เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล - ตอนที่ 2.3 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์ โดย นักเขียนปวดหัว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า

รายละเอียด

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล โดย นักเขียนปวดหัว @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล

ผู้แต่ง

นักเขียนปวดหัว

เรื่องย่อ

สารบัญ

Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 0 บทนำ,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 1.1 เคน,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.0 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.1 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.2 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์,Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาล-ตอนที่ 2.3 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์

เนื้อหา

ตอนที่ 2.3 การบุกขององค์กรลับและการเปิดเผยความลับของตุลย์

ผมเอนหลังหลับตาพริ้มอยู่ในห้องทำงานที่อบอวลด้วยกลิ่นกระดาษเก่า แสงโคมไฟสลัวทาบทับลงบนชั้นวางของที่เต็มไปด้วยบันทึกโบราณ ข้างตัวผม เครื่องเล่นแผ่นเสียงไวนิลคลาสสิกกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ หัวเข็มเล็ก ๆ ลากผ่านร่องเสียงขับขานท่วงทำนองของเพลง true ของ spandau ballet  ออกมาอย่างนุ่มนวล ผมขยับปากฮัมเพลงตามจังหวะเนิบช้าเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี ความเงียบสงบในตอนนี้นิ่งสนิทจนเหมือนเวลาถูกสตัฟฟ์ไว้ มีเพียงเสียงดนตรีและเสียงทุ้มต่ำในลำคอของผมที่คลอไปกับเสียงซ่าเบา ๆ ของแผ่นไวนิลท่ามกลางความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา

ภายนอกกระท่อม ความเงียบงันของป่าลึกเริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องระงม ท่ามกลางใบไม้แห้งที่ทับถมกันหนาทึบ...

สวบ... สวบ... เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ย่ำลงบนพื้นดินอย่างมั่นคงและเงียบเชียบก้าวผ่านพงหญ้า มุ่งตรงมายังตัวบ้านไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่เพียงลำพัง

ผมที่ยังคงเอนหลังหลับตาพริ้มอยู่ในห้องทำงาน ไม่ได้ยินสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย เสียงดนตรีจากแผ่นไวนิลยังคงโอบล้อมประสาทสัมผัสของผมไว้ ผมฮัมเพลง True ท่อนโปรดคลอไปกับความสุนทรีย์อย่างมีความสุข

จนกระทั่ง...

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและจงใจดังทะลุผ่านเสียงเพลงขึ้นมา จังหวะฮัมเพลงในลำคอของผมสะดุดกึกทันที ความชิลที่สะสมมาทั้งเย็นมลายหายไปในพริบตา ผมลืมตาขึ้นในความสลัว หัวใจกระตุกวูบพร้อมกับคำถามเดียวที่พุ่งขึ้นมาในหัว

ผมจึงหรีดเสียงลดและรอฟังเสียงอีกรอบหวังให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หูฟาด

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!

“เคนหรอ? แปปหนึ่งนะ”

ผมออกจากห้องทำงานของตัวเองแล้วตรงไปเปิดประตูเผยเห็นร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนเด่นชัดอยู่ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพอดี

เขาสวมชุดสูทสีน้ำตาลตัดเย็บประณีตเรียบกริบ หมวกทรงโบลเลอร์ที่สวมอยู่บดบังใบหน้าส่วนบนไปครึ่งหนึ่ง มีเพียงแว่นกลมแวววาวที่สะท้อนแสงเย็นชืดออกมา รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากของเขาดูบิดเบี้ยวและเปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แผ่รังสีของความอันตรายออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องขยับเขยื้อน

ด้านหลังของเขาคือชายร่างกำยำอีกสองคนในชุดสูทสีดำสนิท แว่นดำทรงกลมปิดบังดวงตา พวกเขายืนนิ่งราวกับเครื่องจักรสังหารที่พร้อมจะลงมือตามคำสั่งทุกวินาที บรรยากาศรอบตัวคนกลุ่มนี้มันช่างกดดันและหนักอึ้งเสียจนอากาศในปอดของผมเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมด

สายตาที่มองลอดผ่านแว่นกลมนั้นจ้องเขม็งมาที่ผม ราวกับมองทะลุเข้าไปถึงทุกสิ่ง

“สวัสดียามเย็นด็อกเตอร์วิโรจน์” เขาเอ่ยปากทักทายพลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

“พะ…พวกคุณเป็นใครกันครับ” ผมลนลานอย่างหนักจนพูดติดอ่าง 

“กระผมมีชื่อว่า ไซลาส ธอร์น ครับ”

“ม…มี..อะไร”

“แหมแหม~~ ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผมก็แค่มาทักทาย”

“อ..อ่อ..ง..งั้นก็ดี…กลับไปซะ!!”

“มารยาททรามจังเลยนะครับด็อกเตอร์~~”

ไม่ทันสิ้นเสียงนุ่มนวลนั้น ชายชุดสูทดำที่ยืนคุมเชิงอยู่ก็กระชากแขนผมแล้วเหวี่ยงเข้าไปในกระท่อมอย่างแรง ผมล้มลงคลุกฝุ่นก่อนจะถูกล็อกแขนขาติดกับเก้าอี้ไม้จนขยับไปไหนไม่ได้

“คุณคิดว่าจะหนีจาก 'ท่านผู้นั้น' ไปได้จริงๆ เหรอ? คุณคิดผิดแล้วด็อกเตอร์” 

ไซลาสเดินตามเข้ามาอย่างใจเย็น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังเน้นหนักทุกย่างก้าว

“ปล่อยฉัน!!!”

“ผมจะปล่อยคุณแน่ด็อก... แค่คุณต้องบอกมาว่าชิ้นส่วนดาบนั้นอยู่ที่ไหน?”

“ดาบอะไรฉันไม่รู้เรื่อง!”

“อย่ามาทำไขสือไปหน่อยเลยน่า~~ คุณน่ะรู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว” ไซลาสหัวเราะในลำคอเบาๆ

“เรื่องอะไร?”

“โอ้โห~~ ออกมาแล้วครับ คำพูดของคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โคตรน่าเบื่อเลยว่ะ!”

ไซลาสหยิบวัตถุหกเหลี่ยมลายเถาวัลย์ทองออกจากกระเป๋าสูทของเขามาวางกระแทกบนโต๊ะดัง ปึก! บนตัวฐานนั้นมีชิ้นส่วนถูกเติมเข้าไปแล้ว 3 ช่อง โดยแต่ละชิ้นมีลวดลายต่างกันไปตามแต่ละส่วน ทั้งลายเถาวัลย์โบราณ ลายอักษรลิ่ม และรูปแมลงสคารับ ทั้งสามชิ้นฝังแน่นจนดูเป็นเนื้อเดียวกับฐานสีเงิน

“นั้นมัน!!”

“ศิลาเถาวัลย์ทองคำ ใช่ด็อกเตอร์พวกเราเจอมันแล้ว”

“กะ…แก่ไปเอามันมาจากไหน!!”

“เมื่อ20ปีก่อน มันเป็นเรื่องยากมากที่พวกเราจะกู้เอกสารคืนจากการเผ่าเอกสารจากคุณ แต่แน่นอนพวกเราพยายามกู้มันคืนมันมาจนได้และได้รู้พิกัดสุดท้ายมา พวกเราเลยส่งนักสำรวจที่ป่าตอนเหนือ” 

ไซลาสเขาลูบช่องที่ว่างเปล่าของศิลาที่มีลักษณะคล้ายกับดาบอยู่พลางๆ และมองตาขึ้นบนยิ้มมุมปากจ้องมองที่ตุลย์

 “พวกเราเจอกับวิหารโบราณของเผ่าเอลฟ์ มันอันตรายมากเลยกว่าที่พวกเรานั้นจะเข้าไป และในที่สุดพวก…เรา..ก็ได้มันมา”

“ทำแบบนี้มันผิดจรรยาบรรณนักวิชาการนะ!!!”

“ผิดจรรยาบรรณ? ผิดจรรยาบรรณหรอ?”เขาหัวเราะเสียงดังลั่น “โอ้ด็อก~~นักโบราณคดี นักล่าหาขุมทรัพย์ไปพร้อมคู่หูของเขา ตำนานคนที่พบเอ็กคาเบอร์ บอกว่าผิดจรรยาบรรณ”

ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากผู้ชายสองจับล็อคผมไว้ จังหวะนี้คงต้องใช้เวทยมนต์

แสงเปล่งประกายสีฟ้าอยู่ที่มือทั้งสองข้างขอผมค่อยๆปรากฏเป็นวงแหวนเวทย์

ไม่ทันไรนึกใจหายเพียงเสี้ยววิมีดาบคาตานะยาวเลยลำคอกำลังจ่อคอผม

ฮึด!!

“อย่าทำอะไรสุ่มเสี่ยงเลยดีกว่าด็อก”

ผมค่อยๆ เบือนหน้าไปมองด้วยหัวใจที่เต้นรัว เบื้องหน้าคือชายชุดดำรัดรูปสนิทที่ดูทะมัดทะแมงไร้รอยต่อ ใบหน้าถูกปิดทับด้วยหน้ากากโลหะสีดำทมิฬ มีเพียง เส้นแสงนีออนสีแดงขีดผ่านแนวนอน และเขากำจ้องมา

“เอาล่ะ พาเขาไปห้องทำงาน”

 ไซลาสสั่งลูกน้องสองคนร่างกำยำที่ล็อคตัวไว้ลากตัวผมไปห้องทำงาน

ห้องทำงานที่มีแค่แสงจากหลอดไฟแค่ดวงเดียวกลื่นกระดาษเก่าๆกองหนังสือที่พะเนินอยู่ทั่วห้อง และมีเพลง True คอลเบาๆจากเครื่องเสียงและไซลาสเดินตรงไปเครื่องเสียงแล้วกดปิดเล่นมัน

“บอกได้แล้วมั้งว่ามันอยู่ที่ไหน“

ไซลาสเดินดูรอบๆห้องจับนู่นนี่นั่นไปเรื่อย

“มันไม่มีหรอก” ผมพูด “ฉันทิ้งมันไปนานแล้ว”

“คุณโกหก” ไซลาสหันหน้ามาทางผม

“ฉันไม่ได้โกหก”

ไซนาสเดินเข้ามาและจ้องเขม็งตรงหน้า

“อ่อ~~หรอ” เขาหันหน้าไปมองทางรูปภาพที่ตั้งโชว์ไว้ตู้ชั้นวาง “คุณมีหลานด้วยหรอด็อก”

“อย่าทำอะไรเขา เขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้!!” 

“งั้นก็บอกสิ!! ว่า—มัน—อยู่—ที่ไหน!!”

“ฉันไม่ได้โกหก ฉันทิ้งไปแล้ว!!”

ไซลาสจ้องเข้ามาในดวงตาผมที่มีความโทสะเปรียบล้นด้วยความโกรธ

“ก็ได้วันนี้ผมจะกลับไปก่อน” ไซลาสถ้อยออกห่าง “ผมจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานทางผู้นั้น”

“เชิญตามสะบายฉันไม่สนอะไรแล้ว”

“ปล่อยเขาได้แล้วพวกนาย ” 

ลูกน้องของเขาค่อยๆปล่อยผม

“ก็นะพวกเรามาวันนี้ก็เพื่อมาทักทาย”ไซลาสยิ้มมุมปาก “วันหน้าเราไม่ปรานีแน่”เขาจ้องมาที่ผมอีกรอบและลึกเข้ามาแทบจะกินจิตใจของผม

“ไปกันเถอะ”

ไซลาสลุกขึ้นยืนพลางลอบยิ้มด้วยเลศนัย เขาออกจากกระท่อมไปพร้อมกับพรรคพวกและชายสวมใส่หน้ากากนีออนอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ผมจมอยู่กับความเงียบงันและความหวาดผวาที่เย็นยะเยือก

“เฮ้ยนายน่ะ” ไซลาสหันไปหาชายสวมหน้ากาก “ไปจับตาเด็กคนนั้นไว้น่าจะใช่ที่ท่านผู้นั้นบอก”

ชายสวมหน้ากากพยักหน้า

ผมหยุดยืนนิ่ง กวาดสายตามองผ่านความมืดจนแน่ใจว่าพวกเขาลับตาไปแล้วจริงๆ เมื่อเสียงฝีเท้าเงียบหายไปจนหมด ผมก็รีบคว้าเท้ามาสวมรองเท้าแล้วออกวิ่งสุดชีวิตไปหาเคนทันที

(เว้น)

 ผมเดินจูงจักรยานอยู่ข้างๆ ด็อกเตอร์ตุลย์ บนถนนที่เงียบสงัด พวกเราเดินกลับบ้านไปด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศที่ดูแปลกไปกว่าทุกวัน ผมสังเกตเห็นท่าทางของด็อกเตอร์ที่ดูร้อนลนเอามากๆ

“ไม่นึกเลยว่าด็อกเตอร์จะมารับผม”ผมหัวเราะไปพลางๆเพื่อทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด

“อือ” ด็อกเตอร์ก็ยังเงียบอยู่เหมือนเดิม

ผมไปทำอะไรผิดหรอ!?ทำไมด็อกเตอร์วันนี้ดูแปลกๆไป ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่าไม่เป็นไร หรือว่าเราลืมปิดเตาก๊าช!!?

“อ..เอ่อ..คือว่าผมขอโทษครับถ้าผมทำอะไรผิด ผมขอโทษครับ”

“ไม่ใช่หรอกเธอไม่ได้ผิดอะไร”

“งั้นด็อกเตอร์วันนี้เป็นอะไรครับ”

“เคน” พวกเราหยุดเดินและด็อกเตอร์ก็จ้องมองมาที่ผมหน้าจริงจังแทบผมนั้นไม่เคยเห็นด็อกเป็นแบบนี้มาก่อน “โรงเรียนกับงานพิเศษน่ะ… ไม่ต้อง—ไป—ทำได้ไหม?”

เอ๋?

 

 

มุมแจกจ่ายยาพาราของนักเขียน

หวัดดีครับผู้คนที่หลงเข้ามาอ่าน Theos ครับ มุมตรงนี้อยากให้เป็นมุมสำหรับคนอ่านและคนเขียนได้มีการพูดคุยกันละกันอ่ะครับ เลยตั้งมุมนี้เข้ามา 555+ มุมนี้สำหรับ ใครที่อยากรู้่เกี่ยวกับ Theos ก็ถามเข้ามาได้เลย ทั้งเรื่องชีวิตหรือความรักได้หมด ยกเว้นเรื่องเงินอ่ะนะ เงินยังไม่มีที่จะไปจ้างคนวาดให้เลย555+ แต่อานาคตแน่นอนว่าจะเปิดเหรียญอยู่แน่นอนแต่ยังไม่ถึงเวลา555+ เพราะอยากให้ทุกคนที่มาอ่านได้รู้โครงเรื่องที่ Theos ไว้ก่อนว่าโลกนี้มันเป็นอย่างไร มุมนี้เลยอยากได้อารมณ์แบบตอบ SBS ของ One piece ที่อาจารย์จะมาตอบคำถามแฟนๆ

เอาล่ะมาพูดเรื่องปวดหัวกัน ตอนที่ 2.2 นั้นเป็นอะไรที่ผมปวดหัวเอามากๆเลย  คิดไม่ออกหัวตันเลยล่ะเพราะผมชอบคิดพล็อตของโลกเวทยมนต์มันมากสนุกกว่า พล็อตในโลกมนุษย์แทบไม่คิดเลย เลยตัดลายละเลียดบ้างอย่างไปเยอะมากๆ เหตุผลก็รีบเร่งไปโลกเวทยมนต์ให้ไวที่สุด มันจะได้ปลดปล่อยจินตนาการได้มากสุด พล็อตโลกเวทยมนต์ผมเขียนตอนยังทำ spin off ของ Theos ตอน2ปีก่อนมันโครตตื่นเต้นเลย หลังจากกลับไปอ่านใหม่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี555+ แต่ลายละเอียดบางส่วนต้องเปลี่ยนไปบ้าง เอาล่ะสรุปว่า 2.2 เนี่ยต้องขอบคุณ AI จริงๆที่ช่วยในการเขียนบรรยายให้ตอนมันตัน ตอนที่3เนี่ยนะจะมาเดือนหน้ามั้งผมมีสอบซัมเมอร์อ่ะนะ สุดท้ายนี้ขอฝากผลงานของผมด้วย

นามปากกา            
        นักเขียนปวดหัว