เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล - ตอนที่ 0 บทนำ โดย นักเขียนปวดหัว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า

รายละเอียด

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล โดย นักเขียนปวดหัว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล

ผู้แต่ง

นักเขียนปวดหัว

เรื่องย่อ

สารบัญ

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 0 บทนำ,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 1.1 เคน,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.0 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.1 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.2 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.3 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์

เนื้อหา

ตอนที่ 0 บทนำ

"นี่… ฉันอยู่ไหน?"

 

ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า พยายามปะติดปะต่อสติที่กระจัดกระจายราวกับเศษแก้ว ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ พบว่าตัวเองนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไม่มีจุดสิ้นสุด รอบกายมีเพียงสีขาวโพลนที่ไร้ซึ่งทิศทาง ไร้ซึ่งเสียง และไร้ซึ่งกาลเวลา

 

ผมพยายามยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายมันเบาหวิวราวกับขนนก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความทรงจำสุดท้ายที่แสนหนักอึ้ง...

 

"อ่อ… จริงสิ ในตอนนั้นฉันสวมแหวนนั่นเข้าไปสินะ… แล้ว… แหวนวงนั้น… มันจะฆ่าฉันหรอ?"

 

ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้วาบเข้ามาในหัวเหมือนอสนีบาตฟาดลงกลางใจ ผมจำได้ดีถึงวินาทีที่ตัดสินใจสวมแหวนลงบนนิ้ว ความรู้สึกแรกไม่ใช่พลังอำนาจ แต่มันคือ ความเจ็บปวดที่เหนือคณา เส้นเลือดที่แขนขวาปูดโปนขยายตัวขึ้นมาอย่างน่าสยดสยอง มันเลื้อยพันรัดแขนผมราวกับเถาว์วัลย์ปีศาจที่พยายามจะสูบกินทุกหยาดหยดของชีวิต และในพริบตานั้น แสงสีขาวเจิดจ้ากระชากผ่านออกมาตามรอยแยกของเส้นเลือดที่แตกปริ พลังมหาศาลปะทุออกมาจากภายในจนร่างกายสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ ราวกับร่างทั้งร่างกำลังจะถูกฉีกกระชากออกเป็นส่วนๆ ด้วยมือที่มองไม่เห็น มันเจ็บ... เจ็บแทบจะเป็นจะตายจนเสียงกรีดร้องยังหายไปในลำคอ

 

"แปลว่าที่นี่… คือสวรรค์งั้นเหรอ?"

 

ฉันตายไปแล้ว... จริงๆ น่ะเหรอ?

 

ความกังวลเริ่มเกาะกินใจเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่เหลืออยู่ป่านนี้ทุกคนจะเป็นยังไงบ้างนะ? ในตอนนั้นพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ที่จะสู้กับไคจูบ้านั้น 

 

ในตอนที่สติของผมกำลังดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวัง ท่ามกลางความขาวโพลนที่ไร้จุดจบ หางตาของผมกลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล

 

ผมค่อยๆ หันหน้าไปทางนั้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าปรากฏชัดเจนจนผมแทบหยุดหายใจ... มันไม่ใช่แค่ความว่างเปล่าอีกต่อไป

 

ที่นั่นมี โต๊ะไม้ขนาดกะทัดรัดพร้อมเก้าอี้สำหรับสองที่นั่ง ตั้งอยู่อย่างมั่นคง บนโต๊ะมี กาน้ำชาเซรามิกสีขาวบริสุทธิ์ ที่มีควันสีขาวลอยกรุ่นส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาไม้ป่าออกมา พร้อมกับ ชุดถ้วยชาและจานขนมหวานสีขาวสะอาดตา วางเตรียมไว้ราวกับรอคอยการมาถึงของใครบางคน

 

และที่ยืนเด่นสง่าอยู่ข้างโต๊ะตัวนั้น คือหญิงสาวที่มีรูปลักษณ์งดงามราวกับเทพธิดา

 

เธอมีผิวที่ขาวเนียนละเอียดราวกับหิมะสะท้อนแสง ริมฝีปากอมชมพูดูมีชีวิตชีวาตัดกับดวงตากลมโตสีเขียวมรกต ผมยาวสลวยสีบลอนด์ทองส่องประกายทิ้งตัวลงมาประดับด้วย รัดเกล้าสีทอง ที่สลักลวดลายดอกไม้และผลไม้ขนาดจิ๋วไว้อย่างวิจิตรบรรจง

 

ใบหูที่ยาวเรียวแหลมชี้ไปทางด้านหลังยืนยันว่าเธอคือ เอลฟ์ ที่หลุดออกมาจากหน้าหนังสือตำนาน ชุดผ้าคลุมสีขาวบางเบาของเธอเผยให้เห็นผิวพรรณช่วงไหล่และลำคอที่ดูนุ่มนวล ทว่าท่าทางการยืนอันนิ่งสงบของเธอนั้นกลับเริ่มเปลี่ยนไป

 

เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาให้ผมอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา แววตาที่เคยดูนิ่งสงบจนเกือบจะเป็นแรงกดดันในตอนแรก บัดนี้กลับทอประกายความเมตตาและอบอุ่น ราวกับรอยยิ้มนั้นกำลังช่วยปัดเป่าความทรมานและร่องรอยความเจ็บปวดที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจของผมให้จางหายไป

 

"เอลฟ์..." คำนี้หลุดออกมาจากปากของผมอย่างแผ่วเบา

 

ท่ามกลางความเงียบงัน การปรากฏตัวของเธอ รอยยิ้มที่แสนนุ่มนวล และชุดน้ำชาสีขาวโพลนที่ดูสะอาดตาเหล่านั้น มันช่างดูแปลกแยกและน่าฉงนจนผมทำตัวไม่ถูก

คุณเป็นใคร?