เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล
แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาลเคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล
บรรยากาศในห้องสมุดยามสายเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่เงียบเชียบ หลังจากที่คุณครูสั่งงานเสร็จ เพื่อนๆ เกือบทั้งห้องก็ต่างพากันแห่มาที่นี่จนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจับจองจนเต็ม พื้นที่ที่เคยสงบเงียบกลับคึกคักไปด้วยเสียงเปิดหน้ากระดาษและเสียงกระซิบกระซาบปรึกษางาน
ผมกับ ตั้ม ช่วยกันขนกองหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนามาวางจองพื้นที่บนโต๊ะมุมหนึ่ง ในขณะที่ เอม กับคู่ของเขาก็นั่งถัดไปไม่ไกลนัก เพื่อนบางกลุ่มที่หาหนังสือไม่ทันหรือไม่อยากเปิดตำราเล่มหนา ต่างก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดนิ้วลงบนหน้าจออย่างรวดเร็วเพื่อเสิร์ชหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต แสงสว่างจากหน้าจอมือถือวูบวาบอยู่ตามมุมโต๊ะควบคู่ไปกับความเงียบของห้องสมุด
ความเย็นของแอร์ในห้องสมุด ยิ่งทำให้บรรยากาศการทำรายงานดูขรึมขลังขึ้น พวกเราแต่ละคู่ต่างเร่งมือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าและความเชื่อในอดีตอย่างขะมักเขม้น เพื่อหวังจะได้หัวข้อที่น่าสนใจที่สุดมาทำรายงานส่งในคาบนี้
“แล้วเราจะทำเรื่องไหนดีวะ?”
ผมถามตั้มในขณะเปิดหนังสือไปด้วย
“ไม่รู้วะจะเอาเรื่องอันไหนก่อนดี”
ตั้มหยิบจับหนังสือเล่มโหน่เล่มนี้เลืิอกไม่ถูกว่าจะเลือกเรื่องไหนไปเป็นหัวข้อ
ท่ามกลางแสงไฟที่สว่างไปทั่วห้องสมุด ผมที่กำลังพลิกหน้ากระดาษอยู่จู่ๆ ก็ชะงักไป แววตาของผมเริ่มเลื่อนลอย ความวุ่นวายรอบข้างค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยภาพความทรงจำของเมื่อคืนที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว
คืนที่ด็อกเตอร์บอกให้ผมนั้น 'เลิก—ไป—โรงเรียน'
เอ๋?…
ผมสตั้นอยู่พักใหญ่ มือทั้งสองข้างกำแฮนด์จักรยานไว้แน่นจนสั่น แสงไฟจากโคมไฟถนนสาดกระทบใบหน้าด็อกเตอร์ที่ดูจริงจังผิดปกติ
“ไม่เอาครับ” ผมปฏิเสธออกไปตรงๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ห๊ะะะ!!!”
ด็อกเตอร์ร้องลั่นพลางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างเหมือนเพิ่งโดนฟ้าผ่าใส่ตรงหน้า ท่าทางของเขาดูลนลานทำอะไรไม่ถูก เหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ เพียงเพราะคำปฏิเสธนิ่งๆ ของผม
”นี่นายว่าไงนะ!!“
”ไม่เอาไงครับ“
“ทำไมล่ะ!”!
“ถ้าผมไม่ไปโรงเรียน ผมจะตามเพื่อนไม่ทัน”
ผมปรับสีหน้าตึงเครียด หรี่ตาเล็กลงจ้องมองหน้าด็อกเตอร์ด้วยสายตาเหยียดหยาม
“และอีกอย่างนะด็อกเตอร์... แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าโน่นค่านี่ล่ะ”
ฮึ้ย!!
“เป็นเด็กเป็นเล็กต้องหัดฟังผู้ใหญ่สิฟะ!!”
“ถึงคุณพูดอย่างไงผมก็ไม่เอาอยู่ดี”
“ถ้าอย่างไงก็มีวิธีเดียว”ด็อกเตอร์ชี้นิ้วมาทางผม"เคนเธอน่ะคือพ่อมด"
“ห๊า!!”
ผมยืนงงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาว “เลิกเหอะด็อกเตอร์ อายุก็ปานนี้แล้ว”
พูดจบผมก็จูงจักรยานเดินต่อ ทิ้งเขาให้ยืนเอ๋ออยู่ตรงนั้น
“เดี๋ยวสิเฮ้ย!!” ด็อกเตอร์ตะโกนลั่น วิ่งสับเท้าตามไล่หลังมาดักข้างหน้า “ก็ได้! ฉันจะโชว์ให้เธอเห็นกับตาเอง!”
ด็อกเตอร์ย่อเข่า กางแขนออกสองข้าง ท่าทางถอดแบบมาจากซูเปอร์ไซย่าในดราก้อนบอลไม่มีผิด
“ย๊ายยย!!!”
เสียงร้องตะโกนแหกปากดังลั่น รอบตัวด็อกเตอร์เกิดกระแสลมพัดม้วนเป็นวงกลมขนาดหย่อม หมุนวนหอบเอาเศษใบไม้ปลิวว่อน
กร๊อบ!!
“โอ๊ย!! หลังฉัน... หลังฉัน!”
ด็อกเตอร์หน้าเขียว รีบพายหลังกุมเอวตัวเองไว้แน่น ท่าทางบิดเบี้ยวแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเจ็บจริงไม่ได้แสดง
ไปดีกว่า... ขืนอยู่ต่อมีคนมาเห็นเข้าแน่
“เอาเรื่องนี้ปะเคน”
ผมก้มมองหนังสือในมือตั้ม
“เพอร์ซีอุสเหรอ?” ผมเลิกคิ้ว “ก็ได้นะ นายสนใจขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แหม... เคน เด็กผู้ชายมันก็ต้องชอบวีรบุรุษในตำนานอยู่แล้วปะ”
“อ่า... แล้วสรุปต้องเขียนเกี่ยวกับอะไรล่ะ”
“ครูบอกว่าให้เราทำความเข้าใจกับตำนานน่ะ”
“ประมาณว่า... ทำไมเพอร์ซีอุสถึงเป็นวีรบุรุษเหรอ?”
“ใช่ ๆ ประมาณนั้นแหละ”
“โอเค งั้นเขียนเรื่องนี้ก็ได้”
ผมมองรูปเพอร์ซีอุสชูหัวเมดูซ่าเงียบ ๆ ภาพบนหน้ากระดาษทำให้ในอกรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก
“ทำไมการฆ่าปีศาจพวกนี้ ถึงกลายเป็นวีรบุรุษกันนะ” ผมพึมพำ สายตายังคงจับจ้องรูปภาพไม่ละไปไหน
“เพราะเพอร์ซีอุสทำไปเพื่อปกป้องมั้ง” ตั้มพูดแทรกขึ้นมา
“ปกป้องเหรอ?”
“ก็ตำนานบอกว่า เพอร์ซีอุสต้องทำภารกิจพวกนี้เพื่อช่วยแม่ตัวเองไง”
“ช่วยแม่… งั้นเหรอ”
ผมทวนคำเบา ๆ สบตากับภาพในหนังสืออีกครั้ง
ตึกตัก!
จู่ ๆ หน้าอกก็เจ็บหน่วงขึ้นมาอย่างประหลาด เปลวไฟสีแดงส้มระเบิดพรึบขึ้นในหัว กลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ลอย เสียงคานบ้านพังถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา…
ท่ามกลางกองเพลิงลุกโชนนั้น มีภาพลาง ๆ ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย
ผมเบิกตากว้าง หายใจติดขัด ก่อนภาพหลอนทั้งหมดจะหายวับไปในพริบตา
…เมื่อกี้มัน… อะไรกัน…
“เคน… เคน!!” ตั้มตะคอกใส่พร้อมเขย่าตัวผมแรง ๆ “เป็นไรเปล่าวะ?”
“เปล่า... ไม่มีอะไร”
“ช่วงนี้เหม่อบ่อยนะ ทำงานหนักไปปะเนี่ย”
“คงงั้นมั้ง” ผมหัวเราะแห้งกลบเกลื่อน “แต่ช่างมันเถอะ มาเขียนต่อกันดีกว่า”
เรื่องภาพประหลาดในหัวเมื่อกี้… เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ต้องกลับมาโฟกัสกับสิ่งตรงหน้า
ผมกับตั้มลงมือเขียนเรื่องราวของเพอร์ซีอุสจนเสร็จ ก่อนจะรีบหอบรายงานไปส่งท้ายคาบทันที
_________________________________________________________________________________
เสียงออดเลิกเรียนดังปุ๊บ เด็กนักเรียนก็พากันแห่ทะลักออกจากตึกจนทางเดินเบียดเสียดไปหมด บริเวณหน้าประตูโรงเรียนเต็มไปด้วยเสียงตะโกนคุยแข่งกับเสียงท่อรถมอเตอร์ไซค์ และพวกรถสองแถวที่จอดติดกันเป็นแพส่งเสียงหนวกหู
“วันนี้ไม่กลับด้วยกันหรอ” ผมตะโกนถามฝ่าเสียงจอแจในขณะที่กำลังจูงจักรยานอยู่
“อืม วันนี้มีธุระไปหาหมอฟันนะ” เอมตอบพลางเอามือลูบแก้มตัวเองทำหน้าเหยเกเหมือนเริ่มเสียวฟันขึ้นมาดื้อๆ “เนี่ย หมอนัดขูดหินปูนกับอุดเพิ่มอีกสองซี่ แค่คิดก็เสียวรากฟันละ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”
“อืม”
ผมเข็นจักรยานออกจากหน้าโรงเรียน พลางหยิบหูฟังขึ้นมาใส่
แต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดเพลง—
จู่ๆ ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบก็แล่นผ่านเข้ามาอย่างประหลาด มันเหมือนมีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องมองผมมาจากมุมมืด
ผมรีบหันขวับกลับไปมองรอบๆ ถนนหน้าโรงเรียนทันที ท่ามกลางฝูงชนและรถราที่วิ่งพลุกพล่าน... กลับไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ
...คงคิดมากไปเองมั้ง