เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล - ตอนที่ 3.0 ภายใต้การเฝ้ามอง โดย นักเขียนปวดหัว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า

รายละเอียด

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล โดย นักเขียนปวดหัว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล

ผู้แต่ง

นักเขียนปวดหัว

เรื่องย่อ

สารบัญ

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 0 บทนำ,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 1.1 เคน,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.0 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.1 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.2 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.3 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 3.0 ภายใต้การเฝ้ามอง,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 3.1 คนแปลกหน้าในเสื้อโค้ตเก่า,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 3.2 เปิดโลก,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 4 กระแสธารเวทมนตร์ยามเย็น,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 5 ผู้พิทักษ์ขนฟูแห่งป่าหิมพานต์

เนื้อหา

ตอนที่ 3.0 ภายใต้การเฝ้ามอง

บรรยากาศในห้องสมุดยามสายเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่เงียบเชียบ หลังจากที่คุณครูสั่งงานเสร็จ เพื่อนๆ เกือบทั้งห้องก็ต่างพากันแห่มาที่นี่จนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจับจองจนเต็ม พื้นที่ที่เคยสงบเงียบกลับคึกคักไปด้วยเสียงเปิดหน้ากระดาษและเสียงกระซิบกระซาบปรึกษางาน

ผมกับ ตั้ม ช่วยกันขนกองหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนามาวางจองพื้นที่บนโต๊ะมุมหนึ่ง ในขณะที่ เอม กับคู่ของเขาก็นั่งถัดไปไม่ไกลนัก เพื่อนบางกลุ่มที่หาหนังสือไม่ทันหรือไม่อยากเปิดตำราเล่มหนา ต่างก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดนิ้วลงบนหน้าจออย่างรวดเร็วเพื่อเสิร์ชหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต แสงสว่างจากหน้าจอมือถือวูบวาบอยู่ตามมุมโต๊ะควบคู่ไปกับความเงียบของห้องสมุด

ความเย็นของแอร์ในห้องสมุด ยิ่งทำให้บรรยากาศการทำรายงานดูขรึมขลังขึ้น พวกเราแต่ละคู่ต่างเร่งมือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าและความเชื่อในอดีตอย่างขะมักเขม้น เพื่อหวังจะได้หัวข้อที่น่าสนใจที่สุดมาทำรายงานส่งในคาบนี้

“แล้วเราจะทำเรื่องไหนดีวะ?” 

ผมถามตั้มในขณะเปิดหนังสือไปด้วย

“ไม่รู้วะจะเอาเรื่องอันไหนก่อนดี”

ตั้มหยิบจับหนังสือเล่มโหน่เล่มนี้เลืิอกไม่ถูกว่าจะเลือกเรื่องไหนไปเป็นหัวข้อ

ท่ามกลางแสงไฟที่สว่างไปทั่วห้องสมุด ผมที่กำลังพลิกหน้ากระดาษอยู่จู่ๆ ก็ชะงักไป แววตาของผมเริ่มเลื่อนลอย ความวุ่นวายรอบข้างค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยภาพความทรงจำของเมื่อคืนที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว

คืนที่ด็อกเตอร์บอกให้ผมนั้น 'เลิก—ไป—โรงเรียน'

เอ๋?…

ผมสตั้นอยู่พักใหญ่ มือทั้งสองข้างกำแฮนด์จักรยานไว้แน่นจนสั่น แสงไฟจากโคมไฟถนนสาดกระทบใบหน้าด็อกเตอร์ที่ดูจริงจังผิดปกติ

“ไม่เอาครับ” ผมปฏิเสธออกไปตรงๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ห๊ะะะ!!!”

ด็อกเตอร์ร้องลั่นพลางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างเหมือนเพิ่งโดนฟ้าผ่าใส่ตรงหน้า ท่าทางของเขาดูลนลานทำอะไรไม่ถูก เหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ เพียงเพราะคำปฏิเสธนิ่งๆ ของผม

”นี่นายว่าไงนะ!!“

”ไม่เอาไงครับ“

“ทำไมล่ะ!”!

“ถ้าผมไม่ไปโรงเรียน ผมจะตามเพื่อนไม่ทัน”

ผมปรับสีหน้าตึงเครียด หรี่ตาเล็กลงจ้องมองหน้าด็อกเตอร์ด้วยสายตาเหยียดหยาม

“และอีกอย่างนะด็อกเตอร์... แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าโน่นค่านี่ล่ะ”
 

ฮึ้ย!!

“เป็นเด็กเป็นเล็กต้องหัดฟังผู้ใหญ่สิฟะ!!”

“ถึงคุณพูดอย่างไงผมก็ไม่เอาอยู่ดี”

“ถ้าอย่างไงก็มีวิธีเดียว”ด็อกเตอร์ชี้นิ้วมาทางผม"เคนเธอน่ะคือพ่อมด"

“ห๊า!!”

ผมยืนงงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาว “เลิกเหอะด็อกเตอร์ อายุก็ปานนี้แล้ว”

พูดจบผมก็จูงจักรยานเดินต่อ ทิ้งเขาให้ยืนเอ๋ออยู่ตรงนั้น

“เดี๋ยวสิเฮ้ย!!” ด็อกเตอร์ตะโกนลั่น วิ่งสับเท้าตามไล่หลังมาดักข้างหน้า “ก็ได้! ฉันจะโชว์ให้เธอเห็นกับตาเอง!”

ด็อกเตอร์ย่อเข่า กางแขนออกสองข้าง ท่าทางถอดแบบมาจากซูเปอร์ไซย่าในดราก้อนบอลไม่มีผิด

“ย๊ายยย!!!”

เสียงร้องตะโกนแหกปากดังลั่น รอบตัวด็อกเตอร์เกิดกระแสลมพัดม้วนเป็นวงกลมขนาดหย่อม หมุนวนหอบเอาเศษใบไม้ปลิวว่อน

กร๊อบ!!

“โอ๊ย!! หลังฉัน... หลังฉัน!”

ด็อกเตอร์หน้าเขียว รีบพายหลังกุมเอวตัวเองไว้แน่น ท่าทางบิดเบี้ยวแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเจ็บจริงไม่ได้แสดง

ไปดีกว่า... ขืนอยู่ต่อมีคนมาเห็นเข้าแน่

“เอาเรื่องนี้ปะเคน”

ผมก้มมองหนังสือในมือตั้ม

“เพอร์ซีอุสเหรอ?” ผมเลิกคิ้ว “ก็ได้นะ นายสนใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“แหม... เคน เด็กผู้ชายมันก็ต้องชอบวีรบุรุษในตำนานอยู่แล้วปะ”

“อ่า... แล้วสรุปต้องเขียนเกี่ยวกับอะไรล่ะ”

“ครูบอกว่าให้เราทำความเข้าใจกับตำนานน่ะ”

“ประมาณว่า... ทำไมเพอร์ซีอุสถึงเป็นวีรบุรุษเหรอ?”

“ใช่ ๆ ประมาณนั้นแหละ”

“โอเค งั้นเขียนเรื่องนี้ก็ได้”

ผมมองรูปเพอร์ซีอุสชูหัวเมดูซ่าเงียบ ๆ ภาพบนหน้ากระดาษทำให้ในอกรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก

“ทำไมการฆ่าปีศาจพวกนี้ ถึงกลายเป็นวีรบุรุษกันนะ” ผมพึมพำ สายตายังคงจับจ้องรูปภาพไม่ละไปไหน

“เพราะเพอร์ซีอุสทำไปเพื่อปกป้องมั้ง” ตั้มพูดแทรกขึ้นมา

“ปกป้องเหรอ?”

“ก็ตำนานบอกว่า เพอร์ซีอุสต้องทำภารกิจพวกนี้เพื่อช่วยแม่ตัวเองไง”

“ช่วยแม่… งั้นเหรอ”

ผมทวนคำเบา ๆ สบตากับภาพในหนังสืออีกครั้ง

ตึกตัก!

จู่ ๆ หน้าอกก็เจ็บหน่วงขึ้นมาอย่างประหลาด เปลวไฟสีแดงส้มระเบิดพรึบขึ้นในหัว กลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ลอย เสียงคานบ้านพังถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา…

ท่ามกลางกองเพลิงลุกโชนนั้น มีภาพลาง ๆ ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย

ผมเบิกตากว้าง หายใจติดขัด ก่อนภาพหลอนทั้งหมดจะหายวับไปในพริบตา

…เมื่อกี้มัน… อะไรกัน…

“เคน… เคน!!” ตั้มตะคอกใส่พร้อมเขย่าตัวผมแรง ๆ “เป็นไรเปล่าวะ?”

“เปล่า... ไม่มีอะไร”

“ช่วงนี้เหม่อบ่อยนะ ทำงานหนักไปปะเนี่ย”

“คงงั้นมั้ง” ผมหัวเราะแห้งกลบเกลื่อน “แต่ช่างมันเถอะ มาเขียนต่อกันดีกว่า”

เรื่องภาพประหลาดในหัวเมื่อกี้… เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ต้องกลับมาโฟกัสกับสิ่งตรงหน้า

ผมกับตั้มลงมือเขียนเรื่องราวของเพอร์ซีอุสจนเสร็จ ก่อนจะรีบหอบรายงานไปส่งท้ายคาบทันที

_________________________________________________________________________________

เสียงออดเลิกเรียนดังปุ๊บ เด็กนักเรียนก็พากันแห่ทะลักออกจากตึกจนทางเดินเบียดเสียดไปหมด บริเวณหน้าประตูโรงเรียนเต็มไปด้วยเสียงตะโกนคุยแข่งกับเสียงท่อรถมอเตอร์ไซค์ และพวกรถสองแถวที่จอดติดกันเป็นแพส่งเสียงหนวกหู

“วันนี้ไม่กลับด้วยกันหรอ” ผมตะโกนถามฝ่าเสียงจอแจในขณะที่กำลังจูงจักรยานอยู่

“อืม วันนี้มีธุระไปหาหมอฟันนะ” เอมตอบพลางเอามือลูบแก้มตัวเองทำหน้าเหยเกเหมือนเริ่มเสียวฟันขึ้นมาดื้อๆ “เนี่ย หมอนัดขูดหินปูนกับอุดเพิ่มอีกสองซี่ แค่คิดก็เสียวรากฟันละ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“อืม”

ผมเข็นจักรยานออกจากหน้าโรงเรียน พลางหยิบหูฟังขึ้นมาใส่

แต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดเพลง—

จู่ๆ ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบก็แล่นผ่านเข้ามาอย่างประหลาด มันเหมือนมีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องมองผมมาจากมุมมืด

ผมรีบหันขวับกลับไปมองรอบๆ ถนนหน้าโรงเรียนทันที ท่ามกลางฝูงชนและรถราที่วิ่งพลุกพล่าน... กลับไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ

...คงคิดมากไปเองมั้ง