าคนเป็นลูกต้องมาหาเขาถึงจะถูก
ส่วนมาตากับยายนั่งล้อมวงกินข้าวอยู่บนบ้านที่เจ้าภาพจัดไว้ให้
"ฉันเห็นอำนวยด้วยนะนั่งที่โต๊ะปู่สุขนะพี่ดอกไม้ไม่ให้มาตามันไปไหว้พ่อเหรอจะเข้าป.1แล้วเผื่อเขาจะให้เงินให้ทองลูกบ้าง"
"อยากไปหาพ่อเขามั้ยละ"ยายเอ่ยถามหลานสาว เด็กน้อยสายหัวดุ๊กดิ๊กแล้วบอก"ไม่ไปจ้ะไปหาทำไม นู่อยากได้อะไรขอพ่อลอก็ได้ นี้พ่อบอกจะซื้อกระเป๋าลายการ์ตูนให้ด้วย"
"ชลอนี้ก็แปลกนะเลี้ยงเจ้ามาตายังกะลูกในใส้เป็นคนอื่นเหรอ เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเอามาอมชัดๆ"
หลังเสร็จงานเจ้าภาพตักกับข้าวพร้อมขนมขันหมากแจ้งแขกและคนที่มาช่วยงาน
"แม่จ้านู่กลับมาแล้ว ป้าบัวให้ของกินมาเยอะเลยจ้ะ แกบอกแทนคำขอบคุณที่บ้านเราไปช่วยงาน"เสียงมาตาเจื้อยแจ้วตั้งแต่ลงจากรถ
ทิพย์ยิ้มแล้วรับของกินที่ชลอเอาลงจากรถ
"น้องหลับเหรอ หว่า..อุสาจะกลับมาเล่นด้วยหลับสะได้"มาตาพูดแล้วมองน้องสาวที่หลับในเปล
"อย่าเสียงดังลูก น้องเพิ่งหลับมาช่วยแม่แกว่งเปลน้องดีกว่า"เอ่ยบอกหลานแล้วก็หยิบกับข้าวไปไว้ในครัวเตรียมอุ่น อากาศร้อนถ้าทิ้งไว้กับข้าวอาจบูดได้
มาตาเคยบอกให้ป้าของเธอใส่แพมเพิสให้น้อง มาลาจะได้นอนนานขึ้นไม่ตื่นปล่อยแต่ทิพย์ก็เสียดายเอาไว้ให้ใส่ตอนออกนอกบ้านพออยู่ในบ้านก็ห่อผ้าอ้อมนี้แหละพอเปื้อนก็แค่เอาไปซักตากแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ประหยัดดีด้วย
ส่วนเด็กโตปิดเทอมแล้วก็เข้าไปช่วยงานในไร่ช่วยแบ่งเบาภาระให้ครอบครัว
มาตาที่เห็นว่าปิดเทอมแล้วได้เวลาหาเงินหยอดกระปุกออมสินเลยปรึกษากัับพี่ๆชวนกันขายน้ำปั่นเหมือนปีที่แล้ว พี่ๆก็เห็นชอบเลยชวนกันไปรื่อข้าวของที่ล้างเก็บไว้ในห้องเก็บของ
ทิพย์กับชลอก็พาลูกๆไปเดินซื้อวัตถุดิบมาเตรียมขาย ครั้งนี้ทิพย์ปล่อยให้ลูกๆปรึกษาก้นเองว่าจะใช้อะไรบ้างและคำนวณต้นทุนมีคอยแนะนำบ้างเมื่อลูกถาม พอซื้อของครบแล้วก็ขึ้นรถกลับบ้านก้นแต่ก็ไม่ลืมว่าต้องซื้อขนมเอาไปฝากมาตาเป็นค่าจ้างอยู่บ้าน
ชลอปรับปรุงศาลาหน้าถนนทางเข้าบ้านให้กว้างขวางแถมแข็งแรงขึ้นด้วยปีที่แล้วนอกจากเด็กๆยังมีเพื่อนบ้านค่อยแวะเวียนมาอุดหนุนแล้วนั่งคุยสัพเพเหระปีนี้เลยทำสถานที่ให้กว้างขึ้นจะได้นั่งสบายแถมนางดอกไม้้ยังเอามะม่วงแผ่นมาวางไว้ค่อยรับแขกส่วนตัวนางก็พามาลาออกมานั่งดูโน้นดูนี้ให้เด็กน้อยได้ตื่นตาตื่นใจ แต่ก็ไม่ได้นั่งนาน ด้วยอากาศที่ร้อนมีไอแดดสะท้อนนางกลัวหลานจะโดนไอแดดจนเป็นไข้แดด
เด็กๆนอกจากจะขายน้ำปั่นแล้วยังเอาผลงานที่ตัวเองทำมาวางขายด้วยชีวิินขายพัดไปได้หลายอันเชียวแหละส่วนรดาก็เอาพวกกระเป๋าผ้าแล้วเสื้อผ้าที่ตัวเองตัดมาแขวนขาย รดาเรียนจากหนังสือที่มาตาเอาออกมาให้เด็กสาวค่อยๆศึกษาแล้วหัดทำตามที่หนังสืออธิบายบวกกับได้รับคำแนะนำจากผู้เป็นยายที่เป็นช่างตัดเสื้อเก่าทำให้ฝีมือรดาตัดเย็บออกมาดูดีจนใครเห็นก็ชมถึงกับบอกให้รดารับตัดเสื้อช่วงวันหยุดได้มีรายได้เพิ่ม รดาถึงมีงานเสริมขึ้นมากหนึ่ง
ส่วนร้านน้ำปั่นก็ให้ชลิตกับชีวินสลับกันมาอยู่เป็นเพื่อนน้องเพราะต้องคอยไปช่วยงานพ่อกับแม่ในไร่
แม่ค้ามือทองอย่างมาตาก็ได้รังสรรค์เมนูใหม่ขึ้นมานั้นก็คือเมนูกระทิงแดงปั่น อากาศร้อนๆเมื่อเจอกระทิงแดงปั่นเย็นๆมันชื่นใจนักแหล เมนูนี้จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีวันๆหนึ่งขายได้หลายแก้วเชียวแหละ
"มาตามันเก่งนะตัวแค่นี้ขายของแทนรดาเป็นแล้ว..ไอ้เตยหลานสาวฉันสะอีกทำอะไรไม่เป็นเลยวันๆวิ่งไปวิ่งมา"เสียงยายนิดเอยถึงมาตานางนั่งดูมาพักใหญ่แล้วเด็กน้อยทำโน้นทำนี้ไม่ได้หยุดเวลาขายของก็คุยยิ้มแย้มแถมยังปั่นน้ำมะลิเนื้อเนียนให้พวกแก่ๆอย่างพวกนางดื่มแก้ร้อน
"ไอ้เตยมันเพิ่งจะยังไม่5ขวบเต็มเลยจะไปเอาอะไรกะหลานหะยายนิด ฉันก็เห็นมันว่านอนสอนง่ายอยู่นะพูดจาเรียบร้อยด้วย"
ยายนวลที่นั่งข้างๆช่วยแก้ต่างให้
"มาตามัน7ขวบแล้วย่อมรู้ภาษากว่าอยู่แล้ว อย่าไปพูดให้หลานมันได้ยินละเด็กมันจะเสียใจ"ยายบัวเอยเตือนไปอีกคำยาว
"แต่จะว่าไปมาตาสงสัยมันจะเกิดผิดท้องดูนิสัยสิไม่ได้แม่เลยนังจิตมันทำอะไรเป็นบ้างสมัยสาวๆก็แต่งตัวสวยลอยไปลอยมาจนแต่งงานออกไปกะพ่ออำนวย" ยายนิดเอยวิจารณ์
"นั้นสิพอมีลูกก็ไม่เลี้ยงส่งมาให้นังทิพย์เลี้ยงส่วนตัวก็ไปใช้ชีวิตสุขสบายที่กรุงเทพ"
"นี้คนที่2ก็เอามาทิ้งไว้อีกแล้วเวรกรรมอะไรของพี่ดอกไม้ แก่แล้วยังต้องคอยเลี้ยงหลานไม่ได้พัก"
"แต่ฉันว่าพี่ดอกไม้แกก็มีความสุขนะ ตอนที่อุ้มไอ้ตัวเล็กออกมานั่งเล่นกับหลานจนพ่อลอกางร่มออกมารับหลานถึงเข้าบ้านไปนะ"ยายนิดเอยขัด
แล้วสมาคมข่าวสารประจำหมู่บ้านก็ได้เสนอไปอีกหลายข่าวหลายบ้าน มาตาที่แอบฟังอยู่เงียบๆก็ไม่ได้สนใจอะไร
สายๆของวันพุธจิตดีกับโสภณมาหามาลา โสภณที่ตอนแรกไม่ได้รู้สึกสนิทใจกับครอบครัวภรรยาก็ยกมือไหว้ตอนแรกชายหนุ่มไม่คิดว่าครอบครัวภรรยาที่บ้านนอกจะเลี้ยงบุตรสาวของตัวเองได้อยากดีแต่ผ่านไป3เดือนลูกสาวเขาก็อ้วนท่วนสมบูรณ์เนื้อตัวสะอาดปะแป้งตัวหอมตลอดแล้วมาลายังใส่ชุดน่ารักไม่มีซ้ำอีกด้วย
"สวัสดีครับแม่"
"จ้ะ..ไหว้พระเถอะพ่อคุณ มาลาตื่นพอดีเลยอุ้มลูกมั้ยละ"แม่ยายรับไหว้แล้วถามลูกเขย นางเพิ่งจะจับหลานสาวอาบน้ำแต่งตัวด้วยเจ้าตัวน้อยอึใส่ผ้าอ้อมที่พันตัว
โสภณรับบุตรสาวมาไว้ในอ้อมอกแล้วหอมแก้มซายขวาด้วยความคิดถึง
"มาลาคิดถึงพ่อมั้ยลูก"เอ่ยชวนลูกสาวคุยเด็กน้อยไม่คุ้นมือก็ได้แต่นอนมองตาปริบๆ
"มาลางอแงมั้ยครับ"
"ไม่เลย..เลี้ยงง่ายมาก เจ้ามาตาตอนเล็กๆก็เลี้ยงง่าย"
ชายหนุ่มฟังแล้วยิ้มน้อยๆแล้วคิดในใจ'ขอให้นิสัยว่านอนสอนง่านแบบผู้เป็นพี่อย่าติดนิสัยคนเป็นแม่มาเลยนะลูก'
พอเล่นกับลูกจนพอใจก็ลูกคืนให้ผู้เป็นยายแล้วหยิบเงินยื่นให้แม่ยาย
"ตอนผมขับรถเข้ามาเห็นข้างบ้านเปิดร้านขายของ ใครมาขายอะไรเหรอครับ"โสภณเอยถามด้วยตอนขับรถจะเข้ามาในบ้านสวนเห็นมีร้านค้าเขาเห็นลูกเลี้ยงยื่นด้วย
"ปิดเทอม พวกเด็กๆเลยชวนกันขายน้ำปั่นหาเงินไปโรงเรียนนะ"ชายหนุ่มฟังแล้วก็ให้อึ้งกับคำตอบของแม่ยายเพราะถ้าเป็นเด็กๆในเมืองหลวงปิดเทอมถ้าไม่หาที่เรียนพิเศษก็นัดแนะกับเพื่อนๆวัยเดียวกันไปเดินเที่ยวในห้างไหนเลยจะมานั่งคิดหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวบ้านนี้เลี้ยงลูกได้ดีจริงๆ
โสภณ"นี้ครับค่าเลี้ยงดูมาตากับมาลา พอไม่พอไงบอกผมได้นะครับ"
นางดอกไม้รับเงินมาก็เก็บใส่ในกระเป๋าเสื้อแบบไม่คิดอะไรมาก
'ให้เท่าไรก็เท่านั้น'กะว่าเดี๋ยวให้ลูกสาวคนโตได้เอาไว้ซื้อของให้มาลา ทิพย์ถึงจะเป็นคนประหยัดแต่กับลูกกับหลานถ้ามีกำลังนางก็จะหาซื้อของดีๆมีประโยชน์ไว้ให้เด็กๆได้บำรุง พอรับมาลามาเลี้ยงด้วยสงสารว่าหลานสาวไม่ได้ดื่มนมแม่เลยหาซื่อนมยี่ห้อดีๆด้วยกลัวหลานสาวจะขาดสารอาหารเธอยังฝังใจเรื่องที่ให้มาตาดื่มนมข้นละลายน้ำ
โสภณเดินไปเอาของลงจากรถส่วนคนเป็นแม่ก็หันไปมองลูกสาวแล้วเอยถามนิ่งๆ
"ไม่คิดจะอุ้มลูกหน่อยเหรอแก"
"ไม่ละแม่เดี๋ยวลูกร้อง"ปากก็ตอบแม่แต่สายตากลับมองรอบๆบ้าน
"พี่ทิพย์ขายมะม่วงได้ราคาดีเหรอแม่"
"ก็พอได้บ้างแต่ไม่ถึงกลับร่ำรวยอะไรแถมลูกก็ยังอยู่ในวัยใช้เงินอีก"
โสภณถือของเต็มไม้เต็มมือลงจากรถแล้วเอามาวางบนเตียงหน้าบ้าน
"เห็นว่ามาตาจะเข้าป.1ผมเลยซื่ออุปกรณ์การเรียนมาให้ แล้วผมเห็นที่บ้านไม่มีทีวีเลยเอามาที่บ้านไว้ดูครับ"เขาวางทีวีสีขนาด14นิ้วลง
"สิ้นเปลืองทำไมกันไม่มีก็แค่ไม่ดู"ปากพูดส่วนมือก็ค่อยเล่นกับหลาน โสภณมองลูกไปคิดไป
ตอนแรกเขาไม่เชื่อใจเลยว่าที่บ้านของภรรยาจะสามารถเลี้ยงบุตรสาวเขาได้เพราะจิตดีทำอะไรไม่เป็นเลยครอบครัวที่บ้านนอกก็คงไม่ต่างกัน ตอนแรกที่จิตดีตั้งครรภ์เขาคิดว่าจิตดีจะเลี้ยงลูกอยู่บ้านแต่ป่าวเลยพอคลอดหญิงสาวก็ยืนยันจะกลับไปทำงานเรื่องนี้ทำให้ทั้ง2ทะเลาะกันใหญ่โต เมื่อโสภณก็ไม่ยอมจ้างคนเลี้ยงด้วยฟังข่าวในวิทยุว่าพวกคนรับเลี้ยงเด็กจะชอบใส่ยานอนหลับให้เด็กกินเด็กจะได้ไม่งอแงเขายิ่งกลัวมันจะเกิดกับลูกสาวตัวเอง จิตดีเลยบอกจะเอาลูกมาฝากให้พี่สาวเลี้ยงแบบไม่มีความลังเลเลย
"เดี๋ยวชั้นเอามาลาไปฝากพี่สาวที่บ้านนอกเลี้ยงก็ได้"
"เขาจะยอมเลี้ยงให้เหรอไม่ใช้ลูกเขานะ"โสภณกังวลเอาลูกเขาไม่เลี้ยงที่บ้านนอกเนียะนะคิดได้ไง
"พี่ทิพย์เขาเลี้ยงอยู่แล้วตอนมาตาชั้นก็เอาไปฝากเลี้ยงอายุก็แดงๆแบบนี้แหละ"จิตดีรีบตอบอย่างไม่สนใจว่าทางพี่สาวจะยินดีมั้ยเธอจะเอาไปฝากสะอย่่่าง
โสภณคิดหนักแต่จะให้เอาไว้ที่กรุงเทพก็ไม่มีใครเลี้ยงอีกเขาเป็นเด็กวัดเก่ากำพร้าพ่อแม่ชีวิตต้องดิ้นรนมาตลอดกว่าจะมีวันนี้
สุดท้ายเขาก็ต้องยอมทำตามที่จิตดีบอกเพราะทนที่เธองอนไม่ยอมพูดด้วยแถมยังไม่เลี้ยงลูกอีก ตอนเอามาชายหนุ่มกลัวครอบครัวพี่เมียจะไม่ตกลงถึงขนาดยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูของมาตาเพิ่ม แต่พอได้ทำความรู้จักกันเขากลับรู้สึกชื่นชมครอบครัวนี้ พ่อแม่เลี้ยงลูกได้ดีแถมเรียนเก่งกันทุกคนส่วนมาตาลูกเลี้ยงเขานิสัยก็ได้ทางป้ามาเต็มๆไม่มีติดทางแม่เลย เขาหวังว่ามาลาบุตรสาวเขาจะได้นิสัยผู้เป็นป้ามาไม่เอานิสัยแม่ เขาบอกตามตรงว่าปวดหัวมาก แต่ด้วยมีลูกด้วยกันแล้วจะทำอะไรเขาก็ต้องนึกถึงลูกก่อนอันด้บแรก
พอจิตดีกับโสภณลากลับไปตกเย็นเด็กๆก็มานั่งล้อมวงดูเจ้าเครื่องทีวีสีี14นิ้ว
"วันนี้ยังดูไม่ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจ้างช่างมาติดหนวดกุ้งบนหลังคาบ้านก่อน"
สมาชิกตื่นเต้นกันใหญ่ที่จะได้มีทีวีดู
นายชลออ่อนใจกับเจ้าพวกนี้ตอนนั้นถามว่าอยากได้มั้ยก็ตอบไม่เอาไม่อยากได้ แล้วดูตอนนี้สิ นั่งเฝ่ากันหน้าสลอน
มาลาที่พอได้ยินเสียงผู้เป็นลุงก็ดีดตัวร้องอ้อนให้อุ้ม ผู้เป็นลุงก็เดินไปอุ้มหลานสาวสุดท้องอย่างเอ็ดดู
(^3^)/